
ข้าไม่ใช่คนดีท่านอย่าได้หวัง
ตอน 3
หญิงสาวมองไปยังประตูที่เปิดออกอีกครั้ง มีเสียงโซ่ถูกปลดออก จางลี่มองมารดาที่เอ่ยทัก
“ซูซู่ เจ้าหิวหรือไม่” หญิงสาวเจ้าของชื่อมองมารดาของตนเองทั้งชาติที่แล้วและชาตินี้ ถือถ้วยข้าวเปล่าในมือวางไว้ใกล้ตัวแล้วกล่อมต่ออีกรอบ ดูจากน้ำเสียงคงถูกลูกสาวที่รักไล่ให้มาเจรจาอีกรอบเป็นแน่
“เจ้าอย่าดื้อนักเลย ตัวเองสุขภาพก็ไม่ค่อยดี ให้พี่สาวเจ้าแต่งแทนเถอะ” ถึงนางไม่ตอบตกลง พวกเขาก็ให้พี่สาวเธอแต่งไปอยู่ดี
คู่หมั้นที่เคยเป็นในชาติก่อน และกำลังเป็นชาตินี้เธอจะอยากได้ไปทำไม
“ลูกไม่อาจมีวาสนากับท่านอ๋อง ร่างกายลูกอ่อนแอย่อมไม่อาจสืบตระกูลเขาได้ ลูกย่อมเข้าใจดี ท่านแม่ ข้ายอมแล้ว”
เสียงอ่อนหวานเอ่ยเบาลง เต็มไปด้วยความจำยอมไม่ได้ดื้อดึงเหมือนก่อนทำให้มารดายิ้มกว้างอย่างยินดี ดึงมือบุตรสาวเขามาแล้วตบมือเบา ๆ
“ดีจริง ๆ เย่วจู มาพาคุณหนูเจ้ากลับห้องเดี๋ยวนี้ ถ้วยข้าวนี้ไร้เนื้อเจ้าอย่ากินเลย เดี๋ยวข้าจะส่งเนื้อไปยังเรือนเจ้าเอง”
นางคำนับขอบคุณมารดา นอบน้อมแทบจะกราบลงพื้นดิน แต่มือมารดาก็รั้งเอาไว้เสียก่อน เมื่อร่างนางถูกประคองออกไป คนที่มีสีหน้านอบน้อมดวงตาก็แข็งขึ้นทันที ได้ยินเสียงคนด้านในบ่นออกมาชัดเจน
“ก็แค่นี้ ให้ข้าต้องเหนื่อยหลายวัน พูดง่าย ๆ ก็จบนานแล้ว”
ข้าง่ายงั้นหรือ ท่านคิดไปเองต่างหาก หากไม่อยากให้ศัตรูรู้ตัวนางก็ต้องทำตัวเป็นกระต่ายว่าง่าย หากพวกเขาเห็นว่านางเป็นจิ้งจอก เห็นทีคงไม่ปล่อยนางให้มีชีวิตรอดเป็นแน่
เย่วจูประคองคุณหนูไปยังเรือนเก่าโทรม ไม่เข้าใจว่าเหตุใดพวกเขาจึงรังเกียจนางทั้งที่นางก็เป็นบุตรสาวที่พวกเขาให้กำเนิดแท้ ๆ
จนเมื่ออยู่ในร่างนี้ จึงได้รู้ว่าเป็นเพราะนักพรตท่านหนึ่งบังเอิญเดินผ่านเรือนนี้ตอนที่พวกนางเกิด แล้วใจดีเข้ามาทำนายชะตาไว้ว่า นางจะทำให้ครอบครัวสิ้นตระกูล นางเป็นปีศาจมาเกิดเพียงเพราะรู้เหตุการณ์ล่วงหน้า และมองเห็นวิญญาณคนตาย ตอนนั้นนางมองเห็นวิญญาณติดตามนักพรตจึงได้เอ่ยเตือน แต่กลายเป็นว่าตัวเองถูกกล่าวหาว่าเป็นปีศาจแทน
