ติดตาม
ตอน
แชร์
หน้าปกนวนิยาย รักฉบับคลับโฮสต์

รักฉบับคลับโฮสต์

ตอน
แชร์

ตอน 1

‘ความแน่นอน ตั้งอยู่บนความไม่แน่นอนฉันใด ลมหายใจของมนุษย์เราก็ฉันนั้น วันนี้เราอาจยังมีชีวิติยู่ แต่พรุ่งนี้ใครเลยจะรู้ว่าเราอาจจะจากโลกนี้ไปแล้ว’

นี่คือประโยคที่ถูกทำเป็นป้ายแล้วใช้ตะปูตอกติดไว้กับต้นไม้ใหญ่ ประโยคนี้ทำให้หญิงสาวซึ่งตอนนี้อยู่ในชุดขาวห่มขาว บุคลิกท่าทางสงบนิ่งให้เกียรติกับสถานที่รอบกายที่เป็นลานปฏิบัติธรรม ต้องถอนหายใจออกมามาหนักๆ อย่างปลดปลงกับชีวิต

แม้ปกติแล้ว เธอมักจะหาเวลาเพื่อหมั่นทำบุญหรือเข้าวัดปฏิบัติธรรมตามโอกาสอันเหมาะสม แต่มันก็มีเหตุทำให้เธอเสียศูนย์ทั้งๆ ที่น่าจะรับมือกับความสูญเสียได้ดี เพราะนี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่เธอต้องเสียคนที่รักไป เธอเคยเสียพ่อและแม่ไปแล้วเมื่อยังเยาว์ แต่ตอนนั้นเธอยังเด็กมาก ก็เลยยังไม่รู้ว่าความเสียใจที่แท้จริงมันเป็นยังไง 

กระทั่ง…เมื่อสองอาทิตย์ก่อน เธอต้องสูญเสียพี่สาวคนเดียวไปอย่างไม่มีวันกลับ พี่สาวที่เป็นทั้งพ่อและแม่ เป็นแม้กระทั่งเพื่อน นั่นเพราะเธอไม่มีญาติที่ไหน มีกันแค่สองพี่น้อง การสูญเสียครั้งนี้มันกะทันหันจนเธอไม่มีแม้โอกาสจะได้เอ่ยคำลา พอคิดเรื่องนี้ แพรทับทิม ก็ยกมือเล็กๆ ขึ้นปาดน้ำตาที่มันกำลังเอ่อล้น

“โอเคไหมแก”

“โอเค” คนถูกถามหันไปตอบ แล้วส่งยิ้มน้อยๆ ให้แก้มใส ที่ครั้งนี้ขอตามมาบวชชีพราหมณ์เป็นเพื่อนด้วย วัดนี้เป็นวัดป่าแถบชานเมือง แม้จะได้ชื่อว่าชานเมือง แต่ความร่มรื่นก็สมเป็นวัดป่า เพราะต้นไม้น้อยใหญ่เขียวขจีเต็มไปหมด

“ถ้าแกไม่โอเคนี่รีบบอกฉันเลยนะ ตกลงไหม”

“ตกลง” แพรทับทิมพยักหน้าให้ ตอนนี้เธอกับแก้มใสยังอยู่ในชุดขาวห่มขาว เพราะหลังจากหลวงพ่อลาสึกให้เมื่อสามชั่วโมงก่อน ทั้งคู่ก็ตั้งใจจะใส่ชุดนี้กลับบ้านด้วยเลย 

“ฉันห่วงแกนะแพร”

“ขอบใจมากนะแก้ม อย่างน้อยตอนนี้ฉันก็ยังมีแก” น้ำตาของแพรทับทิมก็ชักจะเอ่อ เพราะหลายวันที่ผ่านมา ถ้าเธอไม่ได้แก้มใส อะไรๆ มันคงแย่ไปกว่านี้แน่ 

“มีฉันคนเดียวที่ไหน มีปุณอีกตั้งคน” ปุณ…คือเพื่อนอีกคนของแพรทับทิมกับแก้มใส ผู้ชายคนเดียวที่สามารถคบหากับสองสาวมาได้ยาวนานที่สุด จนบางครั้งสองสาวก็แอบคิดไม่ได้ว่าปุณนั้นแมนทั้งแท่งหรือไม่กันแน่ 

