ติดตาม
ตอน
แชร์
หน้าปกนวนิยาย ยิ่งกว่าหลงคุณ

ยิ่งกว่าหลงคุณ

เมื่อความสัมพันธ์ชั่วข้ามคืนจบลงด้วยความพยายามที่จะเดินจากไปของหญิงสาว เรื่องราวกลับไม่เป็นอย่างที่คิด เมื่อฝ่ายชายอย่างพี่ไม่ยอมให้เรื่องนี้จบลงง่ายๆ เขาตัดสินใจทวงถามความรับผิดชอบจากหนูชื่นด้วยประโยคที่ทำเอาคนฟังต้องอึ้งว่าเธอจะฟันแล้วทิ้งเขาไปเฉยๆ ไม่ได้ เพราะเขารู้สึกว่าตนเองเป็นฝ่ายเสียหายในเหตุการณ์นี้ บทสรุปความรักที่เริ่มต้นด้วยความวุ่นวายและการเรียกร้องสิทธิ์ของหัวใจจึงเริ่มต้นขึ้นในนิยายโรแมนติกเรื่องนี้
ตอน
แชร์

ตอน 2

บทที่ 1

หนึ่งในผู้ชายต้องห้าม

.

.

.

สองสาวเพื่อนซี้แวะร้านโน้นเข้าร้านนี้ไปตามประสา ทั้งตั้งใจว่าจะมาซื้อเครื่องสำอางและดูหนังสักเรื่อง สมัยเรียนชื่นพธูและกัทลีมักหาเวลามาดูหนังอย่างน้อยเดือนละหนึ่งถึงสองครั้ง หลังเรียนจบก็ยังคงทำแบบเดิม

ขวดโทนเนอร์ถูกชูขึ้นต่อหน้าเพื่อนสาว “อันนี้ดี ราคาแรงหน่อยแต่เห็นผล”

กัทลีพยักหน้ารับ “เดี๋ยวลอง” ว่าพลางหยิบผลิตภัณฑ์ที่ว่ามาถือไว้ไม่ต่างกับเพื่อนสนิท

“อยากได้ลิปใหม่สักแท่ง เธอว่าฉันเหมาะกับสีอะไร” เอ่ยถามพร้อมสืบเท้าไปหยุดยังชั้นของลิปสติก

“ชมพู ยังไงก็ต้องชมพู”

“ก็คงงั้น พอทาสีแดงแล้วถูกทักว่าดูโตกว่าอายุ อดเป็นพี่สาวคนสวยเลย”

“สีแดงก็สวย แต่สีชมพูมันเหมาะกว่า”

เธอกับกัทลีก็อย่างนี้ ชมกันเองไปมา ดีอย่างนั้นสวยอย่างนี้ ฉีดยากันไม่หยุด แต่มีบ้างที่ชอบหยุมหัวกัน แต่ก็ทำเพราะหยอกเล่น ใจจริงกัทลีเป็นคนที่เชียร์อัพเธอเสมอ

ระหว่างเลือกลิปสติกที่ถูกใจอยู่นั้นโทรศัพท์ของชื่นพธูก็มีเสียงแจ้งเตือนดังขึ้น เพื่อเรียกความสนใจให้ละไปจากสิ่งที่อยู่ตรงหน้า เธอวางเครื่องสำอางในมือลงที่เดิม

คุณตง: น้องชื่น พี่ตงเองนะ

ชื่นพธูอ่านข้อความที่มีเพียงหกพยางค์ซ้ำไปซ้ำมาจนไม่รู้ว่าจะจบที่ตรงไหน แต่เธอไม่สามารถประมวลผลได้เลยว่าเหตุใดหนึ่งใน ‘ผู้ชายต้องห้าม’ ถึงได้ส่งข้อความมาหา

