ติดตาม
ตอน
แชร์
หน้าปกนวนิยาย จับนายไว้ในอ้อมกอดฉัน

จับนายไว้ในอ้อมกอดฉัน

เมื่อกลุ่มเพื่อนเริ่มระแคะระคายถึงความสัมพันธ์ที่ซ่อนอยู่ ศรวัณและยอดจึงถูกกดดันให้เปิดเผยความจริงเรื่องชายหนุ่มปริศนาสองคน ศรวัณพยายามเลี่ยงที่จะระบุสถานะที่ชัดเจนกับคาย พี่ชายคนสนิทที่เขาไปอาศัยอยู่ด้วยและช่วยดูแลซีโร่ เพราะความกังวลว่าเพื่อนจะยอมรับความรักในรูปแบบนี้ไม่ได้ แต่คำถามที่โพล่งออกมาอย่างไม่อ้อมค้อมว่าตกลงแล้วชายคนนั้นคือแฟนหรือคนรักกันแน่ กำลังบีบให้เขาต้องเผชิญหน้ากับความจริงที่ปกปิดไว้ท่ามกลางสายตาที่รอคอยคำตอบจากเพื่อนสนิท
ตอน
แชร์

ตอน 2

Chapter 2

ลิ้นอุ่นชื้นไล้เลียนิ้วเรียวสลับปากหนาขบเม้มกัดก่อนที่คนตัวใหญ่กว่าจะทรุดกายลงนั่งคร่อมสองขาของคนตัวเล็กและยื่นมือไปสอดเข้าระหว่างลำตัวเพรียวบางดึงคนตัวเล็กให้ลุกขึ้นมานั่งพลางสองมือแนบบนใบหน้าพร้อมกับนิ้วเรียวลากไล้บนผิวแก้ม

แม้จะเห็นใบหน้าไม่ชัดเจน หากยอดรักกลับเห็นความคิดถึงและความปรารถนาที่ฉายชัดอยู่ในดวงตาคมเข้มที่มันทำให้เขารู้ว่าทุกอย่างกำลังจะเริ่มต้นพร้อมกับริมฝีปากหนาที่แนบลงมาบนริมฝีปาก ความอบอุ่นที่แฝงไว้ด้วยความอ่อนหวานและเร่าร้อนทำให้หัวใจยอดรักเต้นแรง สองมือเล็กยกขึ้นวางบนแผ่นอกกว้างกำยำ

“อื้อ” ยอดรักประท้วงออกไปเมื่อฟันของอีกฝ่ายขบกัดลงมาบนกลีบปากสลับลิ้นร้อนสอดแทรกเข้าไปในโพรงปากอุ่นชื้นที่ปลายลิ้นรอเกี่ยวพันอยู่แล้ว ขณะที่มือหนาก็สอดเข้าไปลูบไล้ผิวกายเนียนเรียบที่ซุกซ่อนอยู่ภายในเสื้อกล้ามที่ชายเสื้อด้านล่างขาดอยู่หลายจุด ก่อนริมฝีปากหนาจะขบเคลื่อนลงมาคลอเคลียขบกัดซอกคอ

“เป็นหมาหรือไง กัดจริง” ยอดรักเผลอพูดอย่างอดไม่ไหว เมื่อรับรู้ว่าอีกฝ่ายขบเม้มกัดสลับเม้มดูดตั้งแต่ลำคอลงมาจนถึงหน้าอกของตนเองที่ตอนนี้น่าจะมีรอยแดงแต้มเป็นจุด ๆ แล้วก็ยังไม่ยอมหยุดด้วย

แต่นอกจากคนถูกกล่าวหาว่าเป็นหมาจะไม่โกรธแล้ว เขายังจะหัวเราะออกมาขณะดึงเอาเสื้อกล้ามที่ควรจะนำไปทำเป็นผ้าขี้ริ้วได้แล้วออกจากกายบางโยนทิ้งไปเพื่อตนเองจะได้แนบปากลงบนผิวเนื้อเนียนเรียบที่ต้องทำรอยเอาไว้ให้ชัดเจนมากที่สุด

“อื้อ” ยอดรักประท้วง ถึงเขาจะวาบหวามปั่นป่วนเพราะสัมผัสจากมือหนาที่ลูบไล้สลับหยอกเย้ากับน้องรักน้อย ๆ ของตนเอง แต่ก็เจ็บจี๊ด ๆ ระคนเสียวซ่านเพราะปากหนาของคนที่เขายังไม่รู้จักชื่อดูดเม้มและขบกัดผิวกายอย่างไม่ยอมหยุดเช่นกัน

เสียงลมหายใจของยอดรักหอบกระเส่าเมื่อปากหนาได้ค้นพบกับปลายยอดอกแล้วรีบขบเม้มกัดสลับเรียวลิ้นอุ่นชื้นไล้เลียขณะที่นิ้วยาวก็หยอกเย้ากับปลายยอดอกอีกข้างสลับเคลื่อนไปลูบไล้แผ่นหลังและเลื่อนไปบีบเคล้นบั้นท้าย

เพราะห่างหายจากการฝันถึงเรื่องนี้กับชายคนนี้นานแรมเดือนเพียงแค่กึ่งกลางกลายของเขาได้สัมผัสกับมือหนา มันก็ตื่นตัวขึ้นมาทันที แต่ก่อนที่มันจะถูกสัมผัสมากไปกว่านั้น ก็...