“อืม” แพรทับทิมเอ่ยรับสั้นๆ ก่อนจะเดินไปมารอบๆ ลานปฏิบัติธรรม ค่อยๆ ฝึกลมหายใจเข้าออก รอคนที่นัดหมายให้มารับ เพราะป่านนี้ปุณก็ยังมาไม่ถึง 

“พูดถึงปุณ ป่านนี้ทำไมมันยังไม่มารับเราอีกเนี่ย” แก้มใสชะเง้อชะแง้มองหา เพราะตอนนี้บรรยากาศรอบๆ ก็มืดลงไปทุกขณะแล้ว 

“สงสัยรถจะติดมั้งแก”

“แต่ฉันโทรหา มันก็ไม่รับสายด้วยนะ หรือว่ามันลืมว่าวันนี้ต้องมารับเรา” คำสันนิษฐานของแก้มใสทำเอาแพรทับทิมเริ่มเห็นด้วย เพราะปุณขึ้นชื่อเรื่องความขี้หลงขี้ลืมเป็นที่หนึ่ง ดีไม่ดี ป่านนี้คงหลับเป็นตายอยู่แน่ๆ เพราะไม่งั้นคงโผล่มารอที่วัดแล้ว

“มีความเป็นไปได้”

“ถ้ามันลืมจริงๆ นะ เจอหน้าเมื่อไหร่ แม่จะถีบผ่าหมากให้ไข่ฝ่อเลย”

“ใจเย็นๆ แก สำรวมไว้ ใจเย็นไว้ ยุบหนอ พองหนอ”

“ทีกับเพื่อนมันนี่ขี้ลืมอันดับหนึ่ง แต่ทีกับสาวนี่จำเก่งนัก รู้งี้ไม่น่านัดให้มันมารับเลย” แก้มใสบ่นยาวอีกชุดใหญ่ 

“เย็นป่านนี้แล้ว ยังไม่กลับกันอีกเหรอพราหมณ์”

“รอเพื่อนมารับน่ะค่ะหลวงพ่อ แต่ไม่รู้ว่าป่านนี้ทำอะไรอยู่ ถึงยังไม่มาสักที” แพรทับทิมเอ่ยบอก เพราะตอนนี้แก้มใสกำลังควันออกหูด้วยความโกรธที่มีต่อปุณ

“แล้วบ้านพราหมณ์ทั้งสองอยู่ที่ไหน ไกลจากนี่มากไหม”

“อยู่แถวๆ บางนาทั้งคู่เลยค่ะหลวงพ่อ” คนที่ตอบประโยคนี้ก็ยังคงเป็นแพรทับทิม ส่วนแก้มใสตอนนี้เหมือนมีอะไรให้สนใจเป็นพิเศษ เพราะโยนความโกรธที่มีต่อปุณทิ้งหายไปแล้ว สายตาจับจ้องไปยังชายหนุ่มคนหนึ่งอย่างไม่อาจละสายตาได้จริงๆ 

“บางนาเหรอ ถ้ายังไงติดรถลูกศิษย์ที่วัดไปก็ได้ เพราะบ้านเขาก็อยู่แถวๆ บางนา”

“เอ่อ…” เพราะไม่อยากรบกวน ทำให้แพรทับทิมอึกๆ อักๆ กระตุกชายเสื้อแก้มใสให้พูดอะไรบ้าง แต่เพื่อนกลับเฉย

“กาย...มานี่หน่อย” 

“ครับหลวงพ่อ” เจ้าของชื่อเอ่ยรับ ก่อนจะเดินเข้ามาหาอย่างนอบน้อม เพราะเอาแต่มองหลวงพ่อ ทำให้แพรทับทิมไม่ทันสังเกตเห็นเขา ผิดกับแก้มใสที่มองตาไม่กะพริบ 

“จะกลับแล้วหรือยัง”

“กำลังจะกลับครับ หลวงพ่อมีอะไรให้ผมรับใช้หรือเปล่าครับ” เสียงทุ้มเอ่ยอาสาอย่างมีน้ำใจ นั่นเพราะเขาสำนึกบุญคุณที่หลวงพ่อเคยช่วยเหลือเมื่อหลายปีก่อน ให้ทั้งที่กิน ที่พักและเงินติดตัว พอว่างกายจึงอาสาเป็นเด็กวัดที่นี่เพื่อตอบแทนมาหลายปี สิ่งที่ทำอยู่ตอนนี้ก็น้อยกว่าที่ได้รับตอนนั้นมากเสียจนเทียบกันไม่ติด 

