ติดตาม
ตอน
แชร์
หน้าปกนวนิยาย รักนี้...ไม่จำกัดนิยาม

รักนี้...ไม่จำกัดนิยาม

นิยามของความรักนั้นกว้างใหญ่เกินกว่าจะถูกตีกรอบด้วยเงื่อนไขทางเพศสภาพ เพราะแม้ว่าต้นทุนชีวิตและการกำเนิดจะเป็นสิ่งที่ใครก็ไม่สามารถกำหนดเองได้ แต่ทุกคนย่อมมีสิทธิที่จะเลือกเส้นทางชีวิตและหัวใจในแบบที่ตนเองต้องการ เช่นเดียวกับเรื่องราวของชายหนุ่มสองคนที่ต่างเชื่อมั่นอย่างสุดหัวใจว่า ความรักคือสิ่งที่งดงามและมีค่าเหนือสิ่งอื่นใดในโลกใบนี้ พวกเขาจึงพร้อมที่จะก้าวข้ามทุกขีดจำกัดเพื่อรักษาความสัมพันธ์ที่แสนพิเศษนี้ไว้ตลอดไป
ตอน
แชร์

ตอน 2

บนเตียงนุ่มปรากฏร่างหนาของเด็กหนุ่มวัยสิบแปดปี ใบหน้าหล่อเหลาที่เปลือกตายังคงปิดสนิทอยู่นั้นเริ่มขยับพร้อมทั้งมีเหงื่อผุดออกมาทั้งๆ ที่แอร์คอนดิชันภายในห้องนอนที่ตกแต่งอย่างเรียบง่ายและเป็นระเบียบยังคงทำงานอย่างไม่หยุดพัก ริมฝีปากบางสีแดงอมชมพูขมุบขมิบราวกับว่ากำลังพูดบางสิ่งบางอย่าง แต่ทว่าเสียงกลับไม่ดังออกมาตามที่ริมฝีปากขยับ

“ไม่ วิน!!! อย่าไป” และในที่สุดเสียงก็ดังเล็ดลอดออกมาจากริมฝีปากนั้น

“เฮื้อก!!!!”

“โอ๊ย!!!! ฝันอีกแล้วเหรอเนี่ย”

แบม ภูวดลสะดุ้งสุดตัวร่างหนาเด้งขึ้นมาอยู่ในท่านั่งกุมศีรษะบนที่นอนนุ่ม ก่อนที่เขาจะใช้มือทั้งสองข้างสางผมที่ปรกลงบนหน้าผากไปถึงขนตายาวชุ่มน้ำตาให้เปิดออก

“น้องวิน… พี่จะทำตามที่พี่สัญญากับเราไว้นะ ไปอยู่ในชาติภพใหม่ พี่ขอให้หนูปลอดภัย...ไร้โรคภัยไข้เจ็บนะ”

เด็กหนุ่มหยิบของทดแทนของเด็กชายตัวน้อยในตอนนั้นขึ้นมาจากชิ้นชักโต๊ะข้างเตียงแล้วเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงที่จริงจัง

น้ำตาของลูกผู้ชายไหลออกมาเมื่อนึกไปถึงเหตุการณ์ก่อนที่เด็กน้อยจะเข้ารับการผ่าตัด ตอนนั้นเขาก็ยังคงเป็นเพียงเด็กน้อยคนหนึ่งซึ่งอายุมากกว่าน้องวินไปเพียงไม่กี่ปี ทั้งสองคนสนิทกันตอนที่เขาไปทำงานกับมารดา เขาพบน้องวินกำลังเข้ารับการรักษาตัวด้วยโรคลิ้นหัวใจรั่วที่โรงพยาบาลที่มารดาเป็นศัลยแพทย์ทรวงอกอยู่พอดี รู้จักกันจนสนิทสนมน้องวินก็จากไปแบบไม่มีวันกลับ

