
วงวารพานรัก(กันต์xแพรววดี)
ตอน 2
“หมอกันต์!” เสียงหวานใสหลุดชื่อนั้นออกมา เธอเรียกเขาแบบนั้นก็เพราะเคยเป็นคนไข้ของเขา กันต์เป็นเจ้าของโรงพยาบาลเอกชน และด้วยเพราะสองครอบครัวมีความใกล้ชิดกัน เธอจึงได้รักษากับหมอที่เป็นเจ้าของโรงพยาบาลโดยตรง เลยติดเรียกเขาว่าหมอ และเขาก็แทนตัวเองว่าหมอในทุกครั้งที่พูดกับเธอเช่นกัน
“ดึกๆ ดื่นๆ ทำไมมาถอดเสื้อผ้าอยู่ในห้องนี้” กันต์ถามต่อทันที สายตาจดจ้องมองความอวบอิ่มอย่างชวนให้คนถูกมองสะเทิ้นอาย
“แพรวก็แค่...” แพรววดีกำลังจะบอกถึงเหตุผลของตัวเอง แต่เขากลับไม่ฟังให้จบก็ทำน้ำเสียงดุใส่เธอต่อทันที
“ที่นี่ไม่ใช่ที่รโหฐาน การที่คุณจะเปลือยอกหรือถอดเสื้อผ้า คุณต้องพึงประเมินว่ามีความเสี่ยงที่จะมีคนมาเห็นหรือไม่”
เธอจะรู้ได้ไงล่ะว่าเขาอยู่ในห้องนี้ นี่เขาคงไม่คิดว่าเธออ่อยเขาหรอกนะ
“แพรวประเมินมาดีแล้วค่ะว่าปลอดภัย เพราะบ้านหลังนี้มีแต่คนงานผู้หญิง ลุงคนขับรถแกก็ไม่ได้นอนในบ้าน ส่วนผู้ชายที่อยู่ในบ้านก็มีแค่คุณพ่อซึ่งอยู่ในห้องกับคุณแม่ อีกคนก็หมอกันต์ที่เย็นชาไร้อารมณ์ คงไม่มีพิษมีภัยอะไรกับผู้หญิงคนไหน รวมทั้งแพรวด้วย” สาวน้อยตอบโต้กลับไปอย่างขุ่นเคือง และยังไม่คิดจะปิดบังตัวเองจากสายตาเขาทั้งๆ ที่อายจนตัวแดงไปหมดแล้ว แต่ด้วยทิฐิทำให้ต้องเชิดหน้าเข้าไว้ จากที่อยากจะอธิบายดีๆ ตอนนี้เธอกลับอยากกวนโมโห คนอะไรไม่ฟังเหตุฟังผลเอาซะเลย มีแต่ดุเอาๆ
“รู้ตัวมั้ยว่ากำลังประมาท อวดดี และท้าทายหมอ อย่าคิดว่าหมอไม่มีพิษมีภัยกับใคร ยังไงหมอก็เป็นผู้ชาย ผู้ชายน่ะอันตรายทุกคนนั่นแหละ หรือเราไม่รู้”
“เหรอคะ ไม่บอกไม่รู้นะเนี่ย”
“ใส่เสื้อผ้าแล้วออกจากห้องนี้ไปซะ”
“แล้วถ้าแพรวไม่ใส่และไม่ออกไปล่ะคะ” แพรววดียังสนุกที่จะท้าทาย ยิ่งเห็นหมอกันต์ทำท่าเหมือนไม่อยากมอง เธอก็ยิ่งนึกอยากจะยั่วเขา โดยไม่รู้ว่าตัวเองกำลังเล่นกับไฟ
“หมอเตือนแล้วนะแพรววดี อย่าให้หมอต้องแสดงด้านมืดออกมา”
“หมอมีด้านมืดด้วยเหรอคะ อุ๊ย โคตรเซอร์ไพรส์เลย แพรวอยากเห็นจังเลยค่ะ”
“แพรววดี!” กันต์เรียกชื่อเธอเสียงเข้ม หากแต่ไม่ได้ทำให้สาวน้อยสะทกสะท้านแต่อย่างใด ตรงกันข้ามเธอกลับลอยหน้าลอยตาตอบเขา ซ้ำยังสวมบทเด็กสาวใจกล้า ขยับเข้าไปใกล้ร่างสูงในสภาพนั้น โดยลืมความเขินอายของตัวเองชั่วขณะ ทั้งที่เป็นครั้งแรกที่ตัวเองเปลือยร่างกายท่อนบนต่อหน้าผู้ชาย
“ขา… หมอเรียกแพรวทำไมคะ...”
“สรุปว่าจะไม่ยอมฟังคำเตือนของผม”
“ก็คำเตือนของหมอมันไม่ได้น่ากลัวสักนิดนี่คะ”
“งั้นก็ดี ถ้าอยากเห็นด้านมืดของผมนัก ผมก็จะทำให้ดู บางทีเด็กหัวดื้ออวดดีอย่างคุณก็ควรได้รับบทเรียนบ้าง แล้วก็อย่ามากลัวทีหลังล่ะ”
พูดจบวงแขนแกร่งก็ตวัดร่างอรชรกระชากเข้ามาหาเต็มแรง จากนั้นก็กอดไว้แน่น ทำให้สัดส่วนของสองร่างแนบชิดกันทันที คราวนี้แพรววดีเริ่มตกใจ เพราะไม่คิดว่ากันต์จะเอาจริง ไหนจะสัดส่วนแบบบุรุษแท้ๆ ที่ร่างกายตัวเองเสียดสีอยู่ มันก่อให้เกิดความวาบไหวแปลกๆ ในท้องน้อย
“หมอจะทำอะไรแพรว ปล่อยนะคะ”
“ไม่ทันแล้วละแพรววดี คุณอยากเห็นด้านมืดของหมอไม่ใช่เหรอ ในเมื่ออยากเห็นนัก หมอก็จะทำให้คุณดูไง” เขาก้มลงพูดเกือบชิดปาก ลมหายใจร้อนผ่าวที่เจือมากับกลิ่นแอลกอฮอล์ยิ่งทำให้ใจสาวสั่นมากกว่าเดิม
“นี่หมอเมาเหรอคะ”
“ใช่ผมเมา และรู้ไหมว่าความเมาของผู้ชายมันมักจะมาพร้อมความหื่น”
ริมฝีปากหยักได้รูปแบบบุรุษประกบลงบนปากนุ่มของเธอทันที แพรววดีชาวาบไปทั้งตัว ไม่คิดว่าจู่ๆ จะโดนผู้ชายกอดจูบ ซ้ำผู้ชายคนนั้นยังเป็นคนที่เธอมักจะบอกว่าเขาหน้าตายไร้อารมณ์ ที่สำคัญนี่เป็นกอดแรกจูบแรกของเธอ ซึ่งมันไม่ได้เกิดจากความรักแต่เกิดจากความโกรธต่างหาก
“อย่าค่ะ...หมอ…อย่า...” แพรววดีร้องห้ามอู้อี้ พยายามยกมือสองข้างขึ้นปัดป้องผลักไส เบี่ยงหน้าหนีจากจูบนั้น แต่กันต์ก็ลากปากตามติด ทำให้ไรหนวดเคราทิ่มตำตามผิวเนื้อบางใสของพวงแก้มสาวน้อยจนขนลุกซู่ ซ้ำยังสอดมือขึ้นช้อนใต้ท้ายทอยแล้วตรึงไว้ บังคับให้รับจูบดิบเถื่อนจากเขา
คุณอาจจะชอบ





