
จับนายไว้ในอ้อมกอดฉัน
ตอน 3
“อีกอย่างที่กูสองคนพูด ก็เพราะเป็นห่วง อยากให้มึงมีสติมากกว่านี้ มึงลองเอาสมองอันน้อยนิดของตัวเองตรองดูหน่อยไหม ถ้ามึงเอาแต่คิดถึงเรื่องนี้ แล้วพอมึงไปเรียน...มึงต้องคิดว่ามีคนที่ไม่รู้เรื่องของมึง ถ้าเขาเกิดได้ยินมึงพูดจาแปลก ๆ ทำอะไรไม่เหมือนกับพวกเขา จะเพื่อนร่วมหอ เพื่อนร่วมเรียน ทุกคนต่างก็ต้องคิดว่ามึงเป็นบ้านะเว้ย”
“แล้วมึงก็จะถูกเพื่อนพากันรังเกียจ มึงคิดบ้างไหมว่ากูสองคนจะรู้สึกยังไงที่ไม่ได้ดูแลมึงให้ดี ทำให้มึงถูกเพื่อนรังเกียจ”
“กูสองคนเป็นห่วงมึงนะยอดรัก” กันต์ธรและอัครพิชญ์ต่างก็บอกถึงความคิดของตนให้เพื่อนรับรู้
“เพราะรู้ไง กูถึงต้องคิดไง ถ้าไม่สามารถหลุดพ้นจากเรื่องนี้ก็ต้องค้นหาคนที่กูฝันถึง แต่มันไม่ได้ง่ายนะ เขาเป็นใคร หน้าตาเป็นยังไง กูไม่รู้เลยสักอย่าง แล้วอย่างนี้จะหาเจอได้ยังไง” หากได้เจอกับผู้ชายคนนั้น ศรวัณคิดว่าเรื่องที่เขาฝันถึงคงจะหยุดลง ส่วนเรื่องอื่น ๆ ที่จะตามมาก็ค่อยคิดในภายหลัง
“แต่กูว่าหาเจอ”
“หมายความว่ายังไงวะพิชญ์” ศรวัณมองหน้าเพื่อนอย่างมีความหวัง
“มึงลองคิดดูนะยอดรัก” อัครพิชญ์เริ่มพูดในสิ่งที่ตนเองคิด “แรก ๆ ที่นาน ๆ ฝันถึงครั้งหนึ่ง แสดงว่าเขาคนนั้นคงจะต้องอยู่ไกลไปสักหน่อย พลังงานที่ส่งมาหาแกไม่เพียงพอ แต่ตอนนี้มึงฝันบ่อยขึ้น แสดงว่าผู้ชายคนนั้นจะต้องอยู่ไม่ไกลจากมึง”
“เออ...เป็นไปได้วะ” กันต์ธรเห็นด้วย “แต่กูยังมองไม่เห็นทางที่จะทำให้ไอ้ยอดรักหาตัวผู้ชายคนนั้นเจอเลยนะ”
ศรวัณพยักหน้ารับกับคำพูดของกันต์ธร
“มึงบอกว่าจำรูปร่างเขาได้อย่างชัดเจนใช่ไหมยอดรัก”
“อือ...” ศรวัณพยักหน้ารับ ยิ่งรูปร่างที่ปราศจากเสื้อผ้า ทุกสัดส่วนเป็นแบบไหน เขายิ่งจำได้อย่างแม่นยำ
“หยุด...หยุดคิดหื่นก่อนเลยมึง”
“เปล่านะ” ศรวัณรีบบอกเพื่อนเสียงอ่อย
“เปล่าแต่หน้ามึงนะ แดงจนถึงคอแล้ว” อัครพิชญ์ส่ายศีรษะอย่างอิดหนาระอาใจ
