ติดตาม
ตอน
แชร์
หน้าปกนวนิยาย จับนายไว้ในอ้อมกอดฉัน

จับนายไว้ในอ้อมกอดฉัน

เมื่อกลุ่มเพื่อนเริ่มระแคะระคายถึงความสัมพันธ์ที่ซ่อนอยู่ ศรวัณและยอดจึงถูกกดดันให้เปิดเผยความจริงเรื่องชายหนุ่มปริศนาสองคน ศรวัณพยายามเลี่ยงที่จะระบุสถานะที่ชัดเจนกับคาย พี่ชายคนสนิทที่เขาไปอาศัยอยู่ด้วยและช่วยดูแลซีโร่ เพราะความกังวลว่าเพื่อนจะยอมรับความรักในรูปแบบนี้ไม่ได้ แต่คำถามที่โพล่งออกมาอย่างไม่อ้อมค้อมว่าตกลงแล้วชายคนนั้นคือแฟนหรือคนรักกันแน่ กำลังบีบให้เขาต้องเผชิญหน้ากับความจริงที่ปกปิดไว้ท่ามกลางสายตาที่รอคอยคำตอบจากเพื่อนสนิท
ตอน
แชร์

ตอน 1

-Intro-

-Intro-

จะฝันก็ไม่แปลก แต่หากว่าฝันถึงเรื่องเดิม ๆ กับคนที่เขาเห็นหน้าไม่ชัด แต่ก็มั่นใจว่าเป็นคนเดิมทุกครั้ง เป็นความฝันที่มันเริ่มจะถี่ขึ้นเรื่อย ๆ

เขาควรจะทำยังไงดี หาทางให้ลืมเลือนไปโดยเร็วที่สุด หรือค้นหาต้นตอของความฝันนั้น

“ยอดรัก”

อีกแล้ว...เสียงร้องเรียกนำทางมาอีกแล้ว เขากำลังจะเริ่มความฝันเฉกเช่นเดิมอีกแล้วสินะ หากครั้งนี้แตกต่างจากที่เคยเป็นมาที่ปกติแล้วเขาจะหลับสนิทและฝันเป็นเรื่องเป็นราวที่ก็จำได้บ้างไม่ได้บ้าง แต่มันมีความรู้สึกอบอุ่นที่แฝงไว้ด้วยความเจ็บปวดทิ้งไว้เสมอ เพราะค่ำคืนนี้เขาไม่ได้นอนหลับสนิทอย่างที่ผ่านมา ในครั้งนี้มันเหมือนกับว่าเขาอยู่ในห้วงของความฝันที่กึ่งมีสติอยู่บ้างเล็กน้อย แล้วความฝันมันก็เริ่มต้นเช่นทุกครั้งที่ผ่านมา

“ยอดรัก”

คนถูกเรียกที่ตอนนี้ได้สติไปมากกว่าครึ่งพยายามที่จะลืมตาตื่น เพื่อที่เขาจะได้คุยกับคนนั้นที่ร้องเรียกและทำบางสิ่งบางอย่างกับร่างกายของเขาให้รู้เรื่องสักที...อย่าตามมาหลอกมาหลอนกันอีกได้ไหม แต่ที่ทำได้คือนอนกระสับกระส่ายเพราะทำอย่างไรก็ไม่อาจลืมตาตื่นขึ้นได้ แล้วเสียงที่ร้องเรียก “ยอดรัก” ก็ดังใกล้เข้ามาเรื่อย ๆ

“ได้ยินแล้ว จะเรียกทำไมนักหนา” เขาเพียงแค่คิดเท่านั้นแต่เหมือนคนที่ร้องเรียกจะล่วงรู้ ถึงได้หัวเราะออกมา มันยิ่งทำให้เขาโมโห “มีอะไรก็รีบพูดมา คนจะหลับจะนอน อ๋อ...พูดจบแล้วก็รีบไปไกล ๆ แล้วก็ไม่ต้องมาเรียกหา มาเข้าฝันกันอีกนะ เหนื่อย”

พอเขาบอกไปอย่างนั้นรอบกายก็เงียบสนิทจนเขาได้ยินเสียงลมหายใจของตัวเอง ก่อนความเย็นจะคืบคลานเข้าหาพร้อมกับร่างหนาที่หยุดยืนอยู่ตรงปลายเตียงนอนขนาดสามฟุตครึ่ง

แม้เขาจะไม่ได้ลืมตาตื่น แต่กลับรู้สึกว่าเห็นใบหน้าที่เหมือนมีแสงตกกระทบจนเห็นได้ไม่ชัดเจน ทว่ากลับได้เห็นลำคอหนาไล่ลงมาจนถึงแผ่นอกกว้างที่เต็มไปด้วยกล้ามเนื้อเป็นมัด ๆ ลับหายไปในขอบกางเกงผ้าเอวต่ำ

