
มิตรพิศวาส (คุณเพื่อน ยอดยาหยี)
ตอน 3
“อ้าวธันย์มาแล้วเหรอลูก ทำไมกลับมาไวจัง มาทานของว่างด้วยกันสิจ้ะ” คุณอรนภาเอ่ยชวนลูกชายของเพื่อนด้วยความเอ็นดู
“ทำไมกลับมาคนเดียวล่ะลูก แล้วนี่หนูอรอยู่ไหน ทำไมไม่รอหนูอรด้วย” มารดาเขาเอ่ยถามพลางทำหน้าเหนื่อยใจ ที่ลูกชายคนดีมิวายทำตัวต่อต้านน้อยๆ ต่อการเชื่อมสัมพันธไมตรีจากรุ่นสู่รุ่นของสองครอบครัว
“เอ่อ คือ…” เขาเอ่ยตะกุกตะกัก ไม่รู้จะตอบยังไงดี ถ้าบอกว่าเขาเดินหนีมา ก็ดูจะเสียมารยาทจนเกินไป แต่เขามันคนตรงไปตรงมาด้วยสิ จะโกหกก็ไม่สบายใจเท่าไหร่
“ไม่เป็นไรหรอกค่ะคุณหญิงลัด หนูอรคงเดินเล่นในสวนเพลิน เดี๋ยวนภาให้เด็กไปตามมาดีกว่าค่ะ”
“ไม่ต้องหรอกนภา…ธันย์ไปดูหนูอรสิ ตามน้องมาทานของว่างด้วยกัน ไปสิ” คุณหญิงลัดดาเอ่ยห้ามขึ้นมาเสียก่อน จากนั้นจึงหันไปสั่งบุตรชายจอมดื้อเงียบแทน
ร่างผอมสูงวัยใกล้เต็มหนุ่มจำต้องพยักหน้ารับอย่างเสียมิได้ ก่อนจะลุกขึ้นยืนเดินเลี่ยงออกไป เพื่อตามหาคนตัวบางที่ทำให้เขาหงุดหงิดระคนรำคาญใจอยู่เรื่อย แม้แต่ตอนอยู่เฉยๆ ก็ตาม
ฮึ น้องอะไรที่ไหน รุ่นเดียวกันต่างหาก
คุณอรนภาหันไปมองหน้าสามีด้วยสายตาเป็นกังกล ก่อนที่จะยิ้มให้อีกฝ่ายเมื่อได้รับสายตาอบอุ่น และการพยักหน้าน้อยๆ จากคุณอรรถพลเป็นเชิงปลอบใจกลายๆ ว่า ไม่มีอะไรหรอกอย่าห่วงเลย…
อิงอรพยายามทรงกายลุกขึ้นยืนอย่างยากลำบาก เมื่อความเจ็บปวดที่ข้อเท้ากำลังรุมเร้าจนแทบไม่อยากจะขยับตัว แถมตอนนี้ที่ข้อเท้าของเธอยังปูดบวมแดงขึ้นมาจนน่ากลัวอีกต่างหาก
“อูย…เจ็บจัง” หญิงสาวครางออกมาอย่างแผ่วเบา กัดฟันฝืนกายลุกขึ้นยืนอีกครั้งอย่างไม่ยอมแพ้ แต่ก็ไม่เป็นผลเมื่อความเจ็บปวดแล่นจี๊ดเข้าไปถึงทรวงจนต้องทรุดกายลงที่เดิมอย่างหมดแรง
“เฮ้อ” อุทานออกมาอย่างเหนื่อยๆ ก่อนสายตาจะสะดุดเข้ากับร้องเท้าผ้าใบที่ดูก็รู้ว่าราคาสูง ที่มาหยุดอยู่ตรงหน้า หญิงสาวเงยหน้าขึ้นมองคนที่กำลังลดตัวลงนั่งยองๆ มือหนาเอื้อมไปจับที่ข้อเท้าบาง กดนวดวนเบาๆ บริเวณนั้น พร้อมกับหยุดมือเมื่อหญิงสาวครางออกมาเสียงอ่อย
“อยู่นิ่งๆ” เขาปรามเสียงเข้ม เมื่อเธอพยายามจะชักข้อเท้าออกจากมือแกร่ง ที่ยังคงจับคลึงอยู่อย่างนั้นเพราะรู้สึกเจ็บ
“ไปนวดยาก่อน จะได้หายปวด” ชายหนุ่มเอ่ยขึ้นหลังจากที่นวดคลึงข้อเท้าให้เธออีกพัก จนกะว่าหญิงสาวน่าจะรู้สึกดีขึ้นมาบ้าง
ธันย์ธาดาค่อยๆ ประคองร่างบางที่นั่งมองเขาตาแป๋วให้ยืนขึ้นมา ก่อนจะปล่อยให้เธอเป็นอิสระและทำท่าจะผละห่างไป ถ้าไม่บังเอิญต้องเอาแขนแกร่งโอบกระชับไว้รอบเอวเล็กซะก่อน เนื่องจากหญิงสาวยืนโซซัดโซเซจะล้มแหล่มิล้มแหล่
“อุ๊ย! ธันย์จะทำอะไร อรเดินเองได้” อิงอรอุทานออกมาอย่างตระหนก เมื่อเขาช้อนอุ้มเธอขึ้นแนบอก และด้วยความกลัวตก จึงต้องเอาแขนไปคล้องไว้รอบคอเขาโดยอัตโนมัติ
ซึ่งน่าแปลกทั้งๆ ที่เธอไม่เคยรู้สึกชอบหรืออยากให้คนต่างเพศคนใดเข้ามาแนบชิดใกล้ตัว แต่กับเขา ว่าที่คู่หมั้นคู่หมายมาตั้งแต่เด็ก คนที่เธอเพิ่งจะเคยเห็นหน้าในวันนี้เป็นวันแรก เพราะก่อนหน้านั้นเวลาเธอไปเยี่ยมครอบครัวเขา ดูเหมือนว่าชายหนุ่มจะหาทางหลบหลีกไม่มาเจอหรือเผชิญหน้าได้ทุกรอบไป เธอกลับไม่รู้สึกรังเกียจหรืออยากผลักไสเขาออกห่างเลยสักนิด
“เงียบเถอะน่า เจ็บจะตายแล้วยังจะอวดดีอีก” เขาก้มลงมาบ่นเสียงดุๆ ก่อนจะเดินดุ่มๆ ไปโดยไม่พูดไม่จาอะไรอีก และหญิงสาวก็ไม่กล้าจะเอ่ยปากพูดอะไรออกมาเช่นเดียวกัน…
ธันย์ธาดาหันไปมองคนที่อยู่ในชุดนักศึกษาเรียบร้อยพอดีตัว ไม่รัด ไม่โคร่ง และกระโปรงไม่สั้นไม่ยาวจนเกินไป ที่นั่งซุกเบาะอยู่ข้างๆ ด้วยสายตาเฉยชา
เปิดเทอมวันแรกของชีวิตในรั้วมหาวิทยาลัย ทำเอาเซ็งตั้งแต่ออกจากบ้าน ถ้าไม่ใช่เพราะเขาที่เป็นต้นเหตุให้หญิงสาวต้องเจ็บตัวเมื่อวาน ก็คงไม่ต้องรับปากพ่อกับแม่ให้มารับหญิงสาวไปเรียนพร้อมกันหรอก
คุณอาจจะชอบ





