ติดตาม
ตอน
แชร์
หน้าปกนวนิยาย ซีรีส์รอยรักกลางเพลิงแค้น

ซีรีส์รอยรักกลางเพลิงแค้น

ท่ามกลางควันปืนและการห้ำหั่นของเหล่ามาเฟีย การหมั้นหมายที่ไม่ได้เลือกกลายเป็นจุดพลิกผันให้เธอต้องหนีเพื่อแสวงหาอิสระ ทว่าในยามที่ชีวิตมืดมนที่สุด เขากลับเป็นเพียงคนเดียวที่ยอมเสี่ยงตายเพื่อปกป้องเธอ จากความขัดแย้งและเพลิงแค้นที่แผดเผา ความใกล้ชิดได้เปลี่ยนความระแวงให้กลายเป็นความผูกพันที่ลึกซึ้ง เมื่ออ้อมกอดของลูกชายเจ้าพ่อผู้เย็นชาคือสถานที่เดียวที่ทำให้หัวใจของเธอพบกับความสงบสุข ท้ายที่สุดแล้วบทสรุปของความรักท่ามกลางรอยเลือดนี้จะลงเอยเช่นไร
ตอน
แชร์

ตอน 2

ระหว่างทาง ข่าวที่ไม่ดีค่อย ๆ เข้ามา เมื่อมีรายงานว่ากลุ่มของเสี่ยทองศัตรูเก่าของเจ้าสัวทรงยศเคลื่อนไหวในพื้นที่นั้นพอดี

“มันคงไม่ใช่เรื่องบังเอิญ”

ในเพิงไม้ ธาราถูกย้ายออกมาตอนกลางคืน พวกมันเตรียมส่งตัวเธอไปชายแดนเพื่อแลกเปลี่ยนกับอาวุธล็อตใหญ่ที่ค้างอยู่ตั้งแต่ปีที่แล้ว

แต่ก่อนที่พวกมันจะทันได้เคลื่อนไหว เสียงปืนก็ดังขึ้นท่ามกลางความมืด ลูกกระสุนทะลุกระจกไม้ดังเปรี้ยง!

กรี๊ด!!! เสียงกรีดร้องดังขึ้น

“หมอบ!” เสียงใครบางคนตะโกนดังลั่น ก่อนที่ธาราจะรู้ตัว ร่างสูงใหญ่ในชุดดำทะยานเข้ามาหา ดวงตาคู่นั้นจ้องตรงมาอย่างแน่วแน่

“คุณคี” เธอเรียกเขาอย่างคาดไม่ถึง ไม่คิดว่าคนที่มาช่วยเธอจะเป็นคู่หมั้นที่เธอไม่อยากแต่งงานด้วย

เขาไม่พูดอะไรนอกจากกระชากเชือกออกจากข้อมือของเธอ แล้วจับมือเธอแน่นขณะเสียงระเบิดดังกระหึ่มอยู่ด้านนอก

“ตามผมมา ไม่ต้องกลัว”เสียงระเบิดลูกที่สองดังกึกก้องตามหลังมา ขณะที่คีรินทร์กระชากร่างธาราให้ออกวิ่งฝ่าความมืดและหมอกควันของเพิงไม้ที่เริ่มติดไฟจากแรงระเบิด ลูกไฟสีส้มไล่หลังมาเหมือนปีศาจที่ไม่มีความปรานี

“อย่าหยุด ห้ามมองข้างหลัง” เสียงของเขากระชากสติของเธอให้กลับมา ธารากัดฟันแน่นทั้งที่หัวใจเต้นรัวเร็ววด้วยความตื่นเต้นและหวาดกลัว ร่างกายเจ็บแปลบจากรอยฟกช้ำที่ข้อเท้า แต่แรงบีบมือของคีรินทร์แน่นพอที่จะย้ำกับเธอว่า เธอยังปลอดภัย ตราบใดที่เขายังอยู่ตรงนี้

