
ยิ่งกว่าหลงคุณ
ตอน 3
ที่ผ่านมาชื่นพธูแทบจะไม่มีความลับกับกัทลี บางเรื่องเพื่อนไม่ได้ถามหรือมีท่าทีอยากรู้ เธอก็ยังใจดีเล่าให้ฟังหมดเปลือกเพราะเป็นพวกปากไม่มีหูรูด ไหนยังพูดเป็นต่อยหอย ทว่ากับเรื่องเมื่อวานเธอไม่ได้ปริปากบอกอะไรกับอีกฝ่ายมากนัก แค่ตอบเลี่ยงๆ ว่าธุระ
ด้านกัทลีก็ไม่ใช่พวกชอบเซ้าซี้ เรื่องนี้ถือเป็นอันจบลง
แต่แล้วเธอกลับคิดไม่ตกว่าเพราะเหตุใดถึงต้องทำตัวมีลับลมคมในกับเพื่อนสนิท ทำไมเธอถึงไม่ยอมพูดออกมาว่าไปแกล้งๆ เป็นแฟนให้ไตรทศเพื่อสลัดแฟนเก่าออกให้พ้นทาง
เสียงกระดิ่งหน้าร้านดังขึ้นเพื่อปลุกให้บาริสต้าสาวผินหน้าไปมอง หล่อนฉีกยิ้มกว้าง พนมมือแนบอก “สวัสดีค่ะพี่ใหญ่”
“หวัดดี เปิดร้านเรียบร้อยแล้วใช่ไหม”
“เรียบร้อยแล้วค่ะ พี่พายมาส่งขนมแล้วด้วย หนูจัดการทุกอย่างไม่มีขาดตกบกพร่อง พี่เช็กได้เลย”
เจ้าของร้านยิ้มรับก่อนสืบเท้าเดินเข้าไปในส่วนของเคาน์เตอร์ คว้าเสื้อกันเปื้อนมาสวมก่อนล้างไม้ล้างมือเพื่อทำงานของตน ตั้งแต่อัปสราลาคลอดเขาก็ไม่เคยทิ้งร้านให้ชื่นพธูดูแลคนเดียว คอยเข้ามาช่วยดูแลอยู่ทุกวี่วัน เว้นแค่วันที่มีธุระจริงๆ แต่พนักงานใหม่ของร้านก็สามารถดูแลได้ทุกอย่าง
เธอเก่งไม่ต่างจากอัปสรา จึงเป็นที่ไว้วางใจของเจ้าของร้าน
“กินข้าวยัง” เสียงทุ้มเอ่ยขณะจัดระเบียบเสื้อกันเปื้อนให้เข้าที่เข้าทาง ไม่รอให้คู่สนทนาตอบเขาก็บุ้ยหน้าไปทางโต๊ะที่อยู่ใกล้ๆ กับเคาน์เตอร์ ซึ่งเป็นโต๊ะประจำของพนักงานในร้านที่จะมานั่งพักเหนื่อยรวมไปถึงทานข้าว “พี่ซื้อข้าวกล่องมาฝาก ถ้าหิวก็ไปกินได้”
“ขอบคุณค่ะ แต่เดี๋ยวค่อยกินตอนเที่ยงดีกว่า”
หนุ่มตี๋พยักหน้ารับรู้ ระหว่างที่ไม่มีลูกค้าก็คว้าสมาร์ตโฟนมาเล่นฆ่าเวลา เขาว่า “อีกไม่กี่วันน้องเชยก็น่าจะคลอดแล้ว”
“เมื่อไม่กี่วันก่อนหนูก็เพิ่งทักไปคุย คุณแม่บ่นอึดอัดท้องใหญ่เลย ก็เก้าเดือนแล้วนิเนอะ”
“ยังไม่รู้เลยว่าจะซื้ออะไรรับขวัญหลานสาว”
“หนูก็ยังไม่ได้ซื้อ ไว้คลอดแล้วค่อยไปซื้อพร้อมกับยายเกี๊ยะ”
“เออ พี่ก็คงทำงั้น”
