
เทพสวรรค์บัญชา
ตอน 2
ดินแดนสวรรค์ ดินแดนมนุษย์ ดินแดนปีศาจ ดินแดนเจ้าสมุทร สี่ดินแดนนี้ล้วนมีมาตั้งแต่บรรพกาล อันมีเง็กเซียนฮ่องเต้เป็นผู้ปกครอง
บัดนี้ เจ้าสมุทรเป่ยเจี่ยกำลังเตรียมตัวเพื่อไปร่วมงานวันเกิด
เง็กเซียนฮ่องเต้บนสวรรค์ องค์หญิงรุ่ยอี้บุตรสาวคนโตของเทพอัคคีกำลังแต่งตัวให้กับพระสวามี
“พระองค์จะไม่พาถิงเออร์ไปจริงหรือเพคะ”
“ถิงเออร์ยังเป็นเด็ก บำเพ็ญเพียรมาแค่ห้าร้อยปี หากกระทำการใดที่ผิดกฎสวรรค์เกรงว่าเจ้าจะไม่ได้เห็นหน้าบุตรีอีก รออีกพันปีข้าค่อยให้นางไป”
องค์หญิงรุ่ยอี้มารดาของผู้ที่ถูกกล่าวถึงพยักหน้าเห็นด้วย “เหลียนฝู่เองก็อายุมากกว่าแค่ 500 ปี แต่กลับสุขุมรู้จักวางตัว ถึงแม้จะขี้เล่นไปหน่อยก็ตาม”
“เขาโตแล้วรู้ว่าอะไรควรไม่ควร ไม่เหมือนถิงเออร์ที่เอาแต่ขัดคำสั่งข้า ไม่รู้ว่าตอนนี้หลับคาตำราหรือยัง ข้าแค่สั่งให้คัดตำราสิบรอบ นางต้องใช้เวลาเป็นเดือน แล้วเช่นนี้ข้าจะวางใจได้เช่นไร”
“ก็ถิงเออร์เป็นบุตรของท่านอย่างไร นางเอาแต่ใจ ซุกซนก็เพราะว่าท่านตามใจนางมาตั้งแต่เด็ก”
บ่นไปบ่นมาเหมือนจะเข้าตัวเสียมากกว่า เจ้าสมุทรเป่ยเจี่ยหันมององค์หญิงรุ่ยอี้ผู้เป็นพระมเหสีเอก “และที่หม่อมฉันพูดเพราะเกรงว่ากลับมาจากสวรรค์คราวนี้ท่านก็ปล่อยนางก่อนกำหนดอีกเช่นเคย”
คนรู้ทันรีบเปลี่ยนเรื่อง “ข้าว่าคงได้เวลาไปแล้ว หากสายจะไม่ดี”
เมื่อออกมาด้านนอกก็พบกับบุตรชายของตน เป่ยเหลียนฝู่
ชายหนุ่มอยู่ในชุดสีฟ้าอ่อน ตรงหน้าผากมีเขางอกออกมาเล็กน้อย ใบหน้านั้นยิ้มแล้วพูด “ลูกพร้อมแล้วพ่ะย่ะค่ะ”
“ดี ๆ” ไปกันเถอะ
เมื่อเป่ยเหลียนฝู่ยกแขนเสื้อขึ้น แขนเสื้อด้านในก็ขยับตาม
เป่ยเถียนถิงที่กลายร่างเป็นปลาอยู่ในแก้วใสกลิ้งไปมาตามจังหวะจนเวียนหัว คนที่แอบพาน้องสาวไปด้วย ขยับลูกแก้วให้อยู่ที่เดิมก่อนไปยังสวรรค์
เป่ยเถียนถิงที่อยู่ในแขนเสื้อพยายามชะโงกมองไปยังด้านนอก ก็พบว่าท่านพ่อและพี่ชายกำลังอยู่บนมังกรตัวใหญ่เพื่อไปยังสวรรค์ชั้นฟ้า
เรื่องสนุก ๆ แบบนี้นางจะพลาดได้ยังไง อย่างไรนางก็ต้องได้เห็นสวรรค์ เป่ยเถียนถิงยังคงตื่นเต้นกับสิ่งแปลกใหม่ เดินทางได้ไม่นานก็มาถึงประตูสวรรค์
