
ข้าไม่ใช่คนดีท่านอย่าได้หวัง
ตอน 2
ว่ากันว่าหากตายไปแล้วคนทำดีจะได้ไปขึ้นสวรรค์ จะได้พบเจอกับชีวิตใหม่ที่ดีกว่าเดิม มุมปากคนที่ใกล้ตายยกยิ้มหัวเราะขำ ชะตาคนเราไม่เหมือนกันจริง ๆ ชาติก่อนเธอแสนจะใจดี ช่วยเหลือคนบ่อย ๆ ปล่อยให้พี่สาวแย่งคู่หมั้น ปล่อยให้แฟนตัวเองจากไป ยอมแต่งงานกับคนที่ตัวเองไม่ได้รักเพียงเพราะรักครอบครัวของเธอ
แต่แล้วอย่างไรเล่า ทุกสิ่งที่เขาทำเพียงแค่อยากให้เธอตาย อย่างเช่นชาตินี้ที่ตอนนี้เธอกำลังมองตัวเองอยู่ในภพอดีต ดวงตามองโรงเก็บฟืนเก่าชื้น พื้นเปียกไปด้วยกลิ่นสาบไม่ต่างจากชาติก่อน จางลี่มองร่างบางที่นอนหายใจรวยริน
ตอนแรกเธอคิดว่าตัวเองจะได้ไปเกิดใหม่ พบเจอสิ่งที่ดีตอบแทนความดีที่เธอไม่เคยคิดร้ายใคร แต่เหมือนสวรรค์จะรักเธอมากหน่อย จึงส่งเธอมายังภพชาติเก่าในอดีต มองเห็นพวกเขาใช้ชีวิตรุ่งโรจน์เช่นที่เป็นในอนาคต
และตัวเธอก็ต้องพบเจอกับเรื่องเลวร้ายเหมือนเดิม ดีเหลือเกินชะตาที่เธอได้รับ มุมปากเธอยิ้มนิดหนึ่งอย่างแสนรังเกียจตัวเองในตอนนี้ มองร่างอ่อนแอตรงหน้าที่ใบหน้าเหมือนเธอไม่มีผิด
เสียงประตูด้านหลังเปิดออก จางลี่หันมองไปยังสตรีที่ให้กำเนิดนางทั้งชาติที่แล้วและชาตินี้ เสื้อผ้าอาภรณ์ล้วนราคาแพง ใบหน้าแต่งจัดจ้านเหมือนไปเล่นละครงิ้ว ดวงตาผู้ให้กำเนิดมองเหยียดไปยังบุตรสาวที่นอนอยู่
“เหตุใดเจ้าดื้อดึงนัก หากยอมแต่แรกแม่คงไม่ทำเจ้าเช่นนี้”
กักขังบุตรสาวคนเล็กเพื่อให้ยินยอมยกคู่หมั้นที่เป็นถึงท่านอ๋อง ยกตำแหน่งพระชายาเอกเพื่อให้บุตรสาวคนโตที่เป็นที่รักหมั้นแทน ช่างเหมือนชาติที่แล้วไม่มีผิด เหตุใดชะตาจึงไม่เปลี่ยนเลยแม้ผ่านไปหลายร้อยปี
หลี่ซูซู่ลืมตามองมารดาเอ่ยเสียงอ่อน “ท่านแม่เจ้าขา ลูกรักท่านอ๋อง ท่านแม่โปรดเมตตาลูกเถอะเจ้าค่ะ”
เหตุการณ์ทั้งหมดทั้งมวล ด้วยตัวหญิงสาวมีความสามารถพิเศษในการมองเห็นเหตุการณ์ล่วงหน้า มองเห็นความโชคร้ายของคนที่พบเจอ ความที่ต้องไปจ่ายตลาดทุกเช้าเพื่อนำกลับมาทำอาหารให้ครอบครัว ทำให้พบเจอกับท่านอ๋องผู้มากไปด้วยฐานะ ความสามารถในการรบ อีกทั้งยังไม่มีพระชายา
นางมองเห็นคนร้ายจึงเอ่ยเตือนอย่างโง่เขลา ทำให้ท่านอ๋องกล่าววาจาเล่นกับนาง
“หากเป็นอย่างที่เจ้าพูดจริง ชาวบ้านตลาดทั้งหลายจงจำคำข้าไว้ ข้าจะแต่งเจ้าเข้าตำหนัก ยกตำแหน่งพระชายาเอกให้ทันที”
ใครจะนึกว่าสิ่งที่นางพูดเป็นความจริง ท่านอ๋องหยางเสี่ยวเย่พบกับนักฆ่าตรงตามเวลาที่นางบอกทุกอย่าง ทั้งจำนวนคน และผู้อยู่เบื้องหลัง แรกเริ่มเดิมทีนั้นเขาแสนดีใจที่จะได้นางมาอยู่ข้างกาย เพื่อที่อนาคตเขาจะได้ปลอดภัยไปตลอด
