ติดตาม
ตอน
แชร์
หน้าปกนวนิยาย พี่ที่แปลว่าเมีย

พี่ที่แปลว่าเมีย

ความสัมพันธ์ที่เริ่มต้นด้วยพันธะการแต่งงานอันปราศจากความรู้สึก เมื่อเขาประกาศกร้าวอย่างชัดเจนว่าหัวใจของเขานั้นมีไว้ให้ตะวันเพียงคนเดียวเท่านั้น แม้ว่าทั้งสองจะต้องใช้ชีวิตคู่ร่วมกันในฐานะสามีภรรยาตามกฎหมาย แต่เขาก็ยืนยันหนักแน่นว่าจะไม่มีวันมอบความรักให้กับคนเป็นพี่อย่างเธอได้เลย บทสรุปของชีวิตหลังวิวาห์ที่เต็มไปด้วยความห่างเหินและความเย็นชาในครั้งนี้จะลงเอยอย่างไร เมื่อความรักที่เขาคุยโวว่ามีให้คนอื่นกลายเป็นกำแพงสูงชันที่กั้นกลางระหว่างคนสองคน
ตอน
แชร์

ตอน 3

พอส....

"พอสกลับมาแล้วเหรอลูก"

"ครับม๊า"

"ไปส่งตะวันมาเป็นไงบ้างเรียบร้อยดีมั้ย"

"เรียบร้อยดีครับม๊า" ผมตอบม๊าขณะยกกระเป๋าลงจากรถเพราะผมเพิ่งกลับมาจากกรุงเทพ

"แล้วป๊าไปไหนครับ"

"ไปโรงงานแต่เช้าแล้วลูก"

"ที่ดรงงานยุ่งเหรอครับ"

"ไม่ค่อยยุ่งหรอกป๊าเราแค่อยากเข้าไปดู"

"อ่อ ถ้างั้นผมขอเอาของไปเก็บก่อนนะครับเดี๋ยวจะไปโรงงานเลย"

"พักให้หายเหนื่อยก่อนก็ได้นะลูกเดินทางมาเหนื่อยๆ"

"ไม่เป็นไรครับผมไมไ่ด้เหนื่อยอะไรมากเท่าไหร่"

หลังจากจัดการตัวเองเสร็จเรียบร้อยแล้วผมก็ขับรถไปที่โรงงานแต่...

เอี๊ยดดดดดดดดดดด!!!!!!!!!

"เหี้ย!!!!!!!!!" ผมอุทานออกมาเสียงดังมากเพราะจู่ๆก็มีคนมายืนขวางหน้ารถทำเอาผมเบรคแทบไม่ทัน

"เดินยังไงไม่ดูรถวะ" ผมเปิดกระจกรถลงแล้วตะโกนด่าออกไป แต่พอมองชัดๆผมก็ต้องร้องเหี้ยเป็นรอบที่สองเพราะคนที่ยืนขวางหน้ารถผมก็คือพี่ซายน์พี่สาวไอ้ซัน ถึงจะไม่ได้เจอกันนานปลายปีแต่ผมก็จำได้เพราะเรารู้จักกันมาตั้งแต่เด็กถึงจะไม่ได้สนิทสนมคุ้นเคยกันมากก็เถอะเพราะเธอไม่ค่อยคุยกับผมเวลาที่เจอหน้ากัน เวลาที่ผมไปบ้านไอ้ซันพี่สาวมันก็จะคอยหลบหน้าผมตลอดไม่รู้เป็นอะไร

ตุ่บ ตุ่บ ตุ่บ ตุ่บ

"เปิดประตูรถเดี๋ยวนี้" พี่ซายน์เดินดุ่มๆหน้าตึงมาเคาะประตูรถอีกฝั่งแล้วบอกให้ผมเปิด ผมที่กำลังตกใจก็ดันเปิดประตูให้โดยไม่รู้ตัว

"เห้ยพี่ขึ้นมาบนรถผมทำไมเนี่ย"

"ก็นายเปิดให้พี่ขึ้นมาพี่ก็ขึ้นมาน่ะสิ" เออนั่นสินะผมเป็นคนเปิดเองนี่หว่า

"แล้วพี่บอกให้ผมเปิดทำไมอ่ะ"

"เรามีเรื่องต้องคุยกัน"

"เรื่องอะไร" ผมถามอย่างแปลกใจว่าผมกับเธอเรามีเรื่องอะไรต้องคุยกัน

"เรื่องตะวันกับซัน"

"ทำไม"

"พี่รู้นะว่าเรากำลังจีบตะวัน"