“มึงหยุดล้อไอ้ยอดรักก่อนไอ้พิชญ์ รีบบอกกูมาก่อน จะหาผู้ชายคนนั้นเจอได้ยังไง” กันต์ธรถาม เพราะถ้าเขาช่วยได้ ก็จะได้รีบช่วย เรื่องนี้จบลงเร็วเท่าไหร่ ศรวัณก็จะกลายเป็นคนปกติเร็วมากเท่านั้น
“ถ้าไอ้ยอดรักจำได้ เราก็หาคนที่วาดรูปเหมือนมาให้มันบอกรายละเอียดของผู้ชายคนนั้นไง”
“เผื่อมึงจะลืมไปนะพิชญ์ เงินค่าจ้างวาดรูปเหมือนให้ออกมาเหมือนคนที่ไอ้ยอดรักมันฝันถึงน่าจะไม่ใช่น้อย ๆ แล้วเราจะหาเงินนั้นมาจากไหน แล้วไปบอกคนวาดยังไงไม่ให้เขาคิดว่าเราบ้า”
“ก็จริง” อัครพิชญ์พยักหน้ารับ การวาดภาพเหมือนคนทั่วไปไม่แปลก แต่ที่จะแปลกก็คือการวาดรูปร่างแต่ใบหน้าที่ศรวัณบอกเองว่ามันยังไม่ชัดเจน ที่สำคัญก็คือเรื่องเงินที่เขาทั้งสามคนยังมีเพียงแค่เล็กน้อยที่น่าจะไม่เพียงพอในการแบ่งไปใช้ในการจ้างวาดรูป
“กูจะหางานทำระหว่างเรียน”
คำบอกกล่าวของศรวัณทำให้กันต์ธรและอัครพิชญ์ถอนหายใจอย่างพร้อมเพรียงกัน
“มึงจะไปทำงานอะไร”
“เด็กเสิร์ฟในร้านอาหารหรือจะไปเป็นเด็กล้างจาน”
ทั้งอัครพิชญ์และกันต์ธรต่างก็ส่ายศีรษะในทันที แม้หน้าตาของศรวัณจะไม่ได้น่ารักแบบ ขาวใส ตาโตแก้มป่อง ปากแดง ผิวเนียนเรียบลื่น รูปร่างเล็กบอบบางน่าทะนุถนอม เพราะรูปร่างหน้าตาของศรวัณก็เหมือนกับเด็กหนุ่มทั่วไป ผิวหน้าที่มีสิวอยู่บ้าง ผิวก็หยาบกร้านด้วยไม่ได้รับการบำรุง ดวงตาเล็กแต่สดใสและซุกซน อยากรู้อยากเห็นตามวัย รูปร่างค่อนข้างจะไปทางผอมด้วยไม่ค่อยได้กินอาหารที่เหมาะสมตามวัย ทั้งที่ทุกอย่างในตัวศรวัณไม่ได้โดดเด่นและน่าสนใจอะไรมากนัก แต่ก็เป็นเด็กหนุ่มที่แปลกอย่างหนึ่งคือชอบที่จะเรียกผู้คนเข้าหาโดยที่เจ้าตัวไม่รู้ จนบางครั้งมันก็ทำให้เกิดปัญหาตามมา หากไม่ได้เขาสองคนช่วยกันดูแล ป่านนี้เขาทั้งสองคนก็ยังคิดไม่ออกว่าเพื่อนคนนี้จะไปพบกับเรื่องดีที่น่าจะน้อยมาก แต่เรื่องไม่ดีน่าจะมากมายอย่างที่คาดคิดไม่ถึง
“ทำไม” ศรวัณถามอย่างหงุดหงิดใจ
“มึงน่าจะรู้ตัวดีนะยอดรัก...เสิร์ฟอาหาร กูสองคนกลัวมึงจะสะดุดเท้าตัวเองแล้วเอาของในมือไปราดหัวลูกค้าเข้านะสิ”
