ติดตาม
ตอน
แชร์
หน้าปกนวนิยาย จับนายไว้ในอ้อมกอดฉัน

จับนายไว้ในอ้อมกอดฉัน

เมื่อกลุ่มเพื่อนเริ่มระแคะระคายถึงความสัมพันธ์ที่ซ่อนอยู่ ศรวัณและยอดจึงถูกกดดันให้เปิดเผยความจริงเรื่องชายหนุ่มปริศนาสองคน ศรวัณพยายามเลี่ยงที่จะระบุสถานะที่ชัดเจนกับคาย พี่ชายคนสนิทที่เขาไปอาศัยอยู่ด้วยและช่วยดูแลซีโร่ เพราะความกังวลว่าเพื่อนจะยอมรับความรักในรูปแบบนี้ไม่ได้ แต่คำถามที่โพล่งออกมาอย่างไม่อ้อมค้อมว่าตกลงแล้วชายคนนั้นคือแฟนหรือคนรักกันแน่ กำลังบีบให้เขาต้องเผชิญหน้ากับความจริงที่ปกปิดไว้ท่ามกลางสายตาที่รอคอยคำตอบจากเพื่อนสนิท
ตอน
แชร์

ตอน 3

“อีกอย่างที่กูสองคนพูด ก็เพราะเป็นห่วง อยากให้มึงมีสติมากกว่านี้ มึงลองเอาสมองอันน้อยนิดของตัวเองตรองดูหน่อยไหม ถ้ามึงเอาแต่คิดถึงเรื่องนี้ แล้วพอมึงไปเรียน...มึงต้องคิดว่ามีคนที่ไม่รู้เรื่องของมึง ถ้าเขาเกิดได้ยินมึงพูดจาแปลก ๆ ทำอะไรไม่เหมือนกับพวกเขา จะเพื่อนร่วมหอ เพื่อนร่วมเรียน ทุกคนต่างก็ต้องคิดว่ามึงเป็นบ้านะเว้ย”

“แล้วมึงก็จะถูกเพื่อนพากันรังเกียจ มึงคิดบ้างไหมว่ากูสองคนจะรู้สึกยังไงที่ไม่ได้ดูแลมึงให้ดี ทำให้มึงถูกเพื่อนรังเกียจ”

“กูสองคนเป็นห่วงมึงนะยอดรัก” กันต์ธรและอัครพิชญ์ต่างก็บอกถึงความคิดของตนให้เพื่อนรับรู้

“เพราะรู้ไง กูถึงต้องคิดไง ถ้าไม่สามารถหลุดพ้นจากเรื่องนี้ก็ต้องค้นหาคนที่กูฝันถึง แต่มันไม่ได้ง่ายนะ เขาเป็นใคร หน้าตาเป็นยังไง กูไม่รู้เลยสักอย่าง แล้วอย่างนี้จะหาเจอได้ยังไง” หากได้เจอกับผู้ชายคนนั้น ศรวัณคิดว่าเรื่องที่เขาฝันถึงคงจะหยุดลง ส่วนเรื่องอื่น ๆ ที่จะตามมาก็ค่อยคิดในภายหลัง

“แต่กูว่าหาเจอ”

“หมายความว่ายังไงวะพิชญ์” ศรวัณมองหน้าเพื่อนอย่างมีความหวัง

“มึงลองคิดดูนะยอดรัก” อัครพิชญ์เริ่มพูดในสิ่งที่ตนเองคิด “แรก ๆ ที่นาน ๆ ฝันถึงครั้งหนึ่ง แสดงว่าเขาคนนั้นคงจะต้องอยู่ไกลไปสักหน่อย พลังงานที่ส่งมาหาแกไม่เพียงพอ แต่ตอนนี้มึงฝันบ่อยขึ้น แสดงว่าผู้ชายคนนั้นจะต้องอยู่ไม่ไกลจากมึง”

