ติดตาม
ตอน
แชร์
หน้าปกนวนิยาย แค่เมียคนใช้ (ฟิว&ใบบัว)

แค่เมียคนใช้ (ฟิว&ใบบัว)

ภายใต้ความสัมพันธ์อันขมขื่นที่ถูกตีตราว่าเป็นเพียงนางบำเรอ ใบบัวต้องเผชิญกับถ้อยคำดูถูกเหยียดหยามจากฟิว ชายหนุ่มผู้กุมชะตาชีวิตของเธอไว้เพียงบนเตียงนอน เขาคอยย้ำเตือนสถานะที่ไร้ค่าเพื่อไม่ให้เธอริอาจก้าวข้ามเส้นมาสั่งสอนหรือเรียกร้องสิทธิ์ใดๆ ในฐานะเมีย ความรักท่ามกลางความแค้นและการกดขี่ในสังคมร่วมสมัยนี้จะลงเอยอย่างไร เมื่อหัวใจของคนใช้ถูกเหยียบย่ำจนแทบไม่เหลือชิ้นดีในวังวนแห่งตัณหาที่ไร้ซึ่งความให้เกียรติ
ตอน
แชร์

ตอน 3

ฟิว..

ผมเดินลงมาจากรถเพื่อไปลานกิจกรรมรับน้องที่ผมก็ยังไม่รู้ว่ามันอยู่ตรงส่วนไหนของมหาลัยเพราะมหาลัยแห่งนี้กว้างมากถ้าให้เดินรอบมหาลัยคงใช้เวลาทั้งวัน อ้อ ผมลืมบอกไปสินะว่าผมเพิ่งเข้าเรียนปีหนึ่งแต่ตอนนี้ผมต้องรีบไปลานกิจกรรมเพราะสายมากแล้วจากนั้นค่อยไปตามหาข้าวฟ่าง ข้าวฟ่างคือผู้หญิงที่แม่ขอร้องให้ผมมาดูแล บอกตามตรงว่าผมยังไม่เคยเจอข้างฟ่างเลยสักครั้งแต่ก็พอจะรู้ว่าเธอหน้าตาเป็นยังไงเพราะแม่ให้ดูรูป แต่ไม่ใช่แค่รูปของข้าวฟ่างคนเดียวหรอกนะที่แม่เอาให้ผมดูเพราะยังมีรูปของเด็กน้อยวัยสามขวบชื่อว่าข้าวปั้นกับข้างแป้งเด็กฝาแฝดลูกของข้าวฟ่างกับ..ไอ้เตอร์ แต่ไอ้เตอร์มันไม่รู้หรอกนะว่ามันมีลูกเพราะมันเลิกกับข้างฟ่างไปนานแล้วและตอนที่เลิกมันก็ไม่รู้ว่าข้าวฟ่างท้องสาเหตุที่เลิกก็เพราะมันเหี้ยไงได้เขาแล้วมันเกิดเบื่อก็เลยทำตัวเหี้ยใส่จนข้างฟ่างทนไม่ไหวหอบลูกในท้องหนีมันไปโดยที่มันก็ไม่รู้ หึ โง่ชิบหาย โคตรสมน้ำหน้า

ผมเดินมาจนเกือบถึงลานกิจกรรมก็เจอเข้ากับผู้หญิงคนนึงที่นั่งอยู่กับพื้นลักษณะเหมือนเธอจะหกล้มมากกว่าลงไปนั่งเองเพราะคงไม่มีใครบ้านั่งอยู่ตรงกลางถนนให้คนมองแบบนี้หรอกแบบนี้และดูเหมือนเธอพยายามจะลุกแต่ก็ลุกไม่ไหวผมก็เลยรีบเดินเข้าไปถาม

