ติดตาม
ตอน
แชร์
หน้าปกนวนิยาย รักนี้...ไม่จำกัดนิยาม

รักนี้...ไม่จำกัดนิยาม

นิยามของความรักนั้นกว้างใหญ่เกินกว่าจะถูกตีกรอบด้วยเงื่อนไขทางเพศสภาพ เพราะแม้ว่าต้นทุนชีวิตและการกำเนิดจะเป็นสิ่งที่ใครก็ไม่สามารถกำหนดเองได้ แต่ทุกคนย่อมมีสิทธิที่จะเลือกเส้นทางชีวิตและหัวใจในแบบที่ตนเองต้องการ เช่นเดียวกับเรื่องราวของชายหนุ่มสองคนที่ต่างเชื่อมั่นอย่างสุดหัวใจว่า ความรักคือสิ่งที่งดงามและมีค่าเหนือสิ่งอื่นใดในโลกใบนี้ พวกเขาจึงพร้อมที่จะก้าวข้ามทุกขีดจำกัดเพื่อรักษาความสัมพันธ์ที่แสนพิเศษนี้ไว้ตลอดไป
ตอน
แชร์

ตอน 3

ร่างสูงโปร่งที่กำลังก้าวขาลงจากรถต้องหยุดชะงักเมื่อได้ยินเสียงที่เรียกขานกลับมาของลุงโชติ คนขับรถประจำของเขา เด็กหนุ่มที่มีใบหน้าขาวใสราวกับใบหน้าของสตรีเหลียวมองไปตามเสียง

“มีอะไรหรือเปล่าครับลุงโชติ” เขาเอ่ยถามออกมาด้วยน้ำเสียงสุภาพ

“เย็นนี้คุณบี๋เธอจะมารับคุณแบมเองนะครับ” ลุงโชติ คนขับรถประจำบ้านบอกเจ้านายน้อยของบ้านพร้อมกับส่งยิ้มให้

“ขอบคุณครับ ผมไปนะครับ สวัสดีครับลุงโชติ”

แบม ภูวดลเอ่ยลาพร้อมทั้งยกมือไหว้ผู้อาวุโส อีกฝ่ายรีบยกมือขึ้นมาพนมรับไหว้แทบไม่ทัน เจ้านายน้อยของเขาก็สุภาพแสนดีแบบนี้เสมอมา สายตาของชายวัยกลางคนมองตามเด็กหนุ่มรูปร่างสูงโปร่งเดินตรงไปที่ประตูโรงเรียนด้วยความปลาบปลื้มใจ

“แบม…. มาสาย”

สาวสวยประจำโรงเรียนเอ่ยขึ้นเมื่อเห็นใบหน้าหล่อเหลาของเพื่อนสนิทที่กำลังก้าวเดินเข้ามาในรั้วโรงเรียน

“มีอะไร… อย่าบอกนะว่ามารอ” เด็กหนุ่มหยุดยืนอยู่กับที่ก่อนที่จะหันไปมองตามเสียงที่คุ้นเคย

“อืม…. วันนี้มีสอบเก็บคะแนน” จีน่า เจนจิราเดินเข้าไปใกล้แล้วจับแขนเพื่อนสนิทมากอดเอาไว้

“แล้วไง….”

คำถามของเด็กเรียนอย่างแบม ภูวดลทำเอาจีน่าอดที่จะหมั่นไส้ไม่ได้ เพราะไม่่ว่าจะสอบวิชาอะไร เพื่อนสนิทของเธอคนนี้ก็คะแนนเต็มทุกวิชา

“ชิส์… พ่อคนเก่ง ถามแบบนี้เหมือนตอกย้ำว่าเราโง่เลยนะ”

จีน่าปล่อยท่อนแขนเรียวของเพื่อนลง ก่อนที่จะสะบัดหน้าหนี เธอแกล้งทำเป็นโกรธเรื่องนี้แบม ภูวดลรู้ดี บรรดาเหล่าแฟนคลับของทั้งคู่ที่มองมาต่างพากันแอบลุ้นไปตามๆ กันว่าพี่แบมจะง้อพี่จีน่าคนสวยอย่างไร