“เออ...เป็นไปได้วะ” กันต์ธรเห็นด้วย “แต่กูยังมองไม่เห็นทางที่จะทำให้ไอ้ยอดรักหาตัวผู้ชายคนนั้นเจอเลยนะ”

ศรวัณพยักหน้ารับกับคำพูดของกันต์ธร

“มึงบอกว่าจำรูปร่างเขาได้อย่างชัดเจนใช่ไหมยอดรัก”

“อือ...” ศรวัณพยักหน้ารับ ยิ่งรูปร่างที่ปราศจากเสื้อผ้า ทุกสัดส่วนเป็นแบบไหน เขายิ่งจำได้อย่างแม่นยำ

“หยุด...หยุดคิดหื่นก่อนเลยมึง”

“เปล่านะ” ศรวัณรีบบอกเพื่อนเสียงอ่อย

“เปล่าแต่หน้ามึงนะ แดงจนถึงคอแล้ว” อัครพิชญ์ส่ายศีรษะอย่างอิดหนาระอาใจ

“มึงหยุดล้อไอ้ยอดรักก่อนไอ้พิชญ์ รีบบอกกูมาก่อน จะหาผู้ชายคนนั้นเจอได้ยังไง” กันต์ธรถาม เพราะถ้าเขาช่วยได้ ก็จะได้รีบช่วย เรื่องนี้จบลงเร็วเท่าไหร่ ศรวัณก็จะกลายเป็นคนปกติเร็วมากเท่านั้น

“ถ้าไอ้ยอดรักจำได้ เราก็หาคนที่วาดรูปเหมือนมาให้มันบอกรายละเอียดของผู้ชายคนนั้นไง”

“เผื่อมึงจะลืมไปนะพิชญ์ เงินค่าจ้างวาดรูปเหมือนให้ออกมาเหมือนคนที่ไอ้ยอดรักมันฝันถึงน่าจะไม่ใช่น้อย ๆ แล้วเราจะหาเงินนั้นมาจากไหน แล้วไปบอกคนวาดยังไงไม่ให้เขาคิดว่าเราบ้า”

“ก็จริง” อัครพิชญ์พยักหน้ารับ การวาดภาพเหมือนคนทั่วไปไม่แปลก แต่ที่จะแปลกก็คือการวาดรูปร่างแต่ใบหน้าที่ศรวัณบอกเองว่ามันยังไม่ชัดเจน ที่สำคัญก็คือเรื่องเงินที่เขาทั้งสามคนยังมีเพียงแค่เล็กน้อยที่น่าจะไม่เพียงพอในการแบ่งไปใช้ในการจ้างวาดรูป

“กูจะหางานทำระหว่างเรียน”

คำบอกกล่าวของศรวัณทำให้กันต์ธรและอัครพิชญ์ถอนหายใจอย่างพร้อมเพรียงกัน

“มึงจะไปทำงานอะไร”

“เด็กเสิร์ฟในร้านอาหารหรือจะไปเป็นเด็กล้างจาน”

ทั้งอัครพิชญ์และกันต์ธรต่างก็ส่ายศีรษะในทันที แม้หน้าตาของศรวัณจะไม่ได้น่ารักแบบ ขาวใส ตาโตแก้มป่อง ปากแดง ผิวเนียนเรียบลื่น รูปร่างเล็กบอบบางน่าทะนุถนอม เพราะรูปร่างหน้าตาของศรวัณก็เหมือนกับเด็กหนุ่มทั่วไป ผิวหน้าที่มีสิวอยู่บ้าง ผิวก็หยาบกร้านด้วยไม่ได้รับการบำรุง ดวงตาเล็กแต่สดใสและซุกซน อยากรู้อยากเห็นตามวัย รูปร่างค่อนข้างจะไปทางผอมด้วยไม่ค่อยได้กินอาหารที่เหมาะสมตามวัย ทั้งที่ทุกอย่างในตัวศรวัณไม่ได้โดดเด่นและน่าสนใจอะไรมากนัก แต่ก็เป็นเด็กหนุ่มที่แปลกอย่างหนึ่งคือชอบที่จะเรียกผู้คนเข้าหาโดยที่เจ้าตัวไม่รู้ จนบางครั้งมันก็ทำให้เกิดปัญหาตามมา หากไม่ได้เขาสองคนช่วยกันดูแล ป่านนี้เขาทั้งสองคนก็ยังคิดไม่ออกว่าเพื่อนคนนี้จะไปพบกับเรื่องดีที่น่าจะน้อยมาก แต่เรื่องไม่ดีน่าจะมากมายอย่างที่คาดคิดไม่ถึง

