ติดตาม
ตอน
แชร์
หน้าปกนวนิยาย จ้างให้รัก

จ้างให้รัก

เมื่อคุณแม่เข้าใจผิดอย่างหนักว่าลูกชายสุดที่รักมีรสนิยมทางเพศแบบชายรักชายเพียงเพราะเขามีนิสัยสุภาพเรียบร้อยผิดจากผู้ชายทั่วไป แผนการคลุมถุงชนเพื่อดัดนิสัยจึงเริ่มต้นขึ้นอย่างเลี่ยงไม่ได้ ชายหนุ่มผู้แสนดีที่ยืนยันว่าตนเองชอบผู้หญิงแต่กลับไร้ทักษะในการเข้าหาเพศตรงข้ามอย่างสิ้นเชิง จึงต้องเผชิญกับบททดสอบหัวใจครั้งใหญ่เพื่อพิสูจน์ตัวตนที่แท้จริงท่ามกลางความวุ่นวายของความรักที่เขาไม่ได้เป็นคนเลือกเองในชีวิตนี้
ตอน
แชร์

ตอน 2

“ไว้เจอกันที่บ้านนะครับคุณแม่” 

หนุ่มหล่อหน้าหวานบอกลาแม่ของตน ก่อนจะมองตามเธอเดินออกจากร้านไปจนลับสายตา

“แม่คุณดูเหมือนจะไม่เชื่อที่เราพูดเลยนะคะ” ณชาพูดบอกกับเจเลอร์ที่กำลังยืนเป็นกังวลเพราะเขาก็คิดเช่นนั้นอยู่เหมือนกัน

ในความรู้สึกของฉัน เธอดูเหมือนจะเป็นคนฉลาดเอาเรื่อง ถ้าทางจะหลอกไม่ง่ายเลยและก็คงไม่ยอมเชื่ออะไรง่ายๆ แน่หากไม่ได้พิสูจน์ความจริงก่อน

“เฮ้อ เอาไงดี?” เจ้าของร้านดอกไม้หนุ่มหล่อเดินกลับไปนั่งที่เก้าอี้หลังเคาน์เตอร์คิดเงิน ก่อนจะคิดหาวิธีเอาตัวลอด

“หมายถึงเรื่องเย็นนี้เหรอคะ?” ณชาเดินเข้าไปถามไถ่ถึงปัญหาที่ทำให้ชายหนุ่มหนักใจ เพราะอยากรู้ว่าหน้าที่ของเธอมีอะไรต่อหลังจากทำงานด่วนเมื่อครู่นี้เสร็จแต่ดูเหมือนจะไม่ได้สำเร็จอย่างที่นายจ้างหวัง

“ครับ คุณได้ยินที่แม่ผมบอกแล้วใช่ไหมครับ เธอบอกให้พาคุณไปทานข้าวที่บ้าน” ท่าทางของคุณแม่ดูเหมือนว่าท่านจะไม่เชื่อเรื่องเมื่อกี้เลย ซึ่งผมกำลังกังวลว่าหากเธอรู้ว่าผมโกหกจะเป็นเรื่องใหญ่และคงจะหลีกเลี่ยงงานแต่งงานกับผู้หญิงแปลกหน้าที่แม่หามาให้ไปไม่ได้อีกแล้ว

“ถ้าตอนนี้คุณรับฉันเป็นลูกจ้างแล้ว ช่วยเล่าปัญหาให้ฟังหน่อยได้ไหมคะ ฉันจะได้ช่วยหาทางแก้ปัญหาให้ ถ้าเราไม่รู้จักกันมากกว่านี้ฉันก็ไม่รู้ว่าจะทำงานนี้ให้คุณต่อได้ยังไง…” 

ฉันเชื่อว่าการเป็นครีเอทีฟของฉัน จะช่วยคิดวิธีดีๆ ให้นายจ้างคนใหม่บรรลุงานนี้ไปได้ หากได้รู้ที่มาของปัญหาที่ฉันต้องจัดการ...

