
เจ้าสาวที่ถูกเมิน
ตอน 3
"จำใส่สมองน้อยๆของเธอเอาไว้ด้วย ถ้าคิดจะมาอยู่ที่นี่เพื่อยกระดับตัวเองเป็นเหมือนลูกคุณหนูไฮโซละก็อย่าหวังว่าเธอจะได้ในสิ่งที่คิด! และที่สำคัญอย่ามาล้ำเส้น เพราะไม่งั้นเธอจะได้เห็นว่านรกบนดินมันเป็นยังไง!"
"แกจะไปขู่น้องทำไม"
"น้องผมมีคนเดียวคือเมืองเหนือ! เผื่อพ่อจะลืม"
เมืองรามสะบัดเสียงพร้อมกับปรายหางตามองคนที่เอาแต่ก้มหน้านิ่งเห็นแล้วมันขัดหูขัดตาพิกล เจ้าสัวครามมองตามก็ได้แต่ทอดถอนใจกับความดื้อรั้นเอาแต่ใจของลูกคนโต จะให้ทำอย่างไรได้ในเมื่อเขาและภรรยาเลี้ยงลูกมาอย่างตามใจทุกอย่าง ไม่เคยห้ามปรามเมืองรามเลยสักครั้งอยากได้อะไรก็หามาให้ตามใจสารพัด อาจเพราะเป็นลูกชายคนโตจึงเลี้ยงให้อิสระทางด้านความคิดอย่างเต็มที่มีความเป็นผู้นำสูง เป็นคนเก่งและหัวไวจึงเป็นที่รักของทุกคนในบ้าน พอโตขึ้นกลายเป็นเด็กหนุ่มที่มั่นใจในตัวเอง เด็ดขาด ยึดมั่นถือมั่นในความคิดของตัวเองเป็นใหญ่ บางครั้งจึงดูไม่สนใจใครคล้ายเป็นคนก้าวร้าวไปด้วยซ้ำ แตกต่างจากเมืองเหนือรายนั้นขี้เล่นชอบสนุก เที่ยวเตร่ และติดเพื่อน
“ป้าน้อม"
“ค่ะ คุณราม”
“สิ้นเดือนนี้ผมจะมาจัดปาร์ตี้เล็กๆที่นี่กับเพื่อน ป้าจัดเตรียมสถานที่และอาหารไว้ให้ด้วย เออ ที่สำคัญให้คนที่เข้ามาอยู่ใหม่ช่วยเตรียมเรื่องอาหารด้วยนะครับไม่ใช่ว่าจะมาอยู่ที่นี่นั่งกินนอนกินแบบลูกคุณหนู” ปากสั่งแม่บ้านแต่สายตายังไม่ละจากผู้หญิงทั้งสองด้วยสายตาไม่เป็นมิตร
เมืองรามจะจัดปาร์ตี้เล็กๆเพื่อฉลองให้กับวันสิ้นสุดสภาพการเป็นนักศึกษาปีสี่ จะมีเฉพาะหมู่เพื่อนสนิทที่ส่วนใหญ่จะเป็นลูกหลานไฮโซแถวหน้าของประเทศเท่านั้นตามประสาลูกคนมีอันจะกินที่ไม่ได้เดือดร้อนเรื่องเงินทองในการปรนเปรอความสุขให้กับตนเอง ส่วนใหญ่กลุ่มเพื่อนก็จะมักใช้เงินในการแก้ปัญหา แตกต่างจากวัยรุ่นกลุ่มอื่นที่บางคนยังต้องทำงานพิเศษส่งเสียตัวเองให้เรียนจนจบ
“ได้ค่ะ”
“แต่วันนั้นคุณผกาไม่อยู่นะ จะต้องขึ้นเครื่องเดินทางไปคุยเรื่องงานที่ต่างจังหวัดกับฉัน” เจ้าสัวครามเอ่ยบอกเพราะเข้าใจว่าลูกชายต้องการอะไรในแววตาคู่นั้น แต่ติดที่ก่อนสิ้นเดือนนี้จะต้องบินไปคุยเรื่องการลงทุนขยายสาขาที่เชียงใหม่เป็นเวลาสามวันและผกาต้องเดินทางไปด้วย
เมืองรามแอบกระตุกมุมปากเล็กน้อย ไม่อยู่ก็นับว่าดี แกล้งแม่ไม่ได้ก็แกล้งลูกสาวเลยละกันเป็นการต้อนรับสมาชิกใหม่สักหน่อย สายตาชำเลืองมองพลางแค่นยิ้ม ไอ้ที่เห็นนั่งก้มหน้าอย่างนี้ก็ดื้อตาใสใช่ย่อย เขารู้ดีว่าเธอน่ะไม่ได้เรียบร้อยอย่างที่แสดงละครอยู่ในตอนนี้ หลอกคนอื่นได้แต่จะมาหลอกคนอย่างเขาไม่มีทางสำเร็จ ชั่วโมงบินระหว่างเขาและเด็กนั่นมันยังห่างกันไกลนัก