“โถ่… เราไม่ได้หมายความว่าอย่างนั้น จีน่า…เธอไม่ได้โง่ แต่เธอแค่ขี้เกียจ”

เด็กหนุ่มส่งยิ้มให้ก่อนที่จะยื่นมือเรียวขาวสะอาดไปยีผมเพื่อนสนิทก่อนที่จะเดินจากไปเมื่อพูดจบ สาวๆ แฟนคลับที่แอบมองทั้งคู่อยู่ต่างแอบพากันกลั้นเสียงกรีดร้องไม่ให้ดังขึ้นมา รุ่นพี่ทั้งสองเล่นสาดความฟินกันตั้งแต่เช้าแบบนี้ บรรดาน้องๆเลยได้ยิ้มกันไปทั้งวัน จีน่ายกยิ้มขึ้นมาก่อนที่จะวิ่งตามเพื่อนสนิทไป

เมื่อถึงเวลาที่จะต้องสอบวิชาแรกของการเก็บคะแนนก่อนสอบปลายภาคเรียนที่หนึ่งในครั้งนี้ ไม่มีวิชาไหนเลยที่แบม ภูวดลมองแล้วว่ายาก เขาเข้าใจทุกวิชาอย่างถ่องแท้ เวลาเรียนเขาตั้งใจ แล้วพอกลับบ้านไปเขาก็ทบทวนหนังสือ ชีวิตของเขาบางคนอาจจะมองว่าน่าเบื่อ แต่นั่นก็เพราะชีวิตของเขามีเป้าหมาย เขาจะแบ่งเวลาพักผ่อน เวลาที่เขาจะไม่หยิบหนังสือขึ้นมาอ่านเลยก็มี

แบม ภูวดลมีเทคนิคในการทำข้อสอบ เขามักจะติวกับตนเองก่อนสอบเสมอและการสอนเพื่อนๆ ก็เป็นการเพิ่มพูนความรู้ให้ตนเองไปด้วย การหวงความรู้เขาคิดว่ามันไม่ใช่ความคิดที่ดี จะมีประโยชน์อะไรถ้าเราเรียนรู้เรื่องอยู่คนเดียว เพราะฉะนั้นเพื่อนๆ ในห้องก็ถือเป็นลูกศิษย์ของเขาอยู่บ่อยครั้ง เพราะเวลาที่เพื่อนไม่เข้าใจอะไรที่อาจารย์สอน พวกเขาก็จะมาถามเด็กเรียนของห้องอย่างแบม ภูวดล

“ขอบใจมากเลยนะแบม ถ้าไม่ได้นายติวให้ก่อนสอบ จีน่าแย่แน่ๆ เลย ข้อสอบออกมาเหมือนกับแนวทางที่นายให้เลย”

สาวสวยประจำห้องขอบคุณเพื่อนสนิทที่ใครๆ ก็มองว่าความสัมพันธ์ของทั้งคู่มันเกินเพื่อน แต่ความจริงทั้งสองไม่ได้มีอะไรเกินไปกว่าคำว่าเพื่อนเลย

“จริงด้วย ขอบใจนะแบม นายคือตัวนำโชคของฉันเลยว่ะ”

ตั้ม อนุพงษ์เอ่ยเสริมขึ้นบ้าง แต่เมื่อจะกอดเพื่อนเพื่อขอบคุณ แบม ภูวดลกลับเบี่ยงกายหนีเรียกเสียงหัวเราะจากเพื่อนสนิทสาวสวยได้เป็นอย่างดี

“คิกๆๆๆ บอกแล้วว่าแบมเป็นของฉันคนเดียว”

จีน่าเดินไปคว้าท่อนแขนเรียวของเพื่อนสนิทมากอดไว้ ตั้ม อนุพงษ์ถึงกับมองบนแล้วสะบัดหน้าหนี

