
พฤษภาหวนรัก
ตอน 3
“เก๋จะหุงหาอะไรกิน ก็ให้เข้าไปทำที่บ้านหลังใหญ่ หรือว่า จะไปซื้อที่ร้านค้าฝั่งกระโน้นก็ได้” ลุงชี้ไปตามถนน
“ไกลไหมคะลุง”
“ไม่ไกลหรอก ลุงนะไม่กินข้าวเย็นมาสามปีละ”
“จริงหรือคะ”
“แต่หนูนะต้องกินนะ เราเป็นวัยที่ใช้สมองและแรงงาน ต้องกินเยอะ ๆ แต่ถ้าอยากจะทำกินเอง ผักปลาอาหารลุงซื้อมาใส่เอาไว้ในตู้เย็นเต็ม หรือว่าหนูจะไปดูที่แปลงผักของลุงด้านหลังก็ได้ ลุงทำสวนผักกินเอง ประหยัดไปได้อีกเยอะ”
“ค่ะคุณลุง เอาไว้วันหน้านะคะ ตอนนี้หนูเหนื่อยจังค่ะ”
“จริงสินะ ลุงก็พาหนูตะลอน ๆ ไม่ได้คิดเลยว่าหนูจะเหนื่อย เฮ้อ แต่ลุงก็โล่งใจนะที่หนูมาหา และเราได้เจอกัน และหนูยังได้กราบลาแม่”
“ค่ะ คงจะเป็นเพราะแม่บันดาล ทำให้ทุกอย่างที่เกิดขึ้นกับหนูในวันนี้ช่างราบรื่น”
“ลุงก็เชื่อว่าอย่างนั้นเหมือนกัน เก๋ ลุงขอตัวก่อนนะ เก๋จะได้พักผ่อน”
“ค่ะ” ภรมัยมองไปทางบ้านที่ลุงอยู่
“เงียบเหมือนกันนะคะ คุณลุงอยู่กับใครคะ”
“ลูกชาย พี่ตงนะ พี่เขาไปดูงานช่าง เขาสร้างรีสอร์ตใหญ่อยู่ใกล้แพงกิ้งนั่นแหละ”
ภรมัยมองตามมือ ดวงตาเต็มไปด้วยคำถาม อดที่จะถามลุงไม่ได้ “แล้วเมียของลุงล่ะคะ”
“ป้านะเหรออายุสั้นเหมือนกัน ป้าเสียเพราะโรคประจำตัวตามหลังแม่ของหนูไป ป้าตายตอนที่แม่หนูเสียได้สักสามปีมั้ง”
“หนูเสียใจด้วยนะคะคุณลุง”
“กว่าลุงทำใจได้ เพราะตอนนั้นเรียกได้ว่า คนที่ลุงรักตายตามกันไปติด ๆ พ่อของลุง แม่ของหนู และต่อมาก็เมียของลุง ทว่าคนเราเกิดมาก็ต้องตายนะ ลุงก็คิดแบบนี้เพื่อความสบายใจ”
“ลุงได้ทำเต็มที่แล้วค่ะ ก่อนที่ทุกคนจะลาจากกันไปอีกโลกหนึ่ง ลุงก็ได้ดูแลพวกเขา”
“นั่นแหละที่พอจะทำให้ยิ้มได้ ว่ายังได้อยู่ด้วยกันในวาระสุดท้ายของชีวิต การเกิด แก่ เจ็บ ตาย มันก็เป็นวัฏจักรของมนุษย์เรานะ”
“ค่ะ”
“เอาเถอะ ไว้เราสองคนค่อยคุยกันอีก ลุงขอตัวก่อน ถ้ามีอะไรติดขัด ก็เดินไปหาลุงที่บ้านนะ”
“ขอบคุณมากค่ะคุณลุง”
ภรมัยได้แต่มองตามหลังคุณลุง นึกขอบคุณที่ลงเอยแบบนี้ เธอเงยหน้าขึ้นไปมองบนฟ้าแล้วยิ้ม เธอกำลังยิ้มให้ใครบางคนอยู่ข้างบนนั้น ‘หนูได้อยู่กับแม่เสียที’
ตง หรือ เอกปกรณ์ เดินเข้ามาในบ้าน เขารู้สึกสงสัยมากที่บ้านหลังเล็กที่พ่อมักจะไปขลุกอยู่ข้างในนั้น บ้านหลังนั้นเปิดไฟจนสว่างโร่
ชายหนุ่มจึงเดินเข้าไปถาม พี่วิไลที่กำลังเตรียมตัวจะกลับบ้านของตัวเอง
“พี่วิไลใครมาอยู่บ้านหลังเล็กน่ะ” สายตายังจ้องไปยังบ้านหลังน้อย
“เห็นว่าเป็นลูกสาวของคุณเมี่ยงอะค่ะ”
“เมี่ยง” เขาทำท่าคิด ก่อนจะคิดขึ้นมาได้ ผู้หญิงที่อยู่ในดวงใจของคุณพ่อของเขานั่นเอง คนที่ชื่ออาเมี่ยง แม้อาเมี่ยงจะมีสักเป็นน้องบุญธรรมของพ่อก็ตาม แต่พ่อก็มอบดวงใจรักให้กับเธอคนนั้นไป จนทำให้แม่ของเขาตรอมใจตาย
“มาถึงเมื่อไหร่”