เจ้าหล่อนยังคงเอ่ยต่ออย่างชวนคุย “ถ้าหนูมีลูกก็อยากมีลูกสาวเหมือนกัน พี่ล่ะ”
นัยน์ตาเรียวเล็กละจากหน้าจอมือถือไปมองหญิงสาวข้างกาย ก่อนดึงใบหน้ากลับมาทางเดิม “ชายสิ”
เขาอยู่ในครอบครัวที่ให้ค่าลูกชายมากกว่าลูกสาว ถ้ามีลูกก็อยากมีลูกชาย อาม่าอากงรวมถึงป๊าม้าคงจะรักน่าดู
“อ้อ” มือบางถูกยกขึ้นลูบท้ายทอยแก้เก้อ เดจาวูจริงๆ ไม่ต่างอะไรกับเมื่อตอนงานแต่งของพินรีเลยสักนิด ความต้องการของเขาและเธอไม่เคยจะตรงกันสักเรื่อง
เธออยากแต่ง เขาไม่อยากแต่ง
เสียงเข้มดังมาอีกหน “ได้รับช่อดอกไม้จากเจ้าสาวถึงกับคิดเรื่องมีลูกเลยเหรอ”
คนถูกแซวอมยิ้มน้อยๆ “ก็คิดเผื่อไว้ค่ะ ไม่เสียหาย”
“นักวางแผน แต่แฟนยังหาไม่ได้เลยคุณปาทู”
เจ้าหล่อนแกล้งเท้าเอวมองนายจ้างอย่างคาดโทษ “เดี๋ยวก็หาได้ค่ะ สวยๆ แบบหนูใครๆ ก็ชอบ ใครไม่ชอบถือว่าตาไม่ถึง”
ความสัมพันธ์ระหว่างเจ้านายและลูกน้องของเธอกับชยินนั้นเหมือนพี่น้องที่สามารถคุยเล่นกันได้ ด้วยเธอเป็นพวกคุยเก่งและเจ้าของร้านไม่ค่อยถือตัว
“แล้วทำไมมันมีแต่คนตาไม่ถึงล่ะ”
นั่นสิ ทำไมกันนะ ทำไมอยู่ใกล้แค่นี้แต่เขากลับมองไม่เห็นเธอ
“ทำเป็นพูดไปเถอะ”
ชยินเก็บมือถือลงในกระเป๋ากางเกง เอ่ยปากแกล้งลูกน้องในปกครองต่อ “ดูทำหน้าเหมือนเด็กถูกขัดใจ แล้วไปตัดผมสั้นเท่าติ่งหูแบบนั้นอีก ป.ไหนแล้วลูก ผู้ปกครองมารับยังเอ่ย”
ชื่นพธูหน้ามุ่ยกว่าเดิม “พี่-ใหญ่”
“เรียกลุงเถอะครับเด็กป.สอง ลุงมันเข้าเลขสามแล้ว”
บาริสต้าสาวกระเง้ากระงอดปั้นหน้าง้ำงอที่ถูกแหย่โดยเจ้านาย แต่ก็ทำอะไรไม่ได้นอกจากฮึดฮัดใส่ไปตามประสา ทว่าเสียงกริ่งที่ดังขึ้นจากหน้าร้านก็เรียกสายตาคนทั้งสองให้หันไปมองพร้อมกัน
ลูกค้าที่อยู่ในครรลองจักษุล้วนแล้วแต่เป็นคนที่ทั้งคู่รู้จักเป็นอย่างดี
เจ้าของร้านเป็นฝ่ายเอ่ยอย่างเป็นมิตรยามคนทั้งสามก้าวเข้ามาภายในร้าน “ไอ้เราก็นึกว่าจะไม่ได้เห็นคุณน้องรักมาที่ร้านอีกแล้ว” ก่อนหันไปทางสองหนุ่มเพื่อนซี้ที่แม้จะไม่ค่อยได้คุยแต่ก็รู้จักมักคุ้นอยู่พอสมควร “สวัสดีครับคุณเมือง คุณตง”