เนื่องด้วยศัลยแพทย์หัวใจของทางโรงพยาบาลมีน้อยและกำลังติดเคสสำคัญ เด็กน้อยจากไปอย่างกะทันหัน เขาร้องไห้อย่างหนักและซึมอยู่หลายวัน ก่อนที่เด็กน้อยจะอาการทรุดและจากไป เขาเคยให้สัญญาว่าโตมาเขาจะเป็นศัลยแพทย์หัวใจ คอยรักษาหัวใจให้คนที่เป็นแบบน้องวิน น้องวินยิ้มออกมาด้วยแววตาที่มีความสุข เขาไม่คิดเลยว่ารอยยิ้มจากเด็กน้อยในวันนั้นจะเป็นวันสุดท้าย… ที่เขาได้มองมัน

เขายกมือขึ้นมาปาดน้ำตาแล้วลุกขึ้นจากเตียงนอน ก่อนที่สองขายาวจะก้าวเดินไปที่ห้องน้ำ เสียงน้ำที่ไหลลงกระทบพื้นบ่งบอกว่าเด็กหนุ่มได้อาบน้ำเพื่อเตรียมตัวไปโรงเรียนมัธยมปลายในเช้าวันนี้แล้ว

“สวัสดีตอนเช้าครับคุณพ่อ คุณแม่ พี่บอม พี่บี๋”

ชายหนุ่มที่อายุน้อยที่สุดของบ้านเอ่ยทักทายทุกคนหลังจากที่เข้ามานั่งประจำที่ตรงโต๊ะอาหารเรียบร้อยแล้ว

“หน้าตาไม่ค่อยสดใสเลยนะลูก เจ็บป่วยตรงไหนหรือเปล่า”

แพทย์หญิงศิริลักษณ์ ปรีชารักษ์เอ่ยถามบุตรชายคนเล็กด้วยความเป็นห่วง

“นั่นสิ อย่าบอกนะว่าฝันเรื่องเดิมอีกแล้ว”

ภูวเมศ ปรีชารักษ์ผู้เป็นบิดาเอ่ยถามต่อในคำถามเดียวกันกับที่พี่ๆ ทั้งสองอยากเอ่ยถามน้องชายคนเล็ก เด็กหนุ่มพยักหน้าก่อนที่จะหันหน้าไปส่งยิ้มขอบคุณแม่บ้านที่นำข้าวต้มมาเสิร์ฟตรงหน้าของเขา

“ปล่อยวางซะบ้างสิแบม น้องเค้าก็ไปสบายแล้ว”

บอม ภูวพล ปรีชารักษ์ พี่ชายคนโตบอกน้องชายด้วยน้ำเสียงปลอบโยน เขารู้ดีว่าแบมนั้นเสียใจกับเหตุการณ์ในครั้งนั้นขนาดไหน

“จริงด้วยนะแบม ถ้าแบมอยากให้น้องมีความสุขเวลาที่มองลงมาจากฟ้า แบมก็ตั้งใจเรียนหมอให้จบแล้วรักษาคนที่ป่วยแบบน้องเขาให้สุดความสามารถที่บอมมีนะ” พี่สาวผู้ที่รับรู้ความใฝ่ฝันของผู้เป็นน้องชายแนะแนวทางให้กับเขา

“ครับ… ขอบคุณทุกคนมากนะครับ”

กำลังใจและความเข้าใจของครอบครัวย่อมสำคัญที่สุด เป้าหมายของเขาต่อจากนี้แน่นอนว่าเขาจะทำมันให้สำเร็จ อีกแค่ไม่กี่เดือนภาคเรียนที่หนึ่งของระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่หกของเขาก็ผ่านไปแล้ว และในภาคเรียนที่สองเขาจะตั้งใจกว่าเดิมเพื่อสอบเข้ามหาวิทยาลัยที่มีคุณภาพเหมือนกับมารดาให้ได้