“เห็นตั้งแต่กลางวันแล้วค่ะ แต่ว่าพี่ก็ไม่ได้ไปวุ่นวายถามนะคะ เพราะลุงเทียนไม่ได้เรียกให้ไปช่วยดูแลเธอค่ะ”
“นัดแนะกันมาหรืออย่างไร” สายตามองอย่างไม่ไว้วางใจ
“เรื่องนี้วิไลไม่ทราบจริง ๆ ค่ะ คุณตงไปถามเอากับคุณพ่อนะคะ เท่าที่ได้ยินตอนที่เดินเข้ามาในบ้าน เปรยว่าหน้าตาของเธอคนนั้นเหมือนกับแม่ของเธอมาก และก็ยังสวยเหมือนแม่อีกค่ะ ชมอะไรอีกเยอะแยะไม่รู้ พี่ไม่ได้ตั้งใจฟัง มัวแต่ยุ่งกับการทำอาหารเย็นให้คุณตงน่ะค่ะ”
เขาเพ่งสายตามองไปยังบ้านหลังเล็กของอาเมี่ยง
“คุณตงจะให้พี่ทำอะไรอีกไหมคะ”
“ไม่มีแล้วครับ พี่กลับบ้านเถอะ” เขาพูดแบบไม่ได้สนใจวิไล สนใจแต่คำพูดที่บอกว่า เธอคนนั้นสวยเหมือนแม่
“ค่ะ พี่เตรียมอาหารอยู่ในฝาชีนะคะ พี่เพิ่งอุ่นไปค่ะ”
“ขอบคุณมากครับพี่ กลับบ้านเถอะ เดี๋ยวลูกกับผัวจะรอ”
“ถ้าอย่างนั้นพี่ไปก่อนนะคะคุณตง”
“ครับ”
วิไลเดินออกไปแล้ว ชายหนุ่มแทนที่จะนั่งกินข้าวเหมือนทุกวัน แต่เขากลับเดินไปมองที่บ้านหลังเล็ก
เอกปกรณ์อยากจะเห็นหน้าค่าตาของผู้หญิงคนนั้นนัก เขาเคยเห็นแต่ในรูปภาพ หน้าตาของอาเมี่ยงสะสวยอย่างไร เขาจำได้อย่างติดตา
แม่มักจะพูดฝังหัวอยู่เสมอว่า เพราะอาเมี่ยงคนเดียวที่ทำให้พ่อปันใจ พ่อก็เลยไม่ได้สนใจ และรักแม่เท่าที่ควร
หัวใจของเอกปกรณ์เดือดดาลขึ้นมาอย่างไม่ทราบสาเหตุ การเอ่ยถึงอาเมี่ยง ทำให้เขานึกไปถึงวันที่แม่นอนซม ไม่รู้สึกตัว เอาแต่พร่ำเพ้อตัดพ้อว่าพ่อไม่รัก เขาที่เป็นลูกได้แต่ปลอบใจ
เอกปกรณ์อยากจะรู้เหมือนกันว่า ลูกสาวจะหน้าตาละม้ายคล้ายแม่ของเธอมากแค่ไหน พ่อของเขาถึงได้ออกปากชม หรือว่า จะเป็นเหมือนที่แม่พูดกรอกหู ไม่เคยมีวันไหนที่พ่อของเขาจะลืมอาเมี่ยง
เอกปกรณ์เดินไปที่บ้านหลังเล็ก ในตอนนั้นภรมัยกำลังรดน้ำต้นไม้อยู่ข้างนอก หญิงสาวยังไม่ง่วง และรู้สึกนอนไม่หลับ อาจจะเป็นเพราะผิดที่ผิดทาง และเป็นคืนแรกที่เธอได้นอนบ้านของแม่ก็ได้ แม้จะเหนื่อยจากการเดินทาง
หลังจากที่ไปไหว้หลุมศพแม่มาแล้ว ภรมัยได้แต่นั่งดูรูปของแม่อย่างไม่รู้จักเบื่อ ตลอดเวลามากกว่ายี่สิบปีที่เธอได้แต่เฝ้าคิดถึงแม่อยู่ทุกลมหายใจเข้าออก วันนี้สมหวังสักที แม้ว่าจะไม่ได้เจอกับแม่ตัวเป็น ๆ แค่ได้อยู่ในบรรยากาศเดียวกับแม่ ได้อยู่กับคนรู้จักของแม่ ภรมัยก็พอใจมากแล้ว
“ว้าย” เธออุทานออกมาอย่างตกใจ สายน้ำที่เธอฉีดออกจากสายยางนั้นเกือบจะโดนเขา เอกปกรณ์ก้าวขาเข้ามา ก่อนจะส่งยิ้มให้ แค่เห็นแวบแรก ภรมัยก็รู้แล้วว่าเขาเป็นใคร พี่ตงลูกของลุงเทียน เขามีหน้าตาและรอยยิ้มเหมือนลุงเทียนไม่มีผิด ไม่ว่าจะเป็นโครงหน้า สันจมูก และริมฝีปาก ช่างโขกแบบมาจากลุงเทียนอย่างพิมพ์เดียวกัน แม้กระทั่งสันกรามใหญ่ ๆ ที่ออกฉากเป็นสี่เหลี่ยมอย่างเห็นเป็นเอกลักษณ์ แต่ทว่าเขาดูหล่อเหลากว่าที่ภรมัยคิด
ภรมัยรีบเดินไปปิดน้ำ หันกลับมายกมือไหว้และยิ้มให้เขาอย่างเต็มใบหน้า
คุณอาจจะชอบ