“หึ…ทีกับสาวๆ ไม่เคยหวงตัว” ตั้ม อนุพงษ์แขวะเพื่อนหนุ่ม

“ฐานะเรามันต่างกันย่ะ”

จีน่า เจนจิราบอกก่อนที่จะจูงมือแบม ภูวดลให้เดินหนีเพื่อนอีกคนไปทางอื่น เด็กหนุ่มรีบวิ่งตามสองเพื่อนสนิทที่ทำตัวเหมือนคู่รักกันเข้าไปทุกวัน

“เห้ย!!! รอด้วยดิ” เสียงทุ้มดังลั่นตามหลังของสองหนุ่มสาว

กลุ่มนักเรียนยืนรอดูผลสอบอยู่ที่กระดานแจ้งข่าวของนักเรียน แม้การแจ้งผลสอบกับนักเรียนแบบนี้จะดูเหมือนประจานเด็กที่ได้คะแนนน้อย แต่นั่นก็เป็นตัวช่วยหรือเป็นแรงผลักดันให้เด็กๆ ขยันมากขึ้นเพื่อไม่ให้คะแนนของตนหล่นไปอยู่ท้ายกระดาน ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่หกไม่ต้องเดาก็รู้ว่าใครได้คะแนนสูงสุด แบม ภูวดลไม่เคยตื่นเต้นกับการไปดูผลสอบ เขารู้ตัวดีว่าเขาทำได้ขนาดไหน หรือวิชาไหนที่ทำได้ไม่ดี

“ผิดสักข้อก็ได้นะแบม” เพื่อนที่ได้คะแนนสอบเป็นลำดับที่สองเอ่ยขึ้น

“เพื่ออะไร”

เขาตอบก่อนที่จะก้มหน้าลงอ่านหนังสือต่อ ถึงการกระทำของเขาจะดูน่าหมั่นไส้ แต่ก็ไม่มีใครที่ถือสาเพื่อนคนนี้ เรื่องเรียนดี กีฬาเด่น ต้องยกให้แบม ภูวดล

หลังจากเลิกเรียน บี๋ พิชสินีย์ ปรีชารักษ์เป็นผู้มารับน้องชายตามที่ลุงโชติบอกเอาไว้ ร่างบางในชุดนักศึกษามหาวิทยาลัยดังเรียกสายตาจากรุ่นน้องได้เป็นอย่างดี บี๋ พิชสินีย์ไม่ได้เรียนจบจากโรงเรียนมัธยมแห่งนี้ เพราะเธอเข้าเรียนโรงเรียนสตรี หลายๆ คนจึงเข้าใจผิด คิดว่าสาวสวยในชุดนักศึกษานั้น เป็นผู้หญิงที่มาติดพันเด็กเรียนและเป็นหนุ่มฮอตของโรงเรียนมัธยมแห่งนี้

“พี่จีน่า…. พี่แบมมีสาวสวยมารับไปด้วยค่ะ”

รุ่นน้องคนหนึ่งรีบบอกจีน่า เจนจิรา ขณะที่เธอเดินออกมาจากประตูโรงเรียน วันนี้เธอกลับช้ากว่าเพื่อนสนิทเพราะว่ามีซ้อมเชียร์ลีดเดอร์ เพราะสัปดาห์หน้าโรงเรียนจะจัดงานกีฬาสี ซึ่งแน่นอนว่าเธอกับแบม ภูวดลได้อยู่สีเดียวกัน

“หืม…. สาวสวยอย่างนั้นหรือ”

จีน่า เจนจิราไม่อยากจะเชื่อว่าเพื่อนสนิทจะมีผู้หญิงมารับไป ก่อนที่จะนึกขึ้นได้ว่าเมื่อเช้าเพื่อนสนิทบอกว่าวันนี้พี่สาวจะมารับ

“อ๋อ… ใส่ชุดนักศึกษา หน้าตาสวยๆ ใช่ไหมจ๊ะ” หญิงสาวเอ่ยถามรุ่นน้องผู้หวังดี

“อ่า…. ใช่ค่ะ พี่จีน่ารู้จักหรือคะ” เด็กสาวตอบก่อนที่จะเอ่ยถามรุ่นพี่กลับ

“หึๆ พีี่สาวแบมเค้าจ้ะ”

