
หัวใจป่วนไอรัก
ตอน 3
ฐิตตาลืมตาตื่นขึ้นในตอนใกล้เที่ยงวัน ข้างกายของเธอไม่มีร่างชายผู้ครองสถานะสามีอีกต่อไป เมื่อคืนเธอกับเขาเพิ่งได้เข้าหอกันเป็นครั้งแรก หลังพิธีการเล็กๆ และทะเบียนสมรสถูกลงนามไปได้ครึ่งเท่านั้น
เสียใจไหมกับเหตุการณ์เมื่อคืน
บอกไม่ถูกเหมือนกัน แต่ที่รู้สึกคือโหวงในอกเมื่อตื่นขึ้นมาแล้วพบว่านอนอยู่คนเดียวบนเตียงกว้าง ตวัดผ้าห่มออกจากร่างนวลเนียนเปลือยเปล่า พบร่องรอยจากเหตุการณ์เมื่อคืนปรากฏหราอยู่บนเรือนกายของเธอ มองหาเครื่องป้องกันแล้วก็ให้ตกใจไม่น้อยที่เขาไม่ได้ใช้มันกับเธอ ไหนว่าเธอสกปรกนักหนา
แล้วทำไม...
คำถามผุดขึ้นมาในใจของฐิตตา ก่อนที่ความรู้สึกวาบหวิวจะก่อตัวแผ่ซ่านให้ร้อนผ่าวไปทั่วทั้งช่องท้อง เม้มปากอย่างเจ็บใจสะบัดความคิดความรู้สึกเหล่านั้นทิ้ง
เดินเข้าไปอาบน้ำชำระล้างคราบต่างๆ จนเรียบร้อย หยิบโทรศัพท์ขึ้นกดหาข้อมูลครู่ใหญ่ ค่อยตรงไปที่ลานจอด กระชากรถหรูของตัวเอง ขับไปที่ร้านขายยา จัดแจงกินยาคุมฉุกเฉินเม็ดแรกเรียบร้อย ถึงกลับเข้าบ้านย่านกลางเมือง ที่ซึ่งไม่ไกลนักจากโรงแรมที่เธอใช้พำนักมาทั้งคืน
นางอัมพรยืนเชิดคออยู่ที่หน้าบ้าน ตอนที่ฐิตตาลงมาจากรถ เธอมองมารดาของนายแพทย์ภวินท์ด้วยหางตา ไม่ได้ให้ความสำคัญกับทางนั้น ก่อนก้าวเท้าเข้าบ้าน หญิงแก่วัยกว่ามองมาที่เธอแล้วบิดริมฝีปากเอ่ยถามด้วยความหยันเหยียดไม่เคารพ
“ไม่ทราบว่าเมื่อคืนไปฟัดกับไอ้กุ๊ยที่ไหนมาหรือคะ สภาพเช้านี้ถึงได้ดู...” ทักแค่นั้นแล้วมองหมิ่นอย่างจงใจ
ถ้าคนถามรู้ว่า ‘ไอ้กุ๊ย’ ที่เธอนอนด้วยเมื่อคืนเป็นลูกชายของตัวเอง คงอกแตกตายแน่ คิดได้อย่างนั้นแล้วก็ยิ้มมุมปาก คิดต่อไปอีกว่าหากความสัมพันธ์เมื่อคืนนี้ทำให้เธอท้องได้ เธอจะเก็บเด็กไว้ปั่นหัวสองแม่ลูกนี่เล่น
ไม่ตอบอะไรแล้วตั้งท่าเดินหนี
“คุณฐิตตาไม่กลับบ้านบ่อยๆ แบบนี้ ข้างนอกรู้เข้าจะเป็นข่าวอีกนะคะ”
“เป็นแค่แม่บ้านไม่ใช่หรือไง”
ตอกกลับสั้นๆ อย่างไม่อยากให้ราคาอีกฝ่าย แล้วผละเดินกลับห้องของตนเอง
ตั้งแต่บิดาของเธอเสียชีวิต สองแม่ลูกนั่นก็กร่างขึ้นมาในบ้านเธอทันที ฐิตตาเริ่มไม่ลงรอยกับบิดาเมื่อตอนเข้าวัยรุ่น เธอถูกส่งให้เป็นเด็กนักเรียนประจำมาตลอดจึงไม่ใคร่รู้เรื่องราวเป็นไปในบ้านของตนเองเท่าไรนัก
รู้แต่เพียงว่าบิดาของเธออุปการะสองแม่ลูก ซึ่งก็คือ นางอัมพร และ ภวินท์มานาน นอกจากดูแลอาการป่วยของนางอัมพรจนหายดีแล้ว ยังให้ที่พักสองแม่ลูกกาฝากนี่ ยังส่งเสียบุตรชายของนางอัมพรให้เล่าเรียนจนจบอีกด้วย
นึกถึงข่าวฉาวของบิดาก็ให้ใจสั่น
บิดาและมารดาของฐิตตาต้องเลิกรากันก็เพราะเรื่องนี้
ท่านเป็นชายมีรสนิยมรักร่วมเพศ
คิดถึงวันที่ได้รู้ข่าวการเสียชีวิตของมารดาก็ให้ปวดใจยิ่งนัก ท่านเห็นคาตาว่าสามีของตนกกกอดอยู่กับชายจากบาร์โฮสก็เสียใจอย่างหนักแล้วขับรถออกมาจนประสบอุบัติเหตุ จากนั้นบิดาของฐิตตาก็ใช้ชีวิตอิสระมาโดยตลอด สุดท้ายท่านก็จบชีวิตของท่านเอง
