ติดตาม
ตอน
แชร์
หน้าปกนวนิยาย ซีรีส์รอยรักกลางเพลิงแค้น

ซีรีส์รอยรักกลางเพลิงแค้น

ท่ามกลางควันปืนและการห้ำหั่นของเหล่ามาเฟีย การหมั้นหมายที่ไม่ได้เลือกกลายเป็นจุดพลิกผันให้เธอต้องหนีเพื่อแสวงหาอิสระ ทว่าในยามที่ชีวิตมืดมนที่สุด เขากลับเป็นเพียงคนเดียวที่ยอมเสี่ยงตายเพื่อปกป้องเธอ จากความขัดแย้งและเพลิงแค้นที่แผดเผา ความใกล้ชิดได้เปลี่ยนความระแวงให้กลายเป็นความผูกพันที่ลึกซึ้ง เมื่ออ้อมกอดของลูกชายเจ้าพ่อผู้เย็นชาคือสถานที่เดียวที่ทำให้หัวใจของเธอพบกับความสงบสุข ท้ายที่สุดแล้วบทสรุปของความรักท่ามกลางรอยเลือดนี้จะลงเอยเช่นไร
ตอน
แชร์

ตอน 1

เสียงเพลงคลาสสิกบรรเลงแผ่วเบาภายในคฤหาสน์หรูใจกลางกรุงเทพมหานคร ค่ำคืนนี้แสงไฟระยิบระยับจากโคมระย้าขนาดใหญ่ฉายความงดงามเหนือกาลเวลาให้กับห้องโถงที่ถูกตกแต่งอย่างวิจิตรบรรจง แขกเหรื่อในชุดราตรีและทักซิโด้เดินเฉิดฉายส่งยิ้มทักทายกันอย่างคุ้นเคย

ท่ามกลางงานเลี้ยงประกาศหมั้นที่ถูกเตรียมการไว้อย่างสมบูรณ์แบบ หญิงสาวในชุดราตรีสีมุกถือแชมเปญยืนอยู่ใต้แสงไฟอย่างสง่างาม ใบหน้าเรียวสวยเฉียบ คิ้วได้รูป ดวงตากลมโตฉายแววดื้อรั้นจาง ๆ ริมฝีปากแดงจัดขบเม้มเบา ๆ อย่างพยายามเก็บความรู้สึกไว้ภายใน

ธารา ลูกสาวคนเดียวของเจ้าสัวทรงยศ เจ้าพ่อผู้ทรงอิทธิพลแห่งวงการค้าอสังหาริมทรัพย์และเครือข่ายธุรกิจมืดในกรุงเทพฯ

เธอไม่อยากอยู่ตรงนี้เลยสักนิด

เธอไม่ได้เกลียดงานเลี้ยงหรูหรา ไม่ได้กลัวคำว่า "เจ้าสาว" แต่เธอเกลียดความรู้สึกที่ต้องตกเป็นหมากของคนอื่นในเกมที่ตัวเองไม่ได้เลือกเล่นต่างหาก

เสียงปรบมือดังขึ้นเมื่อเจ้าสัวทรงยศก้าวขึ้นเวที มือหนาของเขากุมไมโครโฟนอย่างมั่นคง ใบหน้าคมเข้มปรากฏรอยยิ้มทรงอำนาจขณะกล่าวเปิดงาน

"ขอบคุณแขกผู้มีเกียรติทุกท่านที่มาร่วมแสดงความยินดีกับครอบครัวของเราในวันนี้"

ธาราก้มหน้านิ่ง ขณะเสียงปรบมือดังขึ้นอีกครั้งเมื่อชายหนุ่มคนหนึ่งก้าวขึ้นเวทีด้วยท่าทีสุขุมและสง่างามไม่แพ้กัน

คีรินทร์ ลูกชายของเสี่ยวรา เจ้าพ่อฝ่ายเหนือ หนึ่งเป็นพันธมิตรผู้แข็งแกร่งของตระกูลเธอ