โรงเรียนมัธยมแห่งหนึ่งใจกลางกรุง

ร่างสูงของเด็กหนุ่มที่โตเต็มวัยกำลังเยื้องย่างเข้าไปในโรงเรียนของตนเองท่ามกลางสายตาของสาวๆ ที่มองมาอย่างสนใจ เขาส่งยิ้มให้สาวๆ รุ่นน้องและรุ่นเดียวกันตามประสาคนที่อัธยาศัยดี แต่ทว่ารอยยิ้มของเขาทำเอาหัวใจสาวๆ เต้นแรงไปตามๆ กัน เขาเดินตรงไปยังตึกที่ตนเรียนแต่แล้วไหล่กว้างก็มีท่อนแขนจากเพื่อนสนิทพาดผ่านมาโอบไหล่เขาไว้อย่างรวดเร็วก่อนที่จะปล่อย

“เฮ้ย!! ไอ้กราฟ มึงมาเช้าจังวะฮ่าๆๆๆ สะดุ้งอะไรขนาดนั้นวะไอ้นี่ มัวแต่เก๊กหล่ออยู่นั่นแหละหมั่นไส้ แบ่งความหล่อมาให้กูบ้างดิ๊เพื่อน”

บอส ภานุอุทานเรียกเพื่อนสนิท ก่อนที่จะเอ่ยประโยคที่ทำให้กราฟ กาลัญญู พิเชษฐ์พัฒน์หัวเราะออกมา

“ถ้ามันแบ่งกันได้กูแบ่งให้มึงไปแล้วไอ้บอส มึงก็มาเช้าเป็นเหมือนกันหรอวะฮ่าๆๆๆ”

เสียงขี้เล่นติดทะเล้นตอบกลับ ก่อนที่เขาจะเดินตรงไปยังอาคารเรียนของตนโดยมีบอส ภานุเพื่อนสนิทเพียงคนเดียววิ่งตามหลังไปติดๆ

“อีกเทอมเดียวมึงจะย้ายไปทำไมวะ”

เด็กหนุ่มเอ่ยถามเพื่อนสนิทตรงหน้าเมื่อได้ยินข่าวที่ไม่น่ายินดีสำหรับเขาเท่าไหร่

“กูอยากไปเรียนที่นั่นก่อนจบ พ่อแม่ก็ไม่ห้าม แถมสนับสนุน บอกทำไมกูไม่ไปเรียนโรงเรียนนั้นตั้งแต่แรกเพราะพ่อกูก็จบจากที่นั่นมา”

กราฟ กาลัญญูตอบเพื่อนสนิทขณะที่เขากำลังเขียนงานส่งอาจารย์อยู่ภายในห้องเรียน กราฟ กาลัญญูเป็นเด็กที่เรียนเก่งอีกคนหนึ่งของโรงเรียน และเป้าหมายของเขาคือการได้เป็นเพื่อนกับเด็กหนุ่มหน้าหล่อ นักกีฬาบาสเกตบอลที่ทำให้เขาประทับใจ อาจจะดูเป็นความคิดที่โง่เขลาสำหรับเหตุผลของการย้ายไป แต่หัวใจของเขามันสั่งให้เขาตัดสินใจแบบนั้น เขาไม่เข้าใจตนเองเหมือนกันว่าเป็นเพราะอะไร

“แล้วจบมอหกมึงจะสอบเข้ามหาวิทยาลัยไหน”

บอสเอ่ยถามเพื่อนถึงเรื่องมหาวิทยาลัยแทนเพราะถึงอย่างไรการย้ายตามเพื่อนสนิทไปมันก็ไม่ใช่เหตุผลที่เข้าท่า แต่ถ้าได้ไปเรียนต่อมหาวิทยาลัยเดียวกันในอนาคตก็เป็นไปได้

“กูจะเรียนหมอ”

เด็กหนุ่มละสายตาและวางมือจากงานที่กำลังเขียนอยู่แล้วตอบอย่างมั่นใจ

“โห่… กูคงเรียนกับมึงไม่ไหว ไอ้นี่...ทำไมชอบจังอะไรยากๆ เนี่ย”

บอสเอ่ยออกมาอย่างเหนื่อยใจ จะให้เขาทนเรียนไปอีกห้าหกปี ไหนจะเรียนเฉพาะทางอีก เขาสู้ไม่ไหวจริงๆ

“มึงก็รู้ว่าชีวิตกูอยากอุทิศให้กับการต่อชีวิตให้คนอื่น”

