ติดตาม
ตอน
แชร์
หน้าปกนวนิยาย วิญญาณพาวุ่น

วิญญาณพาวุ่น

เจียอีคือหญิงสาวชาวไร่ผู้โด่งดังในโลกโซเชียลจากการนำเสนอวิถีชีวิตชนบทที่แสนสงบผ่านการทำเกษตรและปรุงอาหารพื้นบ้านจนมีผู้ติดตามนับล้าน ทว่าโชคชะตากลับพลิกผันเมื่อเธอประสบอุบัติเหตุพลัดตกเขาขณะกำลังถ่ายทำคอนเทนต์หาของป่าในพื้นที่ห่างไกล เหตุการณ์ครั้งนี้ส่งผลให้ดวงวิญญาณของเธอหลุดลอยข้ามมิติย้อนเวลากลับไปสู่ยุคโบราณอย่างไม่คาดฝัน กลายเป็นจุดเริ่มต้นของการผจญภัยครั้งใหม่ในดินแดนที่เธอไม่คุ้นเคยพร้อมกับความวุ่นวายที่กำลังจะตามมา
ตอน
แชร์

ตอน 2

ร่างเดิมเป็นเด็กสาววัยเพียงสิบสี่หนาวเท่านั้นต่างจากเธอที่อายุยี่สิบห้าแล้ว ชื่อเจียอีเช่นเดียวกับเธอ ก่อนที่หลันเจียอีจะหมดสติเช่นนี้ เพราะนางขึ้นเขาไปหาอาหารให้มารดาและน้องชายเช่นทุกครั้ง เป็นเพราะท่านย่าของนางไม่ยอมแบ่งอาหารให้กับทั้งสามคน

เพราะมารดาต้องกินยาทุกสองสามวัน น้องชายก็ต้องคอยทำงานในเรือนท่านย่า นางที่ทำงานบ้านเสร็จแล้วก็ขึ้นเขาหวังว่าจะมีหัวมันสักหัวสองหัวมาให้มารดาและน้องชายได้กิน ตอนที่นางพบต้นมันสำปะหลังด้วยความดีใจก็รีบวิ่งเข้าไปหวังจะขุดให้ได้มากขึ้น (กลัวคนอื่นมาแย่ง)

ขาของนางสะดุดรากไม้ทำให้นางที่วิ่งมาด้วยความเร็วล้มลงหัวกระแทกกับต้นไม้ใหญ่เข้า กว่าน้องชายจะไปตามหาเพราะเห็นว่านางออกมานานเกินไปก็หลายชั่วยามแล้ว ทำให้วิญญาณของนางหลุดลอยไปกลายเป็นเจียอีต่างภพเข้ามาแทน

เจียอีได้แต่ปลงตกอยู่ในใจ เหตุใดหวยถึงมาออกที่ตัวนาง อ่านนิยายมาก็มากแต่ไม่คิดว่าที่นางต้องข้ามภพมาเช่นนี้เป็นเรื่องดี เพราะชีวิตของนางกำลังไปได้สวยกับเส้นทางที่นางได้ทำ แล้วมาอยู่ในร่างของเด็กน้อยที่แม้แต่ข้าวบ้านท่านย่ายังไม่ให้กิน นางต้องใช้ชีวิตเช่นใด

“พี่สาว พี่สาว” เสียงเด็กสาวเรียกเธออยู่ที่ข้างหู

‘เด็กที่ไหนอีกล่ะเนี้ย’ เจียอีคิดในใจ แต่เหมือนเด็กสาวคนนั้นจะรับรู้ความคิดของเธอ

“พี่สาว ข้าหลันเจียอีเจ้าค่ะ ข้าต้องไปแล้วฝากท่านดูแลท่านแม่กับเสียนเอร์แทนข้าด้วย พี่สาวท่านใช้ชีวิตแทนข้าด้วยนะเจ้าคะ” เธออยากจะตะโกนบอกว่า ไม่ได้ ใจแทบขาดแต่ทำอันใดไม่ได้ เพราะเสียงเด็กสาวคนนั้นได้หายไปแล้ว

เจียอีนอนนึกถึงคุณตาคุณยายของเธอ ตอนนี้พวกท่านจะเป็นเช่นใด จะทำใจเรื่องที่เกิดขึ้นได้หรือไม่ หากคุณยายเสียใจจนล้มป่วยไปจะเป็นเช่นไร เรื่องต่างๆ พาให้ใจของเธอเจ็บปวดจนน้ำตาไหลออกมา