เธอแสดงตัวขอทำงานอย่างกระตือรือร้น เพราะกลัวว่าเขาจะเปลี่ยนใจและเธอก็ปล่อยให้เป็นเช่นนั้นไม่ได้เพราะเดือนนี้เธอต้องรีบจัดการค่าคอนโดที่ค้างจ่ายอยู่สองเดือน

“คุณแม่คิดว่าผมเป็นเกย์น่ะครับ เธอเลยพยายามจะหาผู้หญิงมาแต่งงานกับผม แต่ว่าผมยังไม่พร้อมจะแต่งงานตอนนี้...” 

ผมคิดว่าหากจะแต่งงานกับใครสักคน ผมควรจะรู้จักนิสัยใจคอของเธอก่อนอย่างน้อยก็ห้าปี ไม่ใช่เจอกันแค่ห้านาทีแล้วตอบตกลงนัดวันหมั้นวันแต่งอย่างที่แม่ของผมต้องการ

ตอนแรกที่เจอ ฉันก็คิดอยู่เหมือนกันว่าเขาไม่ใช่ชายแท้ เพราะรูปลักษณ์ของเขาที่ดูสะอาดสะอ้านชวนให้เข้าใจแบบนั้น...

ทั้งคู่พูดคุยถึงเรื่องส่วนตัวของกันและกันเพื่อแรกเปลี่ยนข้อมูล ซึ่งลูกจ้างอย่างณชาก็ตั้งใจฟังทุกเรื่องราวที่เกี่ยวกับเขา และจดทุกอย่างที่สำคัญลงสมุดเพื่อเอาไว้ท่องจำก่อนจะลงสนามจริงในช่วงเย็นที่จะถึง ท่าทางที่ดูตั้งใจอย่างเป็นมืออาชีพของเธอทำเจเลอร์รู้สึกคิดไม่ผิดที่ตัดสินใจรับเธอเข้าทำงานภายในเสี้ยววินาที

“ไม่ต้องห่วงค่ะ ฉันจะเป็นแฟนตามสไตล์ที่คุณชอบ ขอแค่บอกว่าอะไรที่คุณถูกใจฉันจะทำงานให้คุ้มค่าจ้างที่สุดค่ะ...เจ้านาย^^” เธอส่งยิ้มหวานให้เขาอย่างเป็นมิตรเพื่อทำให้เขามั่นใจในตัวเธอ ว่าเธอจะจัดการงานสำคัญนี้ให้เขาได้อย่างไม่ต้องมีห่วง

“งั้นตอนนี้ คุณก็เป็น คุณแฟนของผมสินะครับ...” 

เขารู้สึกเขินอายเมื่อได้พูดเช่นนั้น เพราะสถานะที่ว่าไม่เคยเกิดขึ้นในชีวิตเขาจริงๆ มาก่อนตลอดอายุสามสิบปี นอกจากแฟนคนแรกจะไม่เคยมีแล้วความรักครั้งแรกก็ไม่เคยมีเช่นกัน

“เราเรียกกันว่าอะไรดีคะ คุณ พี่ หนู หรือ...” 

“คุณแฟน.. ผมขอเรียกคุณแบบนั้นได้ไหมครับ” หนุ่มหน้าหวานพูดอย่างเหนียมอาย เพราะเขาเองก็อยากลองมีโมเม้นแบบนั้นดูบ้างแต่หัวใจก็ไม่เคยเปิดโอกาสที่ว่านั้นให้ใครเลย

“ได้ค่ะ งั้นฉันเรียกคุณว่าที่รักแล้วกันนะคะ” ณชาตอบกลับนายจ้างของเธออย่างเป็นมืออาชีพ

@บ้านของเจเลอร์ เวลาหกโมงเย็น...