“เป็นอะไรไปอีกวะมึง”

คนถูกถามเหลือบสายตามองเพื่อนสนิทที่แรกเจอคือศัตรูที่ต่อยตีกันจนเลือดอาบ ก่อนจะกลายมาเป็นเพื่อนสนิทกันได้อย่างไรก็ไม่รู้ แต่ทุกวันนี้เขานายศรวัณ ทิพย์ขวัญอยู่กับกันต์ธร พรพะนิจกุลคนที่เอ่ยถามและอัครพิชญ์ บูรณ์นิกรมากกว่าครอบครัวเสียอีก

“แค่...สงสัยตัวเอง เกิดอะไรขึ้น”

อัครพิชญ์เลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย “ยังไง”

“เหลามา” กันต์ธรถามแบบรัวลิ้นจากเล่ามาจึงกลายเป็นเหลาแทน

ร่างเล็กบางที่เอนตัวราบไปกับโต๊ะไม้หินอ่อนขณะที่สองแขนก็ยื่นตรงไปด้านหน้ารองรับกับคางมลที่วางอยู่ด้านบนรีบยันตนเองขึ้นมานั่งตรง ๆ ด้วยความเกียจคร้านระคนสับสนวุ่นวายใจ

“ความจริงไม่ต้องถามก็พอจะรู้...ที่มันฝันเปียกอยู่บ่อย ๆ แน่เลย” กันต์ธรเอ่ยพร้อมกับหัวเราะร่า เขากับอัครพิชญ์ล้อเลียนศรวัณเรื่องนี้ได้ตลอด แรก ๆ ก็ถูกโกรธอยู่นะ แต่หลัง ๆ มาดูเหมือนศรวัณจะลืมเรื่องถูกล้อเพราะเริ่มคิดถึงหน้าตาและอยากค้นหาคนที่ตัวเองฝันถึงอยู่บ่อย ๆ เสียมากกว่า

“ทำไมวะ ช่วงนี้มึงไม่ฝันถึงหนุ่มสุดหล่อคนนั้นหรือวะ” อัครพิชญ์ถาม

“ไม่ใช่”

“ถ้าไม่ใช่แล้วยังไงวะ ช่วยบอกให้กูสองคนเข้าใจหน่อยครับคุณเพื่อนมึง” กันต์ธรถามพร้อมกับจ้องหน้าเพื่อนเพื่อกดดัน ทั้งที่ความจริงก็ไม่ต้องทำอย่างนั้นหรอก เดี๋ยวศรวัณก็บอกออกมาเอง

“คือ...กูจะอธิบายกับมึงสองคนยังไงดี” เพราะเขาเองก็ยังรู้สึกว่ามันแปลกเกินกว่าจะบอกใครได้ “ขอกูเรียบเรียงคำพูดก่อนนะ” ศรวัณนิ่งเงียบไปครู่ใหญ่ ในหัวก็เริ่มคิดว่าตั้งแต่คืนนี้ที่ความฝันเขาถูกขัดจังหวะจากเสียงโทรศัพท์ของเพื่อนรักทั้งสองที่กระหน่ำโทรหาเพื่อให้รีบออกจากบ้านมาดูผลการสอบเข้าเรียนต่อมหาวิทยาลัยด้วยกัน

“แล้วมึงจะคิดอะไรให้มากว่ะ มีอะไรก็บอกกันมาตรง ๆ ยังไงกูสองคนก็รับรู้เรื่องความฝันของมึงมาตั้งแต่ต้น ยังไงก็น่าจะเข้าใจไม่ยากหรอก ใช่ไหมพิชญ์”

“ใช่”

เมื่อสองเพื่อนรักพูดออกมาแบบนั้นศรวัณก็พยักหน้าและบอกกล่าวในสิ่งที่เขาสัมผัสได้หลังจากความฝันในค่ำคืนนั้น ความรู้สึกที่เหมือนกับว่าคนในฝันได้มาหาจริง ๆ ไม่ได้ฝันอย่างเช่นที่ผ่านมาและรู้สึกเหมือนกับว่าได้พบเจอกับคนในฝันเดินอยู่บนถนนเดียวกัน บางครั้งก็เหมือนกับเดินสวนกันด้วยซ้ำ