กระสุนปืนแหวกอากาศดังวี้ด ข้ามศีรษะไปแค่ไม่กี่นิ้ว คีรินทร์พาเธอลัดเลาะเข้าพุ่มไม้หนาทึบ ก่อนทิ้งตัวลงพร้อมกระชากธาราให้ล้มตาม เสียงปืนไล่ตามหลังมาอีกระลอก แรงจนใบไม้สั่นไหวเป็นริ้ว ๆ

“พวกมันเยอะมาก” เขาพึมพำเบา ๆ ดวงตาคมวาวสะท้อนเปลวไฟที่ลุกลามอยู่ด้านหลัง

“แล้วเราจะทำยังไงต่อดีคะ” ธาราเอ่ยอย่างยากลำบาก ลมหายใจหอบถี่ มือของเธอสั่นเล็กน้อยด้วยความกลัวและความหนาวหนาว

“หนีเข้าป่า” เขาตอบโดยไม่ลังเล

“ที่นั่นเป็นป่ารกทึบ ไม่มีทางที่พวกมันจะตามได้ทัน”

“หนีเข้าป่านี่นะ ทำไมเราไม่หนีไปขอความช่วยเหลือจากชาวบ้าน หรือหนีเข้าเมืองแทน” แค่คิดว่าต้องไปอยู่ในป่าเธอก็รู้สึกหวาดกลัว

“ตอนนี้ไม่มีทางเลือก จะไปหรือไม่ไป” ในขณะที่เธอกำลังลังเล เขาก็กระชากเป้สะพายของเขาขึ้นมา ก่อนโยนไฟแช็กใส่หลังคา กระท่อมไม้หลังนั้นถูกไฟกลืนกินทันที ราวกับฉากในสงคราม

“วิ่ง” เขาเอ่ยบอกเธอเสียงเข้ม ไม่มีอะไรให้คิดแล้วในเวลานี้ เธอต้องวิ่งตามที่เขาบอก ไม่งั้นจะเอาชีวิตไม่รอด

พวกเขาออกวิ่งอีกครั้ง คราวนี้ตรงเข้าสู่ความมืดมิดของป่าลึก

แสงจากไฟไหม้ค่อย ๆ จางหาย เหลือเพียงแสงจันทร์ที่ลอดผ่านยอดไม้ลงมา ธาราหอบหายใจถี่กระชั้นเมื่อคีรินทร์หยุดวิ่งหลังผ่านแนวพงหญ้า เธอทรุดลงนั่งบนพื้นดิน มือสั่น กายเปรอะเปื้อนด้วยฝุ่นควันและโคลนสกปรก

“คุณโอเคไหม” เขาหันมาถามในทันที ขณะที่ตรวจสอบสภาพแวดล้อมรอบตัวด้วยสายตาระแวดระวัง

ธาราพยักหน้าเบา ๆ ทั้งที่จริงแล้วเธอแทบไม่ไหว

“ข้อเจ็บเท้านิดหน่อย” เธอบอกเสียงอ่อย ไม่ไหวก็คงต้องบอกว่าไม่ไหว

คีรินทร์ทรุดตัวลงข้างเธอ มือหนาเอื้อมไปแตะข้อเท้าอย่างระมัดระวัง เขาถอดรองเท้าผ้าใบของเธอออกช้า ๆ ก่อนส่องไฟฉายดูอาการ

“ไม่ถึงกับหัก แค่แพลง แต่ต้องพัก ห้ามฝืน” เขาวิเคราะห์อย่างรวดเร็ว ทำเอาเธอเผลอมองเขานิ่ง ๆ เพื่อพินิจพิจารณา เธอต่อต้านการหมั้นมาตลด แต่ก็ฝืนความต้องการของบิดาไม่ได้ นั่นทำให้เธอพลอยไม่ชอบขี้หน้าเขาไปด้วย

ธารานิ่ง ขณะเขารื้อผ้าพันแผลออกมาจากเป้แล้วพันให้เธออย่างคล่องแคล่ว ท่ามกลางอากาศหนาวเหน็บและกลิ่นดินเปียกชื้น เธอเริ่มรู้สึกอบอุ่นขึ้นมาอย่างประหลาด