ตอนแรกที่เห็นร้านดอกไม้ฉันก็พอดูออกว่าเขาน่าจะเป็นคนที่มีฐานะระดับหนึ่ง แต่พอได้มาที่บ้านแล้วถึงได้รู้ว่าเขาเป็นมหาเศรษฐีชัดๆ 

“นี่บ้านคุณเหรอคะ?”

“ใช่ครับ รอแป๊ปนึงนะครับเดี๋ยวผมไปเปิดประตูรถให้” คนสุภาพรีบลงจากรถไปเปิดประตูให้สาวสวย ซึ่งเธอที่นั่งอยู่เบาะข้างก็เอ่ยปากห้ามเขาไว้ไม่ทัน “เชิญครับ” 

ณชาเดินลงจากรถในชุดเดรสลายดอกไม้สีเหลืองอ่อน ที่ชายหนุ่มพาเธอแวะซื้อเพื่อแปลงโฉมเป็นสาวสวยหวานไสต์ที่เขาชอบก่อนจะมาที่นี่เพื่อทำงานสำคัญชิ้นแรก

“ที่หลังไม่ต้องเปิดประตูรถให้ฉันนะคะ คนเป็นแฟนกันเขาไม่ค่อยทำอะไรแบบนั้นให้กัน...” 

ฉันเข้าใจในความเป็นคนสุภาพของเขา แต่ถ้าจะให้สมจริงเขาควรลดสิ่งนั้นลงบ้าง เพราะไม่งั้นคนที่มองมาอาจเข้าใจได้ว่าฉันเป็นพวกข่มแฟน หรือแย่ไปกว่านั้นคงคิดว่าเขาเป็นพี่เลี้ยงหรือสถานนะอื่นที่ไม่ใช่คนรักกัน

“อ้าว เหรอครับ” 

“ค่ะที่รัก” 

“ระ เริ่มเลยเหรอครับ” 

“ไปเถอะค่ะเดี๋ยวแม่คุณจะรอนาน” เธอเดินเข้าไปเกาะแขนและยิ้มให้เขาราวกับเป็นหวานใจของหนุ่มหล่อจริงๆ

เจเลอร์อาศัยอยู่ที่นี่กับแม่ของเขาเพียงลำพัง ส่วนคุณพ่อสุดที่รักก็เพิ่งจากไปได้สองปีกว่าๆ และมันก็ทำให้เธอที่เป็นภรรยาเหงาจนจิตตกในบางครั้ง เธอจึงเร่งให้ลูกชายเพียงคนเดียวรีบแต่งงานมีหลานให้เพื่อบรรเทาความเหงาที่เป็นอยู่ เธอจึงกดดันเจเลอร์ทุกวิถีทางให้เขายอมทำในสิ่งที่เธอต้องการเพราะกลัวว่าถ้าเขาไม่แต่งงานอาจจะเปลี่ยนเพศสภาพไปซะก่อน และหากเป็นเช่นนั้นเธอคงรับไม่ได้

งานสมาคมคุณหญิง เมื่ออาทิตย์ก่อน...

“นี่หลานสาวฉัน น่ารักหรือเปล่า?” เสียงคุณหญิงท่านหนึ่งในโต๊ะพูดพร้อมกับโชว์รูปภาพหลานสาวอวดให้เพื่อนคุณหญิงด้วยกันดู

“นี่หลานชายฉัน ปีนี้สามขวบแล้วนะ” 

“ลูกชายดิฉันจะแต่งงานอาทิตย์หน้า เรียนเชิญด้วยนะคะ” ทุกคนในโต๊ะคุยกันอย่างสนุก ยกเว้นหญิงท่านหนึ่งที่ไม่รู้จะพูดอวดสิ่งใด เพราะเธอไม่มีทั้งหลานและไร้ซึ่งวี่แววของงานแต่งลูกชาย แต่เธอก็ไม่อาจน้อยน่าเพื่อนๆ ในกลุ่มได้

“ตาเจเลอร์ของฉันก็กำลังจะแต่งงานเหมือนกัน แต่ดูฤกษ์เหมาะสมอยู่ ไว้ได้วันเมื่อไหร่แล้วจะแจ้งให้ทราบนะคะ” 

“ตาเจเลอร์จะแต่งงานเหมือนกันเหรอคะ ว่าแต่..เป็นเจ้าบ่าวหรือเป็นเจ้าสาวคะ?”