ลู่เสียนที่เห็นเช่นนั้นก็รีบเช็ดน้ำตาให้พี่สาว และวิ่งออกไปตามมารดาที่ยังนั่งขอความเมตตาจากท่านย่ามมาดูเจียอี

“อีเออร์อดทนไว้นะลูก แม่จะขอยืมเงินชาวบ้านพาหมอมารักษาลูกให้ได้” นางร้องไห้สะอื้นตัวโยนเมื่อเห็นน้ำตาที่ไหลออกมาของบุตรสาว

เจียอีที่ได้ยินเสียงร้องไห้ของสตรีที่ร้องไห้ข้างหูของนางอยู่ก็อดที่จะสงสารไม่ได้ หากนางได้รู้ความจริงว่าบุตรสาวของตนได้จากไปแล้ว และคนที่อยู่ตอนนี้เป็นคนอื่นนางจะเสียใจมากเพียงใด

เจียอีจึงพยายามลืมตาขึ้นมาอีกครั้งก็พบสตรีที่งดงามแม้จะผ่านการทำงานหนักจนผ่ายผอมลง ใบหน้าของนางมีน้ำตานองหน้าไปหมดกับเด็กชายที่จับมือของเจียอีไว้ ถึงน้ำตาไม่ได้ไหลรินแต่ก็แดงเสียจนดูน่าสงสาร

“อีเออร์เจ้าฟื้นแล้ว เป็นเช่นใดบ้างลูก” นางยิ้มด้วยความดีใจ

“ท่านแม่ เสียนเออร์” นางเรียกทั้งคู่ จากความทรงจำของร่างเดิม

“ท่านพี่ ท่านฟื้นแล้ว หิวหรือไม่ ข้าเก็บมันเผาไหวให้ท่าน” ลู่เสียนรีบลุกไปนำหัวมันเผามาปอกส่งให้นาง

เจียอีก็หิวจริงๆ นั่นแหละ นางไม่รู้ว่าร่างนี้อดอาหารมานานเพียงใด นางรู้ว่าตอนนี้ต้องการน้ำ อาหารด่วนที่สุด ไม่เช่นนั้นนางคงได้ตายอีกรอบจริงๆ จึงอ้าปากรับมันเผาที่ลู่เสียนป้อนให้ถึงปากค่อยๆ กัดกินให้ละเอียดแล้วกลืนลงไป

ลู่เสียนก็ช่างแสนดีคอยป้อนมันเผา ป้อนน้ำเช็ดปากให้นางอย่างไม่รังเกียจเมื่อเห็นว่านางที่กินไปครึ่งหัวแล้วกินต่อไม่ไหว ลู่เสียนจึงกินส่วนที่เหลือลงไปเหลือเอง

เจียอีบอกสองแม่ลูกแล้วถอนหายใจ เพราะบิดาต้องไปออกรบ ทั้งสามถึงได้มีชีวิตลำบากเช่นนี้ บิดาไปเพียงสองเดือนเท่านั้น ท่านย่าก็แทบอยากจะไล่ทั้งสามออกจากเรือนเสียทุกวัน หากบิดาไปนานหลายปีทั้งหมดคงได้อดตายในเร็ววันเป็นแน่

เมื่อเห็นว่าต้องใช้ชีวิตในร่างนี้แล้ว เจียอีกล่าวกล่าวขึ้นในใจกับหลันเจียอีเจ้าของร่างว่า นางจะดูแลให้ทุกคนมีชีวิตที่ดีขึ้น แต่ตอนนี้ต้องหาทางออกจากบ้านท่านย่าใจร้ายเสียก่อน หากอยู่ต่อไปก็ไม่รู้ว่าจะมีชีวิตที่ดีเช่นที่นางหวังได้หรือไม่

สามวันที่เจียอีต้องนอนพักฟื้นอยู่แต่บนที่นอน นอกจากน้ำข้าวที่นางได้กินแล้วก็ไม่มีอย่างอื่นอีกเลย อ้อมีเสียงด่าของท่านย่าใจร้ายอยู่ตลอดเวลาอีกด้วย หากยังเป็นเช่นนี้นางคงได้ตายสมใจที่ท่านย่าแช่งอยู่ทุกวันแน่