เมื่อจีน่าเฉลยเด็กสาวถึงกับยิ้มออกมาอย่างเขินอาย ก็โรงเรียนนี้ยังไม่มีใครเคยเห็นพี่บี๋มาก่อนจึงไม่แปลกที่ทุกคนจะเข้าใจผิด

“พี่สาวพี่บอมสวยจังเลยค่ะ สวยหล่อทั้งบ้านเลย” เด็กสาวเอ่ยขึ้นแก้เขิน

“ใช่จ้ะ ยิ่งพี่บอมยิ่งหล่อ… พี่ขอตัวกลับบ้านก่อนนะคะ ขอบคุณมากค่ะ”

จีน่า เจนจิราบอกพร้อมรอยยิ้ม ก่อนที่จะเอ่ยขอตัวแล้วเดินไปยังรถตู้คันหรูของบ้านที่มารอรับเธออยู่ ปล่อยให้รุ่นน้องผู้หวังดีมองตามด้วยสายตาอิจฉาแกมชื่นชม อิจฉาในความสวยและได้ใกล้ชิดหนุ่มฮอตของโรงเรียน ชื่นชมที่เธอไม่ใช่คนสวยที่ไร้สมอง เพราะพี่จีน่าผู้นี้นั้นถือว่าเรียนดี กิจกรรมเด่น

ทางด้านสองพี่น้องที่จู่ๆ วันนี้ผู้เป็นพี่สาวก็นึกใจดีไปรับน้องชายถึงโรงเรียน ทั้งๆ ที่ก่อนหน้าไม่เคยคิดจะไปโผล่หน้าให้เห็น แบม ภูวดลหันไปมองใบหน้าสวยของคนที่กำลังตั้งใจขับรถเก๋งยี่ห้อดังที่บิดาออกให้เนื่องจากอายุครบยี่สิบปี

“คิดยังไงวันนี้มารับผมที่โรงเรียน”

สารถีที่กำลังตั้งใจขับรถอยู่หันมามองใบหน้าหล่อเหลาของน้องชาย ก่อนที่จะส่งยิ้มหวานให้ แบม ภูวดลรู้สึกขนลุกกับรอยยิ้มของพี่สาว เพราะถ้าบี๋ พิชสินีย์ส่งยิ้มแบบนี้มาให้ เธอมักจะมีเรื่องเดือดร้อนมาขอให้เขาช่วยเหลือเสมอ

“คืองี้…. พอดีที่กองถ่ายอะ เขาขาดตัวประกอบในฉากที่พี่ต้องแสดง เขาต้องการเด็กหนุ่มๆ ที่มีส่วนสูงเท่านี้ แล้วก็ต้องอยู่ในวัยเรียน ยิ่งมัธยมยิ่งดี พี่เลยคิดว่าเข้าข่ายน้องชายของพี่พอดี น๊า…. ช่วยพี่หน่อยนะ ไม่อย่างนั้นวันนี้พี่ไม่ได้ถ่ายแน่ๆ พรุ่งนี้พี่ไม่ว่างแล้วด้วย มีสอบ” บี๋ เริ่มบอกเหตุผลที่มารับน้องชาย

“ไม่อะ… พี่ก็รู้ว่าผมไม่ชอบเป็นจุดสนใจ แค่ที่โรงเรียนก็พอแล้ว” เขาปฏิเสธทันทีแบบไม่ต้องคิดให้เสียเวลา

“แบม…. ช่วยพี่เหอะนะ พี่ขอ…. เขาไม่ได้ถ่ายเห็นหน้าตรงๆ เขาเอาแค่ด้านข้าง น๊าๆๆๆ ไม่มีใครจำได้หรอก เรื่องนี้เป็นละครเรื่องแรกของพี่ นะ…น๊า…..”

