ติดตาม
ตอน
แชร์
หน้าปกนวนิยาย หัวใจป่วนไอรัก

หัวใจป่วนไอรัก

ฐิตตาพยายามปกปิดความลับเรื่องลูกแฝดจากนายแพทย์ภวินท์อย่างสุดความสามารถ เพราะเกรงว่าหากเขารู้ความจริง เธออาจต้องสูญเสียลูกไปก่อนการหย่าจะเสร็จสิ้น ทว่าแผนการซ่อนลูกกลับพังทลายลง เมื่อเธอกลับมาพบภวินท์กำลังนั่งประจันหน้ากับเด็กน้อยทั้งสองที่เรียกเขาว่าพ่อด้วยความไร้เดียงสา ท่ามกลางความตื่นตระหนกจนตัวสั่นและใบหน้าซีดเผือด ฐิตตาไม่กล้าแม้แต่จะสบสายตาอันเฉียบคมของเขาที่จ้องมองมายังเธอและลูกอย่างกดดันจนยากจะคาดเดาสถานการณ์ต่อไปได้
ตอน
แชร์

ตอน 2

ขนาดนี้แล้วยังไม่เจียมตัวอีก

คุณหมอหนุ่มได้แต่โมโหในความสิ้นคิดของเจ้าหล่อน

ร่างงดงามดูยั่วยวนในเดรสดำสั้นเสมอหู กำลังสาวเสาโครเมี่ยมเคลือบเงาในงานอยู่ เจ้าหล่อนทั้งรูดทั้งเต้น ขนาดว่ามองไกลๆ แบบนี้ยังเห็นว่าคงเมามากเป็นแน่ ยิ่งก่อตะกอนขุ่นข้นในใจของหมอหนุ่มผู้เป็นสามียิ่งนัก

เขาเดินเข้าไปจนถึงเธอ คว้าข้อมือขาวเล็กนั่นแล้วดึงเพียงหน่อยเดียวให้เจ้าหล่อนรู้ตัว ก่อนจ้องด้วยสายตาเย็นเฉียบ เค้นเสียงสั่ง

“ลงมาเดี๋ยวนี้ฐิตตา”

เธอหรี่ตาลงมองเมื่อได้ยินว่ามีคนเรียก แล้วบีบเสียงหัวเราะใส่ ออกแรงที่แทบไม่มีสะบัดมือผู้เป็นสามีเต็มกำลัง

“นึกว่าใคร ที่แท้ก็ ‘เด็กของพ่อ’ นี่เอง”

‘เด็กของพ่อ’ บดกรามเล็กน้อยกดความรู้สึกไม่พอใจที่พลุ่งพล่านขึ้นในเสี้ยววินาทีให้ลดระดับลงอย่างรวดเร็ว

มีเพียงเขาและเธอที่รู้ความหมายของมันว่าคืออะไร

นายแพทย์หนุ่มไม่ได้หลุดกิริยาโมโหอย่างที่ฐิตตาพยายามยั่ว เขาควบคุมอารมณ์ได้ดีเสมอ แล้วกดเสียงต่ำบอกกลับมาอีกครั้ง

“ลงมา!”

“เอาสิทธิ์อะไรมาสั่งคะ”

เจ้าหล่อนไม่สะบัดมือออก มองยั่ว ก่อนถามยียวน แจงเป็นข้อๆ

“สิทธิ์ของหมอประจำตัวฐิตตา”

“สิทธิ์ของสามีฐิตตา”

“หรือว่าสิทธิ์ของเด็กในสังกัดของพ่อฐิตตา”

นายแพทย์หนุ่มอนาคตไกลหมดสิ้นความอดทนในวินาทีนั้นเอง เจ้าหล่อนเพิ่งดิสชาร์จจากอาการหมดสติและยังตรวจหาสาเหตุไม่พบ พอตกดึกก็โผล่มาที่นี่เลย

มันน่านัก!