เขาสวมสูทสีดำสนิท ผิวขาวจัดตัดกับชุดดูดีมีระดับ ดวงตาคมลึกดุจดั่งพญาเหยี่ยวจ้องมองไปข้างหน้าอย่างแน่วแน่ เขาไม่ยิ้ม ใบหน้านิ่งเฉยติดจะเย็นชาเสียด้วยซ้ำ แต่ทว่าท่าทีนั้นกลับทำให้ทุกคนมองอย่างไม่อาจละสายตา

“หล่อชะมัด” ธาราคิดในใจแวบหนึ่งแล้วก็รีบสลัดออกไปจากหัว

บิดาของเธอไม่ได้ถามว่าเธอสำคำว่ารักเขาไหม ไม่ถามด้วยซ้ำว่าเธอเต็มใจหรือเปล่า มีเพียงข้อเสนอทางธุรกิจที่ซุกซ่อนอยู่ภายใต้คำว่า "การแต่งงานเพื่อความมั่นคงของสองตระกูล"

ธารารู้สึกหงุดหงิดเป็นที่สุดที่ตัวเธอเป็นแค่ผลประโยชน์ระหว่างครอบครัว

หลังพิธีประกาศหมั้นผ่านพ้น แขกเริ่มทยอยล้อมวงพูดคุยและดื่มด่ำกับค็อกเทลหลากสี ธาราแอบเบือนหน้าหนีเพราะเบื่อหน่าย เธอออกมายืนรับลมอยู่ตรงระเบียงยาวของคฤหาสน์

“หนีอีกแล้ว” เสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้นทางด้านหลัง เธอหันขวับไปมอง พบดวงตาคมของคีรินทร์จ้องมองเธออยู่

“ฉันไม่ได้หนี แค่เบื่อ” เธอทำหน้าว่าเบื่อจริง ๆ

“งั้นก็พูดตามตรงว่าคุณไม่อยากหมั้นกับผม”

ธาราสบตาเขานิ่ง ก่อนที่จะพูดบ้าง

“คุณเองก็ไม่ได้อยากหมั้นและแต่งงานกับฉันใช่ไหมล่ะ”

“รู้ได้ยังไง”

“เดาเอา”

“ผมรู้จักคุณมากกว่าที่คุณคิดเสียอีก” คำพูดนั้นทำให้เธอชะงัก ก่อนจะเบือนหน้าหนีอีกครั้ง เธอไม่อยากถามว่าเขาหมายถึงอะไร เพราะไม่ว่าเขาจะตอบอะไร มันก็ไม่สามารถเปลี่ยนความจริงที่ว่าเธอรู้สึกไม่โอเคกับสถานการณ์ในครั้งนี้

คืนนี้หลังงานเลี้ยงจบ ธาราเดินกลับขึ้นห้องแล้วปิดประตูเบา ๆ ด้วยหัวใจหนักอึ้ง เธอหยิบโทรศัพท์ขึ้นมากดดูแผนที่ และค้นหาสถานที่ที่เธอคิดไว้นานแล้ว

สถานที่ท่องเที่ยวที่เล็งเอาไว้คืออำเภอเล็ก ๆ ที่อาจให้อิสระกับหัวใจได้บ้าง

เธอแพ็กกระเป๋าแบบลวก ๆ ก่อนทิ้งร่างลงบนเตียง พรุ่งนี้เช้าเธอจะหนีไปที่นั่นคนเดียว ไม่มีบอดี้การ์ด ไม่มีพ่อ ไม่มีผู้ชายที่ชื่อคีรินทร์

เธออยากออกจากกรงนี้เต็มที ทุกอย่างถูกวางเอาไว้ในกรอบ และบิดาก็คือคนที่รักเธอที่สุด แต่ก็จำกัดทุกอย่างจนเธอแทบกระดิกตัวไปไหนไม่ได้ เธอรู้ว่าท่านเป็นห่วง แต่เธอก็อยากมีชีวิตอิสระเป็นของตัวเองบ้าง