หยุดคิดเรื่องบั่นทอนจิตใจ ฐิตตาเก็บเสื้อผ้าข้าวของลงกระเป๋า เธอตัดสินใจได้ตั้งเป็นสัปดาห์มาแล้วว่าจะไปจากที่นี่ ก่อนหน้าเธอเข้าไปติดต่อกับคุณอาที่ธนาคารมาแล้ว ปิดมันทุกบัญชีที่มีสิทธิ์เบิกถอนเงิน เพื่อนำไปใช้ในชีวิตของตนเอง
บ้านที่มีแต่คำเรียก แต่ไม่มีความอบอุ่น ไม่มีความปลอดภัยอีกต่อไป ก็ไม่รู้จะอยู่ไปทำไมอีก เมื่อคืนมันก็แค่งานเลี้ยงที่เพื่อนของเธอจัดเลี้ยงส่งให้เมื่อตอนที่ฐิตตาบอกว่าจะไปจากเมืองไทย แล้วทิ้งทุกอย่างไว้ที่นี่ พอพวกนั้นถามถึงสามีของเธอ ฐิตตาก็บิดปากให้รู้ว่าน่ารังเกียจสิ้นดี อย่าได้ถามถึงคนคนนั้น
‘ไม่ต้องห่วงนะนังถิงถิง พี่หมอน่ะ ฉันจะดูแลให้เอง’
เรื่องนี้ก็ด้วยที่เธอต้องการจัดการให้จบสิ้นไป ก่อนเดินทาง สัญญาบ้าบอที่บิดาเอ่ยปากขอให้เธอเซ็นชื่อลงไปเพื่อท่าน เหมือนกรงที่ขังเธอเอาไว้ บัดนี้ฐิตตาขอปลดปล่อยตัวเองออกจากกรงนั่นทีเถอะ
ใบหย่าถูกเซ็นเอาไว้เรียบร้อย
ฐิตตาเก็บเฉพาะของที่สำคัญลงในกระเป๋า เหลือบไปเห็นตุ๊กตาเด็กผู้หญิงผมสีชมพูแปร๋นก็เอามากอดพร้อมน้ำตาไหลรินสองข้างแก้มช้าๆ
“ถิงคิดถึงคุณแม่ค่ะ”
งึมงำเบาๆ กอดตุ๊กตาที่มารดาซื้อให้จนหยุดร้องไห้ได้แล้วค่อยลากกระเป๋าออกมา พบพี่เลี้ยงคนสนิทยืนมองอยู่ตรงหน้าห้องนั่น พี่นวลถามหน้าเศร้า แม้จะตื่นตกใจแค่ไหน ใบหน้าและแววตาของพี่นวลก็เศร้าเสมอ
“คุณหนูจะไปไหนคะ”
“ถิงจะกลับไปเรียนต่อค่ะพี่นวล”
“อย่าไปเลยนะคะคุณหนู เพิ่งจะกลับมาก็จะไปอีกแล้ว”
พี่เลี้ยงที่คอยดูแลฐิตตาในวัยเด็กบอกอย่างอาลัย
นวลไม่เชื่อว่าคุณหนูที่ตนเลี้ยงมาแต่เล็กจะเป็นผู้หญิงประเภทใจแตก คุณหนูของนวลรักสงบ ทั้งยังเรียบร้อยและฉลาดพูดจาจะตาย แต่ทำไมเจ้าตัวถึงปล่อยให้ภาพออกสื่อไปแบบนั้นก็ไม่รู้ จนตอนนี้ใครต่อใครพากันซุบซิบนินทาทั่วว่าฐิตตาเป็นผู้หญิงที่มีดีแต่สวยอย่างเดียว อ้อ พ่วงตัวปัญหาเข้าไปในเจ้าหล่อนด้วยอีกข้อ
คุณหนูของนวลต้องกำลังคิดอะไรในใจอยู่เป็นแน่
ฐิตตามองอีกฝ่ายด้วยสายตาซาบซึ้งใจ หากจะเหลือคนที่รัก ห่วงใย หวังดีกับฐิตตาจริงๆ ก็คงมีเพียงพี่นวลกับป้าทุม ป้าแม่ครัวเก่าแก่นี่เท่านั้นละมัง
ฐิตตาละมือจากกระเป๋าลาก เดินมากุมมือพี่เลี้ยงของตนแล้วว่า “ถิง อยู่ไม่ได้แล้วค่ะ”
“แต่ที่นี่เป็นบ้านคุณหนูนะคะ”
ใช่ เธอเรียกมันว่าบ้าน เพราะเกิดและโตที่นี่
แต่บิดาโอนให้เป็นชื่อของนายแพทย์ภวินท์ไปแล้ว หลังจากหลอกให้เธอเซ็นชื่อลงในทะเบียนสมรส ท่านก็โอนชื่อบ้านให้เป็นของนายแพทย์ภวินท์อยู่ดี
คุณอาจจะชอบ


![หน้าปกนวนิยาย คุณแม่ที่รัก [Dear Mother]](https://v.melolo.com/b1265344voduse1318177724/4a6776845001834806831275729/OH5XPzRN5YUA.webp!15491.webp)