บีบข้อมือเล็กๆ ของฐิตตาแล้วออกแรงดึงทีเดียว หล่อนก็หลุดออกจากโพลแท่งนั้นลงมาปะทะกับหน้าอกของเขา

เพื่อนชายหญิงของฐิตตาในปาร์ตี้แห่งนั้นมองมาที่ทั้งคู่กันเกือบหมดทั้งงาน เมื่อเห็นว่านั่นน่าจะเป็นเรื่องที่สนุกที่สุดในค่ำคืนนี้ บางคนผิวปากแซว บางคนจะเข้ามาช่วยฐิตตา แต่พอเห็นนายแพทย์ภวินท์มองกราดมายังตน จึงจำเป็นต้องถอยหลังออกไป เรื่องสามีภรรยาใครอยากเข้าไปยุ่มย่ามกันเล่า

แม้จะมีข่าวลือออกมาอย่างหนาหูก็ตามว่าสองคนนี้เขาแต่งกันแต่ในนาม แต่นี่ผ่านมาหลายเดือนแล้ว อาจไม่ใช่แค่ในนามแล้วก็เป็นได้

นายแพทย์หนุ่มตวัดร่างภรรยาขึ้นพาดบนบ่าแล้วพาออกจากงานเลี้ยงไปในทันที สภาพแบบนี้เขาไม่เอากลับไปบ้านให้คนของเธอที่รออยู่เห็นแล้วอาจพากันช็อกจนต้องหามส่งโรงพยาบาลกันอีกหรอก เปลืองเตียงคนไข้!

ตรงเข้าลิฟต์ มุ่งสู่ชั้นบนสุดที่เป็นห้องพักส่วนตัวของเขาน่าจะดีกว่า ภวินท์ตั้งใจทิ้งหล่อนไว้ในนั้นจนกว่าจะสร่างเมาแล้วค่อยปล่อยให้หาทางกลับบ้านเองในสภาพที่ดีกว่านี้

ฐิตตาออกแรงดิ้นเต็มแรง พร้อมตวาดถาม

“จะพาฉันไปไหน ฉันยังไม่กลับ”

“หยุดเถอะฐิตตา”

“ถ้าไม่หยุดจะทำไม จะปล้ำใช่ไหม”

“ปล้ำคุณอย่างนั้นหรือ ผมจะทำไปทำไม ผู้หญิงสกปรกๆ แบบนี้อบฆ่าเชื้อก็ไม่มีทางสะอาดขึ้นมาหรอก เรื่องอะไรจะเอาตัวลงไปเกลือกกลั้วด้วย”

“ฮึ จะดีกว่ากันแค่ไหนเชียว กับเด็กบาร์อย่างคุณน่ะ”

“ปากดีจริงนะเรา”

หมอหนุ่มเค้นเสียงใส่ เขาพาหล่อนมาจนถึงห้องแล้วเปิดประตูโยนเธอลงไปที่พื้นอย่างไม่แยแส หันหลังจะออกจากห้องไป ไม่อยากตอแยเจ้าหล่อนอีก แต่อีกฝ่ายก็ร้ายกาจไม่หยุดหย่อน หญิงสาวเข้ามาทึ้งเสื้อของเขาจากทางด้านหลัง หมอหนุ่มหลบทัน อีกฝ่ายเลยคว้าได้แต่อากาศ แล้วล้มร่วงลงพื้นในวินาทีต่อมา

ฐิตตาร้องเสียงหลงทันที “โอ๊ย”

เขามองเธอด้วยสายตาแบบเดียวกับคำพูด “สมควรเจ็บ”

“เราเพศเดียวกัน ไม่ควรรังแกกันแบบนี้เลยนะหมอวิน”

เจ้าหล่อนยังคงยวนไม่เลิกรา และสีหน้าแววตาแบบนี้นี่เองที่สามารถจุดโทสะให้นายแพทย์ผู้เคร่งขรึมหลุดมาดได้ทุกคราวไป พอตั้งสติได้ ถึงได้ตอกหล่อนกลับ