กราฟบอกด้วยน้ำเสียงจริงจังก่อนที่จะก้มหน้าลงเขียนรายงานต่อแล้วไม่เอ่ยอะไรออกมาอีก บอสไม่อยากรบกวนเพื่อนจึงหยิบรายงานของตนขึ้นมาเขียนบ้าง เขายังไม่รู้เลยว่าอีกหนึ่งเทอมที่เหลือ ถ้าเขาไม่มีเพื่อนสนิทอยู่ด้วยแล้ว ผลการเรียนของเขาจะเป็นอย่างไร เพราะเวลาที่เขาไม่เข้าใจ เพื่อนสนิทอย่างกราฟ กาลัญญู ก็คอยช่วยเหลือเขามาโดยตลอด

สองหนุ่มสาวที่กำลังเดินเคียงข้างกันเข้าไปในโรงอาหารของโรงเรียนต่างเป็นเป้าสายตาของหนุ่มๆ สาวๆ ทั้งรุ่นเดียวกันและรุ่นน้องในโรงเรียนแห่งนี้ ใครๆ ต่างก็เข้าใจว่าแบม ภูวดลและจีน่า เจนจิราเป็นแฟนกัน เพราะเวลาไปไหนมักจะพบเห็นสองคนนี้อยู่ด้วยกันตลอด ถึงจะมีเด็กหนุ่มอีกคน แต่เขาก็ไม่ได้เดินเคียงคู่กับแบมหรือจีน่า ต่างจากที่สองหนุ่มสาวเดินเคียงข้างกันเสมอ หรือบางทีก็มีจับมือถือแขนกันเดินก็มี

“หล่ออะ เสียดายแทนพวกเธอ….” เสียงรุ่นน้องที่เป็นเพศที่สามเอ่ยขึ้นในกลุ่มสาวๆ

“เสียดายอะไรยัยเบเบ้” เพื่อนสาวคนหนึ่งในกลุ่มเอ่ยถามขึ้น

“พี่แบมอะ…”

คำตอบของชายไม่แท้ของกลุ่มเรียกสายตาความอยากรู้อยากเห็นของเพื่อนๆ ได้เป็นอย่างดี

“พี่เขาไม่ได้ชอบชะนีหรอก เขาชอบผู้ชายด้วยกัน”

คนที่ชื่อเบเบ้เอ่ยออกมาตามสัญชาตญาณแต่เพื่อนๆ ในกลุ่มกลับส่งเสียงหัวเราะออกมา ใครจะเชื่อก็พี่แบมภูวดล ออกจะมาดแมนขนาดนั้นต่างจากคนพูดอย่างลิบลับ เล่นกีฬาก็เก่ง การเรียนก็อันดับหนึ่งของระดับชั้น แถมมีสาวสวยข้างกายเป็นดาวโรงเรียนอีกต่างหาก

“ใส่กันไหม… ถ้าพี่แบมชอบผู้ชายพวกแกเลี้ยงข้าวฉันสามเดือน แต่ถ้าพี่แบมเป็นผู้ชายชอบผู้หญิง ฉันยอมกลับไปเป็นผู้ชายตัดผมเกรียนเลยอะ”

เบเบ้เอ่ยออกมาด้วยความมั่นใจ และสาวๆ ในกลุ่มก็มั่นใจเช่นกัน ทุกคนตกลงที่จะเล่นเกมนี้โดยยอมเลี้ยงข้าวเพื่อนชายใจสาวคนนี้สามเดือนหากพี่แบมสุดหล่อเป็นแบบที่นางพูด

ทางด้านสองหนุ่มสาวก็นั่งรับประทานอาหารที่ซื้อมาจากร้านโปรดภายในโรงอาหารของโรงเรียนแห่งนี้ แบม ภูวดลคอยตักผักออกให้เพื่อนสนิทมาใส่จานของเขา และเขาก็จัดการมันแทน ก่อนหน้านี้เขาบ่นให้จีน่า เรื่องที่เพื่อนสนิทคนสวยไม่ชอบรับประทานผัก แต่สุดท้ายเธอก็ไม่รับประทานมันอยู่ดี