นักแสดงสาวหน้าใหม่พยายามเกลี้ยกล่อมผู้เป็นน้องชาย เพราะวันนี้ตัวประกอบที่นัดไว้เกิดอุบัติเหตุกะทันหัน และฉากนี้ก็ไม่สามารถเลื่อนไปถ่ายวันอื่นได้ แบม ภูวดลรู้สึกคิดหนัก เขาไม่ชอบเป็นที่รู้จัก แต่เขาก็รู้สึกเห็นใจพี่สาวอยู่ไม่น้อย เพราะละครเรื่องนี้เป็นเรื่องแรกของเธอ ด้วยความรักพี่ที่มีมากกว่าเขาจึงตอบตกลง

“แค่ฉากเดียวใช่ไหม”

“อืม…. ฉากเดียว น๊าๆๆๆ ไม่ต้องทำอะไรเลย แค่นั่งอยู่ทางข้างหลังตัวเอกแค่นั้น”

บี๋ พิชสินีย์หันมามองหน้าเขาอย่างลุ้นๆ ก่อนที่จะหันใบหน้างามกลับไปสนใจท้องถนนเบื้องหน้าต่อ

“ถ้าอย่างนั้นก็ได้ แต่แบมช่วยพี่บี๋ครั้งนี้ครั้งเดียวนะ ถ้าเรื่องอื่นผมจะไม่ว่าเลย แต่ถ้าเป็นเรื่องแบบนี้ผมไม่ไหวจริงๆ”

ชายหนุ่มบอกพี่สาวเสียงเข้ม นักแสดงสาวหน้าใหม่ถึงกับร้องไชโยออกมาพร้อมกับปากที่พร่ำเอ่ยขอบคุณน้องชายที่ยอมช่วยแก้ปัญหาในครั้งนี้

สองพี่น้องเดินทางไปถึงกองถ่ายโดยใช้เวลาเพียงไม่นาน เพราะจากโรงเรียนมัธยมแห่งนี้ไปถึงกองถ่ายไม่ถึงยี่สิบกิโลเมตร พี่โบวี่ ผู้จัดการส่วนตัวของบี๋ พิชสินีย์ที่รออยู่กองถ่ายก่อนแล้วออกมาต้อนรับ เธอรีบพาสองพี่น้องเข้าไปแต่งหน้าทำผม และเปลี่ยนเสื้อผ้าเพื่อเข้าฉาก แบม ภูวดล กลายเป็นที่สนใจของช่างภาพ ผู้จัดละคร หรือแม้แต่ผู้กำกับเองก็ดูจะชื่นชมเด็กหนุ่ม ผู้จัดการส่วนตัวของบี๋ พิชสินีย์อดที่จะเอ่ยปากชวนน้องชายของนักแสดงสาวในการดูแลเข้าวงการไม่ได้

“น้องแบมคะ ไม่สนใจเข้าวงการกับพี่บี๋บ้างหรอ เนี่ย...ผู้กำกับกับ กับพี่ตากล้องเอ่ยชมเราไม่หยุดเลย ขนาดไม่มีบทพูดแค่นั่งอยู่เฉยๆ ยังขึ้นกล้อง ราศีพระเอกจับเลยนะ”

“ไม่ล่ะครับ ผมไม่ถนัดเรื่องการแสดงออกเท่าไหร่” เขาปฏิเสธโดยไม่ต้องใช้เวลาคิด

“ไม่เก็บเอาไปคิดสักหน่อยหรอ”

เธอก็รู้ดีว่าตระกูลปรีชารักษ์นั้นร่ำรวย ไม่จำเป็นต้องให้ทายาทเข้าวงการก็มีเงินใช้ไปทั้งชาติ ของแบบนี้มันขึ้นอยู่กับความชอบจริงๆ และดูท่าทางเด็กหนุ่มคนนี้มีแววก็จริง แต่เขาก็ไม่มีความชอบในด้านนี้

“โอ๊ย… พี่โบวี่ อย่าเสียเวลาเลยค่ะ นี่ขนาดมาวันนี้บี๋ยังต้องขอร้องน้องเกือบตาย”