ผู้ชายกลุ่มนี้เธอรู้จักมักคุ้นแค่กับสดายุเพียงคนเดียวเพราะรายนั้นมีหน้าที่มาคอยดูแลเมียเจ้านายของเขาระหว่างทำงาน นอกจากนั้นเหมือนจะไม่เคยคุยกันเป็นกิจจะลักษณะ

ถึงกระนั้นชื่นพธูก็ทราบชื่อเสียงเรียงนามและจำพวกเขาได้ทุกคน ไม่ว่าจะเป็นพี่ใหญ่ของกลุ่มอย่างวสุที่เธอเองก็มีโอกาสได้ไปร่วมพิธีวิวาห์ของเจ้าตัวกับพี่สาวคนสนิทมาเมื่อต้นปี หนุ่มแว่นหนึ่งเดียวอย่างไมยราพ ผู้ช่วยทั้งสี่เช่นลิขิต คมชาญ อนันต์และเขมราฐ เธอก็จำหน้าและชื่อได้ครบทุกคน

รวมถึงผู้ชำนาญการประจำตัวสส. ที่ส่งข้อความมาหาเธอด้วย...ตง ไตรทศ!

ก็จับหัวนินทาพวกเขากับสดายุอยู่ทุกวี่วันจะเอาอะไรไปไม่รู้จักเล่า

PATU: ค่ะ มีอะไรหรือเปล่าคะ

คุณตง: ตอนนี้หนูอยู่ที่ห้างใช่ไหม

หนู...

ก่อนข้อความจะถูกส่งมาอีกรอบโดยที่ระบุชื่อห้างที่ตนอยู่อย่างไม่มีผิดเพี้ยน เจ้าหล่อนสาดส่องสายตาไปมารอบๆ เพื่อหาต้นตอ ทว่าก็ไม่พบเจอคนที่มองหาอยู่

ยังไม่ทันจะได้ตอบอะไรกลับไปข้อความจากอีกฝ่ายก็ถูกส่งเข้ามาขัดจังหวะเสียก่อน เขาบอกที่อยู่ของเขาว่าเป็นร้านกาแฟที่เธอจำได้ว่าเพิ่งเดินผ่านก่อนจะมาที่ร้านเครื่องสำอางแห่งนี้

ไอ้ที่ผ่านมาน่ะก็ทำเธองงเป็นไก่ตาแตกแล้ว แต่คงไม่มีอะไรสู้กับประโยคล่าสุด

คุณตง: หนูพอจะสะดวกเดินกลับมาที่ร้านนี้ไหม มาช่วยแกล้งเป็นแฟนพี่ต่อหน้าแฟนเก่าหน่อยครับ พี่กำลังลำบากจริงๆ

คุณตง: นะครับ ช่วยพี่หน่อย

“ใครไลน์มา”

เสียงของเพื่อนสนิทดึงเธอออกจากภวังค์ ก่อนหันไปมองอีกฝ่ายตาปริบๆ “เธอ”

“ว่า”

โทนเนอร์ในมือถูกยื่นให้กัทลีที่เจ้าตัวก็รับมันไว้อย่างงงๆ “ถ้ามาไม่ทันเธอจ่ายเงินก็ออกให้ก่อนนะ เดี๋ยวคืน”

“แล้วนั่นจะไปไหน”

ชื่นพธูเหลียวไปมองเพื่อน ยกยิ้มอย่างวางท่าตามประสาคนขี้เล่น “ไปทำภารกิจของจักรวาล”

กัทลีแหย่กลับ “สมัครนางงามเหรอ”

“พูดเป็นเล่น ส่วนสูงไม่ถึง ถ้าถึงป่านนี้ประเทศไทยมงสามแล้ว” ก่อนปั้นหน้าจริงจัง “เดี๋ยวมานะ เหมือนเขาจะรีบ”

