
ช่วยเลิกงี่เง่าสักที
ตอน 2
เฉียวหนานซีจัดการอารมณ์ให้เรียบร้อยก่อนจะเรียกแท็กซี่กลับไปที่วิลล่า เขาไปถึงก่อนเธอ และกำลังจัดการงานบริษัทอยู่ในห้องหนังสือ
เธอผลักประตูเข้าไปก็เห็นเขาทำสีหน้าถมึงทึง ขมวดคิ้วอย่างไม่สบอารมณ์
“มารยาทคุณน่ะมีไหม เคาะประตูไม่เป็นหรือไง?”
ในปากของเฉียวหนานซีรู้สึกขมปร่าแทบขาดใจ แต่ก็ยังตีหน้านิ่ง ก่อนจะกระแทกประตูปิดดังปัง
เธอเคาะประตูอย่างแรง โดยใช้แรงเยอะขนาดที่สามารถรื้อตึกทั้งหลังได้เลย
ห้านาทีต่อมา ข้างในถึงมีเสียงดังออกมาว่า “เข้ามาได้”
เฉียวหนานซีค่อย ๆ สงบสติอารมณ์ลง ก่อนจะเปิดรูปที่ถ่ายไว้ทีหลังให้เขาดู “ใช่คุณหรือเปล่า?”
“ถ้าสายตาคุณไม่ได้มีปัญหา งั้นคุณก็มองไม่ผิดหรอก” ฟู่จิงหวยน้ำเสียงราบเรียบ พูดออกมาเหมือนเป็นเรื่องปกติ
เฉียวหนานซีกัดฟันกรอด “คุณไม่มีอะไรจะอธิบายหน่อยเหรอ?”
เขาเงยหน้าขึ้น ใบหน้าหล่อเหลายังคงฉายแววเย็นเยียบ “ระหว่างผมกับคุณ กับการแต่งงานที่ได้มาด้วยเล่ห์เหลี่ยม มีอะไรจำเป็นต้องอธิบายกับคุณไม่ทราบ?”
สายตาของเฉียวหนานซีตกกระทบลงบนรอยแดงที่ลำคอของเขา รอยที่ผู้หญิงขบกัดเอาไว้
ทั้งร่างของเธอแข็งทื่อ ได้แต่ยืนเหม่อลอยอยู่ตรงหน้าเขา ผ่านไปเนิ่นนานกว่าจะเปล่งเสียงแหบพร่าออกมาได้ “ฟู่จิงหวย……”
เขาเมินเฉยต่ออาการใจลอยของเธอ เอาแต่ก้มหน้าพลิกดูเอกสาร “ถ้าไม่มีอะไรแล้วก็ไปรีดชุดที่ผมเพิ่งเปลี่ยนออกซะ”
เธอแค่นเสียงเยาะ
“หย่ากันเถอะ ชีวิตที่คุณเบื่อหน่ายน่ะ ฉันเองก็ไม่อยากทนแล้วเหมือนกัน!”
เขาหรี่ตาลงเล็กน้อย ราวกับได้ยินเรื่องน่าขบขันเต็มประดา “ไหนคุณพูดอีกทีซิ?”