แต่มีเรื่องดีก็มีเรื่องร้าย เมื่อจดหมายและของหมั้นหมายส่งมาถึงเรือน บิดามารดาของนางต่างปฏิเสธ แล้วเล่าเรื่องราวทั้งหมดให้ท่านอ๋องฟัง จากเรื่องดีก็กลายเป็นเรื่องร้าย จากสตรีที่แสนวิเศษก็กลายเป็นสตรีโชคร้าย ผู้ใดได้ครอบครองจะนำความซวยตามติดไปด้วย
เมื่อคิดว่าเรื่องทั้งหมดอาจไม่เกิดหากนางไม่เอ่ยออกจากปาก ท่านอ๋องก็ยิ่งร้อนรน แต่เรื่องไปถึงฮ่องเต้แล้ว พระราชโองการสมรสพระราชทานก็มาถึงมือแล้ว วันกำหนดการหมั้นหมายก็ใกล้จะถึง ตอนนั้นเองมารดาของนางก็เสนอทางออก
บุตรสาวอีกคนที่งามพร้อม หลี่ถิงถิง เมื่อท่านอ๋องได้เห็นใบหน้าที่เหมือนกันราวกับคนคนเดียวก็ยิ้มตอบตกลงทันที หนึ่ง เขาไม่ต้องขัดพระราชโองการ สอง นางงดงาม และไม่ได้มีสิ่งชั่วร้ายติดตัว สิ่งนี้ทำให้เขายอมตกลง
คู่หมั้นชายตกลงแล้ว แต่คู่หมั้นตัวจริงกลับไม่ยอมตกลง นางอยากออกไปจากเรือนนี้ อยากมีตำแหน่งเป็นชายาเอกถึงได้บอกความลับเขา แล้วอย่างไรเล่า เขาก็แค่ชายเห็นแก่ตัวคนหนึ่งเท่านั้น
สิ่งใดมีประโยชน์เขาล้วนตักตวง สิ่งใดไม่มีประโยชน์เขาล้วนผลักไส วาจาที่เคยเอ่ยต่อหน้าผู้คนเขากลับหักคำพูดได้อย่างเลือดเย็น
“ท่านแม่ให้ลูกแต่งกับเขาเถอะเจ้าค่ะ สิ่งนี้คือสิ่งเดียวที่ลูกปรารถนาในชีวิต ท่านแม่โปรดให้ลูกได้สมหวังสักครั้งนะเจ้าคะ”
เสียงฮึในลำคอมารดาดังออกมา “เจ้ามันตัวซวย ไปไหนก็มีแต่จะทำคนอื่นซวยไปด้วย” ไม่รู้ว่าตอนนี้ตัวนางเองก็ติดไปแล้วหรือเปล่าด้วยซ้ำ “ข้าไม่อยากพูดมาก เจ้าลงชื่อเสีย”
หนังสือยินยอมเปลี่ยนตัวเจ้าสาว หลี่ซูซู่เงยหน้ามองมารดา ดวงตาพร่าไปด้วยน้ำตา
“ท่านแม่ โปรดเห็นใจลูกด้วย”
“สิ่งดี ๆ เหล่านี้ไม่ควรเป็นของเจ้า ข้าไม่คุยกับเจ้าแล้ว เดี๋ยวความซวยจะติดไปด้วย งดข้าวงดน้ำนางจนกว่าจะยอมลงชื่อ” มารดาหันไปสั่งบ่าวที่เฝ้าอยู่หน้าห้องเก็บฟืน จากนั้นก็รีบออกไป
ตอนนี้จางลี่ที่เป็นวิญญาณหัวเราะขำในโชคชะตาของตัวเอง มองหลี่ซูซู่ที่ยังมองกระดาษตรงหน้าไม่ยอมแม้แต่จะจับพู่กันลงชื่อลงไป ช่างโง่เขลายิ่งนักที่รักผู้ชายมากกว่ารักตัวเอง แถมยังเจอหน้าแค่ครั้งเดียวอีกต่างหาก
ชาติก่อนเธอหมั้นกับเขาได้อย่างไรนะ จางลี่ออกจากห้องมองไปยังลานกว้าง เห็นสตรีงดงามแต่งกายด้วยเสื้อผ้าเนื้อดีเดินตรงเข้ามา หนึ่งวิญญาณกับหนึ่งร่างยืนอยู่ตรงหน้า คนเป็นวิญญาณมองการสนทนาของเจ้านายกับบ่าว
