
-ภรรยาในความลับ-
ตอน 3
หลังจากเกิดสงครามในห้องอาหารในค่ำวันนั้นแล้ว เด็กหญิงบัวรินก็รู้สึกหวาดกลัวเสมอ เมื่อต้องเผชิญหน้ากับภวินท์ เพราะสายตาที่เขามองมานั้นช่างเต็มไปด้วยความโกรธแค้น
ป้าวัลลีย์บอกให้หล่อนหลีกเลี่ยงการเผชิญหน้ากับเขา แต่โชคชะตาก็มักจะกลั่นแกล้งให้หล่อนได้เจอกับเขาเสมอ
เช่นตอนนี้...
ขณะที่ร่างเล็กของเด็กหญิงบัวรินกำลังนั่งคุกเข่ากับพื้นดิน มือขาวสะอาดกำลังเก็บดอกจำปีขึ้นมาดม ภวินท์ก็ปรากฏขึ้นเบื้องหน้า จากนั้นก็ใช้เท้าเหยียบดอกจำปีดอกที่มือเล็กกำลังหยิบแรงๆ จนนิ้วเรียวของบัวรินถูกรองเท้าผ้าใบราคาแพงขยี้ไปด้วย
“แม้แต่ดอกไม้ในบ้านของฉัน เธอก็คิดจะเอาเป็นของตัวเองเหรอ แม่เด็กกาฝาก”
บัวรินดึงมือออกมาจากใต้ฝ่าเท้าของภวินท์และก็ส่ายหน้าไปมา
“บัว... ไม่ได้คิดจะเอาอะไรของคุณไบร์ทเลยค่ะ”
“ไม่ได้คิดจะเอาอะไรของฉัน แต่เธอก็เอาไปหมดทุกอย่างแล้ว อย่าคิดว่าฉันไม่รู้นะว่าเธอกับป้าของเธอคิดจะกอบโกยสมบัติของพ่อฉันน่ะ”
“ไม่ใช่นะคะ”
เด็กหญิงส่ายหน้า ดวงตาแดงระเรื่อเพราะเจียนจะร้องไห้
ภวินท์ยิ้มเยาะ ใช้เท้าขยี้ดอกจำปีอีกดอกที่ตกอยู่บนพื้นใกล้ๆ กัน จากนั้นก็ก้มลงหยิบและเหวี่ยงใส่หน้าของบัวริน
“ถ้าเธอยังไม่ออกไปจากบ้านของฉัน เธอก็จะไม่ต่างจากดอกจำปีดอกนี้หรอก เพราะฉันจะขยี้ให้แหลกไม่เหลือชิ้นดีเลย”
“แกทำอะไรหนูบัวน่ะ เจ้าไบร์ท”
เสียงของเจ้าสัวภวัตดังขึ้นด้านหลัง ทำให้
ภวินท์หน้าถอดสีเล็กน้อย แต่เขาไม่ได้เกรงกลัวอะไรเลย
“ก็อยากที่คุณพ่อเห็นนั่นแหละครับ”
เจ้าสัวภวัตที่มีวัลลีย์ประคองอยู่รีบเดินเข้ามาหยุดตรงหน้าของลูกชาย และมองบัวรินด้วยความสงสาร
“นี่แกรังแกหนูบัวอีกแล้วเหรอ”
“ผมไม่ได้ทำอะไร”
“ก็ฉันเห็นอยู่ว่าแกทำ ไอ้ลูกไม่รักดี!”
“เจ้าสัวคะ ไม่เป็นไรหรอกค่ะ”
วัลลีย์พยายามอ้อนวอน แต่กลับทำให้ภวินท์ยิ่งมองในทางไม่ดี
“เล่นบทเป็นคนดีอีกแล้ว”
“น้าวัลอุตส่าห์ปกป้องแก ทำไมแกจะต้องมองเขาเป็นคนไม่ดีด้วย ไอ้ไบร์ท”
“ก็เพราะเมียใหม่ของพ่อเป็นคนไม่ดียังไงล่ะครับ ผมถึงมองว่าไม่ดี”
ภวินท์เถียงบิดาอย่างไม่ลดละ นั่นทำให้ถูกเจ้าสัวภวัตลืมตัวตบหน้าจนหัน
“เจ้าสัว...”
วัลลีย์มองใบหน้าขาวสะอาดที่กำลังขึ้นรอยนิ้วแดงช้ำที่ซีกแก้มด้วยความตกใจ
เจ้าสัวภวัตเองก็รู้สึกผิดไม่น้อย แต่ก็ยังปากแข็ง
“จำเอาไว้ หนูบัวอยู่ที่นี่ในฐานะคนของฉัน ห้ามแกรังแกอีกเด็ดขาด”
ภวินท์ไม่ได้พูดอะไรออกมาอีก นอกจากรีบจากไปอย่างรวดเร็ว
บัวรินมองตามร่างของภวินท์ที่หายไปด้วยความรู้สึกผิด ซึ่งก็ไม่ต่างจากวัลลีย์เลยแม้แต่น้อย
“บัว... ไม่เป็นไรค่ะเจ้าสัว คุณไบร์ทไม่ได้ทำอะไรบัวเลยค่ะ”
ยิ่งบัวรินพูดแบบนี้ เจ้าสัวภวัตก็ยิ่งเอ็นดูระคนสงสาร เพราะเด็กหญิงเจียมตัวเหลือเกิน
“วัล เธอพาหนูบัวเข้าบ้านเถอะ”
“แล้วเจ้าสัวล่ะคะ”
“ฉันจะนั่งตรงนี้สักพักน่ะ”
คำสั่งของสามีผู้ร่ำรวยคือประกาศศิตที่วัลลีย์ไม่เคยกล้าโต้แย้ง
“ค่ะเจ้าสัว”
วัลลีย์พาบัวรินเดินเข้ามาภายในบ้าน ระหว่างทางก็เอ่ยถามอย่างเป็นห่วง
“นิ้วเป็นอะไรมากไหมบัว”
“แค่แดงนิดเดียวค่ะป้าวัล แต่คุณไบร์ทสิ ถูกเจ้าสัวตี”
เด็กหญิงบัวรินอดที่จะรู้สึกผิดกับสิ่งที่เกิดขึ้นไม่ได้
“คุณไบร์ทไม่ชอบป้า ไม่ชอบบัว ดังนั้นบัวต้องคอยหลบคุณไบร์ทดีๆ นะลูก เพราะถ้าเจอหน้ากันก็จะเกิดเหตุการณ์แบบนี้ขึ้นอีก บัวคงไม่อยากเห็นคุณไบร์ทกับเจ้าสัวทะเลาะกันใช่ไหม”
บัวรินส่ายหน้าไปมา
“ค่ะ บัวไม่อยากเห็นคุณไบร์ทถูกเจ้าสัวตี”
“งั้นก็พยายามเลี่ยงนะลูก”
“ค่ะป้าวัล”
คุณอาจจะชอบ