เธอหลับไปพร้อมกับความตั้งใจแน่วแน่ พรุ่งนี้หนีไปพักใจสักนิด ทุกอย่างน่าจะดีขึ้น โดยเฉพาะความรู้สึกของเธอ

ซึ่งเธอไม่รู้เลยว่าโลกข้างนอกนั้นไม่ได้มีแค่ลมหนาวกับหมอกจาง แต่มันยังซุกซ่อนเงามืด ที่อันตรายยิ่งกว่าทุกอย่างที่เธอเคยเผชิญ

แสงแดดยามเช้าส่องลอดม่านลงมาอย่างอ่อนโยน ธาราตื่นแต่เช้า รีบอำลาคฤหาสน์โดยทิ้งโน้ตเพียงไม่กี่บรรทัดไว้บนโต๊ะเครื่องแป้ง บอกว่าเธอจะไปพักผ่อน ไม่ต้องตาม ไม่มีบอดี้การ์ด ไม่มีใครเลย เพราะเธอตั้งใจว่าจะไปเพียงลำพัง

เธอเดินทางโดยเครื่องบินไปยังเชียงใหม่ แล้วต่อรถตู้สู่อำเภอเล็ก ๆ ที่งดงามและอากาศดี เมืองเล็กกลางหุบเขาที่ซ่อนตัวอยู่ท่ามกลางธรรมชาติ เธอเลือกรีสอร์ตเล็ก ๆ ริมลำธารเพื่อหลีกหนีความวุ่นวายจากโลกภายนอก

อากาศเย็นจัดในยามค่ำคืน เสียงน้ำไหลกระทบโขดหินกล่อมเธอให้หลับตาพริ้ม รู้สึกสบายจัง อยากมาเที่ยวแบบนี้นานแล้ว แต่น่าแปลกที่เธอสามารถเดินทางมาที่นี่ได้โดยไม่มีคนของบิดาตามมาด้วย ปกติเธอออกจากบ้านก็โดนประกบแล้ว หรือบิดาเบื่อที่จะให้คนคอยตามดูแลเธอเพราะเห็นว่าเธอโตแล้วกันนะ

หญิงสาวยิ้มอย่างมีความสุข ทว่าความสงบสุขนั้นอยู่ได้ไม่นาน

คืนวันที่สาม ขณะที่ธารานั่งเขียนไดอารี่ที่ระเบียงไม้ ลมหนาวที่ทำให้บรรยากาศรอบกายสดชื่น เสียงฝีเท้าก็ดังขึ้นจากในพุ่มไม้ เธอลุกขึ้นทันที ก้าวถอยหลังช้า ๆ ด้วยสัญชาตญาณ ก่อนที่ทุกอย่างจะดับวูบลงไปด้วยมือหนาของใครบางคนที่เอาผ้ามาอุดปากและจมูกของเธอเอาไว้จากทางด้านหลัง

เธอฟื้นขึ้นมาก็พบว่าตัวเองในเพิงไม้เก่าโทรมขนาดเล็ก กลิ่นอับชื้นและควันไฟคละคลุ้ง เธอถูกมัดมือไว้แน่น มีชายสวมหมวกไหมพรมปิดบังใบหน้าสองคนยืนเฝ้าอยู่ที่มุมห้อง

“ปล่อยฉันนะ พวกแกเป็นใคร”

“ไม่ต้องรู้หรอกว่าพวกเราเป็นใคร” หนึ่งในนั้นแค่นเสียงหัวเราะเย็นยะเยือก

เวลาผ่านไปช้า ๆ ความหวาดกลัวแล่นเข้าเกาะกินทุกอณูเนื้อ ธาราเริ่มเข้าใจแล้วว่าโลกที่เธอคิดว่าโหดร้าย จริง ๆ แล้วมันโหดร้ายกว่านั้นหลายเท่า