“คุณหนูเจ้าขา ทำเช่นนี้จะดีหรือเจ้าคะ” เสี่ยวหูที่ตอนนี้ถือถ้วยยาในมืออย่างกล้า ๆ กลัว ๆ เพราะรู้ดีว่ายาในถ้วยคืออะไร
วิญญาณสาวมองตาแข็ง ไม่ว่ากี่ชาติพี่สาวเธอก็ยังได้รับชีวิตที่ดีเสมอ ทั้งที่พวกเราต่างเกิดจากครรภ์มารดาคนเดียวกัน เป็นบุตรในสายเลือดเหมือนกัน แต่เธอกลับถูกรังเกียจตั้งแต่ลืมตา
ตอนนี้ร่างหลี่ถิงถิงเดินผ่านทะลุร่างวิญญาณของจางลี่ หลี่ถิงถิงใช้ให้บ่าวรับใช้ผลักประตูเข้าไป เมื่อบานประตูเปิดออกนางก็มองไปยังน้องสาวที่ใบหน้าเหมือนกับตัวเอง แต่ร่างกายผอมใกล้ตายเต็มทน มันช้าไป นางอยากรีบกำจัดน้องสาวที่แสนน่ารังเกียจนี้ทิ้งเสีย ไม่เช่นนั้นจะเป็นกาลกิณีแก่ตัวนางเองหากถึงวันแต่งงาน
“น้องซูซู่ เจ้าเป็นอย่างไรบ้าง” สภาพแบบนี้ยังอยู่ดีอีกหรือ จางลี่มองหลี่ถิงถิงที่ลงทุนถึงขนาดประคองน้องสาวขึ้นมาแล้วเอ่ยวาจาหวานต่อ
“น้องอย่าได้รั้นอีกเลย ยอมลงชื่อเถอะ พี่เห็นใจน้องนัก เอ่ยปากขอท่านแม่ให้ปล่อยเจ้าแล้ว แต่ท่านแม่ก็ไม่ยอม”
คนเป็นวิญญาณได้แต่แก้คำในใจ เป็นตัวท่านเองมิใช่หรือที่สั่งให้ทำแบบนี้ แล้วยังเอาดีเข้าตัว ดูสีหน้าก็รู้ว่ารังเกียจคนที่ประคองขนาดไหน แต่ขอโทษ หลี่ซูซู่มองไม่เห็น
คนถูกกระทำยังเอ่ยขอบคุณอีกต่างหาก “ขอบพระคุณท่านพี่เจ้าค่ะ”
“ขอบคุณข้า ถ้าเช่นนั้นเจ้าก็ลงชื่อเสียเถอะหนาน้องรัก”
ขอเพียงนางลงชื่อ พี่สาวคนดีจะมอบยาพิษให้เป็นการตอบแทน จางลี่มองหลี่ซูซู่ที่ยังดื้อดึง จนเมื่อพี่สาวคนดีทนไม่ไหวจึงเรียกบ่าว
“เสี่ยวจู เจ้าเอายามาให้น้องข้าหน่อย”
หลี่ซูซู่มองถ้วยยา ตอนนั้นเองนางจึงฉลาดขึ้นมาบ้าง เพราะกำลังมองเห็นความตายตัวเอง อีกทั้งยังมองเห็นวิญญาณอีกดวงที่หน้าตาเหมือนนาง แต่งกายด้วยชุดประหลาด เสื้อผ้าขาดรุ่ยยิ่งกว่าขอทาน สภาพเนื้อตัวเขียวช้ำกำลังมองถ้วยยาด้วยสีหน้าแววตาโกรธแค้น
“ท่านพี่ ยานั้น”
ดวงตาหลี่ถิงถิงฉายแววเหี้ยมพร้อมเผยยิ้ม แล้วทิ้งร่างนั้นอย่างแรง “ใครใช้ให้เจ้าดื้อดึงนัก กินยาเสียเจ้าจะได้หาย”
หายไปจากโลกนี้ หายไปจากชีวิตพวกเราเสียที เสียงหัวเราะในลำคอดังขึ้นพร้อมสีหน้ารังเกียจ
หลี่ซูซู่ถดร่างตัวเองไปตามพื้นดิน ไม่ยอมรับยาถ้วยนั้น ส่วนเสี่ยวหูนั้นก็ถือถ้วยยาด้วยมือที่สั่นเทาเข้าไปพยายามกรอกปาก แต่มือหลี่ซูซู่ก็สู้เช่นกัน
จางลี่เอ่ยเสียงเบา “ก็ไม่ได้โง่นี่”
เสียงนั้นทำให้คนที่กำลังสู้หันมองวิญญาณ มือยิ่งบีบแน่นกว่าเดิม แต่ยาก็ยังถูกป้อนเข้าปากอยู่ดีแม้จะตกลงพื้นไปถึงครึ่งหนึ่งแล้วก็ตาม