"แล้วไง"

"แต่ตะวันกับซันเค้าเป็นแฟนกันนะ"

"พี่ตกข่าวอะไรหรือเปล่า เพราะตอนนี้ทั้งสองคนนั้นเค้าเลิกกันแล้ว"

"แต่ตอนนี้ซันกำลังตามง้อขอคืนดีตะวันอยู่"

"แต่ที่ผมรู้ตะวันเค้าไม่เอาน้องชายของพี่แล้วนะ"

"ก็เพราะมีนายที่เข้าไปวุ่นวายยังไงล่ะ"

"ถึงไม่มีผมตะวันก็ไม่มีทางกลับไปหาน้องชายพี่หรอกจะบอกให้แล้วอีกอย่างตอนนี้ผมกับตะวันเราคบกันแล้ว"

"ห๊ะ นายว่าไงนะ"

"ผมบอกว่าตอนนี้ผมกับตะวันเราคบกันแล้วไม่เชื่อก็โทรไปถามน้องชายพี่ดูสิ"

"............"

"หึ ถึงกับเงียบไปเลยเหรอครับ"

"นายพูดจริงเหรอว่าตอนนี้นายคบกับตะวัน" น้ำเสียงที่่เบาจนแทบไม่ได้ยินแต่ผมก็ได้ยินเพราะบนรถมีกันอยู่แค่สองคน

"อืม" ผมตอบปุ๊บพี่สาวไอ้ซันก็เปิดประตูแล้วกระโดดลงจากรถของผมอย่างไม่มีปี่ไม่มีขลุ่ยทำเอาผมงงไปเหมือนกันจากนั้นเธอก็วิ่งหายไปทิ้งให้ผมงงรอบสอง

"อะไรวะ" ผมพูดคนเดียวอย่างไม่เข้าใจก่อนจะขับรถไปโรงงาน

ซายน์...

"ซัน แกอยู่ไหน" ฉันโทรหาซันทันทีเมื่อปั่นจักรยานคู่ใจมาถึงบ้าน

"อยู่ห้องพี่มีอะไร" น้ำเสียงของมันดูเศร้ามาก

"แกโอเคหรือเปล่า"

"ไม่อ่ะ" เสียงมันแหบสั่นๆเหมือนคนจะร้องไห้

"แกจะร้องไห้เหรอ"

".............." มันเงียบไปไม่ตอบแต่ฉันได้ยินเสียงฟืดฟาดเหมือนมันกำลังสูดน้ำมูกเพราะร้องไห้

"ขอถามอะไรหน่อยไหม"

"ถามอะไร"

"ตอนนี้ตะวันกับพอสเค้าคบกันเหรอ"

"............." คำตอบที่ได้มาคือความเงียบทำให้ฉันรู้แล้วว่าสิ่งที่พอสพูดมันคือความจริง

"พี่ขอถามแกเป็นคำถามสุดท้ายแกก็ต้องพี่มาตามตรงนะซัน"

"อื้ม"

"แกยังรักตะวันอยู่หรือเปล่า"

"...รัก" มันเงียบไปแป๊บนึงก่อนจะตอบด้วยน้ำเสียงสั่นๆ

"แล้วถ้าตะวันยอมให้อภัยแกแกจะทำแบบที่เคยทำอีกหรือเปล่าซัน" ฉันถามน้องชายเพื่อความมั่นใจเพราะฉันไม่รู้ว่าถ้าตะวันกลับมายอมคบกับซันอีกซันมันจะทำนิสัยไม่ดีอีกหรือเปล่า เพราะถ้าฉันเป็นตะวันฉันก็คงรับไม่ได้ที่คนที่ตัวเองรักไปมีผู้หญิงคนอื่น คือไม่ว่าจะเป็นผู้หญิงคนไหนก็คงจะไม่โอเคทั้งนั้นที่ถูกคนรักนอกใจ

"ผมไม่ทำอีกแล้ว ฮึก ฮึก" พอฉันถามแล้วมันก็ตอบฉันพร้อมเสียงร้องไห้จนฉันอดสงสารมันไม่ได้

"โอเค พี่อยากรู้แค่นี้แล่ะ"

จากนั้นฉันก็โทรไปหาตะวันต่อทันทีเพราะอยากรู้ความรู้สึกของตะวันว่ายังรักน้องชายของฉันอยู่หรือเปล่า

"ตะวันนี่พี่ซายน์เองนะ"

"พี่ซายน์ สวัสดีค่ะ" น้ำเสียงของตะวันก็ใช่ว่าจะดี

"ตะวันเป็นไงบ้าง"