นักพรตหลัวจง ชื่อนี้ข้าจะจำเอาไว้
จางลี่ยังนึกต่อกับความน่าสมเพชของตัวเอง ความสามารถพิเศษที่ทำให้ผู้คนหวาดกลัว แต่กลับเป็นพรสวรรค์สำหรับนางในร่างนี้ นางจะใช้มันให้เกิดประโยชน์ที่สุด ตอบแทนที่พวกเขาดูแลนางดีตั้งแต่ชาติก่อนจนถึงชาตินี้
“คุณหนูเจ้าขา ดื่มน้ำหน่อยเจ้าค่ะ” เย่วจูประคองน้ำชาที่เย็นชืดส่งให้คุณหนู จากนั้นก็รีบวิ่งไปหาน้ำใส่อ่างมาเพื่อเช็ดตัว
“ไม่ต้อง ข้าอยากจะอาบน้ำมากกว่า”
“คุณหนูอยากอาบน้ำหรือเจ้าคะ” แบบนั้นยุ่งยากมาก เพราะต้องไปขออนุญาตใช้อ่างอาบน้ำ อีกทั้งต้องต้มน้ำร้อนอีกหลายหม้อ ฤดูนี้เป็นฤดูหนาว หากอาบน้ำเย็นร่างกายต้องอ่อนแอกว่าเดิมแน่
หลี่ซูซู่หันมองสาวรับใช้แล้วยิ้ม “ด้านหลังเรือนมีลำธารมิใช่หรือ ข้าอยากอาบตรงนั้น”
สีหน้าเย่วจูตกใจกว่าเดิม “แต่ว่าคุณหนู น้ำในลำธารเย็นมากนะเจ้าคะ หากคุณหนูลงไปก็ยิ่งทำให้ร่างกายรับไม่ไหว อาจป่วยได้นะเจ้าคะ”
นั่นแหละคือสิ่งที่นางต้องการ หลี่ซูซู่หันมองแล้วยืนยันคำเดิม
“เจ้าทำตามที่ข้าบอกเถอะ แล้วหลังจากวันนี้ทุกอย่างจะดีเอง”
สีหน้าเย่วจูนิ่งคิดครู่หนึ่ง เมื่อเห็นคุณหนูขยับตัว นางก็ทำได้แต่เพียงประคองคุณหนูไปยังลำธารด้านหลังของเรือน มองหญิงสาวถอดเสื้อผ้ากลางแจ้งโดยไม่ได้เขินอายอย่างสตรีทั่วไป
“คุณหนูเจ้าขา หากใครมาเห็นเข้า”
“เจ้าไม่เห็นหรือว่าเนื้อตัวข้าสกปรกเพียงใด หากไม่ถอดมันออกมา แช่น้ำทั้งเสื้อผ้าจะสะอาดได้หรือ”
ร่างนี้สะอาดดีกว่าตอนเธอตายด้วยซ้ำ มันก็แค่เปลือกนอกเธอไม่ได้ใส่ใจอีกแล้ว
ร่างสาวแรกแย้มเพียงสิบหกปียกเท้าเปล่าแตะลงไปยังลำธารที่เริ่มจับตัวเป็นก้อนน้ำแข็ง เย็นมาก แต่ก็ไม่เย็นเท่าที่เธอเคยสัมผัสมา หญิงสาวค่อย ๆ ก้าวลงไปในน้ำ
ความเย็นยะเยือกทำให้หัวใจเธอแข็งตาม ยิ่งทำให้สมองเธอทำงาน นึกถึงช่วงเวลาเหล่านี้เมื่อครั้งก่อน ภาพเหตุการณ์ครั้งนั้นจบลงด้วยหลี่ซูซู่หมดสติ ร่างกายผอมแห้ง ยอมลงลายมือชื่อ ยอมให้เปลี่ยนตัวเจ้าสาว แต่ชีวิตหลังจากนั้นก็ไม่ต่างจากสัตว์เลี้ยงตัวหนึ่ง