"นี่เธอเป็นอะไรหรือเปล่ามีอะไรให้ช่วยมั้ย" ผมถามโดยที่ยังไม่ได้มองหน้าเพราะเห็นว่าที่หัวเข่าทั้งสองข้างของเธอมันถลอกจนมีเลือดไหลซึมออกมา แต่คำถามของผมที่ถามคนตรงหน้ายังไม่ได้คำตอบ หรือเจ็บจนพูดไม่ออกวะ นั่นคือสิ่งที่ผมคิดผมก็เลยเงยหน้าขึ้นมองปรากฏว่าเธอก็คือคนที่ผมตามหาอยู่ เธอคือข้าวฟ่างเมียเก่าไอ้เตอร์ ที่บอกว่าเมียเก่าเพราะตอนนี้ไอ้เตอร์มันมีเมียใหม่ไปแล้วซึ่งคงจะนับไม่หวาดไม่ไหวว่าเมียมันมีกี่คนเอาเป็นว่านิ้วมือคงไม่พอคงต้องยกนิ้วเท้ามานับด้วยเพราะความชั่วมั่วไม่เลือกของมันที่เห็นผู้หญิงสวยๆ ไม่ได้คลำดูไม่มีหามันก็เอาหมด คิดละก็อดสงสารแม่ของลูกมันไม่ได้ที่มาเจอผู้ชายเลวๆ อย่างไอ้เตอร์ แต่พอมาเจอหน้าเจอตัวเป็นๆ แบบนี้ อยากจะบอกว่าตัวจริงของข้างฟ่างเธอสวยกว่าในรูปที่แม่เอาให้ดูมากมากจนผมอดมองไม่ได้ข้าวฟ่างสวยมากสวยจนใจของผมเต้นแรงอย่างที่ไม่เคยรู้สึกกับใครมาก่อน ผมตกหลุมรักคนตรงหน้าใช่หรือเปล่า

"เป็นอะไรไหมฉันถาม" ผมสลัดความคิดนั้นไปก่อนจะถามอาการของเธออีกครั้งคือผมต้องถามย้ำอีกครั้งเพราะไม่เห็นว่าเธอจะตอบคำถามของผม

"พี่ไม่.....เอ่อฉันไม่เป็นอะไรมากหรอกแค่หัวเข่าถลอกนิดเดียวเอง" เข่าถลอกปอกเปิกขนาดนี้บอกว่านิดเดียวบอกไม่เป็นอะไร หึหน้าตาดีแล้วยังปากแข็งอีกนะ อันนี้ผมคิดเองในใจ

"หัวเข่าเธอมีเลือดซึมออกมาด้วยนะฉันว่าเธอไปทำแผลที่ห้องพยาบาลมั้ยเดี๋ยวฉันพาไป"

"ไม่เอาอ่ะเป็นไรหรอกนิดเดียวเอง"

"นิดเดียวบ้านเธอสิเลือดออกขนาดนี้"

"นิดเดียวจริงๆ นะ"

"งั้นก็แล้วแต่เธอละกันเธอเจ็บไม่ใช่ฉันเจ็บ" ผมขี้เกียจพูดกับคนดื้อแต่ก็อยากอยู่ใกล้ๆ นะ

"เอ่อ.....ว่าแต่นายเรียนอยู่ปีหนึ่งใช่หรือเปล่า"

"อื้มใช่ฉันเรียนปีหนึ่งคณะบริหารแล้วเธออ่ะ" ผมถามทั้งที่ก็รู้อยู่แล้ว

"ฉันก็เรียนบริหารนะ"

"จริงเหรอดีจังได้เจอคนที่เรียนคณะเดียวกันฉันชื่อฟิวนะเธอชื่ออะไร" ผมแสร้งทำเป็นไม่รู้จักเพราะตอนนี้ผมยังไม่ต้องการให้เธอรู้ว่าผมรู้จักเธอ

"ฉันชื่อข้าวฟ่างเรียกฟ่างเฉยๆ ก็ได้ ว่าแต่ฟิวนี่ ย่อมาจากกาฟิวป่ะ^^" กาฟิว?? คิดได้ไงวะใครจะมาชื่อปัญญาอ่อนขนาดนี้แต่ในเมื่อเธอคิดว่าผมชื่อนี้ก็แล้วแต่เลยเอาที่สบายใจเพราะดูเธอจะชอบชื่อนี้

"รู้ได้ไงอ่ะ"

"เดาเอาไม่คิดว่าจะถูกนะเนี๊ยะ555" รอยยิ้มและเสียงหัวเราะที่สดใสของเธอทำให้ผมหลงเธอหนักขึ้นไปอีก

"เรียกฉันว่าฟิวก็พอนะกาฟิวเอาไว้ให้ป๊าม๊าที่บ้านฉันเรียกก็พอ"