“มึงจะบอกว่า...คนในฝันมาหามึงถึงห้อง แล้วทำอย่างนั้นกับมึง ทำแบบจริง ๆ จัง ๆ จนเสร็จ”

“มึงจะบอกว่ารู้สึกเหมือนกับได้พบคนในความฝันของมึงเดินสวนไปสวนมา พบเห็นได้ทั่วไปตามท้องถนนเนี่ยนะ”

กันต์ธรและอัครพิชญ์พูดออกมาพร้อม ๆ กันด้วยความรู้สึกว่ามันไม่น่าจะเป็นเรื่องจริง เพราะหากใช่...มันก็คือเรื่องที่แปลกประหลาดที่สุดที่เขาสองคนได้ล่วงรู้แล้วล่ะ

“มันก็...ทั้งใช่และไม่ใช่ คือ...จะบอกยังไง คือกูแค่รู้สึกว่าเขาคอยวนเวียนอยู่รอบตัว รู้สึกเหมือนกับว่าไม่ได้อยู่ห้องคนเดียว เวลาเหงา ๆ ก็เหมือนมีใครสักคนมากอด มันเหมือนกูได้รับรู้ว่าเขาคอยดูเวลาไปไหนมาไหนคนเดียว แล้วกูก็ยังรู้สึกว่า...กูได้ยินเสียงกระซิบที่ข้างหูด้วย ทั้งที่กูเองก็คิดว่ามันไม่น่าจะเป็นไปได้ แต่กูรู้สึกว่ามันเหมือนจริงมากเลยนะไอ้กันต์ ไอ้พิชญ์” ศรวัณบอกกับเพื่อนรัวเร็วจนแทบจับคำไม่ได้

เฮ้อ! อัครพิชญ์และกันต์ธรถอนหายใจออกมาพร้อม ๆ กัน

“กูว่า...อาการมึงหนักจนน่าจะไปหาหมอนะยอดรัก มึงเอาแต่คิดเรื่องนี้ไม่เป็นอันทำอะไร ตอนนี้อะนะ หน้าตามึงโทรมจนเหมือนกับคนป่วยมาเป็นเดือนแล้ว” อัครพิชญ์พยายามที่จะเบี่ยงเบนความคิดของศรวัณให้หลุดออกจากเรื่องของคนในความฝัน

“มึงสองคนไม่เชื่อกูเหรอ” ศรวัณมองอัครพิชญ์ก่อนจะหันไปทางด้านกันต์ธรที่พยักหน้ารับกับคำพูดของเพื่อน ในสายตาของทั้งสองคนเต็มไปด้วยความกังวลและห่วงใยในตัวเขา

“ถ้ามึงจะคิดเสียใหม่นะยอดรัก ถึงเรื่องมันจะแปลกจนไม่น่าจะเป็นไปได้ แต่กูสองคนไม่ได้ไม่เชื่อที่มึงบอกมา เพราะร่องรอยบนตัวมึงที่กูกับไอ้พิชญ์เคยเห็น มันคิดไปทางอื่นไม่ได้เลย นอกจากเรื่องนั้น” กันต์ธรรีบพูดเมื่อเห็นใบหน้าเหมือนจะร้องไห้ของเพื่อน