“ไม่เห็นทำอะไรสักอย่าง ทำไมถึงเหนื่อยได้ล่ะ”

เขาได้แต่ออกอาการฮึดฮัด เพราะสิ่งที่เกิดขึ้นหลังจากนี้...เขาเป็นผู้ถูกกระทำนะสิ แม้ร่างกายจะเจ็บปวดไปบ้างแต่ก็มีความสุขสมหวังอยู่ไม่น้อย แต่นั่นก็ก่อนที่จะพบกับความปวดร้าวใจจนน้ำตาไหลออกมาทุกครั้ง

“ก็ลองมาเป็นผมดูบ้างไหมล่ะ” เขาเอ่ยออกไป อีกฝ่ายก็หัวเราะกลับมาขณะเดินมาทรุดกายลงนั่งบนเตียง

อยู่ใกล้กันแค่นี้เอง แต่ทำไมเขาถึงยังเห็นใบหน้าผู้ชายตรงหน้าไม่ชัดสักครั้ง อยากจะลุกขึ้นเพื่อจะได้มองใบหน้าของคนที่ฝันถึงอยู่บ่อยครั้ง แต่เรี่ยวแรงกลับไม่มีและสิ่งที่ทำได้คือการมองร่างแข็งแกร่งขยับเข้ามาหาเรื่อย ๆ เมื่อมือแกร่งวางลงบนข้อเท้า หัวใจเขาก็เริ่มสั่นไหวอย่างรุนแรง ในหัวเริ่มคิดถึงภาพที่ตนเองเปลือยเปล่า ถูกอีกฝ่ายคลอเคลียแนบชิด เสียงลมหายใจที่หอบพร่ากับน้ำเสียงนุ่มทุ้มที่เอื้อนเอ่ยใกล้ใบหู หรือแม้กระทั่งยามที่ปากหนาขบเม้มบนผิวกาย ที่จะมีร่องรอยเหลือให้เห็นทุกครั้งในตอนที่ตื่นนอน

“ไม่ล่ะ...เป็นอย่างนี้นะดีแล้ว” ไม่เพียงเอ่ยตอบเสียงนุ่มทุ้ม เขายังโน้มใบหน้าลงไปแนบริมฝีปากบนข้อเท้าคนตัวเล็กกว่าที่ตอนนี้มองมาด้วยสายตาสั่นไหวและเต็มไปด้วยความเขินอาย

“คิดถึงนะ”

“ถ้ามาแล้วทำเช่นนี้ตลอด ก็ไม่ต้องคิดถึงกันหรอก” เพราะยอดรักโต้กลับไปด้วยน้ำเสียงค่อนข้างจะแข็งกระด้างปากหนาที่ขบเม้มผิวกายเนียนเรียบอยู่หยุดชะงัก พร้อมกับสายตาเข้มดุที่เหลือบขึ้นมอง

“ก็ยังเจอกันแบบคนทั่วไปไม่ได้นี่น่า”

“แล้วเมื่อไหร่จะได้เจอกันล่ะ หลายปีแล้วนะที่ผมฝันอยู่แบบนี้” น่าจะเรียกได้ว่าเขาเริ่มฝันถึงผู้ชายคนนี้ตั้งแต่รู้ความแหละ แต่ช่วงนั้นความฝันก็เป็นแบบทั่วไปที่เหมือนกับเพื่อนสนิทได้พบเจอกัน เมื่อเขาโตขึ้น มีความต้องการทางร่างกายตามประสาหนุ่มวัยรุ่น ความฝันก็เริ่มที่จะเปลี่ยนแปลงไป แรกเริ่มเขาหวาดกลัวในสิ่งที่เกิดขึ้น แต่ก็ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมถึงได้ยอมให้อีกฝ่ายปลุกเร้าความต้องการจนกลายเป็นเหมือนกับสิ่งเสพติดที่เฝ้าถวินหาในทุกค่ำคืน

“ไม่นานแล้วล่ะ กลัวแต่ถ้าพบเจอกันจริง...ยอดรักจะกลัวผมหรือเปล่า”

“ทำไม”

“เพราะผมไม่เหมือนคนอื่น”

“ก็คงจะกลัว...มั่ง” ยอดรักตอบกลับไปอย่างไม่มั่นใจ เพราะการได้เจอกันแบบนี้ทำให้เขาค่อนข้างจะมั่นใจว่าอีกฝ่ายไม่ใช่คนธรรมดาเช่นเขา แต่จะแตกต่างกันอย่างไรเขาก็ตอบไม่ได้เหมือนกัน ทว่าระหว่างเจอกันแบบนี้กับการได้เห็นหน้า...อย่างไหนมันจะดีกว่ากัน “แต่ได้เจอกันอย่างคนปกติทั่วไป ดีกว่าเรามาเจอกันในฝันแบบนี้หรือเปล่าล่ะ”