"อื้มมม ^^ ฉันว่าตอนนี้เรารีบไปเข้าแถวเถอะจะเลยสิบห้านาทีแล้ว"

"เออนั่นนะสิงั้นเรารีบไปกันเถอะว่าแต่....เธอเดินไหวไหม" ผมถามคนตรงหน้าที่พอได้มองใกล้ๆ ก็ทำให้ผมใจสั่นเข้าไปอีก

"ไหวสิ"

"แน่ใจ?? "

"อื้มมม...โอ๊ย เจ็บ" พูดไม่ทันขาดคำคนดื้อที่พยายามจะลุกขึ้นยืนด้วยตัวเองก็ล้มลงไปอีกรอบผมก็เลยปล่อยให้เธอล้มจะได้รู้ว่าตัวเองเดินไม่ไหวจริงๆ

"เห็นไหมฉันบอกแล้วว่าเธอต้องเดินไม่ไหวยังจะดื้ออีก งั้นเอางี้เธอขึ้นมาขี่หลังฉันละกัน"

"ไม่เอามันไม่เหมาะ"

"ไม่เหมาะอะไรเธอเจ็บขาเดินไม่ไหวฉันก็แค่ให้เธอขี่หลังไม่เห็นจะเป็นไรเลย ป่ะเร็วสายแล้วฉันไม่อยากโดนทำโทษเพราเธอหรอกนะ" ผมพูดพร้อมกับย่อตัวลงเพื่อให้เธอขึ้ขี่หลัง

"งั้นฉันไม่เกรงใจละนะ ขอบใจนะ^^"

"ขอหลบหน้าแก้อายหน่อยนะ" เธอกระซิบบอกผมก่อนจะเอาหน้ามุดเข้าที่ไหล่ของผมซึ่งผมก็ไม่ได้ว่าอะไร เพราะมันรู้สึกดีไงที่ได้อยู่ใกล้ๆ ผมผิดไหมถ้าจะบอกว่าผมรู้สึกกับข้าวฟ่าง

(เรื่องของฮันเตอร์กับข้าวฟ่างอยู่ในเรื่อง ก็แค่เมียเก่า นะคะเผื่อใครยังไม่ได้อ่านไปตามอ่านกันได้นะคะ^^

ดูต่อเลย!
เนื้อเรื่องกำลังเข้มข้น! ไปที่แอปเพื่ออ่านต่อ
ปลดล็อกทุกตอน
เปิดเว็บไซต์ทางการ

