
เมียลับมหาเศรษฐี
ตอน 2
สองแก้มทั้งแดงทั้งร้อนจัด อับอาย อดสู แต่ก็จำต้องอดทนเอาไว้
“หนู... เต็มใจทำงานนี้ ไม่มีใครบังคับค่ะ”
“เงินที่พ่อแม่ให้ใช้ไม่พอ? หรือว่าต้องการซื้อกระเป๋าแพงๆ ไปอวดเพื่อนล่ะ”
ท้ายประโยคของเขามีความเย้ยหยันเล็กๆ แต่เขาไม่ผิดหรอกที่รู้สึกแบบนั้น
“คือ... หนูไม่มีพ่อแม่หรอกค่ะ เกิดมาก็อยู่กับตายาย แต่ตอนนี้ตากับยายเสียไปหมดแล้ว หนูก็เลยต้องดิ้นรนหาเงินเรียนเองน่ะค่ะ”
ความเยาะหยันในดวงตาของเขาค่อย ๆ จางหายไป และมีความสงสารเวทนาเข้ามาแทนที่
“เธอขายตัวเพราะต้องการเงินไปจ่ายค่าเทอม”
“ก็... ประมาณนั้นน่ะค่ะ”
หล่อนปั้นยิ้มออกไป เพราะไม่อยากให้เขาเห็นความอ่อนแอของตัวเอง แต่ทำไม่สำเร็จหรอก เพราะความอ่อนแอมันฉายชัดเต็มดวงตาของหล่อนออกไปหมดแล้ว
เขาลุกขึ้นยืน โดยที่หล่อนรีบลุกขึ้น และคว้าแขนกำยำเอาไว้
“คุณ... จะเปลี่ยนใจเหรอคะ”
“ฉันรู้สึกไม่ดีที่ต้องทำลายชีวิตของเธอ”
“มะ... ไม่ใช่อย่างนั้นหรอกนะคะ คุณนอนกับหนู เป็นการช่วยต่อลมหายใจของหนูต่างหากล่ะคะ”
หากเขาเปลี่ยนใจ หล่อนจะทำยังไง เงินที่รับมาแล้วก็เอาไปจ่ายค่าห้องแทบหมดแล้ว
“เท่าที่ฉันคุยกับเธอ ฉันก็พอจะเดาได้ว่า เธอเพิ่งรับงานครั้งแรก”
“หนู...”
“เงินที่ฉันให้ไปแล้ว ไม่ต้องคืนหรอกนะ ถือว่าฉันช่วยเธอก็แล้วกัน”
เขาแกะมือของหล่อนออก และทำท่าจะเดินออกไป แต่หล่อนรีบวิ่งตามไปดึงเอาไว้อีกรอบ
“ได้โปรด... อย่าเปลี่ยนใจเลยนะคะ ให้หนูได้ทำหน้าที่เถอะค่ะ”
“เธอควรจะดีใจมากกว่านะมาลี... ที่ไม่ต้องเสียครั้งแรกให้กับผู้ชายที่ไม่มีทางจริงจังกับผู้หญิงอย่างเธอได้แบบฉัน”
หล่อนสะอึกด้วยความเจ็บ แต่ก็จำต้องซุกซ่อนมันเอาไว้ให้มิด
“หนูไม่ต้องการเอาเปรียบคุณค่ะ”
“ไม่ถือว่าเป็นการเอาเปรียบหรอก เงินนั้นถือว่าฉันให้”
“แต่... ถึงคุณจะไม่นอนกับหนู หนูก็ต้องไปรับงาน นอนกับคนอื่นอยู่ดี”
แววตาของเขามืดดำลง ก่อนที่ริมฝีปากหยักสวยจะขยับถาม
“สามหมื่นไม่พอหรือ”
“หนูต้องใช้มากกว่านั้นค่ะ และหนูก็มองไม่เห็นงานอื่นที่ได้เงินมากแบบงานนี้แล้วล่ะค่ะ”
หล่อนพยายามพูดให้เขา คิดว่าตัวหล่อนนั้นไม่ใช่คนดี เพื่อที่เขาจะได้ไม่ต้องเสียเงินเปล่า
หล่อนรับเงินมา ก็อยากทำงานให้สำเร็จ...
ไม่อยากเอาเปรียบใคร...
และภูมิระพีก็คือผู้ชายที่หล่อนเต็มใจจะมีความสัมพันธ์ด้วยโดยไม่รู้สึกรังเกียจใดๆ เลย
“สรุปคือ... ต่อให้ฉันปล่อยเธอไป เธอก็จะไปรับงานกับผู้ชายคนอื่นอีก?”
“ใช่ค่ะ”
เขาถอนใจยาวๆ แววตาที่มองมายังหล่อนนั้น บอกให้รู้ว่า เขาจะไม่ปล่อยให้หล่อนรอดพ้นเงื้อมือไปได้อีกแล้ว
“งั้นฉันก็ควรใช้สิทธิ์ของฉันสินะ”
“ใช่ค่ะ คุณภูมิควรใช้บริการจากหนู...”