บี๋ พิชสินีย์ที่เพิ่งไปเปลี่ยนชุดกลับมาใส่ชุดนักศึกษาชุดเดิมเอ่ยขึ้นหลังจากเดินกลับมาหาน้องชายแล้วได้ยินประโยคเชิญชวนเข้าวงการพอดี

“แหม… เสียดายของ หน้าตาดีทั้งบ้านจริงๆ เลยนะคะบ้านเนี้ย”

ผู้จัดการสาวอดที่จะเสียดายไม่ได้ แต่ในเมื่อสองพี่น้องช่วยกันปฏิเสธขนาดนี้ก็คงจะตื๊อต่อไปก็คงไม่เข้าท่า

“อย่าไปรบกวนว่าที่คุณหมอในอนาคตเลยนะคะ” ผู้เป็นพี่สาวเอ่ยออกมายิ้มๆ

“หืม…. นี่น้องแบมจะเรียนหมอหรือคะ”

ผู้จัดการส่วนตัวของบี๋เอ่ยถามอย่างตื่นเต้น ซึ่งดูบุคลิกภาพของเด็กหนุ่มแล้วเหมาะสมอยู่ไม่น้อย แต่ถ้าเป็นนักแสดงน่าจะดังมากเช่นกัน

“ครับ” ชายหนุ่มตอบสั้นๆ

“อืม…. ถ้าอย่างนั้นพี่ก็ขออวยพรให้ว่าที่คุณหมอได้เป็นคุณหมอสมใจนะคะ” ผู้จัดการสาวอวยพรให้กับนักแสดงตัวประกอบจำเป็นของเธอในวันนี้

“ขอบคุณครับ”

“พี่โบวี่คะ… ถ้าอย่างนั้นเราสองคนขอตัวกลับก่อนนะคะ คุณพ่อกับคณแม่รอทานข้าวที่บ้านค่ะ”

เมื่อเห็นว่าได้เวลาอันสมควรแล้ว นักแสดงหน้าใหม่จึงเอ่ยลาผู้จัดการส่วนตัว ปกติโบวี่จะคอยรับส่งบี๋ พิชสินีย์ แต่ทว่าวันนี้นักแสดงสาวไปรับน้องชายมาด้วย เธอจึงไม่ได้ไปรับและไปส่งอย่างเช่นเคย สองหนุ่มสาวยกมือไหว้ผู้อาวุโสกว่า ก่อนที่จะหันไปยกมือไหว้ลาคนในกองถ่าย สองพี่น้องเยื้องย่างออกจากกองถ่ายไปท่ามกลางสายตาที่มองไปที่คนทั้งคู่อย่างชื่นชม แกมเสียดายที่เด็กหนุ่มไม่สนใจจะเข้าวงการ

หลังจากที่ขึ้นไปนั่งบนรถของพี่สาวได้ แบม ภูวดลก็ถอนลมหายใจยาวๆออกมาจนพี่สาวได้ยิน เธอมองน้องชายยิ้มๆอย่างเข้าใจ ก่อนที่จะขับรถออกไปจากกองถ่ายที่อยู่ใจกลางกรุงแห่งนี้มุ่งตรงกลับบ้านปรีชารักษ์ซึ่งอยู่ห่างจากที่นี่ไม่ถึงสิบกิโลเมตร เด็กหนุ่มหลับตาลงก่อนที่จะคิดทบทวนอยู่ภายในใจว่าวันนี้ มันช่างเป็นวันที่แสนวุ่นวายและเสียเวลาสำหรับเขาจริงๆ หวังว่าในชีวิตนี้เขาคงจะไม่ได้ก้าวเท้าเข้าไปในวงการบันเทิงอีกแล้ว

ดูต่อเลย!
เนื้อเรื่องกำลังเข้มข้น! ไปที่แอปเพื่ออ่านต่อ
ปลดล็อกทุกตอน
ค้นหา “96JRM” บน moboreader เพื่ออ่านหนังสือฉับเต็ม
คัดลอกรหัสและค้นหาในแอป Moboreader เพื่ออ่านต่อ
96JRM
คัดลอก
เปิดเว็บไซต์ทางการ