“อย่ามาพูดยั่วผมเลย ด่าผมให้ตายผมก็ไม่ปล้ำคุณหรอก”

“ใครอยากให้คนอย่างคุณปล้ำ”

ฐิตตาเถียงอะไรเขาไม่ได้อีกก็ยื่นมือ บอกเสียงอ่อนลง อีกมือคลำข้อเท้าของตนเองไปมาเบาๆ

“ช่วยหน่อย”

หมอหนุ่มมองกิริยาแฝงไปด้วยอันตรายนั้นแล้วก็ว่า

“ลุกขึ้นมาเอง”

“เนี่ย เจ็บข้อเท้า”

ภวินท์มองไปยังข้อเท้าเล็กๆ ที่ขาวจัดของหล่อนก็จำใจย่อตัวลงไปดู เมื่อครู่อาจเป็นได้ที่เธอล้มผิดท่า เมื่ออยู่ในระยะมือเอื้อมถึง คนฤทธิ์มากก็พ่นพิษด้วยการทึ้งเสื้อเชิ้ตลงหาตัว ก่อนจะยื่นอีกมือคว้าจะขยุ้มผมของเขา

หล่อนอยากกระชากผมดำสละสลวยของเขาให้หลุดออกจากหนังหัวให้หมดไปเลย ค่าที่กล้ามาปากดีกับตนเอง แต่แล้วชายหนุ่มก็หลบหลีกได้อีกครั้ง พร้อมกระชากแขนเธอให้ถลาราวกับนกปีกหักไปยังอีกทาง

“ฤทธิ์เยอะนะฐิตตา”

ชายหญิงคู่นั้น อีกคนสู้อีกคนหลบหลีกกันไปมาอยู่ชั่วขณะ ฐิตตาก็คว่ำเขาลงจนได้ จังหวะที่ภวินท์ไม่ทันได้ตั้งตัว ปากของเธอทาบลงบนปากของเขาจนเห็นว่าสีลิปสติกเปรอะก็ชะงัก

ฐิตตามองปากของเขาแล้วขำพรืดออกมา ก่อนว่า

“นึกแล้วเชียวว่าลิปสติกเฉดนี้มันต้องเข้ากับคุณหมอภวินท์”

ภวินท์มองใบหน้าน่ารักของภรรยาตาค้างไปชั่วครู่ เมื่อความใกล้ชิดระหว่างกันมีมากจนเกินไป และเขาพอเข้าใจความหมายของหล่อนดีว่าประโยคเมื่อครู่คงพยายามป่วนเขาไม่เลิกด้วยการกล่าวหาว่าเขาไม่แมน ไม่ใช่ผู้ชายแท้อะไรเทือกนั้น

แล้วก็ให้อารมณ์ไม่พอใจเดือดปุดขึ้นมาอีกระลอก เหตุใดเธอถึงอยากให้เขาเป็นเพศที่สามนัก และก่อนที่ฐิตตาจะทันได้ตั้งตัว เขาจับให้ร่างของเธอพลิกลงไปนอนยังเบื้องล่าง วางมือทั้งสองข้างลงข้างใบหน้า จ้องลึกเข้ามาในดวงตา กล่าวด้วยน้ำเสียงท้าทาย

“อย่างนั้นแล้วลองดูสักครั้งไหมฐิตตา ว่ายังมีอะไรที่เข้ากับผมได้อีก นอกจากลิปสติกเฉดนั้นของคุณ”