ว่าจบก็สืบเท้าออกจากร้านเครื่องสำอางเพื่อเดินกลับไปทางเดิม ระหว่างนั้นบาริสต้าสาวถามตัวเองซ้ำๆ ว่าจะไปตามคำขอของเขาทำไม ไม่ใช่ธุระกงการอะไรของเธอเลย เรื่องของคนอื่นแท้ๆ ชอบแส่หน้าเข้าไปรับให้เหนื่อย

อาจจะเพราะมันก็แต่ไหนแต่ไรแล้วที่เธอชอบใส่ใจเรื่องชาวบ้าน

อาจจะเพราะไม่คิดว่าคนระดับนั้นจะถึงกับเอ่ยปากขอร้องคนอย่างเธอ

หรือไม่ก็อาจเป็นเพราะ ‘นะครับ ช่วยพี่หน่อย’ ของเขา ที่ทำเอาเธอพร้อมพาตัวเองไปสอดเรื่องของคนอื่นอย่างทันท่วงที

ในมุมมองของชื่นพธูนั้น พวกเขาทุกคนไม่ใช่คนอื่นคนไกล อาจจะไม่สนิทใจเท่าสดายุที่มีโอกาสได้พูดคุยเป็นเวลาหลายเดือน ผนวกกับพี่ชายคนนั้นเป็นพวกเป็นมิตร ต่างกับพรรคพวกของเขาที่หน้าตาไม่ค่อยน่าเข้าหาเท่าไรนัก ไม่รวมชีวประวัติของแต่ละท่านที่สดายุเล่าสู่กันฟัง

ชื่นพธูจัดพวกเขาทุกคนเป็นผู้ชายต้องห้าม ไม่ได้ห้ามรู้จักหรือพูดคุย เพราะก็เห็นหน้าค่าตากันอยู่เรื่อยๆ ตามแต่โอกาส แต่ห้ามคิดสานต่อความสัมพันธ์เชิงชู้สาวเด็ดขาด เป็นพี่เป็นคนรู้จักน่ะได้ พวกเขาก็ไม่ใช่คนเลวร้าย แต่มากกว่านั้นไม่สมควรอย่างยิ่ง

เพราะแบบนั้นกระมังในตอนที่เขาขอความช่วยเหลือ เธอถึงได้ตัดสินใจได้อย่างง่ายดาย มันก็แค่แกล้งๆ ไม่ใช่เรื่องจริงสักหน่อยจะเป็นอะไรไป

เธอไม่สนิทกับทีมงานท่านสส. แต่ไม่ได้เกลียดพวกเขา ถ้าใครชวนคุยเธอก็คุยได้ ติดตรงที่ที่ผ่านมานอกจากสดายุก็ไม่มีใครชวนเธอคุย

หล่อนคิดเรื่องนี้ไปเรื่อยเปื่อยกระทั่งเดินมาถึงที่หมาย จึงได้เห็นคนที่ตนรู้จักอยู่ในครรลองสายตา เขาหันหน้าออกมานอกร้าน ต่างกับหญิงสาวที่นั่งฝั่งตรงกันข้าม เจ้าตัวจึงไม่น่าจะรับรู้ถึงการมาของเธอ

ไตรทศพยักหน้าเบาๆ เพื่อสื่อสารกับบาริสต้าสาว ก่อนเขาจะดึงใบหน้ากลับไปทางผู้หญิงคนนั้น

ชื่นพธูสูดลมหายใจเข้าสุดออกสุดเพื่อจัดขบวนสติของตัวเอง พร้อมกับประเมินสถานการณ์ที่ชายหนุ่มไม่บอกอะไรให้ทราบเลย จึงไม่รู้ว่าควรเดินเข้าไปด้วยอารมณ์ใด แต่ในเมื่อถอยหลังไม่ได้แล้วก็มีแต่ต้องเดินหน้าเต็มสูบ

ก็เอาสิ มีอะไรที่ลูกพระเจ้าตากอย่างเธอต้องกลัวด้วยเรอะ

เห็นแฟนอยู่กับผู้หญิงคนอื่นไหนยังเป็นแฟนเก่ามันจะเป็นอะไรไปได้ถ้าไม่ใช่หึงจนหน้ามืด

ขาเสลาก้าวเข้าไปในร้านพร้อมเรียวคิ้วที่มุ่นจนเกิดรอยย่นที่หน้าผากมน ประกาศอย่างชัดเจนว่าตอนนี้ตนทั้งงุนงง สับสน และเจือความไม่พอใจอยู่ในทุกย่างก้าวที่เดินไปหาคนทั้งสอง

“พี่ตง?”

