
วงวารพานรัก(กันต์xแพรววดี)
ตอน 3
ริมฝีปากร้อนบดขยี้อย่างหนักหน่วง จนแพรววดีต้องเผยอปากเปิดทางให้ลิ้นหนาล่วงล้ำเข้ามา และเธอก็ตระหนักในวินาทีนั้นว่า แท้จริงแล้วผู้ชายที่ชื่อกันต์ไม่ได้เย็นชาไร้อารมณ์สักนิด ทว่าเขาร้อนแรงยิ่งกว่าเปลวไฟ เชี่ยวชาญชั้นเซียน จูบเก่งและเร้าอารมณ์สาวเป็นที่สุด จนเธออดไม่ได้ที่กระหวัดลิ้นตอบเขา
เมื่อลิ้นนุ่มตอบสนอง กันต์ยิ่งบดจูบร้อนแรงขึ้นกว่าเดิม ควานลิ้นไปทั่วโพรงปากนุ่มชื้น บางจังหวะก็ดูดดุนเต็มแรงอารมณ์ ทำให้สาวน้อยสั่นสะท้านไปหมด มือที่ผลักไสเปลี่ยนเป็นเลื่อนขึ้นไปวางบนไหล่หนา ซ้ำยังลูบไล้เบาๆ บางจังหวะก็เผลอบีบเค้นเพื่อระบายความวาบหวิวที่ก่อตัวขึ้นในท้องน้อยอย่างรุนแรง
“อืม...” กันต์ครางงึมงำในลำคอ นานมากแล้วที่เขาไม่ได้แตะผู้หญิง ไม่ใช่ว่าไม่ชอบหรือไร้อารมณ์ แต่พักหลังๆ มาเริ่มรู้สึกเบื่อหน่าย บวกกับการผิดหวังจากผู้หญิงที่รัก ที่ไม่ชอบความเป็นสุภาพบุรุษของเขา จนไปมีผู้ชายคนอื่น ทำให้เขากักเก็บอารมณ์ไว้นานพอสมควร แต่เหตุผลเหนืออื่นใดที่กระทำเหมือนคุกคามเด็กสาวอยู่ตอนนี้ ก็เพราะเด็กท้าทายเหลือเกิน อยากสัมผัสด้านมืดของเขา เขาก็จะให้เธอได้ลิ้มลอง ว่าเวลาที่เขาดิบจริงๆ รสชาติมันเป็นยังไง
“ปล่อยค่ะหมอ...ปล่อยแพรว”
เสียงห้ามอันสั่นระริก ไม่ได้ช่วยอะไรเลยสักนิด ตรงกันข้ามมันยิ่งกระตุ้นเร้าให้กันต์อยากเดินหน้าต่อมากกว่าเดิม เขาถอนจูบออกมา แล้วลากปากไปตามลำคอขาว คลุกเคล้าซุกไซ้ ฝ่ามือใหญ่ที่จับเครื่องมือแพทย์อยู่เป็นประจำยกขึ้นเกาะกุมสองเต้าอวบอิ่ม แล้วบดวนคลึงเคล้าเต็มแรงมือทันที
“ใหญ่ดีนี่ เต็มไม้เต็มมือเป็นบ้า ขอเลียนะ” เขากระซิบเสียงพร่าอยู่ข้างหู ก่อนจะก้มลงไล้เลียลากลิ้นวนรอบยอดเต้าจนเปียกชุ่ม แล้วตวัดรวบเม็ดบัวสีชมพูเข้าปาก รัวลิ้นใส่อย่างเร่าร้อน ส่วนอีกข้างใช้นิ้วบีบบี้เบาๆ แต่ก็มากพอที่จะทำให้เม็ดเนื้อของยอดถันแข็งชูชันเป็นไต
“อื้อ หมอขา แพรวเสียว อย่าทำแพรว อย่า...”