ว่าจบ เขาตามลงทาบริมฝีปากบดจูบราวกับแกล้งจนฐิตตาไม่ทันได้ระวังแต่อย่างใด และพอได้ถึงเนื้อถึงตัวหัวใจก็สั่นระรัวต้องการสัมผัสกันและกันให้มากยิ่งขึ้น ร่างของนายแพทย์หนุ่มเบียดชิดแนบสนิทเข้าหาพร้อมทั้งกระตุ้นให้ฐิตตารู้สึกร้อนเร่าสลับหนาวเย็นยะเยือก ทั้งปลุกทั้งเร้าทั้งเรียกร้องและตอบสนองกัน จวบจนผ่านคืนนั้นด้วยความเป็นสามีภรรยาอย่างสมบูรณ์ทั้งทางนิตินัยและพฤตินัย

คุณอาจจะชอบ

หน้าปกนวนิยาย ตรวนรักโซ่สวาท
8.8
กัญชพรจำต้องจากนวินวรรษมาด้วยความเจ็บปวดร้าวราน แม้จะพยายามสลัดภาพเขาออกจากใจแต่ก็ทำได้ยากยิ่ง โดยเฉพาะเมื่อพบว่าเธอกำลังตั้งครรภ์พยานรักที่เป็นสายใยผูกพันระหว่างเขากับเธอไว้ ความสัมพันธ์ที่เคยเร่าร้อนและลึกซึ้งในอดีตยังคงตามหลอกหลอน สัมผัสอันวาบหวามที่เคยเติมเต็มกายและใจกลายเป็นตรวนที่ล่ามเธอไว้ไม่ให้ลืมเลือน แม้จะพยายามหนีเพียงใดแต่ความผูกพันทางกายและพยานรักในครรภ์กลับทำให้การลบเขาออกจากชีวิตเป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้เลย
หน้าปกนวนิยาย หนี้รักซาตาน
8.8
อนวัฒน์ไม่เคยลืมความแค้นที่มีต่อพ่อของธัญญาธร แม้เวลาจะผ่านไปนานเพียงใด เขายังคงปฏิเสธคำขอโทษและเลือกที่จะลงทัณฑ์เธอด้วยความรุนแรง ชายหนุ่มกระชากตัวเธอเข้ามารับจูบที่เต็มไปด้วยความโกรธแค้นและโหยหา แม้ธัญญาธรจะพยายามขัดขืนแต่ก็ไม่อาจต้านทานพละกำลังของเขาได้ สัมผัสที่ดุดันแปรเปลี่ยนเป็นความสับสนในหัวใจของหญิงสาว เมื่อเขาถอนจูบออกเธอกลับมองเขาด้วยสายตาเย็นชาที่แฝงความเจ็บปวดลึกซึ้ง แต่อนวัฒน์ยังคงยืนยันที่จะทำลายความรู้สึกของเธอให้ย่อยยับเพื่อชดใช้ความแค้นในอดีต
หน้าปกนวนิยาย คุณแม่ที่รัก [Dear Mother]
8.9
“คุณแม่จะรับผิดชอบผมยังไง ที่นำพาผมลงสู่นรกไปพร้อมกับคุณแม่ครับ” “คุณหื่นทุกครั้งที่เมาแบบนี้มั้ย” !!!! “คุณพูดอะไร” “ผมพูดอะไร นี่คุณอย่าบอกนะว่าก่อนหน้านี้คุณจำอะไรไม่ได้เลย” นับดาวตื่นตระหนกลนลานจนแทบสิ้นสติ “คุณบุกเข้าห้องผม ผู้หญิงตัวเล็กๆ ใครจะคิดว่าแรงจะเยอะจนน่ากลัว คุณจู่โจมผมทุกอย่าง ผมไม่ใช่พระอิฐพระปูน.../...