ผู้ชำนาญการทั้งสองค้อมศีรษะแล้วเอ่ยทักทายเจ้าของร้านอย่างมีมารยาท โดยที่หนึ่งในนั้นได้ปรายสายตามาทางบาริสต้าตัวน้อยเจ้าของผมสั้นระลำคอ ริมฝีปากหยักบิดเป็นเส้นโค้ง เจ้าหล่อนจึงส่งยิ้มกลับไปให้อีกฝ่ายด้วยความเป็นมิตร
สองหนุ่มปลีกตัวไปนั่งยังโต๊ะที่อยู่มุมในสุด เว้นก็แต่สดายุที่ยังยืนอยู่หน้าเคาน์เตอร์
“วันนี้มีงานแค่ช่วงเช้าน่ะครับ คนอื่นๆ ก็กลับคอนโดฯ กันหมดแต่รู้สึกหิวน้ำเลยชวนพวกเฮียมาอุดหนุนร้านพี่ใหญ่”
นับตั้งแต่เมียเจ้านายลาคลอด สดายุที่อยู่ในตำแหน่งผู้ช่วยแผนกเบ็ดเตล็ดก็ได้ฤกษ์กลับไปทำงานกับท่านสส. โดยประจำตำแหน่งขับรถให้แก่ผู้ชำนาญการทั้งสอง ด้วยเหตุนั้นเขาจึงไม่ได้แวะมาที่ชาเฮาส์อีกเลย จนวันนี้ที่นึกครึ้มอยากดื่มกาแฟที่นี่ถึงได้เอ่ยปากชวนพี่ชายทั้งสอง
“ขอบใจมาก”
ชื่นพธูหาจังหวะโพล่งขึ้นกลางปล้อง “พี่ยี่จะกินอะไรคะ เอสเปรสโซ่เหมือนเดิมไหม”
“อาฮะ ของพี่กับเฮียเมืองเป็นเอสเปรสโซ่ ส่วนเฮียตงวันนี้เห็นว่าอยากดื่มอะไรที่มันชื่นใจเลยเอาชามะนาวน่ะ”
“โอเคค่ะ”
“เดี๋ยวพี่ชงกาแฟเอง เราไปชงชา” ผู้เป็นลูกน้องพยักหน้ารับคำ ระหว่างชงเอสเปรสโซ่เข้มๆ ให้พวกหนุ่มๆ คนที่มีเชื้อจีนไหลเวียนในเส้นเลือดก็เอ่ยอย่างชวนคุย “พี่สะใภ้เราเป็นไงบ้างนะยี่ ดีขึ้นหรือยัง”
“ดีขึ้นมากแล้วครับ ไม่ค่อยมีอาการแพ้ท้องอะไรแล้วแต่ก็ยังไม่หายขาด น่าจะเดือนหน้าเลยมั้งกว่าเฮียสี่จะเลิกไปกลับกรุงเทพฯ - ปราจีนทุกสัปดาห์แบบนี้” ตอนนี้พี่ชายของเขาก็อยู่ที่บ้านเกิดของภรรยาที่หลังจากแพ้ท้องหนักจึงขอกลับไปอยู่ที่บ้าน เป็นเหตุให้คุณผู้เชี่ยวชาญต้องไปๆ มาๆ ทุกสัปดาห์เพื่อที่จะได้อยู่ดูแลเมียรัก และจะมาทำงานที่เมืองหลวงในเช้าตรู่ของวันจันทร์
หนุ่มตี๋ฟังไปยิ้มไป “ดีแล้ว ขอให้หายไวๆ”
“พี่พิเคยเล่าให้ฟังว่าอยากมีลูกสักสองคน แต่เป็นแบบนี้พ่อเขาจะยอมมีคนที่สองหรือเปล่าคะ”
คนฟังยิ้มเจื่อน “นั่นสิ เฮียสี่มันเครียดมากเลยที่น้องพิเป็นแบบนั้น บ่นลูกทุกวันว่าชอบแกล้งแม่”
“นั่นไง มีหวังพี่พิได้มีลูกคนเดียวแหงๆ เลยค่ะ”