เขายืนนิ่งอยู่อึดใจ ก็เอ่ยขึ้น
“งั้นก็ไปอาบน้ำให้สะอาด เราจะได้เริ่มบรรเลงกันเลย”
น้ำเสียงของเขาเย็นชา และน่ากลัวไม่น้อย ในขณะที่หล่อนพยายามที่จะฝืนยิ้มสู้
“ได้ค่ะ... เดี๋ยวหนูมานะคะ”
เขาไม่ได้ตอบอะไรออกมา หล่อนจึงหมุนตัวหันหลัง และเดินเข้าไปในห้องน้ำ
กระจกบานใหญ่ตรงหน้า สะท้อนภาพใบหน้าที่เต็มไปด้วยความเจ็บปวดของหล่อนออกมาให้ได้เห็น
“มันคืองาน... เธอต้องทำเพื่ออนาคต มาลี...”
หล่อนพยายามปลอบใจตัวเอง พยายามบอกว่าทุกอย่างที่ทำลงไปเพราะความจำเป็น แต่หัวใจก็ยังคงเจ็บปวดอยู่ดี
ขายตัว...
คำ ๆ นี้มันคงจะติดอยู่ในหัวใจของหล่อนไปชั่วชีวิต ไม่มีทางล้างออกได้
เสียงโทรศัพท์มือถือที่เอาติดมือมาด้วยในห้องอาบน้ำดังขึ้น
หล่อนกดรับและยกขึ้นแนบหู
“มีอะไรเหรอเจน”
เจนจิราคือเพื่อนที่แนะนำงานนี้ให้กับหล่อน เพราะเจนจิราเองก็ทำงานนี้อยู่เช่นกัน
“ฉันก็แค่จะโทรมาสอบถามน่ะ ว่าเป็นยังไงบ้าง คุณภูมิระพีถึงโรงแรมหรือยัง”
“ถึง... แล้วล่ะ”
“งั้นถ้าถึงแล้ว แกก็ต้องบริการเขาให้ดีเลยนะรู้ไหม เขาจะได้ติดใจและเรียกใช้บริการแกอีกไง”
“ฉัน...”
“นี่ฉันจะบอกอะไรให้นะแก คุณภูมิระพีน่ะรวยมาก แถมยังโสดด้วยนะแก ถ้าแกทำดี อาจจะได้ผูกปิ่นโตเลยก็ได้นะ”
“ผูกปิ่นโต? มันคืออะไรเหรอเจน”
“แหม แกนี่จะไร้เดียงสาอะไรนักหนา ผูกปิ่นโตก็คือเลี้ยงดูถาวรยังไงล่ะ แกจะได้ไม่ต้องไปรับงานกับผู้ชายคนอื่นอีก ดีจะตาย ได้เงินใช้รายเดือนด้วย” น้ำเสียงของเจนจิราพูดด้วยความพึงพอใจ
“เหมือนเมียลับใช่ไหม”
“มันก็แบบนั้นน่ะแหละ แต่แกจะไปคิดอะไรมากล่ะ ได้เงิน ได้มีชีวิตดีๆ แค่นี้ก็คุ้มแล้ว จริงไหม”
มาลีนิ่งเงียบไป เจนจิราจึงพล่ามต่อ
“นี่แล้วแกต้องบริการคุณภูมิระพีให้ถึงอกถึงใจเลยนะ ที่ฉันรู้มา เขาชอบให้อมกล้วยน่ะ”
“อมกล้วย?”
“แหม หมายถึงอมไอ้นั่นของเขาน่ะ อม ๆ ดูด ๆ แกต้องตวัดลิ้นไปด้วยนะตอนเอาปากรูดขึ้นลงน่ะ”
คนฟังถึงกับหน้าแดงก่ำด้วยความอับอาย และก็เหมือนเจนจิราจะรู้ทัน
“ฉันรู้ว่าแกไม่เคย แต่แกต้องทำให้ได้ ไม่อย่างนั้น เขาก็จะไม่ติดใจ แกก็จะอดผูกปิ่นโตนะ”
“ฉัน... กะว่าจะทำแค่ครั้งนี้ครั้งเดียว...”
มาลีบอกกับเพื่อน แต่ก็ถูกเพื่อนหัวเราะเยาะใส่มาทางสายโทรศัพท์
“ค่าใช้จ่ายสมัยนี้มันแพงขนาดไหนแกก็รู้ ทั้งค่าห้อง ค่ากิน ค่าอยู่ ค่าเทอม ค่าเรียน โอ๊ย จิปาถะ ถ้าแกไม่ขายตัว แกก็ไม่มีเงิน”
คำพูดของเจนจิรามันคือความจริงทุกอย่าง
“เอาเป็นว่า ทำตามที่ฉันบอก แล้วแกจะสบาย มีเงินใช้ มีเงินจ่ายค่าเทอม ไม่ต้องไปผัดผ่อนอีก”
“ฉัน... จะพยายาม”
“ดีมาก ท่องไว้เผื่ออนาคตของแกเอง”
เจนจิราวางสายไปแล้ว แต่มาลีก็ยังคงยืนกำโทรศัพท์มือถือนิ่งอยู่อย่างเดิม
ไม่มีอะไรผิดสักอย่าง...
เจนจิราพูดถูกต้องแล้วล่ะ
ถ้ามีเงิน...
ชีวิตของหล่อนก็จะสบาย ไม่ต้องถูกทวงค่าเทอมซ้ำแล้วซ้ำเล่าแบบทุกวันนี้
คุณอาจจะชอบ