คุณอาจจะชอบ

หน้าปกนวนิยาย พันธะรัก สัญญาลวง (เดม่อน-ซินญอริต้า)
8.3
จากแผลใจในอดีตที่ถูกทำร้ายซ้ำๆ ทำให้ชายหนุ่มเลือกปิดตายหัวใจและปฏิเสธความรักทุกรูปแบบ ทว่าโชคชะตากลับนำพาเธอมหวนคืนสู่ชีวิตเขาอีกครั้งอย่างไม่คาดฝัน เมื่อเธอยื่นข้อเสนอที่ยากจะปฏิเสธ เขาจึงตัดสินใจรับเธอกลับเข้ามาเคียงข้าง โดยหารู้ไม่ว่าการตัดสินใจในครั้งนี้กำลังจะเปลี่ยนเข็มทิศชีวิตของเขาให้ต่างไปจากเดิมอย่างสิ้นเชิง ความสัมพันธ์ที่เริ่มต้นด้วยพันธะลวงจะนำพาทั้งคู่ไปสู่บทสรุปที่ไม่มีใครสามารถคาดเดาได้อีกต่อไป
หน้าปกนวนิยาย เจ้านายเพลย์บอยยอดรัก (เจ้านายขามา xxx กันชุดที่ 2)
8.9
ริชาร์ด คาลเวิร์ต เจ้าของเรือสำราญสุดหรูจับได้ว่า ปานฟ้า เฮนเดอร์สัน ใช้เล่ห์เหลี่ยมโกงคาสิโนบนเรือของเขาเพื่อหาเงินไปล้างหนี้ที่ตนไม่ได้ก่อ หญิงสาวพยายามขอโอกาสไถ่โทษด้วยการทำงานเป็นช่างซ่อมบำรุงบนเรือแทนการถูกส่งตัวให้ตำรวจ เนื่องจากเรือล่องอยู่กลางทะเลเมดิเตอร์เรเนียนอันห่างไกล ริชาร์ดจึงยอมตกลงและคอยจับตาดูพฤติกรรมเธออย่างเข้มงวด ทว่าความใกล้ชิดกลับทำให้ความโกรธเปลี่ยนเป็นความหลงใหล จนมหาเศรษฐีหนุ่มเริ่มอยากเปลี่ยนสถานะนักต้มตุ๋นสาวให้กลายมาเป็นภรรยาข้างกายแทน
หน้าปกนวนิยาย ซีรีส์สาวน้อยยอดรัก
8.3
หญิงสาวผู้เผชิญกับวิกฤตทางการเงินของครอบครัวจนต้องตัดสินใจวางแผนล่อลวงชายหนุ่มเพื่อหวังผลประโยชน์ทางการเงินเหมือนที่เคยทำมา ทว่าเป้าหมายครั้งนี้อย่างเชียรกลับไม่ใช่งานง่ายอย่างที่เธอคิด เขาไม่ใช่เหยื่อที่ใครจะมาปั่นหัวได้ตามใจชอบ เมื่อเขารู้ทันและตัดสินใจเป็นฝ่ายรุกคืบเข้าหาเธออย่างจริงจัง แม้เธอจะพยายามปฏิเสธความสัมพันธ์นี้เพียงใด แต่เขาก็พร้อมที่จะแสดงความเป็นเจ้าของและมอบบทเรียนที่เร่าร้อนให้แก่เธอทุกที่ทุกเวลาตามความปรารถนาของเขา
หน้าปกนวนิยาย หัวใจแม่  คำลวงอันโหดร้าย
9.6
ตลอดหกปีในฐานะภรรยาของคเชนทร์ มหาเศรษฐีไอที ฉันเชื่อว่าครอบครัวเราสมบูรณ์แบบจนกระทั่งพบความจริงที่ธนาคารว่าฉันไม่มีสิทธิ์ในตัวลูกแฝด เพราะแม่ตามกฎหมายคือไอลดารักแรกของเขา ฉันเป็นเพียงแม่อุ้มบุญและตัวตายตัวแทนที่ถูกหลอกใช้มาตลอด เมื่อความลับแตก ลูกที่ฉันฟูมฟักกลับผลักฉันตกบันไดอย่างเลือดเย็น พวกเขาหัวเราะเยาะทิ้งฉันที่บาดเจ็บสาหัสไว้เบื้องหลังเพื่อไปหาแม่ตัวจริงพร้อมกับสามีใจร้าย ความรักที่ฉันเคยทุ่มเทให้จึงกลายเป็นความแค้นที่พร้อมจะทวงคืนทุกอย่าง
หน้าปกนวนิยาย กลลวงลูกพันล้าน ของสามีฉัน
9.5