“พูดอะไรระวังปากนิดนึงนะคะคุณหญิงนฤมน” 

“อะไรกัน ฉันก็แค่แซวเล่นเองค่ะ ไม่เห็นต้องโกรธเลยหนิคะคุณหญิงจิตตา” 

เธอไม่อาจลบเลือนคำพูดทิ่มแทงใจนั้นไปได้ เพราะรู้ดีว่าภาพลักษณ์ของลูกชายของเธอชวนให้คิดเช่นนั้น และเธอก็แอบกลัวลึกๆ ว่ามันจะเป็นแบบนั้นจริงๆ จึงพยายามทำทุกวิถีทางที่ทำได้ในตอนนี้

--------------------------------------------------------------------------

[ติดตามตอนต่อไป] - [Follow the next episode] 

[-กดใจ -เพิ่มเข้าชั้น -คอมเมนท์ให้กำลังใจ และฝากกดติดตามไรท์ด้วยนะครับ🙏]

คุณอาจจะชอบ

หน้าปกนวนิยาย คุณครับ...ผิดคิว
8.6
คีย์ โปรดิวเซอร์หนุ่มผู้ผันตัวมาเป็นศิลปินเบื้องหน้าตามความฝัน ได้โคจรมาพบกับ เนย์ น้องชายคนสนิทในวัยเด็กที่รับหน้าที่เป็นสเตจเมเนเจอร์คอยดูแลความเรียบร้อยหลังม่าน ความใกล้ชิดจากการทำงานร่วมกันแปรเปลี่ยนเป็นความรักที่ลึกซึ้ง ทว่าอุปสรรคสำคัญคือสถานะที่ต่างกันสุดขั้วระหว่างดาวเด่นในแสงไฟกับคนเบื้องหลังในเงามืด พวกเขาต้องเผชิญหน้ากับแรงกดดันจากสังคมและเหล่าแฟนคลับ เพื่อพิสูจน์ว่าความรักครั้งนี้จะได้รับการยอมรับหรือไม่ พร้อมตอนพิเศษ 5 ตอนที่บอกเล่าบทสรุปชีวิตคู่
หน้าปกนวนิยาย ก็รักกันดี ไม่มีปัญหา
8.1
วิญญาณหญิงสาวในสภาพเปียกโชกเฝ้าตามติดอดีตคนรักด้วยความสับสน เพราะเธอจำไม่ได้เลยว่าความตายของตนเกิดจากอุบัติเหตุหรือเป็นการฆาตกรรมที่โหดเหี้ยมกันแน่ ท่ามกลางปริศนาที่มืดมน มีเพียงแฟนใหม่ของเขาเท่านั้นที่เป็นกุญแจสำคัญในการไขความจริงครั้งนี้ แม้ว่าในใจของเธอจะเต็มไปด้วยความเกลียดชังและชิงชังผู้หญิงคนนี้มากเพียงใด แต่เธอไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องพึ่งพาศัตรูหัวใจเพื่อค้นหาคำตอบสุดท้ายของชีวิตที่ถูกพรากไปอย่างเป็นปริศนา
หน้าปกนวนิยาย ทวิลีลาวดี (พีเรียดวาย)
8.3