“หลวงพ่อน่ะไม่มี แต่ไหนๆ เราก็จะกลับแล้ว หลวงพ่อไหว้วานไปส่งพราหมณ์สองคนนี้หน่อยได้ไหม เพราะตะกี้ถามไถ่ ยังไม่มีคนมารับแล้วพราหมณ์บอกว่าบ้านอยู่แถวๆ บางนาเหมือนกัน”

“ได้สิครับ” เสียงทุ้มรับคำอย่างไม่ลังเลสักนิด พร้อมกับชำเลืองมองพราหมณ์สองคนที่หลวงพ่อไหว้วานให้ไปส่ง หนึ่งในนั้นคือคนที่เขารู้จัก แม้เขาจะรู้จักเธอแค่ฝ่ายเดียวก็ตามที เพราะถ้าจำไม่ผิด เธอคือน้องสาวของเจ้านายเขา เจ้านายที่เพิ่งเสียชีวิตไปเมื่อสองอาทิตย์ก่อน

“ไม่เป็นไรค่ะหลวงพ่อ เดี๋ยวพวกเรานั่งรถแท็กซี่กลับกันเองก็ได้ เกรงใจลูกศิษย์หลวงพ่อ” เพราะเกรงใจ แพรทับทิมจึงเอ่ยปฏิเสธ พร้อมกับดึงชายเสื้อให้แก้มใสพูดเห็นด้วย แต่เพื่อนก็ยังคงยืนนิ่ง

“แถวนี้กว่าจะมีแท็กซี่ผ่านมาสักคันก็นานโข ไปกับกายนี่แหละ อย่าลืมไปส่งพราหมณ์ให้ถึงบ้านอย่างปลอดภัยนะกาย” หลวงพ่อเอ่ยรวบรัด เพราะดูท่าไม่ทำแบบนี้ แพรทับทิมก็คงปฏิเสธอีกนาน 

“ครับหลวงพ่อ”

“ขอบคุณค่ะหลวงพ่อ”

“เจริญพร” แพรทับทิมยกมือไหว้ขอบคุณหลวงพ่อ ส่วนแก้มใสตอนนี้เหมือนได้สติ จึงยกมือไหว้ด้วยอีกคน 