"หนูสบายดีค่ะ"

"แต่เสียงของเธอดูไม่ค่อยสบายเลยนะ"

"คือ..หนู"

"กำลังเครียกเรื่องซันอยุ่ใช่ไหม"

"ค่ะ"

"ซันมันไปง้อตะวันหรือเปล่า"

"มาค่ะหนูเพิ่งไล่มันกลับไป"

"พี่ขอถามอะไรตะวันหน่อยสิ แต่ตะวันต้องตอบพี่มมตามตรงห้ามปิดบังพี่นะ"

"พี่ซายน์จะถามอะไรคะ"

"ตะวัน...ยังรักซันอยู่หรือเปล่า"

".........." ตะวันเงียบไปไม่ตอบซึ่งถ้าให้ฉันเดาคำตอบน่าจะยังรักเพราะถ้าไม่รักก็น่าจะตอบออกมาเลยไม่เงียบแบบนี้

"รักอยู่สินะ ใช่มั้ย"

"ค่ะตะวันยอมรับว่ายังรักซันมันอยู่แต่มันคงไม่มีประโยชน์อะไรหรอกค่ะพี่ซายน์ความรักของตะวันมันไม่เคยมีค่าอะไรสำหรับน้องชายพี่เพราะไม่อย่างงั้นซันมันคงไม่นอกกายนอกใจหนูไปคบกับผู้หญิงอีกคน"

"แต่ตอนนี้ซันมันสำนึกผิดแล้วนะ มันบอกว่ามันยังรักตะวันอยู่มันบอกว่าจะไม่ทำแบบนั้นอีกแล้ว"

"ตะวันคงให้โอกาสซันมันไม่ได้แล้วล่ะค่ะเพราะตะวันตกลงคบกับพอสแล้ว"

คบได้ก็เลิกได้หรือเปล่า นั่นคือความคิดของฉันที่ไม่ได้เอ่ยออกไป

เรื่องของตะวันกับซันเดย์อยู่ในเรื่อง เพื่อนที่แปลว่าเมีย (อัพจบแล้วจ้า)

ดูต่อเลย!
เนื้อเรื่องกำลังเข้มข้น! ไปที่แอปเพื่ออ่านต่อ
ปลดล็อกทุกตอน
เปิดเว็บไซต์ทางการ