คุณอาจจะชอบ

หน้าปกนวนิยาย กระซิบรักฝากหัวใจ
8.0
ไวกูณฐ์ปรารถนาที่จะสร้างครอบครัวกับจิรัฐิติกาลทันทีที่เรียนจบจากต่างประเทศ ทว่าฝ่ายหญิงกลับปฏิเสธเพราะความหวาดกลัวต่อการใช้ชีวิตคู่ แต่แล้วโชคชะตาก็พลิกผันเมื่ออุบัติเหตุทำให้ไวกูณฐ์ต้องสูญเสียการมองเห็น ด้วยความรู้สึกผิดจิรัฐิติกาลจึงยอมตกลงแต่งงานกับเขาเพื่อดูแลรับผิดชอบ ท่ามกลางความไม่พร้อมและอุปสรรคมากมายที่ดาหน้าเข้ามาทดสอบความรักของทั้งคู่ บทพิสูจน์หัวใจครั้งยิ่งใหญ่จึงเริ่มต้นขึ้นในวันที่โลกของเขาเปลี่ยนไปตลอดกาล
หน้าปกนวนิยาย หลังจากถูกแย่งงานแต่งงาน ฉันกลายเป็นน้องเขยคนเก่าของแฟน
9.2
ในวันสำคัญที่สุดของชีวิต ฉันถูกเพื่อนเก่าที่เคยรังแกแย่งงานแต่งงานไปต่อหน้าต่อตา ทว่าสามีที่ควรปกป้องกลับทิ้งฉันไปหาเธออย่างไม่ใยดี เมื่อฉันลุกขึ้นสู้เพื่อความยุติธรรม เขากลับข่มขู่และฟ้องร้องฉันจนกลายเป็นที่หัวเราะเยาะในสังคม เขาเย้ยหยันว่าฉันไม่มีวันชนะเพราะเขามีพี่เขยที่ทรงอิทธิพลคอยหนุนหลัง แต่ในวินาทีที่มืดแปดด้าน ชายผู้เป็นตำนานคนนั้นกลับโอบกอดฉันไว้พร้อมข้อเสนอที่คาดไม่ถึงว่าจะส่งพวกเขาทั้งคู่เข้าคุกเพื่อแลกกับหัวใจของฉัน
หน้าปกนวนิยาย วิศวะขอรักคุณหมอ Mpreg
8.9
จากความสัมพันธ์ที่เริ่มต้นด้วยความไม่ถูกชะตาจนกลายเป็นการกลั่นแกล้งทุกครั้งที่พบหน้า ทว่าความรู้สึกกลับเริ่มแปรเปลี่ยนไปอย่างไม่ทันตั้งตัว เมื่อยามที่เขาหายไปจากสายตากลับทำให้หัวใจต้องว้าวุ่นและกระวนกระวายใจอย่างหนักจนทนไม่ได้ ความหมั่นไส้ในตอนแรกถูกแทนที่ด้วยความโหยหาที่อยากจะพบเจอหน้ากันในทุกวัน เหมือนดั่งคำกล่าวโบราณที่ว่าหากไม่ได้เห็นหน้ากันโดยตรง เพียงแค่ได้เห็นเพียงหลังคาบ้านของเขาก็ยังดี
หน้าปกนวนิยาย Like Daddy, Like Baby แด๊ดดี้ครับ...
9.6
ชีวิตของกานต์ เด็กหนุ่มวัยสิบเจ็ดปีต้องพลิกผันเมื่อสูญเสียมารดาไปอย่างกะทันหัน แต่เขากลับพบความจริงที่น่าตกใจว่าตนเองมีพ่อเลี้ยงอย่าง ออสติน สเวน นักธุรกิจชาวอเมริกันผู้ก้าวเข้ามาพร้อมยื่นข้อเสนอในการดูแลจนกว่าเขาจะบรรลุนิติภาวะ กานต์ที่ไร้ที่พึ่งจึงต้องยอมรับฐานะเด็กในปกครอง ความใกล้ชิดกับผู้ปกครองทรงเสน่ห์เริ่มทำให้หัวใจของเขาหวั่นไหว จากความกตัญญูกลายเป็นความรักที่ยากจะห้ามใจ จนเด็กแสนดีคนนี้เริ่มอยากจะเกเรเพื่อพิชิตใจเจ้าของชีวิตคนใหม่ของเขา
หน้าปกนวนิยาย รักครั้งนี้ต้องทุ่มทั้งใจ
8.1
ความสัมพันธ์ที่เริ่มต้นจากเพื่อนสนิทแปรเปลี่ยนเป็นความรักลึกซึ้งที่ยากจะถอนตัว ทว่าเส้นทางนี้กลับไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ เมื่อเงาจากอดีตและบุคคลใหม่เข้ามาแทรกซึมจนความไว้ใจเริ่มพังทลายลง ท่ามกลางความขัดแย้งและภาระหน้าที่อันหนักอึ้งที่ไม่อาจละทิ้งได้ ทั้งคู่ต้องเผชิญกับบททดสอบครั้งใหญ่ที่อาจทำให้ความผูกพันนี้ถึงจุดจบ พวกเขาจะร่วมกันฝ่าฟันอุปสรรคและรักษาความรักครั้งนี้ไว้ได้หรือไม่ หรือสุดท้ายต้องยอมจำนนต่อความจริงที่แสนเจ็บปวด
หน้าปกนวนิยาย รีเทิร์นหัวใจ
8.6
เมื่อความร้าวฉานเข้าบั่นทอนความสัมพันธ์ระหว่างสายน้ำ ประธานหนุ่มมาดนิ่งผู้มีบุคลิกพูดน้อยแต่เด็ดขาด กับพ่อเลี้ยงอานนต์ ชายหนุ่มผู้ยึดมั่นในศักดิ์ศรีและไม่ยอมก้มหัวให้ใครเว้นเพียงแต่คนรักของเขาเท่านั้น ท่ามกลางความบาดหมางที่ทวีความรุนแรงจนถึงจุดแตกหัก พ่อเลี้ยงอานนต์ต้องเผชิญกับบททดสอบครั้งใหญ่ในการหาหนทางเยียวยาบาดแผลในใจ เพื่อพิสูจน์ความจริงใจและอ้อนวอนขอการให้อภัยจากสายน้ำให้ยอมกลับมาเริ่มต้นความรักใหม่อีกครั้ง