คืนเดียวกันนั้นเอง คีรินทร์เดินทางด้วยเครื่องบินส่วนตัวไปถึงเชียงใหม่ในเวลาไม่ถึงสองชั่วโมง พร้อมลูกน้องคู่ใจอีกสองคน จากนั้นพวกเขาก็ขับรถสู่จุดหมายโดยไม่พัก การที่คู่หมั้นของเขาออกจากบ้าน ไม่ได้เป็นความลับ และมีคนคอยส่งข่าวให้ตลอด เขาจึงทราบที่อยู่ของเธอได้ไม่ยากว่าเธอเดินทางไปที่ไหน

คุณอาจจะชอบ

หน้าปกนวนิยาย เพลิงรักเพลิงอสูร (ซีรีส อสูรซ่อนรัก เล่ม2)
8.7
บทนำ ทั้งรักทั้งเกลียด เสียงครางกระเส่าพลอดรักกันดังอยู่ด้านในห้องนอน ทำให้หญิงสาวที่ยืนอยู่ด้านนอกเนื้อตัวสั่นสะท้าน ดวงหน้าคู่งามเจ็บปวดร้าวราน กลั้นน้ำตาเอาไว้ไม่อยู่จนมันไหลอาบพวงแก้ม เธอก้มมองมือของตัวเองที่กำลูกบิด ส่วนอีกข้างถือปืนของสามีที่หยิบติดมือออกมาจากห้องทำงาน ‘น่าสมเพชสิ้นดี’ เมื่อเปิดประตูเข้าไปก็ตวาดลั่น! “นางงูพิษ! นางเนรคุณ!” อุษณีย์หัวใจแตกสลาย แรงกำลังแทบไม่มียืนอยู่กลางห้อง มือทั้งสองข้างสั่นระริกกำกระบอกปืนเล็งไปยังร่างเปลือยเปล่าของสาวใช้วัยแค่ยี่สิบปี ไม่คิดเลยว่าเด็กสาวชาวเขาที่เก็บมาเลี้ยง รักเหมือนน้องสาวแท้ๆ จะกลายเป็นงูเห่าย้อนมาฉกกัดทำร้ายร่างกายและหัวใจของตัวเอง “ว้าย! คุณณี อยะ อย่าทำอะไรหนูเลย หนูผิดไปแล้ว” สาวใช้คนสวยที่นอนคร่อมร่างชายวัยเจ็ดสิบปีที่ดูอย่างไรก็เหมือนอายุห้าสิบปี หล่อนตกใจขวัญหนีดีฝ่อ เนื้อตัวสั่นเทาทั้งร่างเมื่อหันหลังไปเห็นนายหญิง “แกมันเลี้ยงไม่เชื่อง คนอย่างแกเลี้ยงเสียข้าวสุก กินบนเรือนขี้รดบนหลังคา ตายเสียเถอะ!” “คุณณี! อย่า!” นายศักดาผลักให้สาวใช้ให้นอนลงข้างๆ ร้องห้ามเมื่อเห็นสิ่งที่อุษณีย์ถืออยู่ “คุณท่านถอยไป ฉันจะฆ่ามัน!!” อุษณีย์ไม่ยอมฟังเหตุผล หลับตาแล้วลั่นไกปืนเก็บเสียง ยิงตรงไปยังร่างผู้หญิงชั่วที่ลืมบุญคุณคนนั้นสามนัดซ้อนติดกัน ปังๆ ๆ!!! “โอ๊ย!” เสียงร้องทำให้อุษณีย์ลืมตามอง หล่อนแทบหายใจไม่ออกเมื่อเห็นนายศักดานอนทับร่างของสาวใช้ แผ่นหลังของชายชราเต็มไปด้วยเลือดสีแดงสด “กรี๊ด! คุณท่าน ณีไม่ได้ตั้งใจจะยิงคุณท่านนะ ทำไมคุณท่านต้องปกป้องมันด้วย!” “คุ คุณณี ผะ ผม” นายศักดาพูดไม่ทันจบประโยคก็สิ้นลมหายใจอยู่บนร่างของสาวใช้ที่นอนสิ้นลมหายใจไปก่อนหน้านั้นแล้ว “ฮือ คุณท่าน คุณท่านทำกับณีแบบนี้ทำไม” อุษณีย์นั่งพร่ำเพ้อเหมือนคนเสียสติ มือที่กำปืนอยู่นั้นรีบวางลง แล้วคลานหนีไปนั่งตั้งสติอยู่ตรงหน้าประตู เมื่อสติกลับคืนมา เธอก็รีบจัดการอำพรางเหตุฆาตกรรมนี้หวังให้ตนพ้นผิด พร้อมทั้งส่งเสียงกรีดร้องให้คนในบ้านได้ยิน “กรี๊ด! ชะ ช่วยด้วย ใครก็ได้ช่วยด้วย!” อุษณีย์ที่มีเลือดท่วมตัวคลานกระเสือกกระสนออกจากห้องด้วยอาการเหมือนคนบาดเจ็บสาหัสสากรรจ์… “ฮือ” เสียงร้องร่ำปานใจจะขาดดังอยู่ในห้วงลึกของความฝันของหญิงสาวที่นอนหลับอยู่ภายใต้อ้อมกอดของชายหนุ่มร่างโต ร่างน้อยกระสับกระส่ายหวาดกลัวต่อภาพที่ฝันเห็น เธอผวาตกใจตื่นขึ้นมาแล้วต้องรีบคลานลงจากเตียง วิ่งเข้าห้องน้ำเมื่ออาการวิงเวียนคลื่นไส้จะอาเจียนเล่นงาน “โอ้ก! โอ้ก!!” “เมย์เป็นอะไรครับ?” ชายหนุ่มขยับตัวลุกนั่ง เขาคว้าร่างน้อยไว้แต่ไม่ทันจึงลงจากเตียงเดินไปหาคนที่ส่งเสียงโอ้กอ้ากอยู่ในห้องน้ำ ใบหน้าเรียวรูปไข่เต็มไปด้วยเม็ดเหงื่อเอียงมองชายคนรัก “พิ พี่พาย เมย์ฝันร้ายค่ะ โอ้ก!!” แล้วรีบหันกลับไปกอดคอชักโครกโก่งคออาเจียนเอาเป็นเอาตายอีกครั้ง “ฝันร้าย? แล้วทำไมมานั่งอาเจียนแบบนี้ล่ะครับ” เพลิงพายยืนมองคนตัวน้อย เขาเป็นห่วงจึงรีบนั่งคุกเข่าข้างหนึ่ง ก่อนจะช้อนอุ้มร่างน้อยขึ้นแนบอก พาเดินไปยังเตียงนอนนั้นแล้วก็ช่วยเธอเช็ดน้ำลายตรงมุมปากให้ “มะ เมย์” เมื่อแผ่นหลังแตะฟูกนุ่ม อารยาก็ขยับตัวจะลุกนั่งแต่ก็ถูกมือใหญ่ดันให้นอนลงเหมือนเดิม เธออยากเล่าความฝันเมื่อครู่นี้ให้ชายหนุ่มได้รับรู้ ‘ทำไมฝันน่ากลัวจัง พี่ณีของเป็นอะไรหรือเปล่านะ’ ได้แต่คิดและหาคำตอบให้ตัวเองอยู่คนเดียว “ทำไมเมย์หน้าซีดจัง ไม่สบายหรือเปล่า?” เพลิงพายยืนเท้าสะเอวอยู่ข้างเตียง เขาดันขาเรียวสวยให้ขยับเล็กน้อยแล้วนั่งลงบนขอบเตียง ใช้แขนข้างหนึ่งคร่อมร่างบางเอาไว้ ดวงตาดูขรึมลงหลายส่วนเมื่อมองใบหน้าสวยที่ดูอย่างไรก็คล้ายคลึงหญิงสาวอีกคน