ทันทีที่เท้าเป่ยเหลียนฝู่แตะบนก้อนเมฆ เป่ยเถียนถิงพาลูกแก้วกลมให้กลิ้งเล็กน้อยจนหล่นลงไปยังเอวพี่ชาย เป็นเหตุให้คนพามาบ่นเสียงอ่อน
“เจ้าช่วยอยู่นิ่ง ๆ ได้ไหมถิงเออร์ หากเจ้าตกบนสวรรค์ข้าจะไม่เก็บไปวังบาดาลอีก”
เป่ยเถียนถิงมุ่ยปาก “ข้ารู้แล้ว พี่เหลียนฝู่อย่าบ่นเสียงดังสิเจ้าคะ หากท่านพ่อได้ยินข้ากับท่านจะซวยเอาได้”
สรุปแล้วเขากลายเป็นผู้สมรู้ร่วมคิดโดยปริยาย เรียกว่าไม่ว่า
ทางใดก็ไม่พ้นโดนทำโทษเป็นแน่
“เหตุใดพี่ต้องรับโทษด้วย หากพี่บอกว่าเจ้าแอบติดตามมาโดยที่พี่ไม่รู้”
“พี่เหลียนฝู่” จู่ ๆ ก็โดนทิ้งกลางทางมีหรือที่นางจะยอมรับโทษคนเดียว ลูกแก้วกลมกลิ้งกระแทกหน้าอกจนคนที่เดินอยู่ถึงกับหลังคู้
เจ้าสมุทรหันมองบุตรชาย “เจ้าเป็นอะไรเหลียนฝู่”
เขาพยายามไอกลบเกลื่อน “ลูกรู้สึกหายใจไม่ออก เหมือนว่าไม่ชินกับอากาศสวรรค์” เกือบเสียเรื่องแล้วไหมนั่น เป็นเพราะเจ้าคนเดียว
เป่ยเหลี่ยนฝู่บ่นในใจ กำลังจะยืนตัวให้ตรงก็มีคนมากระแทกด้านหลัง เทพเจ้าจันทรายกมือขอโทษเสียยกใหญ่ ก่อนจะรีบวิ่งเข้าไปด้านใน เป่ยเหลี่ยนฝู่ส่ายหน้าไปมาก่อนจะรีบเร่งเช่นกัน
หากเขามองสักนิดจะเห็นว่าลูกแก้วใสที่มีปลาน้อยกำลังกลิ้งตกลงไป “พี่เหลียนฝู่ข้าอยู่นี้”
แต่เจ้าของชื่อหาได้ยินเสียงน้องสาวตัวเอง เพราะตอนนี้กำลังเดินจากไปจนมองไม่เห็นว่าลูกแก้วตกลงบนพื้นแล้ว เป่ยเถียนถิงจึงต้องช่วยตัวเอง นางว่ายไปทางซ้ายเพื่อขยับลูกแก้วไปยังทิศเหนือ มองเห็นฝั่งนั้นมีต้นไม้ที่พอจะกันไม่ให้นางกลิ้งตกสวรรค์ ก็ใครใช้ให้นางใช้ลูกแก้วผลึกวิญญาณที่แม้แต่ยามเฝ้าประตูสวรรค์ยังตรวจไม่พบ อีกอย่างหากนางอยากออกจากลูกแก้วก็ต้องใช้แก้วมังกรอีกลูกจากเมืองบาดาลเท่านั้น
ความซวยนี้ยังไม่สิ้นสุด ลูกแก้วกลมที่มีปลาน้อย หมายจะไปทางทิศเหนือ แต่แล้วเจ้าลูกแก้วก็หาได้ตามใจนางกลับกลิ้งไปทางทิศใต้
เป่ยเถียนถิงมองสระดอกบัวตรงหน้า นางแหกปากร้องลั่นลูกแก้ว แต่ก็หามีผู้ใดได้ยิน
ลูกแก้วกลม ๆ กลิ้งไปจนกระทั่งตกอยู่บนขอบสระดอกบัว
เป่ยเถียงถิงหลับตา เพราะกลัวว่าลูกแก้วจะจมน้ำ คราวนี้นางได้กลายเป็นปลาอีกหลายพันปีแน่
แต่เมื่อลืมตาก็พบว่าลูกแก้วยังไม่ตกลงไป กระนั้นใครจะคิดว่า ความซวยนี้ยังไม่สิ้นสุดด จู่ ๆ ก็มีคนเดินมา เป่ยเถียงถิงพูดกับเจ้าของเท้าที่ใกล้เข้ามา “อย่า ๆ ข้าอยู่ตรงนี้ท่านเห็นไหม”