แม้รู้ว่าผลจะเป็นเช่นไรแต่นางก็ยังเลือกจะดื้อดึง นางมีพรสวรรค์ แต่ไม่รู้จักใช้ประโยชน์ ในใจได้แต่ต่อต้านไม่ยอมรับความจริง เพราะถูกกรอกหูว่าเป็นปีศาจมาเกิด
ภาพภพอดีตนั้นอีกไม่นานต่อจากที่นางยอมยกคู่หมั้นให้ นางก็ถูกขายให้กับคนขายหมูในตลาด ถูกเลี้ยงดูราวกับสัตว์ตัวหนึ่ง มองดูชีวิตคนอื่นรุ่งเรือง ส่วนตัวเองมีแต่ตกต่ำลงเรื่อย ๆ
อีกสองวันเป็นวันแรกของฤดูเหมันต์ ภาพในหัวตอนนี้นั้นเธอเห็นภาพของชายผู้สูงศักดิ์ท่านหนึ่งที่จะเดินผ่านมาแถวนี้ ในตอนนี้เขายังเป็นผู้ยิ่งใหญ่ ไม่ได้สิ้นไร้อำนาจในมือ ภาพของหลี่ซูซู่คนเก่าเจอะเจอคนผู้นี้โดยบังเอิญ และได้ช่วยชีวิตคนผู้นั้นอย่างโง่เขลา ทำให้ตัวเองต้องถูกตราหน้าว่าเป็นคนร้าย
สมควรแล้วที่คนโง่ ๆ แบบนั้นตายไปได้ก็ดี เธอในอดีตช่างโง่เขลาไม่ต่างจากภพที่ผ่านมาเลย แต่ตอนนี้เปลี่ยนไปแล้ว เธอจะไม่ยอมให้ประวัติศาสตร์ซ้ำรอยเดิม
“คุณหนูแช่น้ำนานไปแล้วนะเจ้าคะ หากนานกว่านี้เกรงว่า...” หากคุณหนูล้มป่วยอีก กลัวแต่จะตายก่อนได้หมอมารักษา พวกเรือนใหญ่วัน ๆ เอาแต่สาปแช่งเช้าเย็นจนสาวใช้เช่นนางเริ่มทนไม่ไหวแล้ว
เจ้าของร่างหันมองแล้วพยักหน้า เท่านี้คงพอทำให้คืนนี้นางนอนซมจนลุกไม่ขึ้น มากพอจะทำให้พวกเขาสบายใจ และไม่สนใจนางอีก เมื่อเข้ามาถึงห้องนางก็สั่งให้ปิดประตูทันที หยิบของใต้หมอนขึ้นมา
“เจ้านำแหวนนี้ไปจำนำ แล้วนำเงินไปซื้อยาให้ข้า”
เอาตัวเองไปแช่น้ำให้ป่วย แล้วยังนำสมบัติชิ้นสุดท้ายไปจำนำเพื่อมารักษาตัวเองที่ทำให้ตัวเองป่วย
“คุณหนูถูกขังจนสติเลอะเลือนแล้วหรือเจ้าคะ”
ผู้เป็นนายมองเด็กสาวตรงหน้า นางเป็นคนเดียวที่เธอไว้ใจได้ในภพนี้ ในความทรงจำนั้น เมื่อนางในร่างนี้ตาย หญิงสาวก็กระโดดน้ำตายตามไปด้วยเช่นกัน
“เจ้าทำตามที่ข้าบอกเถอะ เมื่อได้ยาแล้วก็เก็บซ่อนให้ดี อย่าให้ผู้ใดพบเด็ดขาด”
“ให้บ่าวต้มยามาให้เลยไหมเจ้าคะ” หากกินก่อนอาจจะไม่ป่วยก็เป็นได้ แต่ผู้เป็นนายกลับส่ายหน้าแล้วตอบ
“ยังก่อน ยังไม่ถึงเวลา”