ซึ่งเมื่อนานมาแล้วจนถึงขณะนี้ หัวใจของเขาก็ยังมีแผลเพราะผู้หญิงร้ายกาจคนนั้น “มะ เมย์ไม่ได้เป็นอะไรค่ะ” อารยาเบี่ยงหน้าหนีเมื่อดวงหน้าของชายหนุ่มโน้มเข้าหา กลิ่นลมหายใจที่ผสมบุหรี่ทำให้เธอรีบยกมือปิดจมูกกลั้นอาการคลื่นไส้ไว้ ส่วนมืออีกข้างแอบลูบหน้าท้องแบนราบ เธอยังไม่แน่ใจดีว่าตัวเองกำลังตั้งครรภ์ อยากตรวจให้แน่ใจเสียก่อนถึงจะบอกข่าวดีนี้ให้พี่พายทราบ “พี่พาไปหาหมอเอาไหม วันนี้ พี่ไม่มีงาน” เพลิงพายยิ้มมุมปาก ใบหน้าหล่อฉายความแข็งกระด้างเล็กๆ เมื่อหัวใจฝ่ายหนึ่งที่คอยแต่จะทรยศพร่ำบอกให้รัก แต่อีกฝั่งนั้นบอกให้เกลียดเธออยู่ตลอดเวลา ‘จำไว้เพลิงพาย แกต้องแก้แค้น ชดใช้ให้สิ่งที่แกเจอและต้องเจ็บเจียนตายนั้นให้ได้!’ “แต่วันนี้ เมย์มีเรียนนี่คะ” อารยานอนนิ่ง ไม่ยอมขยับตัวหนี อยากซึมซับเอาความอบอุ่นจากมือหนาที่คอยปัดเส้นผมบนหน้าผาก เขาเช็ดเหงื่อที่ผุดขึ้นตามไรผมออกให้อย่างอ่อนโยนด้วยเรียวปากหยัก “งั้นเลิกเรียนแล้ว พี่พาไปหาหมอนะ” ใบหน้าคมคายโน้มเข้าชิดดวงหน้างาม เรียวปากหนาได้รูปกระซิบกระซาบชิดกลีบปากบาง ก่อนพรมจูบลงทัณฑ์อย่างแสนหวานเจือความเร่าร้อน ไม่ต้องการฟังคำปฏิเสธจากเธอ…
หน้าปกนวนิยาย สามีเถื่อนที่รัก
9.0
นิรินตกที่นั่งลำบากหลังเข้าห้องผิดจนเผชิญหน้ากับนรราช ชายร่างสูงใหญ่ในสภาพเมามายที่ข่มขู่จะเอาชีวิตหากเธอขัดขืน ท่ามกลางความหวาดกลัวและรอยจูบที่ถูกยัดเยียด เมื่อแสงไฟสว่างขึ้นเธอกลับพบว่าเขาคือลุงราช หลานชายเจ้าของบ้านผู้แสนใจร้าย แม้ครอบครัวของทั้งคู่จะมีรอยร้าวและบิดาของเธอสั่งห้ามยุ่งเกี่ยวอย่างเด็ดขาด แต่การพบกันโดยไม่คาดฝันในครั้งนี้กลับกลายเป็นจุดเริ่มต้นของเรื่องราววุ่นวายที่ยากจะถอนตัว
หน้าปกนวนิยาย ลูกเขยจอมราชันย์กลับมาแล้ว
9.5