“น่ารักแบบนี้เรามาคบกันจริงๆ ดีไหมแบม”

คำถามของเพื่อนสนิททำเอามือเรียวขาวสะอาดที่กำลังจับช้อนอยู่ชะงัก ใบหน้าหล่อเหลาเงยขึ้นมองหน้าคนถาม

“ไม่อะ… ฉันรู้ว่าเธอก็ไม่ได้ชอบ…ฉันหรอก อย่ามาจีน่า แสดงละครก็พอแล้ว”

เขาบอกเธอเสียงเบาก่อนที่จีน่าจะส่งค้อนวงใหญ่ให้กับคนรู้ทัน ตั้ม อนุพงษ์ที่เดินไปซื้อน้ำกลับมาไม่ทันได้ยินความลับของทั้งสองคน เขาวางน้ำลงตรงหน้าของเพื่อนทั้งสองก่อนที่จะได้รับคำขอบคุณเป็นการตอบแทน

สองหนุ่มหนึ่งสาวนั่งรับประทานอาหารกลางวันอย่างเงียบๆ เมื่อรับประทานเสร็จทั้งสามก็เดินออกจากโรงอาหารไปท่ามกลางสายตาของทั้งสาวๆ และหนุ่มๆ ภายในโรงเรียนที่สนใจทั้งแบม ภูวดลและจีน่า เจนจิรา สาวลูกครึ่งเยอรมันที่มีฐานะทางบ้านร่ำรวยระดับมหาเศรษฐีเช่นเดียวกับครอบครัวของเพื่อนสนิท

“แบม นายจะเรียนหมอจริงอะ”

จีน่าเอ่ยถามหลังจากที่ได้เห็นรายชื่อคณะที่เพื่อนกรอกลงในแบบสอบถาม

“อืม…ศัลแพทย์หัวใจ”

จีน่าพยักหน้าขึ้นลงด้วยความเข้าใจ เหตุการณ์ในตอนนั้นทำเพื่อนของเธอคนนี้ซึมลงไปหลายวัน และจากที่เป็นคนสดใสร่าเริงกลายเป็นเงียบขรึมเย็นชา แต่กับเธอแบม ภูวดลยังคงอบอุ่นเสมอ

“เธอล่ะ…จะเรียนต่ออะไร อย่าบอกนะว่า….”

“อืม….นิเทศศาสตร์น่ะ”

เพื่อนของเขาสวยและเธอก็สามารถเป็นดาราได้สบาย ก่อนหน้านี้พากันไปเดินห้างดังก็มีปาปารัสซี่มาทาบทาม แต่ทั้งเขาและเพื่อนยังห่วงเรื่องการเรียนอยู่เลยไม่ได้ไปแคสตามที่เขาติดต่อมา

“พี่บี๋ก็เพิ่งจะได้แสดงละครเรื่องแรก” ประโยคที่แบม ภูวดลเอ่ยออกมาทำเอาเพื่อนสนิทตาโต

“จริงดิ เรื่องอะไรอะ รับบทอะไรหรอ” ลูกครึ่งสาวเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น

“ไม่รู้ดิ ไม่ได้ถาม เมื่อวานเห็นนั่งอ่านบทอยู่ ตัวประกอบแหละมั้ง เรื่องแรก.. แถมยังไม่เป็นที่รู้จักด้วย”

หนุ่มหน้าใสบอกเพื่อนตามที่เขาเข้าใจ เพราะเมื่อวานเขาไม่ได้ถามไถ่พี่สาวอย่างจริงจัง จึงไม่รู้ว่าตกลงพี่สาวได้รับบทอะไรและแสดงช่องไหน

“หูย….แค่นี้ก็ดีแล้ว พี่บี๋สวย……”

“พอเลย… เลิกคิด เว้นพี่สาวของฉันไว้สักคน” คำพูดที่ดังขัดคอขึ้นมาทำให้จีน่าถึงกับสะบัดหน้าให้กับคนหวงพี่สาว