เรือนกายสาวสะดุ้งสุดตัวอย่างหวามไหว รับรู้ถึงด้านมืดของหมอกันต์ยามอยู่ในอารมณ์ปรารถนาเต็มร้อยแล้ว เขาไม่ใช่คนที่สุภาพเฉยชาอย่างที่เธอเห็นจนเจนตาสักนิด แต่เขาทั้งดิบ ทั้งหยาบ และกระทำต่อเธออย่างรุนแรง หากทว่าแรงปากแรงมืออันสุดป่าเถื่อนของเขา ไม่ได้สร้างความเจ็บปวดให้เธอแม้แต่นิด ตรงกันข้ามสัมผัสเหล่านั้นกลับสร้างความตื่นเร่าเสียวสยิวอย่างน่าอับอาย มือที่ฟอนเฟ้นบีบคลึงก็ชวนให้หวีดร้อง เสียงลิ้นที่กระทบยอดถันจ๊วบจ๊าบก็ฟังดูเร้าอารมณ์ยิ่งนัก เธอได้แต่กัดฟันแน่นด้วยกลัวตัวเองจะครางออกมาให้ได้อายมากกว่าเดิม แต่สุดท้ายก็หลุดเสียงออกมาจนได้
“หมอ...หมอคะ...แพรว...อื้อ…”
เสียงครางแบบนั้นและเนินอกที่แอ่นอัดขึ้นหาปากเขา มันฟ้องชัดว่าเธอกำลังมีอารมณ์ร่วมมากแค่ไหน เขาควรหยุด เพราะถึงแม้แพรววดีจะดื้อรั้นและปากกล้าน่าสั่งสอน แต่เด็กสาวก็ขึ้นชื่อว่าเป็นคนในวงวารที่จะมาเป็นญาติสนิทชิดเชื้อในอนาคตข้างหน้า เขาไม่ควรเอาเปรียบเธอแบบนี้
แต่ให้ตายสิ เขายังไม่อยากหยุดตอนนี้ อย่างน้อยก็ไม่ใช่การกอดจูบลูบคลำกับเด็กสาวหัวดื้อที่แสนจะเร้าอารมณ์ชายสุดๆ ยามที่ร่างกายถูกเสียดสี เธอต้องได้รับบทเรียนที่มากกว่านี้ และเขาก็จะไม่ยอมเป็นสุภาพบุรุษจนอารมณ์ของตัวเองค้างเติ่งแน่ๆ
และกันต์ก็ทำตามใจตัวเอง โดยไม่ฟังเสียงคัดค้านอีกฝ่าย เอวสอบส่ายวนเพื่อบดแท่งลำชายที่กำลังตื่นตัวเต็มที่เข้าใส่จุดศูนย์กลางของเนินสาว จงใจให้ลำสันเสียดทิ่มตำความอ่อนนุ่มของกลีบกุหลาบที่ซ่อนอยู่ภายใต้อาภรณ์ พลางลากมือลูบไล้ต่ำลงมาที่สะโพกและหน้าท้องแบนราบเนียนมือ สอดลอดเข้าไปใต้กางเกงนอนของเธอ และเคลื่อนเข้าแตะต้องเนื้อแท้ที่ยังไม่เคยมีใครได้ล่วงล้ำอย่างไม่ลังเลใดๆ
“มะ ไม่ หมอคะ อย่า ตรงนั้น…”
สาวน้อยครางสะท้านและเป็นอีกครั้งที่ร่างกายสะดุ้งเฮือกด้วยกระดากอายสุดชีวิต พยายามหุบขาต่อต้านมือที่กำลังรุกราน แต่ก็แพ้แรงมือชาย ไหนจะเสียดเสียวที่สองเต้าอวบอิ่มที่ยังถูกดูดเลียไม่ว่างเว้น ทำให้การต่อต้านลดน้อยลงอย่างรวดเร็ว
มือใหญ่กางประกบแนบสนิทกับส่วนสาวราวกับเป็นเจ้าของ กรีดนิ้วกลางขึ้นลงตามรอยแยกอย่างช้าๆ ไม่กี่ครั้งม่านธาราก็กลั่นตัวออกมาเป็นความฉ่ำลื่น วินาทีนั้นสมองของแพรววดีขาวโพลนไปหมด สิ่งที่รู้สึกอยู่ตอนนี้มันเกินคำว่าวาบหวามไปไกลมาก นิ้วของเขาสร้างความเสียวสยิวให้เกิดกับเธออย่างรุนแรง จนขาเรียวทั้งสองข้างค่อยๆ แยกห่างจากอย่างเป็นอัตโนมัติ เปิดทางให้เขากระทำการคุกคามได้อย่างสะดวกกว่าเดิม
“ชอบใช่มั้ยแพรววดี ชอบให้หมอจับ ให้หมอจูบแบบนี้” เสียงทุ้มพึมพำถามอยู่ชิดอกขณะเลื่อนปากไปหาทรวงสาวอีกข้าง
“ไม่รู้ แพรวไม่รู้ค่ะหมอ อื้อ”
“แล้วแบบนี้ล่ะ แบบนี้พอจะตอบหมอได้หรือยัง”
นิ้วแกร่งลากขึ้นไปบดคลึงเกสรสาว ทำเอาแพรววดีหวีดครางดังระงม ท่ามกลางบรรยากาศเงียบเชียบของราตรีกาล หากมีใครสักคนผ่านมาเสียงนั้นคงเล็ดลอดไปกระทบโสตประสาท และคงเดาได้ไม่ยากว่าเสียงที่ว่านั้นเกิดจากอะไร ทว่ายามนี้สมาชิกของบ้านล้วนแต่เข้าสู่ห้วงนิทรารมย์กันหมดแล้ว คนที่ได้ยินจึงมีเพียงสองหนุ่มสาวต่างวัยที่เป็นคนทำให้เกิดเสียงเท่านั้น
“หมอขา อย่าทำแพรว อ๊า”
คุณอาจจะชอบ