“เสียเวลาจริง ๆ” หลี่ถิงถิงมองน้ำที่หกเลอะลงพื้นไปเกือบครึ่งหนึ่ง ร่างนี้คงไม่ตายง่าย ๆ แน่ ไม่ได้การ คราวหน้านางจะต้องเพิ่มตัวยาอีก
“ถือว่าวันนี้เจ้าโชคดี” ยิ่งอยู่นานนางก็ยิ่งสะอิดสะเอียนทนไม่ไหว ของเสียเริ่มส่งกลิ่น เมื่อมองไปบนพื้นก็เจอน้ำสีเหลืองบนพื้น
“ทุเรศจริง ๆ ตายยากตายเย็นนัก” หลี่ถิงถิงหันหลังไม่ได้เหลียวแลอีกเลย ดวงตาหวานก็เผยสีหน้ารังเกียจ จนเมื่อโซ่ประตูคล้องตามเดิม คนที่อยู่บนพื้นจึงหันมองวิญญาณ
“เจ้าเป็นใคร”
จางลี่หันมองคนถาม “ข้าก็เจ้า เจ้าก็คือข้าอย่างไรเล่า พวกเราต่างมีชะตาที่เหมือนกัน ต่างกันที่ช่วงเวลา”
“แล้วเหตุใดเจ้ามาอยู่ที่นี่”
หญิงสาวยิ้มแล้วตอบ “เพราะข้าตายไปแล้วอย่างไร ถูกพวกมันทำเช่นเดียวกับเจ้า อืม ไม่สิ หนักกว่าเจ้าหลายพันเท่า” จางลี่ก้าวเท้าเข้าไปหาแล้วโน้มตัวลงมองหลี่ซูซู่
“เจ้าจะทนอย่างนี้ต่อไป หรือตายไปเสีย” เธอไม่ได้มาช่วยตัวเองในอดีต แต่จะเอาร่างนี้ตอบแทนพวกเขาต่างหาก
“เจ้าจะฆ่าข้าหรือ”
“คำถามโง่ ๆ” เธอเป็นวิญญาณจะไปทำอะไรได้นอกจากมองดู ตอนนี้เองที่ดวงตาคนถามเบิกกว้างแล้วตอบ
“ข้ากำลังจะตาย”
ร่างกายอ่อนแอกว่าเธอเป็นร้อยเท่า โดนทรมานเพียงนิดก็แทบจะเอาตัวไม่รอดแล้ว หากอยู่ต่อไปก็เหมือนศพเดินได้ ผิดกันแค่มีลมหายใจ
หลี่ซูซู่ดวงตาอ่อนลง ยอมรับในโชคชะตา “เหตุใดพวกเราจึงต้องเจอเรื่องแบบนี้”
“เมื่อก่อนข้าก็เคยถามตัวเองเช่นเจ้าจนเลิกถามไปแล้ว พวกเราต้องถามว่าจะทำเช่นไรตอบแทนพวกเขาดีกว่า”
ตอบแทนให้สาสมกับที่พวกเขากระทำกับพวกเรา
ดวงตาหลี่ซูซู่หันมองวิญญาณตรงหน้าก่อนเอ่ยขึ้น
“เจ้าต้องช่วยข้า”
“เจ้าไม่บอกข้าก็จะทำให้แน่ เจ้าไปเสียเถอะ” เธอมองดวงตาที่หรี่โรยปิดลงเพราะรู้ชะตาตัวเอง ไม่นานวิญญาณของเธอก็เข้าสิงร่างนั้น ดวงตาแข็งลืมขึ้นพยายามเอาร่างที่ใกล้ตายลุกขึ้นมามองไปด้านนอกประตู
ร่างนี้ชื่อว่าหลี่ซูซู่ เป็นลูกสาวคนสุดท้องของสกุลหลี่ ครอบครัวนี้มีสมาชิกเหมือนชาติก่อนของเธอ มีบิดาชื่อปิ่งเฉิง มารดาชื่อหลานฟาง และพี่สาวฝาแฝดชื่อถิงถิง
ดูแล้วเหมือนเธอได้ชีวิตกลับคืน แต่เป็นในชาติอดีตหลายพันปีที่ยังมีพวกเขาพร้อมหน้าพร้อมตากันทั้งหมด ถึงจะกลับมาทรมานอีกรอบ แต่ตอนนี้ก็ดีกว่าครั้งก่อน เพราะเธอยังไม่ตาย อีกทั้งยังรู้ทันความคิดพวกเขาด้วย
คุณอาจจะชอบ


![หน้าปกนวนิยาย ไฟซ่อนเชื้อ [คู่กัด พ่อแง่แม่งอน]](https://v.melolo.com/b1265344voduse1318177724/ffd693215001834806830389145/SDqCdDVHjZ8A.webp!15491.webp)