“คุณเตรียมของมาขนาดนี้ คุณรู้ว่าฉันจะถูกจับเหรอ”

“เปล่า ผมกำลังจะไปเที่ยวป่าอยู่พอดี พอพ่อของคุณบอกว่าคุณหายไป ก็ให้ผมรีบตามมาดูแล” คีรินทร์ตอบเสียงเรียบ ขณะมัดเงื่อนสุดท้าย จริง ๆ มันมีอะไรมากกว่านั้นอยู่นิดหน่อย ตรงที่บิดาของเธอปล่อยให้เธอออกเดินทางคนเดียว โดยไม่ให้บอดี้การ์ดตามมา เรียกว่าเปิดโอกาสให้เธอได้อยู่กับเขาสองต่อสอง เพราะหลังจากเธอมาแล้ว ท่านก็ส่งข่าวให้เขาตามเธอมา เพราะอยากให้มีเวลาได้ศึกษาเรียนรู้นิสัยใจคอซึ่งกันและกัน

ถามว่าบิดาของหล่อนหวงลูกสาวไหม ก็ต้องบอกว่าหวงมากๆ แต่เพราะเขาเป็นข้อยกเว้น เคยมีบุญคุณช่วยเหลือชีวิตกันเอาไว้ และท่านก็มั่นใจว่าเขารักลูกสาวของท่านจริงจึงไฟเขียวให้เขาได้ใกล้ชิดกับเธอถึงขนาดนี้

“แทนที่จะให้บอดี้การ์ดตามมา แต่ให้คุณตามมานี่นะ” เธอถามเสียงเบา ตระหนักว่าบิดาอยากได้คีรินทร์เป็นลูกเขยจับใจ ถึงได้ส่งเขามาช่วยเธอแทนบอดี้การ์ดที่น่าจะเข้าถึงตัวเธอก่อนและล้อมหน้าล้อมหลังอยู่ในขณะนี้

“คุณไม่อยากได้บอดี้การ์ดไม่ใช่เหรอ ถ้าอยากได้คงไม่หนีมาไกลถึงขนาดนี้” พอเขาถามกลับเธอก็ถึงกับอึ้งไป ก็มันจริงของเขา เธอหนีมาเพราะต้องการหลบมาพักผ่อนอยู่เพียงลำพัง แต่ใครจะคิดว่าจะโดนจับตัวมาแบบนี้ล่ะ

ธาราเงียบไป เขายิ้มจาง ๆ แล้วเสยผมให้เธออย่างแผ่วเบา

“ผมแค่รู้สึกว่าผมมาช้าไปหน่อย ถ้าคุณเป็นอะไรไป ผมคงไม่ให้อภัยตัวเอง” ประโยคของเขาทำให้เธอรู้สึกซึ้งใจ อย่างน้อยเขาก็เป็นห่วงเธอ จะในฐานะอะไรก็ช่างเถอะ

“ไปเถอะ” พวกเขาเดินลัดเลาะต่อไปอีกจนถึงลำห้วยสายหนึ่ง

“โอ๊ย!” เธอเดินได้นิดหน่อยก็เซจนแทบล้มเพราะอ่อนแรง เขาจึงรีบประคองเธอเอาไว้

“เป็นยังไงบ้าง ไหวไหม” เขาถามอย่างห่วงใย เธอส่ายหน้าไปมา

“งั้นขี่หลังพี่ไป”

“จะดีเหรอคะ” เธอเอ่ยถามอย่างเกรงใจ เมื่อเขาขยับตัวมาให้เธอขี่หลัง

“หรือคุณจะเดินเอง” พอเขาถามแบบนั้น เธอก็รีบส่ายหน้าไปมา

เขาจึงย่อตัวลง ทำให้เธอต้องรีบปีนขึ้นไปบนหลังของเขา

การแนบชิดสนิทกายแบบไม่ได้ตั้งใจมาก่อน ทำให้เธอรู้สึกหัวใจเต้นแรงอย่างประหลาด เขาแบกร่างของเธอเดินไปอย่างมั่นคง จนเธอคิดว่าหากเธอไม่มีเขาคงจะตายไปแล้ว