บทสนทนาของทั้งสามยังไหลลื่นเพราะค่อนข้างสนิทด้วยใกล้ชิดกันมาพักใหญ่
หลังบาริสต้าสาวพูดจบเจ้าของร้านก็ว่าต่อ “เรื่องแพ้ท้องนี่มันปัจเจกบุคคลมากเลยนะ ในขณะที่น้องเชยท้องแล้วยังไงก็ไม่ยอมลางาน สส. เขาก็อยากให้อยู่เฉยๆ แต่รายนั้นฟังใครที่ไหนล่ะ นี่ถ้าไม่เข้าเดือนสุดท้ายก็ไม่ยอมลาหรอก แต่พิกลับแพ้ท้องจนกินอะไรแทบไม่ได้ เหมือนเสี่ยงดวงเลย”
สดายุพยักหน้าเป็นเชิงเห็นด้วย “แล้วเมื่อกี้คุยอะไรกันอยู่ครับ น้องชื่นทำหน้างออย่างกับปลาทูแม่กลอง”
คนอายุมากที่สุดในวงสนทนานี้หัวเราะเบาๆ อย่างนึกขบขัน “แกล้งไปเรื่อย ก็ดูเด็กนี่ไปตัดผมมาสิ เหมือนเด็กป.สองไหมล่ะ”
เสียงหวานแหวกอากาศขึ้นมา “พอเลย ป.สองอะไรจะสาวสะพรั่งแบบนี้คะ”
“งั้นป.สามก็ได้”
“เหอะ พี่นี่จริงๆ เลย”
ชามะนาวชงเสร็จได้ที่แล้ว ชื่นพธูจึงไม่ต่อล้อต่อเถียงอะไรกับคนขี้แกล้ง
เธอหันไปยิงคำถามใส่ลูกค้าร่างสูง “รับขนมเพิ่มไหมคะ”
“ของพี่เอาแต่กาแฟ ส่วนพวกเฮียเขาเราลองไปถามเองแล้วกัน เผื่อเขากิน”
“โอเคค่ะ”
บาริสต้าคนสวยจึงเดินไปเสิร์ฟเครื่องดื่มยังโต๊ะมุมในสุดของร้าน เจ้าหล่อนมีรอยยิ้มบางๆ เปื้อนอยู่บนกรอบหน้านวลสวยอยู่ตลอดเวลา กระทั่งเดินมาถึงที่หมาย ความกว้างของรอยยิ้มจึงเพิ่มขึ้นจนเห็นลักยิ้มที่บุ๋มลงไปในสองแก้มนุ่มนิ่ม
“ชามะนาวของพี่ตงค่ะ ส่วนเอสเปรสโซ่ของคุณเมืองรอสักครู่นะคะ”
ไมยราพยังคงตีสีหน้าเรียบสนิท เขาพยักหน้าขึ้นลงเพื่อสื่อว่ารับรู้
สาวผมสั้นหันไปทางเจ้าของแก้วชามะนาว “รับขนมเพิ่มไหมคะ”
เขามองเธอด้วยสายตาที่ยากจะคาดเดา ก่อนหยั่งเชิง “อร่อยไหมครับ”
“อร่อยค่ะ” เธอตอบทันควันแล้วว่ายิ้มๆ “แต่ถามหนูที่เป็นคนขายหนูก็ต้องบอกว่าอร่อยอยู่แล้วสิคะ ถ้าตอบว่าไม่อร่อยมันจะขายไม่ออกเอาน่ะสิ”
ไตรทศยิ้มรับ “ถ้าอย่างนั้นพี่เอาหนึ่งชิ้นครับ”
ชื่นพธูจึงแนะนำเบเกอรี่ขึ้นชื่อของทางร้านให้ลูกค้าได้เลือก แล้วจึงเอ่ยถาม “รับเป็นอะไรดีคะ”
“อะไรก็ได้ที่หนูชื่นคิดว่าอร่อย พี่กินง่ายอยู่ง่ายครับ”
คุณอาจจะชอบ