“ทำไม” ศรวัณถามอย่างหงุดหงิดใจ

“มึงน่าจะรู้ตัวดีนะยอดรัก...เสิร์ฟอาหาร กูสองคนกลัวมึงจะสะดุดเท้าตัวเองแล้วเอาของในมือไปราดหัวลูกค้าเข้านะสิ”

“ไปล้างจานก็คงทำให้ตัวเองบาดเจ็บ แล้วแทนที่จะได้เงินเขากลับต้องจ่ายชดใช้เพราะไปทำแก้วแตก ทำจานแตก”

“กูทำพวกอาหารตามสั่งก็ได้...ไหมวะ”

“เปิดเรียนแล้วมึงจะเอาเวลาไหนไปทำ เห็นเขาว่าปีหนึ่งกิจกรรมไม่ใช่น้อย ๆ แล้วคนเรียนระดับกลาง ๆ อย่างมึง มันต้องขยันมากกว่าคนอื่นหรือเปล่าวะ”

เจอสองเพื่อนสนิทเบรกไว้ทุกทาง ศรวัณก็ได้แต่ถอนหายใจด้วยไม่รู้ว่าจะหาทางออกกับเรื่องนี้ยังไงดี

“อย่างน้อยเราก็มีหนทางตามหาตัวผู้ชายในฝันของไอ้ยอดรักแล้ว ตอนนี้หยุดเรื่องนี้ไว้ก่อนก็ได้ ยังพอมีเวลาให้คิดหาทางออก ตอนนี้มาคิดเรื่องหอพักดีกว่า ตกลงจะเอายังไง จะพักด้วยกันหรือแยก” อัครพิชญ์เอ่ยถาม เขาอยากจะพักกับเพื่อนนะ แต่ด้วยว่าเลือกเรียนคนละคณะกันมันเลยต้องดูสถานการณ์ก่อนตัดสินใจอีกที

“กดจองหอให้ทันก่อนไหมมึง ได้ยินรุ่นพี่พูดกันว่าถ้าได้หอที่อยู่หลังมหาลัย...ไม่ต้องหลับต้องนอนกันเลยนะมึง”

“หอหลังมหาลัย ยังไงวะ” คนไม่รู้เรื่องอย่างศรัวัณเอ่ยถามกันต์ธรด้วยความงุนงง เพราะเขานะเล็งหอนั้นอยู่พอดี ถึงหอนั้นจะไกลตลาดและร้านค้าไปอยู่บ้าง แต่ได้ข่าวมาว่าเป็นหอที่ถูกที่สุดเลยนะ เตียงนอนก็มีให้ ตู้เย็นก็ด้วย ได้ข่าวว่ามีพัดลมแถมให้ด้วย อ๋อ...เพิ่งจะปรับปรุงเรื่องห้องอาบน้ำและห้องน้ำด้วยนี่น่า แต่อันนี้ไม่แน่ใจว่าปรับปรุงยังไง คงจะรู้ตอนที่จองได้แล้วเข้าไปอยู่แหละ

“ถ้ากูคิดไม่ผิด มึงคิดจะจองหอปลาทับทิมใช่ไหม”