เมื่อสิบห้าปีก่อน เสี่ยวซวนลี่สังหารพ่อแม่ของเสี่ยวเทียนเพื่อชิงมรดกและรับเขามาเลี้ยงอย่างจอมปลอม จนกระทั่งเสี่ยวเทียนเติบโตและก่อตั้งบริษัทระดับโลก เขากลับถูกลุงแท้ๆ ใส่ร้ายคดีฉาวจนสูญเสียทุกอย่างและต้องหนีไปต่างประเทศ ห้าปีต่อมาเสี่ยวเทียนกลับมาในฐานะผู้นำองค์กรติดอาวุธที่ทรงอิทธิพลที่สุด พร้อมทรัพย์สินมหาศาลและอำนาจที่แม้แต่นายกเทศมนตรียังต้องก้มหัวให้ ถึงเวลาที่เขาจะกระชากหน้ากากคนชั่วและทำให้ศัตรูที่เคยดูถูกต้องคุกเข่าวิงวอนขอชีวิต
หน้าปกนวนิยาย วาสนานี้ ข้ามิอยากได้
9.2
ซินหยาน นักฆ่ามือฉกาจตัดสินใจจบชีวิตลงพร้อมภารกิจสุดท้ายเพื่อหนีจากการถูกองค์กรกำจัด แต่เธอกลับตื่นขึ้นในร่างของ จางซินหยาน ตัวละครในนิยายที่เคยอ่าน ซึ่งมีจุดจบอันน่าเศร้าจากการเป็นเพียงอนุที่ท่านแม่ทัพจ้าวไม่เคยเหลียวแล เมื่อได้รับโอกาสมีชีวิตใหม่ในวัยสิบสอง ซินหยานจึงตั้งมั่นที่จะเปลี่ยนโชคะตาเพื่อหลีกหนีจากความรักที่ขมขื่นและไม่ต้องตายอย่างโดดเดี่ยวเช่นในนิยาย ทว่าโชคชะตากลับเล่นตลกเมื่อเธอยิ่งพยายามหลบหลีกเท่าไร เธอกลับยิ่งถูกดึงดูดเข้าสู่วังวนแห่งปัญหาที่มิอาจเลี่ยงได้
หน้าปกนวนิยาย จ้าวเทียนอี้ ตำนานรักพันปี
7.9
หวังฟางเซียนต้องเผชิญกับความเจ็บปวดในอดีตที่เธอและจ้าวเทียนอี้คนรักถูกฝังทั้งเป็นพร้อมคัมภีร์อมตะเพราะความผิดพลาดของเธอเอง ทว่าอำนาจลี้ลับของคัมภีร์กลับนำพาดวงวิญญาณเธอย้อนสู่อดีตชาติในร่างพระสนมเอกจางลี่เซียนแห่งราชวงศ์ถัง ท่ามกลางวังหลวงที่เต็มไปด้วยเพลิงริษยาและการชิงดีชิงเด่น เธอต้องเผชิญหน้ากับความแค้นและสงครามอำนาจเพื่อแก้ไขโศกนาฏกรรมในครั้งก่อนและปกป้องชายคนรักไม่ให้ต้องพบจุดจบอันน่าเวทนาอีกครั้ง
หน้าปกนวนิยาย ทาสพิศวาสจวนโหวอำมหิต
8.8
โชคชะตาขีดให้หวางเย่หลิงต้องเผชิญหน้ากับอิ๋งชวนโหวผู้แสนอำมหิตแห่งกู้กง เมื่อเงินห้าหมื่นตำลึงทองของทางการสูญหายไปจากสำนักคุ้มกันหวางซื่ออย่างปริศนา เพื่อรักษาชีวิตทุกคนในตระกูลให้รอดพ้นจากโทษประหาร เย่หลิงจึงต้องยอมสละตนเข้าสู่จวนโหวในฐานะสตรีของเขา ท่ามกลางบรรยากาศที่เต็มไปด้วยอันตรายและการช่วงชิง โดยที่ท่านโหวผู้เลือดเย็นมีแผนการบางอย่างซ่อนอยู่ ทั้งเพื่อสนองความต้องการส่วนตัวและใช้เธอเป็นกุญแจสำคัญในการตามหามารดาที่หายสาบสูญไปของเขา