“แหม…. ชื่นชมเฉยๆ อ้อ..ที่ฉันอยากเรียนนิเทศศาสตร์ ฉันอยากเป็นนางแบบย่ะ ไม่อยากแสดงหรอกละคร นายก็รู้ว่าฉันแสดงละครไม่เก่ง”

“อ๋อ…. เหรอ……”

แบม ภูวดลลากเสียงก่อนที่จะสนใจหนังสือเรียนตรงหน้าแทนการสนทนาเรื่องการเรียนต่อกับเพื่อนสนิท เพราะยิ่งคุยยิ่งออกทะเล จีน่า เจนจิราหัวเราะออกมาด้วยความชอบใจ ก่อนที่จะกรอกคณะที่ตนเลือกและหยิบกระดาษทั้งของเธอและของแบม ภูวดลไปส่งให้กับอาจารย์ที่รอเก็บอยู่

หลังเลิกเรียนสองหนุ่มสาวก็กลับบ้านพร้อมกันเช่นทุกครั้งที่ผ่านมา แบม ภูวดลถึงจะเบื่อกับลูกอ้อนของเพื่อนสนิทที่ชวนแวะแต่ร้านไอซ์สวีทของพี่ไอซ์ อดีตสาวสวยดาวโรงเรียนที่จบไปหลายปีก่อนแทบทุกวัน แต่เขาก็ไม่เคยปฏิเสธ เพื่อนอย่างจีน่า หาได้ไม่ง่ายในสังคมปัจจุบัน เพื่อนที่ไม่ขายความลับของเพื่อน เพื่อนที่คอยให้คำปรึกษา เพื่อนที่คอยปกป้องและให้กำลังใจ แค่มีเธอเป็นเพื่อน เขาก็มีความสุขแล้ว….