“ก็น่าจะดีกว่านะ เวลาที่ผมทำแบบนี้” มือแกร่งวางลงบนหน้าท้องที่เต็มไปด้วยมวลเนื้อนุ่มนิ่มของคนตัวเล็กกว่า นิ้วยาวคืบคลานสอดเข้าไปในกางเกงที่อีกฝ่ายนุ่งเพื่อจะได้สัมผัสกับเจ้ายอดรักน้อย ๆ ที่ตอนนี้เริ่มตื่นตัว “มันจะต้องดีกว่าการตกอยู่ในความฝันมากมายอยู่นะ”

“ฮื่อ...ก็คงจะดีกว่าจริง ๆ นั่นแหละ” ยอดรักกัดฟันตอบไปเมื่อถูกมือแกร่งลูบไล้พุงที่เต็มไปด้วยหมู่มวลเนื้อนุ่มนิ่มเรื่อยลงไปปลุกเจ้าตัวน้อยที่หลับอยู่ให้ค่อย ๆ ตื่นขึ้นมา

“คิดถึงมากเลย ไม่ได้เจอกันตั้งหลายวัน” ริมฝีปากหนาขบเม้มกัดผิวเนื้อเนียนเรียบ พลางสองมือแกร่งลูบไล้ไปบนลำตัวของคนตัวเล็กที่เขารู้สึกว่าผอมกว่าครั้งก่อนที่ได้พบเจอกัน...ในความฝัน จนคิดไว้ว่าถ้าได้เจอหน้ากันจริง ๆ จะขุนอีกฝ่ายให้อ้วนให้มากกว่านี้ จะได้มีเนื้อมีหนังเพื่อที่เขาจะได้กอดรัดอย่างไม่ต้องกลัวอีกฝ่ายเจ็บตัว

“ก็แล้วใครกันล่ะที่หายไปนะ” ยอดรักอดที่จะพูดด้วยความน้อยใจไม่ได้

“ไม่ได้อยากจะหายไป แต่มีธุระต้องไปจัดการนะสิ”

จะว่าไป...เขาก็รู้สึกเหมือนกับว่าคนตรงหน้ามีอาการเหน็ดเหนื่อยและอ่อนล้าอยู่นะ “แล้วทำไมถึงไม่พักล่ะ มาเจอกันแบบนี้จะไม่เหนื่อยกว่าเก่าหรือไง”

“คิดถึง”

เพียงคำสั้น ๆ กับน้ำเสียงที่อบอุ่นและอ่อนโยน ทำให้ยอดรักใจเต้นระรัว เผลอยิ้มออกมาขณะยื่นมือไปสัมผัสกับใบหน้าที่ไม่ว่าทำอย่างไรเขาก็มองไม่ชัดสักครั้งอย่างแผ่วเบา เพราะเขาเองก็คิดถึงและเป็นห่วงอีกฝ่ายเช่นกัน