เสียงของบุคคลมาใหม่เรียกให้หนุ่มสาวทั้งสองผินหน้าไปหา ไตรทศแสร้งเบิกตาโพลงด้วยความตกใจ ต่างกับเขมจิราที่มองไปยังสาวผมสั้นด้วยความใคร่รู้

“น้องชื่น...?” เขาทำทีเป็นลนลาน “ทำไมมาอยู่ที่นี่ล่ะ ไหนว่าวันนี้ไม่ได้ออกไปไหน” ก่อนหันซ้ายแลขวา “แล้วมากับใคร แล้วทำไมถึงมาที่นี่ได้”

เธอส่ง เขารับ ทำอย่างกับเป็นนักแสดงเจ้าของรางวัลลูกโลกทองคำ

“นั่นไม่ใช่ประเด็นค่ะ แล้วนี่ใคร” ท้ายประโยคหล่อนปรายสายตาไปทางผู้หญิงที่นั่งฝั่งตรงกันข้ามอย่างไม่ค่อยสบอารมณ์ โต๊ะใกล้เคียงหันมามองด้วยความสนใจแต่เธอหาได้สะทกสะท้าน โดยปกติแล้วผู้หญิงที่วีนแฟนก็ไม่สนใจอะไรทั้งนั้น เอาอารมณ์โมโหโกธราเข้าสู้ ถ้าเธอจะหลอกคนอื่นได้มันก็ต้องแนบเนียนเสมือนว่าหึงเขาจริงๆ “พี่บอกว่าจะออกมาทำธุระกับเพื่อน นี่เหรอธุระของพี่ นี่เหรอเพื่อนที่ว่า”

เขาอ้ำอึ้ง “เอ่อ”

“สรุปว่าใครคะ”

เขาโอดครวญ “ชื่น”

“พี่-ตง”

มือหนาถูกยกขึ้นมาเสยผมจนมันยุ่งไม่เป็นทรง ก่อนหันไปหาเขมจิรา “พี่ไปก่อนนะเข็ม อันนี้ค่าน้ำ” ว่าพร้อมวางธนบัตรสีม่วงลงไปบนโต๊ะหนึ่งใบ ก่อนร่างสูงจะผุดตัวลุกขึ้นยืนพลางคว้าข้อมือบางของสาวผมสั้นมาจับไว้

ทว่าชื่นพธูสะบัดออกอย่างไม่สบอารมณ์ “เข็ม? แฟนเก่าพี่อะนะ นี่พี่มาเจอแฟนเก่าเหรอ”

“มันไม่ใช่อย่างที่หนูคิด”

คนหัวร้อนกระแทกลมหายใจออกราวคับแน่นอยู่ในอกเสียเต็มประดา ก่อนคว้าธนบัตรที่ไตรทศเป็นคนส่งให้อีกฝ่ายมาถือไว้ “นัดแฟนคนอื่นมาเจอแล้วก็ออกเองสิ” แล้วตวัดสายตาขุ่นเคืองไปทางผู้ชำนาญการหนุ่ม “กลับบ้าน!”