“เชิญครับ รถผมอยู่ทางนู้น” เสียงทุ้มของกายเอ่ยขึ้นและแพรทับทิมก็เอ่ยรับ

คุณอาจจะชอบ

หน้าปกนวนิยาย หลังจากหย่าแล้ว ฉันจะกลับบ้านไปรับมรดกของครอบครัว ร้องไห้ทำไม
8.8
เวิน เสวี่ยหนิง ทายาทตระกูลมหาเศรษฐีตัดสินใจยุติความสัมพันธ์เจ็ดปีที่เธอเป็นฝ่ายยอมทุกอย่างเพื่อความรักที่ไร้ค่า หลังรู้ซึ้งว่าเวิน ซือเหนียน พี่ชายบุญธรรมไม่เคยมีใจให้และสิ่งที่เธอทำเป็นเพียงการหลอกตัวเอง เธอจึงโทรหาพ่อเพื่อยอมรับความผิดพลาดในอดีตที่เคยตัดขาดครอบครัวไปแต่งงานกับเขา เมื่อตาสว่างจากความฝันที่เจ็บปวด เธอจึงเลือกทิ้งอดีตและเตรียมตัวหย่าร้างเพื่อกลับไปสืบทอดมรดกของตระกูลตามความต้องการของพ่อและเริ่มต้นชีวิตใหม่ที่คู่ควร
หน้าปกนวนิยาย รักเล่นกล
9.3
เขามอบความรักและวาดฝันอนาคตที่แสนหวานร่วมกับเธออย่างสุดหัวใจ ทว่าความจริงที่แสนเจ็บปวดกลับพังทลายทุกสิ่ง เมื่อพบว่าเธอคือลูกสาวของชายที่ทำลายครอบครัวของเขาให้แตกแยก และที่ร้ายแรงที่สุดคือทั้งคู่มีพ่อคนเดียวกัน ความสัมพันธ์ที่ถลำลึกเกินกว่าคำว่าพี่น้องกลายเป็นปมปัญหาที่ยากจะแก้ไข เขาจึงต้องเผชิญกับความสับสนและมืดแปดด้านว่าเรื่องราวความรักต้องห้ามครั้งนี้จะดำเนินไปสู่จุดจบที่ลงตัวได้อย่างไร
หน้าปกนวนิยาย ทาสรักหัวใจทมิฬ
8.6
พันโทอัคคีลาออกจากกองทัพเพื่อแฝงตัวทำงานกับชีคกาเบรียนแห่งสาธารณรัฐชาร์มา โดยมีเป้าหมายคือการตามหาน้องสาวที่หายสาบสูญไปในวัง ทว่าเขากลับต้องตกกระไดพลอยโจนเข้าพิธีวิวาห์กับชีคคาบิชาเราะห์เพื่อกู้ศักดิ์ศรีให้ราชวงศ์ ท่ามกลางภารกิจสืบหาความจริงที่นำไปสู่เบาะแสว่าน้องสาวถูกกลุ่มโจรแบ่งแยกดินแดนลักพาตัวไป ทิ้งไว้เพียงหลานสาวตัวน้อยในความดูแลของชีค จากความขัดแย้งในตอนแรกเริ่มแปรเปลี่ยนเป็นความรักที่แสนหวานซึ้งท่ามกลางไฟสงครามและอุปสรรคอันตราย
หน้าปกนวนิยาย เพลิงรักกลางตะวัน
8.5
เพลิง ชายหนุ่มผู้ฝังใจเจ็บจากความรักจนแอนตี้ผู้หญิงอย่างหนัก ต้องพบกับบททดสอบหัวใจเมื่อ ตวงรัก ก้าวเข้ามาป่วนในสวนส้มตะวันฉาย เธอรับภารกิจลับเป็นสปายเพื่อพิสูจน์ว่าเขาเป็นเกย์ แลกกับตั๋วเครื่องบินไปสวิตเซอร์แลนด์ ทว่าเพลิงผู้เจ้าเล่ห์กลับซ้อนแผนแกล้งทำเป็นอ่อนแอและเมามายเพื่อดึงดูดความสงสาร เขาหลอกล่อให้เธอตายใจด้วยคำสารภาพสุดช็อกว่าตนเองชอบผู้ชาย ท่ามกลางบรรยากาศที่ใกล้ชิดเกินห้ามใจ ตวงรักจะรับมือกับแผนการอันแนบเนียนของคนเจ้าแผนการนี้ได้อย่างไร
หน้าปกนวนิยาย เขาเลือกลูกชายลับๆ ของเขา เหนือลูกน้อยในท้องของเรา
8.6
ชีวิตรักห้าปีของเอลินากับอธิป ซีอีโอหนุ่มชื่อดังพังทลายลง เมื่อเธอพบความจริงว่าเขามีลูกลับๆ กับเน็ตไอดอลคนหนึ่ง ในงานกาล่าครั้งสำคัญ เด็กคนนั้นกลับกล่าวหาเธอจนอธิปพลั้งมือผลักเธอจนล้มลง เหตุการณ์นี้ทำให้เอลินาสูญเสียลูกในท้องไปอย่างน่าเวทนา ทว่าอธิปกลับเลือกทอดทิ้งเธอเพื่อไปดูแลครอบครัวใหม่ ซ้ำร้ายเธอยังถูกสั่งเก็บจนพลัดตกหน้าผา เอลินาตัดสินใจใช้ความตายหลอกๆ นี้เพื่อเริ่มต้นชีวิตใหม่ในฐานะสถาปนิกที่ซูริกและละทิ้งอดีตอันแสนเจ็บปวดไว้เบื้องหลังตลอดกาล
หน้าปกนวนิยาย หลุมพรางเศรษฐี
8.4
เมื่อหนิงลั่วซีถูกที่บ้านกดดันให้เข้าพิธีวิวาห์กับชายสูงวัยที่เธอไม่ได้รัก เธอจึงตัดสินใจทำเรื่องที่ไม่มีใครคาดคิดด้วยการจ้างชายหนุ่มจากบาร์โฮสมาสวมรอยเป็นสามีบังหน้าเพื่อประชดครอบครัว ทว่าความจริงที่เธอไม่เคยล่วงรู้เลยก็คือ หนุ่มดริ้งคนนี้แท้จริงแล้วคือผู้นำตระกูลมหาเศรษฐีผู้ทรงอิทธิพลระดับโลกที่ปลอมตัวมา นอกจากเขาจะกุมอำนาจล้นมือแล้ว เขายังคอยมอบความรักและความเอาใจใส่ให้เธออย่างแสนหวานในแบบที่เธอไม่เคยได้รับจากใครมาก่อนเลย