คุณอาจจะชอบ

หน้าปกนวนิยาย ถูกทิ้งโดยอัลฟ่า หันไปแต่งกับศัตรู
9.3
เมื่อถูกศัตรูจับตัวไป อัลฟ่าผู้เป็นคนรักกลับเลือกทิ้งฉันไว้เบื้องหลังเพื่ออยู่กับคู่แท้ของเขาอย่างไม่ใยดี คำพูดที่ไร้หัวใจส่งผ่านสายโทรศัพท์กลายเป็นจุดเปลี่ยนชีวิตท่ามกลางความตายที่คืบคลานเข้ามา ฉันจำต้องอ้อนวอนร้องขอชีวิตจากอัลฟ่าฝ่ายศัตรูพร้อมยอมศิโรราบทุกอย่างเพื่อความอยู่รอด ทว่าในวันที่อดีตคนรักคิดจะกลับมาทวงฉันคืน ทุกอย่างก็สายไปเสียแล้ว เพราะตอนนี้ฉันได้กลายเป็นสมบัติของศัตรูผู้โหดเหี้ยมที่ไม่มีวันปล่อยให้ฉันกลับไปหาเขาอีกต่อไป
หน้าปกนวนิยาย บอกแล้วไงว่าจะไม่รัก
9.6
เมื่อความผิดปกติทางร่างกายกลายเป็นจุดเริ่มต้นของเรื่องราววุ่นวาย เมื่อเขาถูกคุกคามด้วยข้อเสนอที่เกินจะรับไหว แม้จะเผชิญกับอุปสรรคส่วนตัวแต่เขาก็ยืนกรานที่จะปฏิเสธความสัมพันธ์ที่น่าเหลือเชื่อนี้อย่างเต็มกำลัง เพราะการยอมรับข้อเสนอนั้นอาจนำมาซึ่งหายนะที่เขาหวาดกลัวเกินกว่าจะจินตนาการได้ เขาจึงต้องพยายามทำทุกวิถีทางเพื่อรักษาศักดิ์ศรีและจุดยืนของตนเองเอาไว้ท่ามกลางสถานการณ์ที่บีบคั้นและชวนให้สับสนในความรู้สึกอย่างที่สุด
หน้าปกนวนิยาย เด็ดบุปผาสะเทือนถึงดวงดารา
8.4
เมื่อชะตาของลั่วฟางหยุนในโลกขนานพังพินาศจนถึงขีดสุด ทั้งถูกขายเป็นทาสและโดนย่ำยีอย่างโหดร้าย ลั่วฟางหยุนจากอีกเส้นเรื่องที่จบสิ้นไปแล้วจึงต้องหวนกลับมาเพื่อกอบกู้สถานการณ์และนำพาทุกอย่างไปสู่บทสรุปที่ควรจะเป็น ทว่าแผนการกลับไม่ง่ายอย่างที่คิด เมื่อเขาตื่นขึ้นมาสวมรอยแทนร่างเดิมในจังหวะที่น่าอับอายที่สุด นั่นคือตอนที่เจ้าของร่างกำลังสิ้นใจคาสนามรักบนเตียงกับแม่ทัพใหญ่เยี่ยนฮวาฮู่พอดี
หน้าปกนวนิยาย เพื่อแก้แค้นให้คนรัก สามีถ่ายคลิปฉันเก็บไว้
9.2
《เพื่อแก้แค้นให้คนรัก สามีถ่ายคลิปฉันเก็บไว้》ถ่ายทอดเรื่องราวของหญิงสาวผู้เป็นเจ้าหญิงแห่งเผ่าที่ทุกคนมองว่าเย่อหยิ่งและสมบูรณ์แบบ เธอเติบโตมาพร้อมสถานะสูงส่งและความคาดหวังจากสังคม แต่ภายในใจกลับมีความลับที่ไม่อาจเปิดเผยได้ เธอแอบหลงรักคนรักเก่าของพี่สาว ซึ่งเป็นความรู้สึกที่ผิดทั้งศีลธรรมและสถานะ จนกระทั่งความสัมพันธ์นั้นนำพาเธอไปสู่จุดที่ไม่อาจย้อนกลับ ในเงามืดของความลับ เธอพลาดพลั้งเข้าสู่ความสัมพันธ์ลึกซึ้งกับวอล์คลี่ อัลฟาผู้ทรงอำนาจและเย็นชา ความสัมพันธ์ของพวกเขาไม่ได้เกิดจากความรักที่บริสุทธิ์ แต่เป็นการดึงดูดที่เต็มไปด้วยแรงกดดัน การครอบครอง และความไม่สมดุลทางอำนาจ เขาไม่เพียงอยู่เคียงข้างเธอ แต่ยังควบคุมทุกช่วงชีวิตของเธออย่างแนบเนียน พร้อมเก็บบันทึกทุกช่วงเวลาที่เกิดขึ้นระหว่างพวกเขาไว้เป็นความลับ สำหรับเธอ สิ่งเหล่านั้นคือความสับสนและความรู้สึกผิดปนเปกันไป แต่สำหรับเขา มันคือหลักฐานของความผูกพันที่ไม่อาจปฏิเสธได้ และเป็นสิ่งที่ผูกมัดเธอไว้กับเขาอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ แม้เธอจะพยายามถอยหนี แต่ทุกครั้งกลับยิ่งถูกดึงกลับเข้าสู่โลกของเขาอย่างช้า ๆ เมื่อความจริงเริ่มสั่นคลอน เธอพบว่าความสัมพันธ์นี้ไม่ได้เป็นเพียงเรื่องส่วนตัว แต่เกี่ยวพันกับความลับของเผ่า การหักหลังในอดีต และความแค้นที่ถูกซ่อนเอาไว้เบื้องหลังความรักที่บิดเบี้ยว ความรู้สึกของเธอค่อย ๆ ถูกทดสอบระหว่างการหลบหนีและการยอมรับสิ่งที่เกิดขึ้น ในขณะเดียวกัน โลกภายนอกเริ่มสั่นคลอนเมื่อความสัมพันธ์ของเธอกับวอล์คลี่ถูกตั้งคำถาม และความจริงบางอย่างที่ไม่ควรถูกเปิดเผยกำลังใกล้จะถูกเปิดโปง ความสัมพันธ์ที่เริ่มจากความผิดพลาดจึงค่อย ๆ กลายเป็นพันธนาการที่แน่นขึ้นเรื่อย ๆ เธอจึงต้องเผชิญหน้ากับคำถามสำคัญที่สุดในชีวิต—ระหว่างอิสระกับพันธะ ระหว่างความรักกับการควบคุม และระหว่างอดีตที่เธอไม่อาจลืม กับอนาคตที่เธอไม่อาจหลีกหนีได้อีกต่อไป。
หน้าปกนวนิยาย พู่กันของวรานนท์ Mpreg
8.5
วรานนท์ ทายาทอสังหาฯ ผู้เพียบพร้อม เคยเอ่ยปากขอ พนัชกร มาเป็นเจ้าสาวตั้งแต่เยาว์วัย ทว่าเมื่อเติบโตขึ้น ความรู้สึกกลับเปลี่ยนเป็นความรำคาญใจ เมื่อพนัชกรผู้สืบทอดโรงพยาบาลและนักศึกษาแพทย์หนุ่ม คอยตามตื้อและแสดงความรักอย่างไม่ลดละ แม้จะตกหลุมรักพี่ชายใจดีคนเดิมอย่างสุดหัวใจ แต่การพยายามพิสูจน์รักครั้งนี้กลับสร้างเพียงความลำบากใจและช่องว่างที่ห่างเหิน ความสัมพันธ์ที่เคยอบอุ่นในอดีตจึงกลายเป็นความอึดอัดที่ยากจะประสานให้ลงตัว