สิ้นประกาศิตของคนตัวเล็กที่แฝงไปด้วยโทสะ ไตรทศก็เดินตามเธอต้อยๆ ออกไปจากร้านโดยไม่มีปากมีเสียง แม้จะมีเสียงเรียกดังไล่หลังมาจากเขมจิราเขาก็ไม่คิดจะหันไปมอง

กระทั่งคนทั้งสองเดินออกมาไกลสายตาของแฟนเก่าเจ้าปัญหา ถึงได้หยุดฝีเท้าลงแล้วหันไปมองหน้ากัน

เธอปั้นหน้าตึง เขาแสร้งทำหน้าสลด สองสายตาสบกันนิ่งๆ อยู่ครู่หนึ่งแต่แล้วก็หลุดหัวเราะออกมาพร้อมกัน

ไตรทศเจอชื่นพธูครั้งแรกที่งานแต่งงานของเจ้านาย หล่อนมาในฐานะแขกของฝ่ายเจ้าสาว เป็นคนช่างจ้อที่แลดูสดใสร่าเริงคนหนึ่ง ยังจำได้ดีว่าวันนั้นเธอพูดอะไรกับเพื่อนสนิท

‘อยากแต่งงานบ้างจัง ทำไมไม่มีผู้ชายรูปหล่อพ่อรวยมาหลงเสน่ห์ฉันบ้าง’

เพื่อนเธอว่า ‘เธอมีเสน่ห์ให้คนอื่นหลงตั้งแต่เมื่อไรกันปาทู’

เขาที่ได้ยินถึงกับหลุดหัวเราะออกมา

เรื่องนั้นไม่ได้สลักสำคัญ ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมถึงจำได้ละเอียดนัก

เขาได้สบตากับเธอครั้งแรกหลังเสียมารยาทขำคำพูดของสองเพื่อนซี้ เหมือนที่กำลังสบตาเธออยู่ ณ เวลานี้ จะต่างก็ตรงตอนนั้นชื่นพธูผมยาวแต่ตอนนี้ผมสั้นแล้ว ต่างตรงที่ตอนนั้นแค่มองหน้าพร้อมรอยยิ้มบางๆ ก่อนแยกกันไปทางใครทางมัน แต่ที่ไม่ต่างเลยคือความรู้สึกเอ็นดูคนตรงหน้า

“ขอบคุณมากนะครับหนูชื่นที่อุตส่าห์มาช่วยพี่”

หญิงสาวรู้สึกจั๊กจี้อยู่ในใจที่อีกฝ่ายเอาแต่เรียกขานกันว่าหนู ไปจนถึงหนูชื่น ทว่าก็ไม่ได้เอ่ยอะไรในประเด็นนี้

ชื่นพธูสำรวมกว่าเดิม เธอหยุดเสียงหัวเราะไว้เพียงเท่านั้น “ไม่เป็นไรค่ะ เพราะเราไม่ใช่คนแปลกหน้าต่อกันหนูเลยคิดว่าการช่วยพี่ก็ไม่ใช่เรื่องเหนือบ่ากว่าแรง” เอ่ยพร้อมส่งเงินในมือคืนแก่เจ้าของ “ของพี่ค่ะ หนูเผลอหยิบมาเพราะอินบทบาทไปหน่อย เพราะไม่รู้ว่าสถานการณ์เป็นยังไงก็เลยมาเวย์ขี้หึง ซึ่งหนูก็คิดอะไรไม่ออกแล้วจริงๆ ค่ะว่า ณ ตอนนั้นจะเข้าหาพี่กับแฟนเก่ายังไงให้แนบเนียนที่สุด หวังว่าที่ทำไปมันจะได้ผลนะคะ”

“ได้ผลครับ หนูทำได้ดีเลย” นัยน์ตาคมหลุบลงต่ำ “อันนี้พี่ให้ ถือว่าเป็นค่าเสียเวลา และในอนาคตพี่จะตอบแทนที่เป็นคนดึงหนูเข้ามาในเรื่องยุ่งเหยิงของตัวเอง ขอโทษจริงๆ นะครับ”

“ไม่เป็นไรหรอกค่ะ ถ้าหนูไม่เต็มใจช่วยหนูคงไม่ตกปากรับคำทำแต่แรก เพราะงั้นห้าร้อยนี่ถือว่าเป็นค่าตัวนักแสดงแล้วกัน ขอไม่เกรงใจนะคะ” หล่อนยิ้มกว้างจนเห็นลักยิ้มที่สองแก้มนวล “หนูขอตัวก่อนนะคะ เพื่อนน่าจะรอนานแล้ว”

“อ้อ ถ้าอย่างนั้นไว้เจอกันครับ โชคดีนะครับ”

เจ้าหล่อนทำท่าตะเบ๊ะพร้อมพูดไปเรื่อยตามประสาคนช่างจ้อ “รับทราบค่ะคุณป๋าห้าร้อย!” ว่าแล้วก็หัวเราะน้อยๆ ก่อนหันหลังเดินออกไปจากบริเวณนี้

ทิ้งให้ ‘ป๋า’ มองตามด้วยรอยยิ้มบางๆ ที่ผุดขึ้นบนกรอบหน้าคมเข้ม

คุณอาจจะชอบ

หน้าปกนวนิยาย เพราะคืนนั้น รักพันธนาการหัวใจ
8.1
โชคชะตาเริ่มต้นขึ้นในคืนที่แสนวุ่นวาย เมื่อนัทธนิษฐ์ นักธุรกิจสาวชาวไทยวัยสามสิบที่มุ่งมั่นผลักดันแบรนด์เครื่องสำอางสู่ระดับสากล กลับพลาดพลั้งมีความสัมพันธ์ชั่วข้ามคืนกับซู่เหลียงฉี นักธุรกิจหนุ่มผู้เป็นคู่แข่งคนสำคัญในสนามการค้า ความสัมพันธ์ที่ไม่ได้ตั้งใจในครั้งนี้กลายเป็นพันธนาการที่ผูกมัดใจเธอไว้จนยากจะลืมเลือน เธอต้องเผชิญกับความรู้สึกที่สับสน ขณะที่เขายังคงเป็นปริศนาว่าคิดอย่างไรกับเรื่องที่เกิดขึ้น พวกเขาจะจัดการกับความรักที่มาพร้อมกับความขัดแย้งนี้ได้หรือไม่
หน้าปกนวนิยาย เพลิงพิศวาสจอมเถื่อน (ซีรีย์ชุดจอมใจจอมบงการรัก)
8.4
รินรดาตกอยู่ในพันธนาการของพิชญะ เจ้าของไร่ผู้ทรงอิทธิพลเพื่อชดใช้หนี้สินให้บิดา เขาบีบบังคับให้เธอเชื่อฟังแลกกับรางวัลที่น่าพึงพอใจ ทว่าหญิงสาวกลับโต้กลับด้วยการตบหน้าเมื่อเขาจู่โจมด้วยรอยจูบที่ป่าเถื่อน แม้เธอจะยอมทำงานหนักเพื่อล้างหนี้ แต่รินรดาก็ประกาศกร้าวว่าจะรักษาศักดิ์ศรีของตนไว้ให้ได้ การปะทะกันอย่างดุเดือดระหว่างคนทั้งคู่จึงกลายเป็นจุดเริ่มต้นของเกมหัวใจอันร้อนแรง ที่หากใครพลาดพลั้งเพียงนิดเดียวก็อาจถูกเพลิงแห่งความปรารถนาแผดเผาจนยากจะถอนตัว
หน้าปกนวนิยาย อัคคีธารา
8.8