“ฉันบอกว่าหย่ากันเถอะ ทั้งข่าวของคุณกับไป๋ซินฉือ ทั้งที่คุณพาเธอไปตรวจครรภ์ที่โรงพยาบาล ฉันเห็นหมดแล้ว ไม่ต้องปิดบังหรอก เหนื่อยเปล่า ๆ ” เธอต้องกลับบ้านเก่าพร้อมกับเขาทุกสัปดาห์
ต้องแสร้งทำเป็นคู่สามีภรรยาที่รักกันหวานชื่นต่อหน้าท่านผู้เฒ่า ก็เหนื่อยมาตั้งนานแล้วเหมือนกัน
ต่อให้ตอนแรกจะเริ่มต้นด้วยเรื่องบุญคุณค้ำคอ แต่ตลอดระยะเวลาสี่ปีที่เธอทุ่มเทหัวใจดูแลเขามา ถึงจะเป็นก้อนหินก็น่าจะมีปฏิกิริยาตอบสนองบ้าง
แต่เขากลับไม่เปลี่ยนไปเลยแม้แต่น้อย มิหนำซ้ำยังไปมีลูกกับผู้หญิงอื่นอีก
เธอฝืนต่อไปไม่ไหวแล้ว
“คุณจะอาละวาดอะไรอีก ซินฉือแค่ไปตรวจร่างกายพอดี ผมเลยพาเธอไปเดินเล่นดูดอกไม้ไฟเพื่อผ่อนคลายก็แค่นั้น เรื่องแค่นี้คุณก็มีปัญหาเหรอ?” น้ำเสียงของเขาเย็นเยียบ เหมือนกับตัวตนของเขาที่ไม่เคยมีความอ่อนโยนให้เธอเลยสักนิด
เฉียวหนานซีจ้องเขาเขม็ง “งั้นคุณรู้ไหมว่าคืนนั้นที่ฉันไปบ้านเก่า หลังจากดื่มชาเข้าไปแล้ว ฉันเกือบจะถูกส่งไปที่ไหน? แล้วคุณรู้ไหมว่า ถ้าไม่ใช่เพราะรถชนท้าย ฉันคงกลายเป็นความอัปยศของตระกูลฟู่ แล้วก็ถูกพวกคุณขับไล่ออกจากบ้านไปแล้ว”
ฟู่จิงหวยปรายตามองเธอแวบหนึ่ง ท่าทางไร้ซึ่งอารมณ์ความรู้สึก แต่ทุกถ้อยคำกลับทิ่มแทงหัวใจ
“ท่านผู้เฒ่าเฉียวใช้บุญคุณนี้บีบให้คุณได้แต่งงานกับผม ถ้าคุณมีมลทินติดตัวจริง ๆ ต่อให้ตระกูลฟู่ไล่คุณออกจากบ้าน คุณก็ไม่มีสิทธิ์พูดปฏิเสธ”
ส่วนเรื่องระหว่างเขากับไป๋ซินฉือ ไม่มีความจำเป็นต้องอธิบายให้เธอฟังละเอียดขนาดนั้น
แพขนตาของเธอสั่นระริก พลันหวนนึกถึงครั้งแรกที่ได้เจอฟู่จิงหวยในงานบรรยายที่มหาวิทยาลัย เขาสวมสูทเนี้ยบ พูดจาฉะฉาน ใบหน้านั้นหล่อเหลาคมคาย ความรอบรู้ที่เหนือระดับชวนให้คนหลงใหล
ตั้งแต่สมัยเรียนมหาวิทยาลัยจนถึงตอนนี้ เธอแอบรักข้างเดียวมาสามปี แต่งงานกันมาอีกสี่ปี สุดท้ายแล้ว ก็เป็นเธอที่คิดไปเองฝ่ายเดียว
ในตอนนั้นที่คุณปู่เสียชีวิต คุณย่าป่วยหนัก พ่อก็แต่งงานใหม่หลังจากแม่เสียไปแล้ว และมีลูกชายเป็นของตัวเอง
เธอต้องแบกรับหน้าที่ในการดูแลคุณย่า การได้พบเขา และได้หลงรักเขา ล้วนเป็นโชคชะตา
“ที่แท้คุณก็ไปมีลูกของตัวเองอยู่ข้างนอกตั้งนานแล้ว มิน่าล่ะทุกครั้งที่คุณปู่เร่งรัด คุณถึงได้ทำท่าไม่ยี่หระตลอดเลย เป็นฉันเองที่ตาถั่ว นึกว่าคุณฟู่มีปัญหาเรื่องสมรรถภาพเสียอีก ฉันกังวลไปเองแท้ ๆ ”
ฟู่จิงหวยขมวดคิ้วฉับ “ตอนที่ผมทำจนคุณสั่นไปทั้งตัว ทำไมคุณไม่เห็นบอกว่าผมมีปัญหาสมรรถภาพบ้างล่ะ?”