คีรินทร์พาธาราขึ้นไปพักบนเนินสูงเหนือลำธาร ซึ่งมีกระท่อมเก่าทรุดโทรมอยู่หลังหนึ่ง ดูเหมือนจะถูกทิ้งร้างมานานหลายปี

“วันนี้เราจะพักกันที่นี่ พรุ่งนี้ค่อยหาทางไปต่อ”

ธารามองกระท่อมไม้ที่แทรกอยู่ในแมกไม้สลัว เธอกลืนน้ำลายลงคอ หัวใจยังเต้นไม่เป็นจังหวะ นี่ถ้าไม่มีเขาเธอจะเอาตัวรอดยังไง

คีรินทร์จัดพื้นที่ให้เธอในมุมที่แห้งที่สุด วางใบไม้แห้งคลุมพื้น จัดที่หลับที่นอนให้เธออย่างชำนาญ แล้วก่อไฟจากไม้แห้งตรงกลางกระท่อมอย่างคล่องแคล่ว เธอหลับไปอย่างอ่อนแรงหลังจากนั้น ตื่นขึ้นมาอีกครั้งเพราะกลิ่นอาหารหอมกรุ่น

คุณอาจจะชอบ

หน้าปกนวนิยาย เพลิงรักเพลิงอสูร (ซีรีส อสูรซ่อนรัก เล่ม2)
8.7
บทนำ ทั้งรักทั้งเกลียด เสียงครางกระเส่าพลอดรักกันดังอยู่ด้านในห้องนอน ทำให้หญิงสาวที่ยืนอยู่ด้านนอกเนื้อตัวสั่นสะท้าน ดวงหน้าคู่งามเจ็บปวดร้าวราน กลั้นน้ำตาเอาไว้ไม่อยู่จนมันไหลอาบพวงแก้ม เธอก้มมองมือของตัวเองที่กำลูกบิด ส่วนอีกข้างถือปืนของสามีที่หยิบติดมือออกมาจากห้องทำงาน ‘น่าสมเพชสิ้นดี’ เมื่อเปิดประตูเข้าไปก็ตวาดลั่น! “นางงูพิษ! นางเนรคุณ!” อุษณีย์หัวใจแตกสลาย แรงกำลังแทบไม่มียืนอยู่กลางห้อง มือทั้งสองข้างสั่นระริกกำกระบอกปืนเล็งไปยังร่างเปลือยเปล่าของสาวใช้วัยแค่ยี่สิบปี ไม่คิดเลยว่าเด็กสาวชาวเขาที่เก็บมาเลี้ยง รักเหมือนน้องสาวแท้ๆ จะกลายเป็นงูเห่าย้อนมาฉกกัดทำร้ายร่างกายและหัวใจของตัวเอง “ว้าย! คุณณี อยะ อย่าทำอะไรหนูเลย หนูผิดไปแล้ว” สาวใช้คนสวยที่นอนคร่อมร่างชายวัยเจ็ดสิบปีที่ดูอย่างไรก็เหมือนอายุห้าสิบปี หล่อนตกใจขวัญหนีดีฝ่อ เนื้อตัวสั่นเทาทั้งร่างเมื่อหันหลังไปเห็นนายหญิง “แกมันเลี้ยงไม่เชื่อง คนอย่างแกเลี้ยงเสียข้าวสุก กินบนเรือนขี้รดบนหลังคา ตายเสียเถอะ!” “คุณณี! อย่า!” นายศักดาผลักให้สาวใช้ให้นอนลงข้างๆ ร้องห้ามเมื่อเห็นสิ่งที่อุษณีย์ถืออยู่ “คุณท่านถอยไป ฉันจะฆ่ามัน!!” อุษณีย์ไม่ยอมฟังเหตุผล หลับตาแล้วลั่นไกปืนเก็บเสียง ยิงตรงไปยังร่างผู้หญิงชั่วที่ลืมบุญคุณคนนั้นสามนัดซ้อนติดกัน ปังๆ ๆ!!! “โอ๊ย!” เสียงร้องทำให้อุษณีย์ลืมตามอง หล่อนแทบหายใจไม่ออกเมื่อเห็นนายศักดานอนทับร่างของสาวใช้ แผ่นหลังของชายชราเต็มไปด้วยเลือดสีแดงสด “กรี๊ด! คุณท่าน ณีไม่ได้ตั้งใจจะยิงคุณท่านนะ ทำไมคุณท่านต้องปกป้องมันด้วย!” “คุ คุณณี ผะ ผม” นายศักดาพูดไม่ทันจบประโยคก็สิ้นลมหายใจอยู่บนร่างของสาวใช้ที่นอนสิ้นลมหายใจไปก่อนหน้านั้นแล้ว “ฮือ คุณท่าน คุณท่านทำกับณีแบบนี้ทำไม” อุษณีย์นั่งพร่ำเพ้อเหมือนคนเสียสติ มือที่กำปืนอยู่นั้นรีบวางลง แล้วคลานหนีไปนั่งตั้งสติอยู่ตรงหน้าประตู เมื่อสติกลับคืนมา เธอก็รีบจัดการอำพรางเหตุฆาตกรรมนี้หวังให้ตนพ้นผิด พร้อมทั้งส่งเสียงกรีดร้องให้คนในบ้านได้ยิน “กรี๊ด! ชะ ช่วยด้วย ใครก็ได้ช่วยด้วย!” อุษณีย์ที่มีเลือดท่วมตัวคลานกระเสือกกระสนออกจากห้องด้วยอาการเหมือนคนบาดเจ็บสาหัสสากรรจ์… “ฮือ” เสียงร้องร่ำปานใจจะขาดดังอยู่ในห้วงลึกของความฝันของหญิงสาวที่นอนหลับอยู่ภายใต้อ้อมกอดของชายหนุ่มร่างโต ร่างน้อยกระสับกระส่ายหวาดกลัวต่อภาพที่ฝันเห็น เธอผวาตกใจตื่นขึ้นมาแล้วต้องรีบคลานลงจากเตียง วิ่งเข้าห้องน้ำเมื่ออาการวิงเวียนคลื่นไส้จะอาเจียนเล่นงาน “โอ้ก! โอ้ก!!” “เมย์เป็นอะไรครับ?” ชายหนุ่มขยับตัวลุกนั่ง เขาคว้าร่างน้อยไว้แต่ไม่ทันจึงลงจากเตียงเดินไปหาคนที่ส่งเสียงโอ้กอ้ากอยู่ในห้องน้ำ ใบหน้าเรียวรูปไข่เต็มไปด้วยเม็ดเหงื่อเอียงมองชายคนรัก “พิ พี่พาย เมย์ฝันร้ายค่ะ โอ้ก!!” แล้วรีบหันกลับไปกอดคอชักโครกโก่งคออาเจียนเอาเป็นเอาตายอีกครั้ง “ฝันร้าย? แล้วทำไมมานั่งอาเจียนแบบนี้ล่ะครับ” เพลิงพายยืนมองคนตัวน้อย เขาเป็นห่วงจึงรีบนั่งคุกเข่าข้างหนึ่ง ก่อนจะช้อนอุ้มร่างน้อยขึ้นแนบอก พาเดินไปยังเตียงนอนนั้นแล้วก็ช่วยเธอเช็ดน้ำลายตรงมุมปากให้ “มะ เมย์” เมื่อแผ่นหลังแตะฟูกนุ่ม อารยาก็ขยับตัวจะลุกนั่งแต่ก็ถูกมือใหญ่ดันให้นอนลงเหมือนเดิม เธออยากเล่าความฝันเมื่อครู่นี้ให้ชายหนุ่มได้รับรู้ ‘ทำไมฝันน่ากลัวจัง พี่ณีของเป็นอะไรหรือเปล่านะ’ ได้แต่คิดและหาคำตอบให้ตัวเองอยู่คนเดียว “ทำไมเมย์หน้าซีดจัง ไม่สบายหรือเปล่า?” เพลิงพายยืนเท้าสะเอวอยู่ข้างเตียง