มินรญาสาวสวยทรงเสน่ห์เอ่ยปากท้าทายภูวนนท์ด้วยความมั่นใจว่าเขากำลังหลงรักเธอ แต่ชายหนุ่มกลับตอบโต้ด้วยถ้อยคำดูถูกทว่าปฏิกิริยาทางกายกลับสวนทางกับคำพูด เมื่อความเสียใจจากการสูญเสียคนรักผสมโรงกับฤทธิ์สุรา เปลี่ยนภูวนนท์ที่เคยเย็นชาราวสายน้ำให้กลายเป็นเปลวเพลิงที่พร้อมแผดเผา มินรญาที่เล่นกับไฟจึงถูกดึงเข้าสู่อ้อมกอดแข็งแกร่ง เขาตัดสินใจระบายความแค้นและควาเจ็บปวดทั้งหมดลงที่ริมฝีปากของเธอเพื่อเป็นตัวแทนของใครอีกคนที่ไม่สามารถเรียกร้องอะไรได้อีก
หน้าปกนวนิยาย ใต้เงาจอมมาร
9.1
เซร์คิโอ คุณานันท์ อะลอนโซ มหาเศรษฐีผู้โหดเหี้ยมดั่งจอมมาร ต้องมาเกี่ยวพันกับแก้วกัลยา หญิงสาวผู้งดงามแต่ไร้ทางเลือกจนต้องยอมแต่งงานกับเขา ท่ามกลางเกมเล่ห์เหลี่ยมที่ทั้งคู่ต่างฟาดฟันเพื่อเป้าหมายของตน แก้วกัลยาพยายามใช้เสน่ห์เย้ายวนเข้าแลกเพื่อทำตามแผนที่วางไว้ แม้จะถูกดูถูกเหยียดหยามอย่างรุนแรงจากชายหนุ่มที่ไม่เคยเห็นเธอในสายตา ทว่าภายใต้ความขัดแย้งและอารมณ์อันดุเดือด แรงดึงดูดมหาศาลกลับเริ่มก่อตัวขึ้นจนยากจะต้านทานในความสัมพันธ์ที่เต็มไปด้วยความเจ็บปวดนี้
หน้าปกนวนิยาย รักเก่าของฉัน รักใหม่ของเขา
7.8
ชีวิตของหยกต้องพบกับความโหดร้ายเมื่อก้าวสู่สังคมคนรวยที่มีอำนาจล้นฟ้า เธอตกเป็นเป้าหมายการคุกคามจากบรรดาผู้มีอิทธิพลที่จองหอง รอยยิ้มของพวกเขาล้วนเคลือบแฝงด้วยเจตนาร้ายที่ไม่บริสุทธิ์ สถานการณ์เลวร้ายถึงขีดสุดเมื่อเธอถูกเหวี่ยงลงบนโซฟาอย่างไม่ไยดี การถูกบังคับให้เผชิญความใกล้ชิดจากบุคคลน่ารังเกียจที่คืบคลานเข้ามาหา สร้างความขยะแขยงและสะอิดสะเอียนในจิตใจของเธออย่างล้นเหลือ หยกต้องทนทุกข์ภายใต้บรรยากาศอันกดดันจากกลุ่มคนใจดำที่ไร้ความเมตตา
หน้าปกนวนิยาย สะใภ้สุดขั้ว แม่ผัวสุดขอบ
9.4
ภัทรียา นักมวยสาวผู้แบกภาระค่ายมวยและหนี้สินมหาศาลจากพ่อที่จากไป ยอมตกลงทำสัญญาวิวาห์กำมะลอกับธัชธรรม มหาเศรษฐีหนุ่มที่ต้องการหนีการคลุมถุงชน แม้ต้องเผชิญหน้ากับการดูถูกเหยียดหยามจากแม่สามีและน้องสาวผู้เย่อหยิ่ง แต่นักมวยสาวหมัดหนักอย่างเธอไม่มีวันยอมแพ้ ท่ามกลางสงครามประสาทในบ้านหลังใหญ่ ความใกล้ชิดจากการจดทะเบียนและใช้ชีวิตร่วมกันเริ่มเปลี่ยนความสัมพันธ์จอมปลอมให้กลายเป็นความผูกพันที่ธัชธรรมหวังจะเปลี่ยนให้เป็นรักแท้ตลอดไป