เฉียวหนานซีชะงักไปชั่วครู่ ความทรงจำช่วงนั้นย้อนกลับมา ตอนนี้พอมานึกถึงก็ยังรู้สึกเหมือนจะตายเสียให้ได้
แต่เธอก็ยังปากแข็ง
“แค่ครั้งเดียวพิสูจน์อะไรไม่ได้หรอกค่ะ”
เขาโยนปากกาทิ้งไป ก่อนจะลุกขึ้นและเดินมาหยุดตรงหน้าเธอ พลางหลุบตามองลงมาด้วยท่าทีเหนือกว่า “คืนเดียวเจ็ดรอบ ใช้ไปเกือบสองกล่อง กลางดึกคุณยังงอแงขอกินน้ำตั้งสองหน……”
เธอทนฟังต่อไปไม่ไหวแล้ว
ฟู่จิงหวยมักจะปฏิบัติต่อเธอด้วยสีหน้าเย้ยหยันเสมอมา
เธอถอยหลังไปหนึ่งก้าว “เอาตามนี้เถอะค่ะ ไหน ๆ ก็จะหย่ากันแล้ว คุณอยากจะไปมีลูกกับใครก็เป็นอิสระของคุณ ท่านผู้เฒ่าเองก็อยากอุ้มเหลนอยู่พอดีเลย”
ฟู่จิงหวยขยับเข้าประชิดตัว ดันร่างเธอกระแทกกับบานประตู
“คุณอุตส่าห์ตะเกียกตะกายแทบตายกว่าจะได้แต่งเข้าตระกูลฟู่ จะยอมหย่าง่าย ๆ งั้นเหรอ?”
หน้าอกนุ่มหยุ่นของเฉียวหนานซีกระเพื่อมไหว เธอยังคงรักษารอยยิ้มเอาไว้ “ลองหย่าดูไหมล่ะคะ? อย่าสำคัญตัวผิดไปหน่อยเลย ของที่คนอื่นใช้แล้ว ฉันไม่เอาไว้หรอก มีแต่จะโยนทิ้งถังขยะเท่านั้น”
เธอสะบัดหน้าเดินหนีไป แต่รู้สึกยังไม่หายแค้น จึงเดินย้อนกลับมาหยิบกระถางต้นกระบองเพชรบนโต๊ะเขาออกไปด้วย
ก่อนหน้านี้เพราะเธอห่วงว่าเขาจะใช้สายตามากเกินไป จึงตั้งใจซื้อของชิ้นนี้มาเพื่อช่วยกรองรังสีจากหน้าจอคอมพิวเตอร์ให้เขา
เอาไปทิ้งถังขยะยังดีกว่าทิ้งไว้ให้เขา
ฟู่จิงหวยขมวดคิ้วมุ่น สีหน้าพลันทะมึนลงเล็กน้อย
พอออกจากห้องมา เธอก็กลับไปที่ห้องนอน พอหยิบมือถือออกมาจากกระเป๋าเพื่อเตรียมติดต่อทนายให้ร่างหนังสือหย่าร้าง นามบัตรใบเล็ก ๆ ใบหนึ่งก็ร่วงลงบนพื้น
เฉียวหนานซีเก็บมันขึ้นมา พอเห็นคำว่าคลินิกสุขภาพเพศชายก็ชะงักไปครู่หนึ่ง แล้วก็นึกขึ้นได้ว่าเป็นป้าที่หน้าโรงพยาบาลยัดใส่มือมาให้
เธอปัดเลื่อนหน้าจอปลดล็อกโทรศัพท์
คุณอาจจะชอบ