เมื่อร่างกายเริ่มมีแรงเจียอีจึงลุกขึ้นเดินสำรวจรอบๆ บ้าน ตัวเรือนที่นางพักอยู่แยกออกมาจากเรือนหลักของท่านปู่ท่านย่า ภายในเรือนมีสองห้อง ห้องบิดามารดาหนึ่งห้องและห้องของนางกับลู่เสียนหนึ่งห้อง เพราะนางเริ่มจะเป็นสาวแล้วช่วงหลังลู่เสียนจึงต้องไปนอนที่กลางบ้านแทน มารดานำผ้ามากั้นเป็นที่นอนให้ลู่เสียน แต่เมื่อบิดาไปออกรบนางจึงย้ายไปอยู่ในห้องของมารดาและยกห้องให้ลู่เสียน

บ้านของท่านปู่ท่านย่ามีห้องสามห้องนอน เป็นของลุงใหญ่ป้าสะใภ้ใหญ่หนึ่งห้อง และอาหญิงเล็กหนึ่งห้อง เพราะครอบครัวของลุงใหญ่ทำงานอยู่ในเมืองจึงพาครอบครัวของตนไปอยู่ด้วยกัน ต่อให้มีห้องเหลืออีกห้องก็ไม่ให้ลู่เสียนไปอยู่ ท่านย่าบอกปล่อยให้ว่างเสียยังจะดีกว่าให้บุตรของสตรีไม่มีหัวนอนมาอาศัย

เจียอีเลิกสนใจตัวเรือนหลัก เพราะไม่เกี่ยวกับนางแล้ว นางจึงสนใจเรือนของตนเองต่อ แม้จะเล็กเหมือนรังหนูแต่หลันเจียอีกับลู่เสียนก็ช่วยกันเก็บกวาดเสียจนสะอาด ไม่มีกลิ่นเหม็นอับ แต่บ้านเช่นนี้จะผ่านลมหนาวและพายุหิมะไปได้จริงหรือ