"คนที่ไม่ได้ไปด้วยทำก็ได้นี่ครับพ่อ หรือว่าพอมาอยู่ที่นี่มือไม้มันอ่อนจนจับอะไรไม่เป็น" น้ำเสียงที่เปล่งออกมาออกจะดูแคลน จนคนถูกพาดพิงต้องเงยหน้าขึ้นสบตาคมกริบที่จ้องมาที่เธอก่อนแล้วด้วยสายตาเย็นชา ท่าทางของเขาเป็นการสั่งไปในตัวว่าเธอจะต้องเป็นคนทำและเตรียมของว่างให้กับเขา
"คุณรามพูดมาเลยดีกว่าค่ะว่าจะให้เอยทำอะไร" คนที่นั่งกัดปากตัวเองเงียบๆมาตลอดตั้งแต่ต้นเอ่ยถามออกมาอย่างสุดจะทน เธอได้ยินและจดจำทุกคำดูถูกที่เขาพูดส่อเสียด ดวงตาคู่สวยไม่ยอมหลบดวงตาคมร้าย ต่อให้ชื่นชอบความหล่อของเขามากเพียงใดแต่คำพูดดูถูกพวกนั้นจะให้เธอนิ่งเฉยได้อย่างไรกัน โดยเฉพาะคำพูดว่าร้ายมารดาของเธอ
"เจ้าเอย" ผกาปรามลูกสาวแต่เจ้าเอยรีบกุมมือแม่เอาไว้
"ก็ดีที่ถามกันออกมาตรงๆในเมื่อมาอยู่ที่นี่ก็ต้องช่วยกันทำงานจะมากินอยู่ฟรีได้ยังไง คนที่นี่ใครๆก็ทำงานกันทั้งนั้น และต่อไปห้ามมาแทนชื่อตัวเองทำเป็นตีสนิทกับฉัน" คิ้วเข้มเลิกขึ้นอย่างต้องการกวนอารมณ์คนตัวเล็กกว่าให้ขุ่น
"แกจะเจ้ายศเจ้าอย่างทำไมห้ะ ร้อยวันพันปีเรื่องหยุมหยิมอย่างนี้ไม่เห็นจะสนใจ แต่ก่อนตอนเด็กๆหนูเอยก็ยังเรียกแกว่าพี่ราม ฉันไม่เห็นว่ามันจะผิดตรงไหน"
"นั่นมันเมื่อก่อน แต่ตอนนี้ไม่ได้!"
"เฮ้อ! นับวันนิสัยจะเป็นเด็กเข้าไปทุกที แล้วเรื่องอาหารการกินก็เหมือนกันส่วนใหญ่แกก็ใช้บริการจากโรงแรมเรานี่น่า จะมาให้เจ้าเอยลำบากนั่งหลังขดหลังแข็งทำไม ถ้าแกเบื่ออาหารโรงแรม เรามีแม่บ้าน มีเด็กรับใช้ตั้งหลายคนให้พวกนั้นทำก็ได้ หรือจะสั่งจากภัตตาคารไหนก็ได้"
เจ้าสัวครามหรี่ตามองลูกชายอย่างไม่ไว้วางใจเท่าไรนัก ร้อยวันพันปีไม่เห็นจะให้คนที่บ้านเตรียมอาหารเวลามีปาร์ตี้สังสรรค์ของกลุ่มลูกชาย ส่วนใหญ่จะสั่งมาจากโรงแรมหรูห้าดาวของตัวเองทุกครั้ง
แต่ก่อนที่เมืองรามจะเอ่ยอะไรออกมา เจ้าเอยก็รีบแทรกขึ้นมาเสียก่อน ก่อนที่บรรยากาศจะมาคุไปมากกว่านี้ และแอบเห็นใบหน้าซีดเซียวของมารดาตัวเองด้วยจึงรีบขันอาสารับทำทันทีเพื่อตัดปัญหายุ่งยากใจ
"ไม่เป็นไรค่ะคุณลุง เอยทำได้"
เจ้าเอยบอกอย่างไม่ได้หนักใจอะไร ในเมื่อลูกชายคนโตของที่นี่ต้องการให้ทำเธอก็ยินดี
เขาคงยังไม่รู้ว่าปกติตัวเธอไปช่วยเพื่ิอนสนิทที่มีร้านอาหารและทำงานพิเศษรับจัดงานเลี้ยงอยู่บ่อยๆเรื่องคิดเมนูสำหรับปาร์ตี้เล็กๆเพียงไม่กี่คนจึงไม่น่าจะมีปัญหาอะไรเพราะความรู้ที่ได้จากครูพักลักจำก็สามารถทำให้เธอหาเลี้ยงตัวเองและแม่ได้ หากไม่ติดที่ว่าเธอและแม่จำเป็นต้องอาศัยอยู่ที่บ้านหลังนี้ชั่วคราว...
คนที่มีปัญหาน่าจะเป็นคนสั่งเธอมากกว่า🙄
สมองเล็กเริ่มประมวลผลเรียงลำดับเหตุการณ์ไว้ล่วงหน้า เธอจะต้องตื่นตั้งแต่ฟ้ายังไม่สาง เพื่อลุกไปจ่ายตลาดเช้ามาเตรียมวัตถุดิบไว้ก่อน หลังจากนั้นค่อยไปโรงเรียนเพื่อสอบไฟนอลวันสุดท้ายที่เหลือเพียงวิชาเดียวในภาคเช้า กลับมาก็ยังทันสำหรับเธอแล้วคิดว่าน่าจะเอาอยู่
"ดี หวังว่าจะไม่ทำให้ฉันขายหน้านะ"
..
..
..
***🌻🌻***
คุณอาจจะชอบ