ตลอดสิบห้าปีที่แต่งงานกับทายาทหมื่นล้าน ฉันยอมสละความฝันที่จะมีลูกเพราะคำสาปร้ายที่คร่าชีวิตหญิงสาวผู้เป็นที่รักยามให้กำเนิดบุตร ทว่าเมื่อคุณปู่ใกล้สิ้นใจและต้องการผู้สืบทอดมรดก สามีจึงตัดสินใจจ้างหญิงอุ้มบุญที่มีหน้าตาถอดแบบจากฉันในวัยเยาว์มาทำหน้าที่แทน โดยอ้างว่าเป็นเพียงข้อตกลงทางธุรกิจเพื่อปกป้องชีวิตฉัน แต่ความจริงกลับกลายเป็นคำลวง เมื่อเขาเริ่มทอดทิ้งฉันไปหาหญิงคนนั้นแทบทุกคืน พร้อมข้ออ้างเรื่องการดูแลทางจิตใจจนหลงลืมวันสำคัญของเราไปจนสิ้น
หน้าปกนวนิยาย เมียลับนายหัว
8.0
................ วินาทีที่ได้เห็นรอยยิ้มของลูกสาว หัวใจเขาเต้นแรงมาก ความรู้สึกหม่นเศร้า เคว้งคว้างท่ามกลางความหนาวเหน็บถูกปัดออกมาจากจิตใจจนสิ้นเมื่อได้พบหน้ากัญญาพัชรด้วยตาตัวเอง หนูน้อยวัยสี่ขวบเดินมาหาชายร่างสูงใหญ่ด้วยความรู้สึกที่บอกในใจว่า ต้องเดินไปหา “สวัสดีค่ะ มาหาใครคะ” เสียงหวานใสเหลือเกิน... สิงหนาทพูดอยู่ในใจเมื่อได้ยินเสียงแรกของลูกสาว เขาก้มมองดูเด็กหญิงหน้าตาราวกับตุ๊กตา ผิวขาวอมชมพู รูปร่างอวบน่าฟัดน่ากอด สวมใส่ชุดคอจีนสีขาวฟ้า ใบหน้าหนูน้อยชวนมองยิ่งนัก ตาโต แก้มป่อง ริมฝีปากแดงอมชมพู เขาย่อตัวลงให้ความสูงอยู่ระดับเดียวกับกัญญาพัชร “ขอกอดหน่อยได้ไหมครับ” สิงหนาทพูดกับลูกเสียงหวานมาก กัญญาภรณ์กับชุติมาสั่งสอนเสมอว่า อย่าเข้าใกล้คนแปลกหน้า ใครที่น้องขนมไม่รู้จักชวนไปไหนอย่าไป ให้กินอะไรก็อย่ากิน ซึ่งหนูน้อยเชื่อฟังมาตลอด ทว่าครั้งนี้กัญญาพัขรกลับละเมิดคำสั่งสอนมารดา “ได้ค่ะ” กัญญาพัชรกางมือออกไปทางด้านข้าง ยิ้มเต็มใบหน้า ราวกับว่าต้องการอ้อมกอดจากเขาเช่นกัน สิงหนาทไม่รอช้ารั้งร่างอวบของลูกสาวไว้ในอ้อมแขน กระชับแน่นประหนึ่งกลัวว่าร่างนี้จะสลายแล้วรู้ตัวว่า เขาอยู่ในความฝัน ไม่ใช่ฝัน...มันคือเรื่องจริง เนื้อนุ่มนิ่มที่เขากอด หัวใจของหนูน้อยที่แนบกับอก สิงหนาทรับรู้ได้ถึงจังหวะการเต้นของหัวใจ ความอุ่นจากเรือนกายตอกย้ำว่า เขาได้พบลูกแล้ว น้ำตาเขาปริ่มขอบตาก่อนปล่อยมันลงมาเคลียแก้มอย่างไม่คิดจะกลั้น เป็นน้ำตาแห่งความดีใจ เป็นความดีใจที่รอคอยมานานสี่ปี คนเป็นพ่อค่อยๆ ดันร่างลูกสาว ลูบหัวหนูน้อยเบามือ “คุณลุนร้อนไห้ทำไมคะ โอ๋ๆ ไม่ร้อนนะคะ” สิงหนาทยิ้มกับคำพูดของลูกสาว แล้วยิ้มกว้างมากขึ้นเมื่อกัญญาพัชรกอดปลอด “ไม่ต้องร้อนนะคะ โอ๋ๆ” “ลุงไม่ร้องแล้วครับ ลุงไม่ร้องแล้ว ขอบใจน้องขนมนะครับที่ปลอบลุง” สิงหนาทปาดน้ำตาทิ้ง ยิ้มให้บุตรสาวสุดน่ารัก “แม่อยู่ไหมครับ แม่แพรน่ะครับ” “แม่ไม่อยู่ค่ะ” “แม่ไปไหนครับ” “แม่ไปหาผัวใหม่” เด็กวัยสี่ขวบตอบเสียงใส ยิ้มแป้น แต่คนได้รับคำตอบกลับยิ้มไม่ออก “ไปไหนนะครับ” สิงหนาทถามซ้ำ “แม่ไปหาผัวใหม่ น้ายูบอกว่าผัวเก่าแม่เฮงซวยค่ะ” น้องขนมตอบตามที่ชุติมาบอก ไม่รู้ความหมายในคำพูดที่เอ่ยออกไป โดยไม่รู้ว่า คำตอบของตนนั้นกำลังทำให้เสือร้ายโมโห “หนอย...ห่างผัวไม่กี่ปี ริอยากมีผัวใหม่ ฝันไปเถอะ” โรมานซ์