คุณอาจจะชอบ

หน้าปกนวนิยาย อะไรนะ! เจ้าอยากเป็นเซียนอย่างงั้นเหรอ!?
9.6
เสียงตะโกนที่เต็มไปด้วยความโกรธแค้นดังกึกก้องไปทั่วสวรรค์ เมื่อชายหนุ่มผู้หนึ่งตั้งคำถามกับโชคชะตาว่าเหตุใดความปรารถนาที่จะเป็นเซียนของเขาถึงถูกกีดกันอย่างโหดร้าย ท่ามกลางบรรยากาศที่อบอวลไปด้วยจิตสังหารอันรุนแรง เขายืนหยัดอย่างไม่เกรงกลัวขณะแหงนหน้าเผชิญหน้ากับเงาลึกลับทั้งเก้าที่คอยขัดขวางเส้นทางสู่ความเป็นอมตะ การต่อสู้เพื่อพิสูจน์เจตนารมณ์ท่ามกลางอุปสรรคจากเบื้องบนจึงเริ่มต้นขึ้นในมหากาพย์แห่งการล้างแค้นและการฝึกตน
หน้าปกนวนิยาย สองพี่น้องหลังเขาวั้งซานกู่
9.5
ลู่ฉางกัง ทายาทผู้มั่งคั่งที่เคยใช้ชีวิตอย่างเย่อหยิ่งจนสูญเสียสิ่งสำคัญ ได้รับโอกาสครั้งที่สองเมื่อกล่องไม้โบราณนำพาเขาย้อนสู่อดีตในร่างเด็กชายวัยสิบขวบ ณ มิติคู่ขนานแห่งนี้ เขาได้พบกับบุคคลในความทรงจำที่มิอาจลืมเลือน การเดินทางเพื่อแก้ไขความผิดพลาดและปกป้องครอบครัวจึงเริ่มต้นขึ้น แม้เนื้อแท้เขาจะไม่ใช่คนดีเพียบพร้อมและเต็มไปด้วยกิเลส แต่บททดสอบแห่งการเอาตัวรอดจะค่อยๆ ขัดเกลาคุณชายเจ้าอารมณ์ให้รู้จักความหมายของชีวิตและการนำพาคนรักไปสู่ความเจริญรุ่งเรืองอีกครั้ง
หน้าปกนวนิยาย เว่ยซือหง สตรีเหนือชะตา เล่ม 2
8.9
เมื่อภารกิจชำระล้างไอมารสิ้นสุดลงจนผืนดินกลับมาอุดมสมบูรณ์อีกครั้ง เว่ยซือหงจึงพร้อมเริ่มต้นการออกเดินทางผจญภัยที่แท้จริงเสียที เป้าหมายของนางคือการมุ่งหน้าสู่ดินแดนลับที่เต็มไปด้วยอันตรายเพื่อเสาะแสวงหาทรัพยากรล้ำค่า ไม่ว่าจะเป็นสมบัติวิเศษระดับตำนานหรือสมุนไพรหายากที่ไม่มีใครเคยพบเห็น นางตั้งใจที่จะครอบครองและกวาดทุกสรรพสิ่งมาเป็นของตนเองให้ได้ เพื่อพิสูจน์ความแข็งแกร่งในฐานะสตรีผู้กำหนดชะตาชีวิตของตนเองอย่างแท้จริงในโลกกว้าง
หน้าปกนวนิยาย วุ่นรักมนตรา คำสาปบุปผา NC20+
9.1
องค์หญิงโจวเจ้าเว่ยผู้เลอโฉมจากเผ่าบุปผาจำต้องแบกรับคำสาปร้ายที่ว่าหากริรักจะต้องวายชนม์ นางและพี่ชายฝาแฝดจึงออกเดินทางข้ามมิติด้วยขลุ่ยวิเศษเพื่อหาวิธีแก้คำสาปนี้ จนกระทั่งนางต้องเข้าพิธีอภิเษกสมรสทางการเมืองกับฝูจื่อหรง ฮ่องเต้หนุ่มผู้ถูกตราหน้าว่าเป็นเพียงหุ่นเชิด แม้เขาจะมองว่าสตรีเป็นเพียงเครื่องมือสร้างความมั่นคงให้บัลลังก์ แต่เสน่ห์และความลับของเจ้าเว่ยกลับสั่นคลอนหัวใจที่เคยเย็นชา ท่ามกลางไฟปรารถนาที่แผดเผาและความจริงที่ต้องปกปิดเพื่อความอยู่รอดของทั้งสองคน
หน้าปกนวนิยาย บุตรชายตัวน้อยของบัณฑิตจาง 1
8.2
อานนท์ ชายหนุ่มสู้ชีวิตจากบ้านเด็กกำพร้าที่ทำงานหนักจนเสียชีวิต ได้รับโอกาสเกิดใหม่ในร่างของ จางอี้หมิง เด็กน้อยวัย 5 ขวบในครอบครัวบัณฑิตจาง ทว่าโชคชะตาไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ เมื่อครอบครัวของเขาถูกบ้านหลักขับไล่ให้มาตกระกำลำบากในชนบท แม้จะได้มีพ่อแม่และย่าตามที่เคยใฝ่ฝัน แต่ความยากจนข้นแค้นกลับเป็นบททดสอบใหญ่ที่เขาต้องเผชิญ ชีวิตใหม่ครั้งนี้จึงกลายเป็นการต่อสู้ที่หนักหนายิ่งกว่าชาติก่อน เพื่อรักษาความอบอุ่นของครอบครัวที่เขาเพิ่งได้รับมาให้คงอยู่ตลอดไป
หน้าปกนวนิยาย อาเฟย
8.8
อาเฟยคือเด็กกำพร้าที่ถูกทิ้งไว้กลางพงหญ้าตั้งแต่เกิด แม้โชคดีมีชาวบ้านช่วยชีวิตไว้ แต่สุดท้ายเขากลับถูกขายเข้าจวนชินอ๋องด้วยราคาเพียงยี่สิบตำลึงเงิน ท่ามกลางชีวิตที่ต้องดิ้นรน อาเฟยตั้งปณิธานแน่วแน่ว่าจะเก็บเงินไถ่ถอนอิสรภาพและสร้างตัวให้แข็งแกร่ง ทว่าอุปสรรคใหญ่กลับเป็นอ๋องสี่ผู้มีร่างกายกำยำทรงพลังที่คอยขัดขวางแผนการนี้ด้วยการจับเขาหนีบรักแร้ไปมาอยู่เสมอ เรื่องราวการผจญภัยแสนขำขันและวุ่นวายจึงเริ่มต้นขึ้นในนิยายเน้นความฮาเรื่องนี้