“ไปล้างจานก็คงทำให้ตัวเองบาดเจ็บ แล้วแทนที่จะได้เงินเขากลับต้องจ่ายชดใช้เพราะไปทำแก้วแตก ทำจานแตก”
“กูทำพวกอาหารตามสั่งก็ได้...ไหมวะ”
“เปิดเรียนแล้วมึงจะเอาเวลาไหนไปทำ เห็นเขาว่าปีหนึ่งกิจกรรมไม่ใช่น้อย ๆ แล้วคนเรียนระดับกลาง ๆ อย่างมึง มันต้องขยันมากกว่าคนอื่นหรือเปล่าวะ”
เจอสองเพื่อนสนิทเบรกไว้ทุกทาง ศรวัณก็ได้แต่ถอนหายใจด้วยไม่รู้ว่าจะหาทางออกกับเรื่องนี้ยังไงดี
“อย่างน้อยเราก็มีหนทางตามหาตัวผู้ชายในฝันของไอ้ยอดรักแล้ว ตอนนี้หยุดเรื่องนี้ไว้ก่อนก็ได้ ยังพอมีเวลาให้คิดหาทางออก ตอนนี้มาคิดเรื่องหอพักดีกว่า ตกลงจะเอายังไง จะพักด้วยกันหรือแยก” อัครพิชญ์เอ่ยถาม เขาอยากจะพักกับเพื่อนนะ แต่ด้วยว่าเลือกเรียนคนละคณะกันมันเลยต้องดูสถานการณ์ก่อนตัดสินใจอีกที
“กดจองหอให้ทันก่อนไหมมึง ได้ยินรุ่นพี่พูดกันว่าถ้าได้หอที่อยู่หลังมหาลัย...ไม่ต้องหลับต้องนอนกันเลยนะมึง”
“หอหลังมหาลัย ยังไงวะ” คนไม่รู้เรื่องอย่างศรัวัณเอ่ยถามกันต์ธรด้วยความงุนงง เพราะเขานะเล็งหอนั้นอยู่พอดี ถึงหอนั้นจะไกลตลาดและร้านค้าไปอยู่บ้าง แต่ได้ข่าวมาว่าเป็นหอที่ถูกที่สุดเลยนะ เตียงนอนก็มีให้ ตู้เย็นก็ด้วย ได้ข่าวว่ามีพัดลมแถมให้ด้วย อ๋อ...เพิ่งจะปรับปรุงเรื่องห้องอาบน้ำและห้องน้ำด้วยนี่น่า แต่อันนี้ไม่แน่ใจว่าปรับปรุงยังไง คงจะรู้ตอนที่จองได้แล้วเข้าไปอยู่แหละ
“ถ้ากูคิดไม่ผิด มึงคิดจะจองหอปลาทับทิมใช่ไหม”
พอได้ยินอัครพิชญ์ถามออกไปอย่างนั้น กันต์ธรถึงกับอึ้งและรีบห้ามในทันที “ไม่ได้ มึงจะจองหอนั้นไม่ได้”
“ทำไมวะ มันก็หอพักธรรมดาไม่ใช่หรือไง” ศรวัณถามอย่างไม่เข้าใจ มหาลัยที่เขาสอบได้ในครั้งนี้ด้วยว่ามีเด็กที่มาจากต่างจังหวัดเยอะมาก จึงมีให้ว่าที่นักศึกษาทั้งหลายเลือกพักได้ทั้งหอนอกและหอใน และก็มีน้อยคนที่จะเลือกพักหอในที่มีกฎระเบียบมากมายต่างกับหอนอกที่กฎระเบียบน้อยกว่า ซึ่งเท่าที่เขารู้มาก็พวกเรื่องเกี่ยวกับของไม่ดีต่าง ๆ เหล้ายาพวกนั้นแหละที่ทางหอห้ามไม่ให้เอาเข้ามาอย่างเด็ดขาด
คุณอาจจะชอบ