คุณอาจจะชอบ

หน้าปกนวนิยาย  You make my heart skip a beat. Plyfon I Phupha
8.0
เมื่อจังหวะชีวิตของนายแพทย์ภูผาและปลายฝนโคจรมาพบกันในเวลาที่ใช่ ความสัมพันธ์ครั้งใหม่จึงเริ่มต้นขึ้นอย่างมั่นคงโดยไม่มีวันหวนหลัง แม้จะมีการหยอกล้อด้วยท่าทีทีเล่นทีจริงจนน่าเขินอาย แต่ความผูกพันที่ชัดเจนก็ทำให้ทั้งคู่พร้อมก้าวไปข้างหน้าด้วยกัน ท่ามกลางบรรยากาศแสนหวานที่อบอวลไปด้วยความอบอุ่นและการดูแลเอาใจใส่ นี่คือเรื่องราวความรักที่ลงตัวที่สุดในวันที่หัวใจสองดวงพร้อมจะเปิดรับกันและกันอย่างเต็มหัวใจโดยไม่ยอมปล่อยมือ
หน้าปกนวนิยาย กระซิบรักฝากหัวใจ
8.0
ไวกูณฐ์ปรารถนาที่จะสร้างครอบครัวกับจิรัฐิติกาลทันทีที่เรียนจบจากต่างประเทศ ทว่าฝ่ายหญิงกลับปฏิเสธเพราะความหวาดกลัวต่อการใช้ชีวิตคู่ แต่แล้วโชคชะตาก็พลิกผันเมื่ออุบัติเหตุทำให้ไวกูณฐ์ต้องสูญเสียการมองเห็น ด้วยความรู้สึกผิดจิรัฐิติกาลจึงยอมตกลงแต่งงานกับเขาเพื่อดูแลรับผิดชอบ ท่ามกลางความไม่พร้อมและอุปสรรคมากมายที่ดาหน้าเข้ามาทดสอบความรักของทั้งคู่ บทพิสูจน์หัวใจครั้งยิ่งใหญ่จึงเริ่มต้นขึ้นในวันที่โลกของเขาเปลี่ยนไปตลอดกาล
หน้าปกนวนิยาย Oh my boss ร้ายกาจนักรักบอสจัง
8.0
ศิศิราตกที่นั่งลำบากเมื่อสถานการณ์พาไปจนเจ้านายหนุ่มเข้าใจผิดว่าเธอแอบรัก ในขณะที่เธอกลับปักใจเชื่อว่าเขาเป็นเกย์ ความสับสนนี้นำไปสู่ความใกล้ชิดที่ทำให้เธอเผลอมอบหัวใจให้เขาอย่างถอนตัวไม่ขึ้น แม้จะพยายามเตือนสติตัวเองว่าความรักครั้งนี้เป็นไปไม่ได้ แต่บอสหนุ่มกลับรุกหนักพร้อมประกาศกร้าวว่าเขาเคย ‘กิน’ เธอมาแล้วและจะทำมันอีกครั้ง ท่ามกลางความมึนตระหนกว่าความสัมพันธ์ลับในอดีตคืออะไรกันแน่ เธอจะพิชิตใจชายที่เธอคิดว่าชอบเพศเดียวกันได้หรือไม่
หน้าปกนวนิยาย พี่ที่แปลว่าเมีย
9.4
ความสัมพันธ์ที่เริ่มต้นด้วยพันธะการแต่งงานอันปราศจากความรู้สึก เมื่อเขาประกาศกร้าวอย่างชัดเจนว่าหัวใจของเขานั้นมีไว้ให้ตะวันเพียงคนเดียวเท่านั้น แม้ว่าทั้งสองจะต้องใช้ชีวิตคู่ร่วมกันในฐานะสามีภรรยาตามกฎหมาย แต่เขาก็ยืนยันหนักแน่นว่าจะไม่มีวันมอบความรักให้กับคนเป็นพี่อย่างเธอได้เลย บทสรุปของชีวิตหลังวิวาห์ที่เต็มไปด้วยความห่างเหินและความเย็นชาในครั้งนี้จะลงเอยอย่างไร เมื่อความรักที่เขาคุยโวว่ามีให้คนอื่นกลายเป็นกำแพงสูงชันที่กั้นกลางระหว่างคนสองคน
หน้าปกนวนิยาย รักสุดเฮี้ยบ ผู้จัดการจัดให้!
9.0
ไลเกอร์ อดีตสมาชิกวง Animalz ผู้มีชื่อเสียงด้านความใจร้อนจนทำให้วงแตก ยังคงเดินหน้าสร้างวีรกรรมฉาวในฐานะศิลปินเดี่ยวชื่อ ลีแทจิน จนไม่มีผู้จัดการคนไหนกล้ารับมือ บริษัทจึงส่ง นัชฌาน ผู้จัดการหนุ่มจอมเฮี้ยบมาดัดนิสัย แม้ภายนอกนัชฌานจะดูเหมือนเด็กมัธยม แต่เขาต้องเผชิญกับปัญหาสารพัดที่ไลเกอร์ก่อขึ้นไม่เว้นวัน งานนี้ผู้จัดการหน้าอ่อนจึงต้องงัดไม้แข็งมาปราบพยศเสือหนุ่มสุดฮอตให้กลายเป็นแมวที่เชื่องที่สุดให้ได้ ท่ามกลางความขัดแย้งที่เริ่มแปรเปลี่ยนเป็นความใกล้ชิด
หน้าปกนวนิยาย แก้วอสุรา (ภาคแรกของ เสน่หากุมภัณฑ์)
9.7
วิรัลย์ ราชกุมารผู้ถูกเมินแห่งเวรุฬา หวังสร้างชื่อจากการนำทัพทำศึก แต่กลับพ่ายแพ้ต่อไอศูรย์ จอมทัพผู้เกรียงไกรแห่งแคว้นปรมะอย่างราบคาบ แทนที่จะถูกประหาร เขากลับถูกขอตัวเป็นรางวัลแห่งชัยชนะด้วยรูปโฉมที่งดงามต้องตา แม้ไอศูรย์จะเพียรเกี้ยวพาราสีเพียงใด วิรัลย์ก็พร้อมปลิดชีพตนเองดีกว่าต้องอัปยศเพราะถูกขืนใจ จอมทัพอสุราจึงต้องเปลี่ยนจากการใช้กำลังมาเป็นเล่ห์กลเพื่อล่อลวงหัวใจยักษาผู้เย่อหยิ่งให้ยอมศิโรราบในศึกรักครั้งนี้