คุณอาจจะชอบ

หน้าปกนวนิยาย ก็รักกันดี ไม่มีปัญหา
8.1
วิญญาณหญิงสาวในสภาพเปียกโชกเฝ้าตามติดอดีตคนรักด้วยความสับสน เพราะเธอจำไม่ได้เลยว่าความตายของตนเกิดจากอุบัติเหตุหรือเป็นการฆาตกรรมที่โหดเหี้ยมกันแน่ ท่ามกลางปริศนาที่มืดมน มีเพียงแฟนใหม่ของเขาเท่านั้นที่เป็นกุญแจสำคัญในการไขความจริงครั้งนี้ แม้ว่าในใจของเธอจะเต็มไปด้วยความเกลียดชังและชิงชังผู้หญิงคนนี้มากเพียงใด แต่เธอไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องพึ่งพาศัตรูหัวใจเพื่อค้นหาคำตอบสุดท้ายของชีวิตที่ถูกพรากไปอย่างเป็นปริศนา
หน้าปกนวนิยาย ความจำเสื่อม ชีวิตใหม่
8.3
เซิ่งหลินชวนฟื้นจากอาการโคม่าหลังอุบัติเหตุพร้อมความทรงจำที่หายไปกลับคืนมา เขาจำได้ว่ามีคนที่ตนรักมาแสนนาน จึงตัดสินใจบอกเลิกฉินเวยทันที โดยอ้างว่าความสัมพันธ์ที่ผ่านมาในช่วงความจำเสื่อมคือความผิดพลาดที่ไม่ได้ตั้งใจและขอให้จบลงเพียงเท่านี้ ทางด้านฉินเวยที่ยอมรับการเลิกราอย่างสงบ ได้ตัดสินใจเข้าร่วมการทดลองยาลบความทรงจำตัวใหม่ในห้องแล็บ เพื่อกำจัดร่องรอยความรักที่มีต่อเขาให้หายไปอย่างถาวรตามความต้องการของอีกฝ่าย
หน้าปกนวนิยาย วิศวะขอรักคุณหมอ Mpreg
8.9
จากความสัมพันธ์ที่เริ่มต้นด้วยความไม่ถูกชะตาจนกลายเป็นการกลั่นแกล้งทุกครั้งที่พบหน้า ทว่าความรู้สึกกลับเริ่มแปรเปลี่ยนไปอย่างไม่ทันตั้งตัว เมื่อยามที่เขาหายไปจากสายตากลับทำให้หัวใจต้องว้าวุ่นและกระวนกระวายใจอย่างหนักจนทนไม่ได้ ความหมั่นไส้ในตอนแรกถูกแทนที่ด้วยความโหยหาที่อยากจะพบเจอหน้ากันในทุกวัน เหมือนดั่งคำกล่าวโบราณที่ว่าหากไม่ได้เห็นหน้ากันโดยตรง เพียงแค่ได้เห็นเพียงหลังคาบ้านของเขาก็ยังดี
หน้าปกนวนิยาย ลลิตจะปกป้องหม่าม้าเอง
9.3
ใบไผ่ชายโสดวัยสามสิบปีต้องเผชิญกับจุดเปลี่ยนครั้งใหญ่เมื่อเขาได้กลับมาเกิดใหม่เป็น ลลิต ทารกน้อยผู้น่ารักซึ่งเป็นลูกชายของ ลออจันทร์ ตัวประกอบในนิยายชื่อดังที่เขาเคยอ่าน ทว่าในเส้นทางเดิมนั้นแม่ของเขาต้องพบกับจุดจบที่แสนเศร้าและน่าอนาถใจอย่างยิ่ง เมื่อได้รับโอกาสครั้งที่สองในร่างเด็กทารกเช่นนี้ ลลิตจึงตั้งมั่นอย่างแน่วแน่ว่าจะต้องใช้ความสามารถและหัวใจทั้งหมดที่มีเพื่อปกป้องหม่าม้าให้พ้นจากชะตากรรมอันเลวร้ายเหล่านั้นให้จงได้
หน้าปกนวนิยาย Omega's instinct สัญชาตญาณดิบ [Omegaverse]
9.2
ในโลกที่ชนชั้นถูกตัดสินด้วยเพศสภาพ เจเรมี เมอร์ซี ทายาทตระกูลผู้นำกลับพบว่าตนเองคือโอเมก้าไม่ใช่蜕อัลฟ่าอย่างที่เข้าใจ เขาถูกลดตัวลงสู่ชนชั้นต่ำและถูกบังคับให้เข้าร่วมเกมล่าชีวิตเพื่อช่วยเหลือคนสำคัญที่ถูกจับเป็นตัวประกัน ณ ที่นั่นเขาได้พบกับ คริส ฟ็อกซ์ อัลฟ่านักโทษกบฏที่ต้องการครอบครองเขาเพื่อแลกกับอิสรภาพ ท่ามกลางการต่อสู้ที่ดุเดือด เจเรมีต้องตัดสินใจว่าจะสังหารทุกคนเพื่อชัยชนะ หรือจะยอมสยบแทบเท้าอัลฟ่าเพื่อรักษาชีวิตคนที่เขารักในเกมเดิมพันที่ไร้ทางออกนี้
หน้าปกนวนิยาย Stumble Love รักสะดุดใจ
9.7
โชคชะตาเล่นตลกกับความรักของสามคู่ชูชื่นที่มีทั้งสุขและเศร้า หลินสาวน้อยผู้ขยันขันแข็งต้องมาพัวพันกับพีค ซีอีโอเพลย์บอยเจ้าของโรงแรมหรูที่เปลี่ยนผู้หญิงทุกสัปดาห์ ความสัมพันธ์ชั่วข้ามคืนที่เกิดขึ้นคือความผิดพลาดหรือความตั้งใจ เมื่อหลินเผลอใจรักชายผู้เห็นเธอเป็นเพียงของเล่นชิ้นใหม่ที่น่าดึงดูดใจ นอกจากนี้ยังมีเรื่องราวของแพรวากับกฤษ ภุชงค์หนุ่มเจ้าเสน่ห์ รวมถึงคู่รักหลากหลายสไตล์ที่ต้องลุ้นว่าใครจะสมหวังในรักแท้ท่ามกลางบททดสอบที่เดิมพันด้วยหัวใจ