คุณอาจจะชอบ

หน้าปกนวนิยาย บอกแล้วไงว่าจะไม่รัก
9.6
เมื่อความผิดปกติทางร่างกายกลายเป็นจุดเริ่มต้นของเรื่องราววุ่นวาย เมื่อเขาถูกคุกคามด้วยข้อเสนอที่เกินจะรับไหว แม้จะเผชิญกับอุปสรรคส่วนตัวแต่เขาก็ยืนกรานที่จะปฏิเสธความสัมพันธ์ที่น่าเหลือเชื่อนี้อย่างเต็มกำลัง เพราะการยอมรับข้อเสนอนั้นอาจนำมาซึ่งหายนะที่เขาหวาดกลัวเกินกว่าจะจินตนาการได้ เขาจึงต้องพยายามทำทุกวิถีทางเพื่อรักษาศักดิ์ศรีและจุดยืนของตนเองเอาไว้ท่ามกลางสถานการณ์ที่บีบคั้นและชวนให้สับสนในความรู้สึกอย่างที่สุด
หน้าปกนวนิยาย เด็ดบุปผาสะเทือนถึงดวงดารา
8.4
เมื่อชะตาของลั่วฟางหยุนในโลกขนานพังพินาศจนถึงขีดสุด ทั้งถูกขายเป็นทาสและโดนย่ำยีอย่างโหดร้าย ลั่วฟางหยุนจากอีกเส้นเรื่องที่จบสิ้นไปแล้วจึงต้องหวนกลับมาเพื่อกอบกู้สถานการณ์และนำพาทุกอย่างไปสู่บทสรุปที่ควรจะเป็น ทว่าแผนการกลับไม่ง่ายอย่างที่คิด เมื่อเขาตื่นขึ้นมาสวมรอยแทนร่างเดิมในจังหวะที่น่าอับอายที่สุด นั่นคือตอนที่เจ้าของร่างกำลังสิ้นใจคาสนามรักบนเตียงกับแม่ทัพใหญ่เยี่ยนฮวาฮู่พอดี
หน้าปกนวนิยาย รีเทิร์นหัวใจ
8.6
เมื่อความร้าวฉานเข้าบั่นทอนความสัมพันธ์ระหว่างสายน้ำ ประธานหนุ่มมาดนิ่งผู้มีบุคลิกพูดน้อยแต่เด็ดขาด กับพ่อเลี้ยงอานนต์ ชายหนุ่มผู้ยึดมั่นในศักดิ์ศรีและไม่ยอมก้มหัวให้ใครเว้นเพียงแต่คนรักของเขาเท่านั้น ท่ามกลางความบาดหมางที่ทวีความรุนแรงจนถึงจุดแตกหัก พ่อเลี้ยงอานนต์ต้องเผชิญกับบททดสอบครั้งใหญ่ในการหาหนทางเยียวยาบาดแผลในใจ เพื่อพิสูจน์ความจริงใจและอ้อนวอนขอการให้อภัยจากสายน้ำให้ยอมกลับมาเริ่มต้นความรักใหม่อีกครั้ง
หน้าปกนวนิยาย อาเฟย
8.8
อาเฟยคือเด็กกำพร้าที่ถูกทิ้งไว้กลางพงหญ้าตั้งแต่เกิด แม้โชคดีมีชาวบ้านช่วยชีวิตไว้ แต่สุดท้ายเขากลับถูกขายเข้าจวนชินอ๋องด้วยราคาเพียงยี่สิบตำลึงเงิน ท่ามกลางชีวิตที่ต้องดิ้นรน อาเฟยตั้งปณิธานแน่วแน่ว่าจะเก็บเงินไถ่ถอนอิสรภาพและสร้างตัวให้แข็งแกร่ง ทว่าอุปสรรคใหญ่กลับเป็นอ๋องสี่ผู้มีร่างกายกำยำทรงพลังที่คอยขัดขวางแผนการนี้ด้วยการจับเขาหนีบรักแร้ไปมาอยู่เสมอ เรื่องราวการผจญภัยแสนขำขันและวุ่นวายจึงเริ่มต้นขึ้นในนิยายเน้นความฮาเรื่องนี้
หน้าปกนวนิยาย เพื่อแก้แค้นให้คนรัก สามีถ่ายคลิปฉันเก็บไว้
9.2
ฉันเป็นเจ้าหญิงน้อยที่เย่อหยิ่งที่สุดในเผ่าของเรา แต่กลับมีความลับที่ไม่สามารถบอกใครได้ ฉันตกหลุมรักคนรักเก่าของพี่สาว และยังร่วมเตียงกับเขาถ่ายคลิปเก็บไว้นับครั้งไม่ถ้วน ฉันมองอัลฟาตรงหน้าที่กำลังถือโทรศัพท์ พยายามปกปิดหน้าอกของตัวเองอย่างไม่เป็นตัวของตัวเอง “วอล์คลี่ วันนี้ไม่ถ่ายได้ไหมคะ? ” เขาหัวเราะเบา ๆ มือใหญ่บีบเอวของฉัน พูดขึ้นด้วยน้ำเสียงมีความหมายลึกซึ้งว่า “ที่รัก คลิปเหล่านี้ไม่ใช่สัญลักษณ์ของความรักของเราเหรอครับ? ” พูดจบ เขาจับมือฉันแล้วเริ่มอีกครั้ง จนกระทั่งฉันได้สติกลับมา เขาก็จากไปแล้ว ฉันหายใจเข้าเฮือกหนึ่ง พบว่าเขาลืมเอานาฬิกาที่สำคัญที่สุดของเขาไปด้วย ตอนที่ฉันรีบร้อนจะเอานาฬิกาไปคืน กลับได้ยินเสียงกำลังร่วมรักของฉันกับวอล์คลี่ดังมาจากในห้องส่วนตัว
หน้าปกนวนิยาย นายตัวร้ายกับหนุ่มดอกไม้
8.8
ในความสัมพันธ์ที่เต็มไปด้วยความซับซ้อนระหว่างนายตัวร้ายและหนุ่มดอกไม้ท่ามกลางบรรยากาศเมืองใหญ่ที่แสนวุ่นวาย พวกเขาต้องเผชิญหน้ากับความจริงอันขมขื่นที่ว่า การเลือกเดินจากกันไปอาจเป็นหนทางที่สร้างรอยแผลและความทุกข์ระทมน้อยกว่าการพยายามฝืนประคับประคองความรักที่ผุพังให้คงอยู่ต่อไป เรื่องราวความรักร่วมสมัยที่สะท้อนให้เห็นว่าในบางกรณี การยุติความสัมพันธ์คือการปลดปล่อยความเจ็บปวดที่ดีที่สุดสำหรับทั้งสองฝ่ายที่เคยผูกพันกัน