เขาดันขาเรียวสวยให้ขยับเล็กน้อยแล้วนั่งลงบนขอบเตียง ใช้แขนข้างหนึ่งคร่อมร่างบางเอาไว้ ดวงตาดูขรึมลงหลายส่วนเมื่อมองใบหน้าสวยที่ดูอย่างไรก็คล้ายคลึงหญิงสาวอีกคน ซึ่งเมื่อนานมาแล้วจนถึงขณะนี้ หัวใจของเขาก็ยังมีแผลเพราะผู้หญิงร้ายกาจคนนั้น “มะ เมย์ไม่ได้เป็นอะไรค่ะ” อารยาเบี่ยงหน้าหนีเมื่อดวงหน้าของชายหนุ่มโน้มเข้าหา กลิ่นลมหายใจที่ผสมบุหรี่ทำให้เธอรีบยกมือปิดจมูกกลั้นอาการคลื่นไส้ไว้ ส่วนมืออีกข้างแอบลูบหน้าท้องแบนราบ เธอยังไม่แน่ใจดีว่าตัวเองกำลังตั้งครรภ์ อยากตรวจให้แน่ใจเสียก่อนถึงจะบอกข่าวดีนี้ให้พี่พายทราบ “พี่พาไปหาหมอเอาไหม วันนี้ พี่ไม่มีงาน” เพลิงพายยิ้มมุมปาก ใบหน้าหล่อฉายความแข็งกระด้างเล็กๆ เมื่อหัวใจฝ่ายหนึ่งที่คอยแต่จะทรยศพร่ำบอกให้รัก แต่อีกฝั่งนั้นบอกให้เกลียดเธออยู่ตลอดเวลา ‘จำไว้เพลิงพาย แกต้องแก้แค้น ชดใช้ให้สิ่งที่แกเจอและต้องเจ็บเจียนตายนั้นให้ได้!’ “แต่วันนี้ เมย์มีเรียนนี่คะ” อารยานอนนิ่ง ไม่ยอมขยับตัวหนี อยากซึมซับเอาความอบอุ่นจากมือหนาที่คอยปัดเส้นผมบนหน้าผาก เขาเช็ดเหงื่อที่ผุดขึ้นตามไรผมออกให้อย่างอ่อนโยนด้วยเรียวปากหยัก “งั้นเลิกเรียนแล้ว พี่พาไปหาหมอนะ” ใบหน้าคมคายโน้มเข้าชิดดวงหน้างาม เรียวปากหนาได้รูปกระซิบกระซาบชิดกลีบปากบาง ก่อนพรมจูบลงทัณฑ์อย่างแสนหวานเจือความเร่าร้อน ไม่ต้องการฟังคำปฏิเสธจากเธอ…
หน้าปกนวนิยาย สามีเถื่อนที่รัก
9.0
นิรินตกที่นั่งลำบากหลังเข้าห้องผิดจนเผชิญหน้ากับนรราช ชายร่างสูงใหญ่ในสภาพเมามายที่ข่มขู่จะเอาชีวิตหากเธอขัดขืน ท่ามกลางความหวาดกลัวและรอยจูบที่ถูกยัดเยียด เมื่อแสงไฟสว่างขึ้นเธอกลับพบว่าเขาคือลุงราช หลานชายเจ้าของบ้านผู้แสนใจร้าย แม้ครอบครัวของทั้งคู่จะมีรอยร้าวและบิดาของเธอสั่งห้ามยุ่งเกี่ยวอย่างเด็ดขาด แต่การพบกันโดยไม่คาดฝันในครั้งนี้กลับกลายเป็นจุดเริ่มต้นของเรื่องราววุ่นวายที่ยากจะถอนตัว
หน้าปกนวนิยาย ลูกเขยจอมราชันย์กลับมาแล้ว
9.5