นางล้มตัวนอน ไม่ได้ห่มผ้า ปล่อยให้ร่างกายที่ชื้นสัมผัสกับอากาศให้พอสำหรับคืนนี้ ตอนนี้เย่วจูออกไปด้านนอกแล้ว เสียงฝีเท้าสตรีนางนั้นก็เดินมายังเรือนเก่าของนาง
ได้กลิ่นแป้งหอมราคาแพงมาแต่ไกล เมื่อประตูเปิดออก แสงจากโคมไฟก็ส่องสว่างห้องที่มืดสนิทไร้ซึ่งเตาร้อนสำหรับให้ความอบอุ่น นางมองไปยังหลี่ถิงถิง พี่สาวที่มีใบหน้าเดียวกับนาง ดวงตานางช่างเหมือนกับคนเก่าไม่มีผิด
เย่อหยิ่ง จองหอง ไม่ยอมคน เอาเปรียบ และแย่งทุกอย่างจากนางไม่ว่านางจะต้องการหรือไม่ก็ตาม นางมองไปยังเครื่องประดับล้ำค่าบนตัวที่ล้วนเป็นของหมั้นจากท่านอ๋อง
นี่คือความโชคดีในพรสวรรค์ของนาง คือสามารถช่วยอ๋องจนพ้นภัย เขาที่กล่าววาจาจะแต่งนางเข้าจวนให้นางเป็นชายาเอก กล่าวต่อหน้าผู้คนทั่วทั้งถนน แต่แล้วเมื่อกลับถึงเรือนกลับให้องครักษ์ข้างตัวไปสืบข่าว พอได้ยินข่าวลือเสีย ๆ หาย ๆ เขาก็เริ่มลังเล ยิ่งได้ยินข้อเสนอจากมารดานางก็กลับลำแทบไม่ทัน
นั่นจึงทำให้เกิดแผนการสลับตัวนางกับหลี่ถิงถิง ท่านอ๋องผู้ยิ่งใหญ่ที่ไม่อยากเสียศักดิ์ศรี แต่ก็ไม่หาญกล้าที่จะสู้ชะตาสวรรค์ กลับกลัวราวกับคนขี้ขลาดเหมือนหมาตัวหนึ่ง ไม่ว่าชาตินี้หรือชาติก่อน ชายผู้นี้ก็ไม่สมควรจะเกิดเป็นชาย
“เม่ยเมย เจ้ายังสบายดีอยู่หรอกหรือ” เสียงหัวเราะเยาะที่ไม่ว่ากี่ปีก็ไม่พัฒนาขึ้นเลย เสียงนางมารเอ่ยต่อ เมื่อเห็นสภาพของคนนอนซม
หลี่ถิงถิงหันไปเรียกบ่าวข้างตัว “เสี่ยวหู เจ้าเอายามาให้น้องสาวของข้าหน่อยสิ”
เจ้าของเรือนหันมองหม้อยาต้มกลิ่นฉุนที่อยู่ในตะกร้า เมื่อยกออกมาก็รับรู้ได้ทันทีว่ายานี้มีผสมของยาพิษอยู่
ตัวนางในตอนนี้ได้แต่รอ ถึงนางจะอ่อนล้า แต่ไม่อ่อนแอ จางลี่มองเห็นมือหลี่ถิงถิงถือถ้วยยาด้วยตัวเองตรงมาหานาง คนที่เจ็บแทบลุกไม่ไหวก็ใช้เท้าถีบร่างนั้นทันที ทำให้ยาที่ถือหกเลอะพี่สาวคนดีจนหมดสภาพ
“เจ้า!!” นางจะด่า แต่ด่าไม่ออกเพราะความร้อนจากยาถ้วยนั้นเหมือนจะลวกแขนนาง ทำให้หลี่ถิงถิงรีบวิ่งออกจากห้องเพื่อไปหาน้ำดับร้อนบนตัว คิดว่านางยังพอมีเวลาในการเก็บแรงไว้สู้อีกหนึ่งยก