เมื่อชายหนุ่มผู้รักความสันโดษหลงยุคกลับไปในสมัยรัชกาลที่ ๕ ท่ามกลางเสียงดนตรีไทยและบรรยากาศย้อนยุค เขาได้พบรักกับชายหนุ่มรูปงามที่ทำให้หัวใจสั่นไหว แต่สถานะคนต่างโลกกลับกลายเป็นอุปสรรคชิ้นใหญ่ที่มาพร้อมความลับของดอกลั่นทมซึ่งเป็นกุญแจสำคัญ เขาต้องเลือกระหว่างการหาทางกลับสู่โลกปัจจุบันที่จากมา หรือจะยอมละทิ้งทุกอย่างเพื่อครองคู่กับรักแท้ที่เฝ้ารอมานานแสนนานในอดีตแห่งนี้ มาร่วมลุ้นไปกับบทสรุปของความรักข้ามภพที่เต็มไปด้วยรอยยิ้มและความประทับใจ
หน้าปกนวนิยาย Oh my boss ร้ายกาจนักรักบอสจัง
8.0
ศิศิราตกที่นั่งลำบากเมื่อสถานการณ์พาไปจนเจ้านายหนุ่มเข้าใจผิดว่าเธอแอบรัก ในขณะที่เธอกลับปักใจเชื่อว่าเขาเป็นเกย์ ความสับสนนี้นำไปสู่ความใกล้ชิดที่ทำให้เธอเผลอมอบหัวใจให้เขาอย่างถอนตัวไม่ขึ้น แม้จะพยายามเตือนสติตัวเองว่าความรักครั้งนี้เป็นไปไม่ได้ แต่บอสหนุ่มกลับรุกหนักพร้อมประกาศกร้าวว่าเขาเคย ‘กิน’ เธอมาแล้วและจะทำมันอีกครั้ง ท่ามกลางความมึนตระหนกว่าความสัมพันธ์ลับในอดีตคืออะไรกันแน่ เธอจะพิชิตใจชายที่เธอคิดว่าชอบเพศเดียวกันได้หรือไม่
หน้าปกนวนิยาย ยื่นมือมาผมจะพาลงจากคาน
9.5
ความสัมพันธ์ที่เริ่มต้นขึ้นอย่างร้อนแรงระหว่างเธอกับเขา แม้ว่าชายหนุ่มคนนี้จะห่างไกลจากคำว่าผู้ชายในอุดมคติที่เธอเคยใฝ่ฝันไว้ทุกประการ แต่เขากลับมีเสน่ห์เหลือร้ายที่ทำให้เธอไม่อาจต้านทานได้ โดยเฉพาะยามที่อยู่บนเตียงด้วยกัน ทักษะเรื่องบนเตียงของเขานั้นยอดเยี่ยมและเร้าใจจนเธอไม่เคยต้องพบกับความผิดหวังแม้แต่ครั้งเดียว เรื่องราวความรักที่ขับเคลื่อนด้วยความปรารถนาทางกายจะลงเอยอย่างไร เมื่อเสน่ห์ทางเพศกลายเป็นจุดดึงดูดเพียงหนึ่งเดียว
หน้าปกนวนิยาย รักครั้งนี้ต้องทุ่มทั้งใจ
8.1
ความสัมพันธ์ที่เริ่มต้นจากเพื่อนสนิทแปรเปลี่ยนเป็นความรักลึกซึ้งที่ยากจะถอนตัว ทว่าเส้นทางนี้กลับไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ เมื่อเงาจากอดีตและบุคคลใหม่เข้ามาแทรกซึมจนความไว้ใจเริ่มพังทลายลง ท่ามกลางความขัดแย้งและภาระหน้าที่อันหนักอึ้งที่ไม่อาจละทิ้งได้ ทั้งคู่ต้องเผชิญกับบททดสอบครั้งใหญ่ที่อาจทำให้ความผูกพันนี้ถึงจุดจบ พวกเขาจะร่วมกันฝ่าฟันอุปสรรคและรักษาความรักครั้งนี้ไว้ได้หรือไม่ หรือสุดท้ายต้องยอมจำนนต่อความจริงที่แสนเจ็บปวด