เมื่อสิบห้าปีก่อน เสี่ยวซวนลี่สังหารพ่อแม่ของเสี่ยวเทียนเพื่อชิงมรดกและรับเขามาเลี้ยงอย่างจอมปลอม จนกระทั่งเสี่ยวเทียนเติบโตและก่อตั้งบริษัทระดับโลก เขากลับถูกลุงแท้ๆ ใส่ร้ายคดีฉาวจนสูญเสียทุกอย่างและต้องหนีไปต่างประเทศ ห้าปีต่อมาเสี่ยวเทียนกลับมาในฐานะผู้นำองค์กรติดอาวุธที่ทรงอิทธิพลที่สุด พร้อมทรัพย์สินมหาศาลและอำนาจที่แม้แต่นายกเทศมนตรียังต้องก้มหัวให้ ถึงเวลาที่เขาจะกระชากหน้ากากคนชั่วและทำให้ศัตรูที่เคยดูถูกต้องคุกเข่าวิงวอนขอชีวิต
หน้าปกนวนิยาย วาสนานี้ ข้ามิอยากได้
9.2
ซินหยาน นักฆ่ามือฉกาจตัดสินใจจบชีวิตลงพร้อมภารกิจสุดท้ายเพื่อหนีจากการถูกองค์กรกำจัด แต่เธอกลับตื่นขึ้นในร่างของ จางซินหยาน ตัวละครในนิยายที่เคยอ่าน ซึ่งมีจุดจบอันน่าเศร้าจากการเป็นเพียงอนุที่ท่านแม่ทัพจ้าวไม่เคยเหลียวแล เมื่อได้รับโอกาสมีชีวิตใหม่ในวัยสิบสอง ซินหยานจึงตั้งมั่นที่จะเปลี่ยนโชคะตาเพื่อหลีกหนีจากความรักที่ขมขื่นและไม่ต้องตายอย่างโดดเดี่ยวเช่นในนิยาย ทว่าโชคชะตากลับเล่นตลกเมื่อเธอยิ่งพยายามหลบหลีกเท่าไร เธอกลับยิ่งถูกดึงดูดเข้าสู่วังวนแห่งปัญหาที่มิอาจเลี่ยงได้
หน้าปกนวนิยาย จ้าวเทียนอี้ ตำนานรักพันปี
7.9
หวังฟางเซียนต้องเผชิญกับความเจ็บปวดในอดีตที่เธอและจ้าวเทียนอี้คนรักถูกฝังทั้งเป็นพร้อมคัมภีร์อมตะเพราะความผิดพลาดของเธอเอง ทว่าอำนาจลี้ลับของคัมภีร์กลับนำพาดวงวิญญาณเธอย้อนสู่อดีตชาติในร่างพระสนมเอกจางลี่เซียนแห่งราชวงศ์ถัง ท่ามกลางวังหลวงที่เต็มไปด้วยเพลิงริษยาและการชิงดีชิงเด่น เธอต้องเผชิญหน้ากับความแค้นและสงครามอำนาจเพื่อแก้ไขโศกนาฏกรรมในครั้งก่อนและปกป้องชายคนรักไม่ให้ต้องพบจุดจบอันน่าเวทนาอีกครั้ง
หน้าปกนวนิยาย ทาสพิศวาสจวนโหวอำมหิต
8.8
โชคชะตาขีดให้หวางเย่หลิงต้องเผชิญหน้ากับอิ๋งชวนโหวผู้แสนอำมหิตแห่งกู้กง เมื่อเงินห้าหมื่นตำลึงทองของทางการสูญหายไปจากสำนักคุ้มกันหวางซื่ออย่างปริศนา เพื่อรักษาชีวิตทุกคนในตระกูลให้รอดพ้นจากโทษประหาร เย่หลิงจึงต้องยอมสละตนเข้าสู่จวนโหวในฐานะสตรีของเขา ท่ามกลางบรรยากาศที่เต็มไปด้วยอันตรายและการช่วงชิง โดยที่ท่านโหวผู้เลือดเย็นมีแผนการบางอย่างซ่อนอยู่ ทั้งเพื่อสนองความต้องการส่วนตัวและใช้เธอเป็นกุญแจสำคัญในการตามหามารดาที่หายสาบสูญไปของเขา