รังแกมาได้ชาติหนึ่งแล้ว อย่าได้คิดว่านางจะเห็นแก่พี่น้องอย่างชาติที่แล้วที่ยอมให้อีกครั้ง หากนางยอมอีกก็คงกลายเป็นลาไปแล้ว
เย่วจูมาทันเห็นหลี่ถิงถิงวิ่งออกไป นางรีบวิ่งมาหาเจ้านายเพื่อสำรวจร่างกาย “คุณหนู เป็นอะไรมากไหมเจ้าคะ”
“ไม่เป็นไร เจ้าได้มาไหม”
“เจ้าค่ะ” เย่วจูรีบนำผ้ามาเช็ดบนเตียงที่มีรอยน้ำร้อนจากยาตกอยู่
“ดีที่ไม่ถูกตัว หาไม่แล้วผิวสวย ๆ ของคุณหนูคงเป็นแผลเป็นตลอดชีวิตแน่”
ตอนนี้คนถูกลวกคงคิดเช่นนั้น เธอจึงได้เห็นแสงไฟในเรือนถูกจุดสว่าง เสียงผู้คนเร่งรีบไปหาหมอเพื่อมารักษาหลี่ถิงถิง
“เตรียมตัวไว้เถอะ อีกไม่นานพวกเขาจะมาอีก”
เย่วจูถอนใจ คิดว่าเรื่องที่คุณหนูถิงถิงเจ็บตัวเพราะเรือนนี้ คงทำให้นายสาวถูกกักบริเวณไม่ได้ออกจากเรือนเป็นเดือนแน่
“คุณหนูเจ้าขา เหตุใดทำเช่นนี้”
สายตาแข็งกร้าวมองไปด้านนอกประตู “เพราะข้าอยากให้พวกเขาลืมเรือนนี้เสีย” นางจะได้ทำงานสะดวก หากพวกเขาไม่มาสอดส่องเรือนของนางอีก
และก็เป็นอย่างที่นางคิดจริง ๆ เมื่อทั้งบิดามารดาของนาง ท่านผู้เฒ่า อีกทั้งยังมีอนุเฉียนอีกคนมาร่วมวงด้วย
ประตูถูกถีบออก ตามด้วยบิดาที่มีสีหน้าโกรธจัดเดินมาชี้หน้าด่า
“เจ้ามันตัวซวย นำแต่เรื่องไม่ดีมาให้เรือนข้า พี่สาวเจ้าหวังดีนำยามาให้เจ้าก็ทำร้ายนาง นี่ดีที่แผลไม่ลึกมากจึงทำให้ไม่เกิดแผลเป็น ไม่เช่นนั้นข้าจะจับเจ้าลวกน้ำร้อนแทนเป็นการลงโทษ”
ถึงกับใช้น้ำร้อนลวกนางเพื่อแก้แค้นบุตรสาวที่รัก ช่างเป็นบิดาที่รักบุตรสาวอย่างแท้จริง หันไปทางมารดาที่กล่าวเสริม
“ข้าไม่น่าคลอดเจ้ามาเลย คลอดตัวกาลกิณีเช่นเจ้ามีแต่จะทำให้วงศ์ตระกูลตกต่ำ”
แน่ละสิ เพราะต่อไปข้าจะทำให้มันเป็นอย่างท่านว่า หันมองไปยังท่านผู้เฒ่าที่ใช้ไม้เท้ายกขึ้นมาจะตีขานางที่นอนอยู่บนเตียง แต่เย่วจูกลับใช้ร่างบังเอาไว้
“เย่วจู” นางหันไปมองพวกเขาตาแข็ง ใครจะทำนางนางไม่สน แต่ไม่ใช่เย่วจู
คุณอาจจะชอบ


![หน้าปกนวนิยาย ไฟซ่อนเชื้อ [คู่กัด พ่อแง่แม่งอน]](https://v.melolo.com/b1265344voduse1318177724/ffd693215001834806830389145/SDqCdDVHjZ8A.webp!15491.webp)