พอได้ยินอัครพิชญ์ถามออกไปอย่างนั้น กันต์ธรถึงกับอึ้งและรีบห้ามในทันที “ไม่ได้ มึงจะจองหอนั้นไม่ได้”

“ทำไมวะ มันก็หอพักธรรมดาไม่ใช่หรือไง” ศรวัณถามอย่างไม่เข้าใจ มหาลัยที่เขาสอบได้ในครั้งนี้ด้วยว่ามีเด็กที่มาจากต่างจังหวัดเยอะมาก จึงมีให้ว่าที่นักศึกษาทั้งหลายเลือกพักได้ทั้งหอนอกและหอใน และก็มีน้อยคนที่จะเลือกพักหอในที่มีกฎระเบียบมากมายต่างกับหอนอกที่กฎระเบียบน้อยกว่า ซึ่งเท่าที่เขารู้มาก็พวกเรื่องเกี่ยวกับของไม่ดีต่าง ๆ เหล้ายาพวกนั้นแหละที่ทางหอห้ามไม่ให้เอาเข้ามาอย่างเด็ดขาด

ดูต่อเลย!
เนื้อเรื่องกำลังเข้มข้น! ไปที่แอปเพื่ออ่านต่อ
ปลดล็อกทุกตอน
เปิดเว็บไซต์ทางการ