อย่านะ!!! อย่าพูดต่อนะ” นับดาวทนฟังต่อไม่ได้ เธอยกมือขึ้นปิดปากเขาพร้อมออกแรงโถมกายใส่เขา ทิวาหยุดเอ่ยนอนนิ่งให้ท่อนบนเปลือยของเธอทาบทับแผ่นอกเขาไว้ แม้จะมองไม่ค่อยเห็น แต่ระยะใกล้มากกับสายตาที่ปรับเข้ากับความมืดได้แล้วของทั้งสอง ทำให้ต่างก็มองเห็นดวงตาของกันและกัน ทิวาไม่ได้เอ่ยอะไรต่อ ในทางตรงข้ามเขากลับยั่วยวนเธอ แลบลิ้นเลียฝ่ามือเธอ ควับ! นับดาวสะดุ้งตกใจชักมือกลับ เซถลาจนตัวเองกลับเป็นฝ่ายไปนอนและทิวาก็ขยับเป็ยฝ่ายทาบทับร่างเธอไว้ในทันที “คุณแม่จะรับผิดชอบผมยังไง ที่นำพาผมลงสู่นรกไปพร้อมกับคุณแม่ครับ”
หน้าปกนวนิยาย ดั่งเชื้อไฟในเพลิงพิศวาส
8.2
มหาเศรษฐีหนุ่มอย่างไอรอนมองว่าอัญชันเป็นเพียงผู้หญิงหิวเงินที่หวังทางลัดสู่ความสบาย ทว่าเสน่ห์ของเธอกลับกลายเป็นเชื้อไฟที่โหมกระหน่ำเพลิงปรารถนาในใจเขาให้ลุกโชนอย่างคาดไม่ถึง อุบัติเหตุในห้องน้ำนำไปสู่สัมผัสแนบชิดที่ทำให้สาวน้อยด้อยประสบการณ์ต้องหวั่นไหวไปกับร่างกายอันสมบูรณ์แบบ สายตาคมกล้าของเขาตรึงเธอไว้ในอ้อมกอดที่แสนรุ่มร้อน จนอัญชันเผลอปล่อยตัวใจไปกับเสน่หาและหวังเพียงว่าสักวันจะสามารถครอบครองหัวใจของชายหนุ่มผู้ทรงอิทธิพลคนนี้ไว้เพียงผู้เดียว
หน้าปกนวนิยาย เมียยอดเสน่หา
9.8
ท่ามกลางเรื่องราวความรักอันแสนตราตรึง หัสดิน กัปนาท ชายหนุ่มผู้เปี่ยมไปด้วยความอบอุ่นและแสนดีที่สุดในชีวิตของเธอ ได้มอบความรักทั้งหมดที่มีให้แก่ พลอยชมพู วิภูมินทร์ หญิงสาวเพียงหนึ่งเดียวที่เป็นดั่งดวงใจและเขารักสุดหัวใจ ความผูกพันที่ทั้งคู่มีให้แก่กันนั้นลึกซึ้งเกินกว่าจะบรรยายได้ ร่วมสัมผัสเส้นทางรักแท้ที่แสนอ่อนโยนและตราตรึงใจของเขาทั้งสองคนได้ใน เมียยอดเสน่หา นิยายโรแมนติกที่จะทำให้คุณประทับใจไปกับทุกความรู้สึกที่พวกเขามีต่อกันอย่างไม่รู้ลืม
หน้าปกนวนิยาย จากอดีตสู่ชีวิตใหม่ที่อบอุ่น
8.2
รุ่งระลึกถึงอดีตอันขมขื่นที่ชัชชัย คนรักของเธอเคยสละชีวิตเธอเพื่อปกป้องพัชรา น้องสาวบุญธรรม แม้แต่ลูกชายแท้ๆ ยังหันหลังให้เธอในวาระสุดท้าย เมื่อได้รับโอกาสกลับมาในวันจดทะเบียนสมรส ท่ามกลางเสียงตะคอกของชายที่ห่วงใยแต่หญิงอื่น รุ่งจึงตัดสินใจยุติความสัมพันธ์ที่ไร้ค่านี้ด้วยการเซ็นชื่อพัชราลงในเอกสารแทนตนเอง เพื่อปล่อยให้คนทรยศทั้งสองได้ครองคู่กันตามปรารถนาและเริ่มต้นชีวิตใหม่ที่ปราศจากความโง่เขลาในอดีต