คุณอาจจะชอบ

หน้าปกนวนิยาย กระซิบรักฝากหัวใจ
8.0
ไวกูณฐ์ปรารถนาที่จะสร้างครอบครัวกับจิรัฐิติกาลทันทีที่เรียนจบจากต่างประเทศ ทว่าฝ่ายหญิงกลับปฏิเสธเพราะความหวาดกลัวต่อการใช้ชีวิตคู่ แต่แล้วโชคชะตาก็พลิกผันเมื่ออุบัติเหตุทำให้ไวกูณฐ์ต้องสูญเสียการมองเห็น ด้วยความรู้สึกผิดจิรัฐิติกาลจึงยอมตกลงแต่งงานกับเขาเพื่อดูแลรับผิดชอบ ท่ามกลางความไม่พร้อมและอุปสรรคมากมายที่ดาหน้าเข้ามาทดสอบความรักของทั้งคู่ บทพิสูจน์หัวใจครั้งยิ่งใหญ่จึงเริ่มต้นขึ้นในวันที่โลกของเขาเปลี่ยนไปตลอดกาล
หน้าปกนวนิยาย หลังจากถูกแย่งงานแต่งงาน ฉันกลายเป็นน้องเขยคนเก่าของแฟน
9.2
ในวันสำคัญที่สุดของชีวิต ฉันถูกเพื่อนเก่าที่เคยรังแกแย่งงานแต่งงานไปต่อหน้าต่อตา ทว่าสามีที่ควรปกป้องกลับทิ้งฉันไปหาเธออย่างไม่ใยดี เมื่อฉันลุกขึ้นสู้เพื่อความยุติธรรม เขากลับข่มขู่และฟ้องร้องฉันจนกลายเป็นที่หัวเราะเยาะในสังคม เขาเย้ยหยันว่าฉันไม่มีวันชนะเพราะเขามีพี่เขยที่ทรงอิทธิพลคอยหนุนหลัง แต่ในวินาทีที่มืดแปดด้าน ชายผู้เป็นตำนานคนนั้นกลับโอบกอดฉันไว้พร้อมข้อเสนอที่คาดไม่ถึงว่าจะส่งพวกเขาทั้งคู่เข้าคุกเพื่อแลกกับหัวใจของฉัน
หน้าปกนวนิยาย วิศวะขอรักคุณหมอ Mpreg
8.9
จากความสัมพันธ์ที่เริ่มต้นด้วยความไม่ถูกชะตาจนกลายเป็นการกลั่นแกล้งทุกครั้งที่พบหน้า ทว่าความรู้สึกกลับเริ่มแปรเปลี่ยนไปอย่างไม่ทันตั้งตัว เมื่อยามที่เขาหายไปจากสายตากลับทำให้หัวใจต้องว้าวุ่นและกระวนกระวายใจอย่างหนักจนทนไม่ได้ ความหมั่นไส้ในตอนแรกถูกแทนที่ด้วยความโหยหาที่อยากจะพบเจอหน้ากันในทุกวัน เหมือนดั่งคำกล่าวโบราณที่ว่าหากไม่ได้เห็นหน้ากันโดยตรง เพียงแค่ได้เห็นเพียงหลังคาบ้านของเขาก็ยังดี
หน้าปกนวนิยาย Like Daddy, Like Baby แด๊ดดี้ครับ...
9.6
ชีวิตของกานต์ เด็กหนุ่มวัยสิบเจ็ดปีต้องพลิกผันเมื่อสูญเสียมารดาไปอย่างกะทันหัน แต่เขากลับพบความจริงที่น่าตกใจว่าตนเองมีพ่อเลี้ยงอย่าง ออสติน สเวน นักธุรกิจชาวอเมริกันผู้ก้าวเข้ามาพร้อมยื่นข้อเสนอในการดูแลจนกว่าเขาจะบรรลุนิติภาวะ กานต์ที่ไร้ที่พึ่งจึงต้องยอมรับฐานะเด็กในปกครอง ความใกล้ชิดกับผู้ปกครองทรงเสน่ห์เริ่มทำให้หัวใจของเขาหวั่นไหว จากความกตัญญูกลายเป็นความรักที่ยากจะห้ามใจ จนเด็กแสนดีคนนี้เริ่มอยากจะเกเรเพื่อพิชิตใจเจ้าของชีวิตคนใหม่ของเขา
หน้าปกนวนิยาย รักครั้งนี้ต้องทุ่มทั้งใจ
8.1
ความสัมพันธ์ที่เริ่มต้นจากเพื่อนสนิทแปรเปลี่ยนเป็นความรักลึกซึ้งที่ยากจะถอนตัว ทว่าเส้นทางนี้กลับไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ เมื่อเงาจากอดีตและบุคคลใหม่เข้ามาแทรกซึมจนความไว้ใจเริ่มพังทลายลง ท่ามกลางความขัดแย้งและภาระหน้าที่อันหนักอึ้งที่ไม่อาจละทิ้งได้ ทั้งคู่ต้องเผชิญกับบททดสอบครั้งใหญ่ที่อาจทำให้ความผูกพันนี้ถึงจุดจบ พวกเขาจะร่วมกันฝ่าฟันอุปสรรคและรักษาความรักครั้งนี้ไว้ได้หรือไม่ หรือสุดท้ายต้องยอมจำนนต่อความจริงที่แสนเจ็บปวด
หน้าปกนวนิยาย รีเทิร์นหัวใจ
8.6
เมื่อความร้าวฉานเข้าบั่นทอนความสัมพันธ์ระหว่างสายน้ำ ประธานหนุ่มมาดนิ่งผู้มีบุคลิกพูดน้อยแต่เด็ดขาด กับพ่อเลี้ยงอานนต์ ชายหนุ่มผู้ยึดมั่นในศักดิ์ศรีและไม่ยอมก้มหัวให้ใครเว้นเพียงแต่คนรักของเขาเท่านั้น ท่ามกลางความบาดหมางที่ทวีความรุนแรงจนถึงจุดแตกหัก พ่อเลี้ยงอานนต์ต้องเผชิญกับบททดสอบครั้งใหญ่ในการหาหนทางเยียวยาบาดแผลในใจ เพื่อพิสูจน์ความจริงใจและอ้อนวอนขอการให้อภัยจากสายน้ำให้ยอมกลับมาเริ่มต้นความรักใหม่อีกครั้ง