นางร้องบ่นเท่าไรอีกฝ่ายก็ไม่ได้ยิน จากนั้นก็แตะนางตกลงสระ “เจ้าบ้า!!!” เสียงลูกแก้วจมน้ำดังขึ้น
เมื่อนางลืมตาก็พบว่าลูกแก้วนอนอยู่ก้นสระ ปากก็แหกร้องให้คนช่วย
"พี่เหลียนฝู่มาช่วยข้าหน่อย ท่านได้ยินไหม" นางเห็นภาพแล้วว่าตัวเองจะได้นอนนิ่งในสระไปอีกหลายพันปีแน่ เจ้าปลาน้อยเริ่มตระหนักว่าตัวเองคิดน้อยเกินไป ดื้อรั้น ซุกซนไม่เข้าท่า เห็นทีว่านางจะได้นอนจมก้นสระแน่นอน
ความรู้สึกผิดหวังมีเพียงครู่ จู่ ๆ ลูกแก้วก็ค่อย ๆ ลอยขึ้น จากความคิดที่ว่าต้องเดียวดายเพียงลำพังพันปีก็เริ่มมีความหวัง
ตอนนี้ลูกแก้วลอยอยู่เหนือน้ำแล้ว แต่จุดที่นางอยู่ อยู่ห่างจากฝั่งราวครึ่งสระ อย่าให้นางเจอเจ้าของเท้าเชียวนะ นางจะจดจำบัญชีนี้ไม่ลืม
แต่แทนที่จะมาอาฆาตแค้นเจ้าของเท้า นางควรหาวิธีพาตัวเองไปให้ถึงฝั่งจะดีกว่า หวังว่าพี่ชายนางจะรู้ตัวแล้วว่าตอนนี้นางหายไป
ลูกแก้วที่มีปลาน้อยจะเข้าฝั่งได้ไหมก็ขึ้นอยู่กับชะตาสวรรค์แล้ว
เสียงเป่ยเถียนถิงตะโกนก้องลูกแก้ว
นี่มันวันซวยอะไรกันนะ ถิงเออร์
เสียงลมพัดผ่านมา คนที่ใกล้หมดหวังลืมตาขึ้นอีกครั้ง หวังเพียงว่าเทพสายลมจะพัดเอาลูกแก้วของนางขึ้นฝั่งได้ แต่แล้วแทนที่ลูกแก้วจะเข้าฝั่ง กลับหมุนติ้วลอยไกลกว่าเดิม
“สวรรค์! แกล้งข้าใช่หรือไม่ พี่เป่ยเหลียนฝู่เมื่อไรท่านจะมาช่วยข้า” คนบ่นก็บ่นต่อ แม้นางจะพูดดังเท่าไรคนก็ไม่ได้ยินอยู่ดี จะเสียน้ำลายไปทำไมไม่เข้าใจ ว่าแล้วก็ปิดตาลงอีกครั้ง
นางหลับตาเนินนานเท่าไรไม่รู้ รู้ตัวอีกครั้งก็ตอนที่ลูกแก้วขยับ ดวงตาเป่ยเถียนถิงมองตัวเองที่ลอยขึ้นฟ้า แสงสีทองดึงนางเข้าฝั่ง
สวรรค์! นางรอดตายแล้ว ดวงตาเป่ยเถียนถิงมองไปยังคนช่วยชีวิต บุรุษคนนี้แต่งกายด้วยชุดสีแดงเพลิง ผมสีดำ บนหน้าผากมีเขางอกออกมา เมื่อเขารับลูกแก้วไว้ในมือ ถิงเออร์ก็รีบพูดอย่างรวดเร็ว
“พาข้าไปหาท่านเจ้าสมุทร แล้วข้าจะตอบแทนให้ท่านอย่างงาม” ถิงเออร์หยุดก่อนคิดได้ว่า หากนำไปให้บิดามีหวังได้ถูกขังในวังบาดาลหมื่นปีแน่ ไม่ได้การ “ไม่ต้องพาข้าไปหาท่านเจ้าสมุทรแล้ว ช่วยพาข้าไปให้เหลียนฝู่ได้ไหม”
แม้นางจะพูดเท่าไร คนที่ถือลูกแก้วก็ไม่เข้าใจอยู่ดี สิ่งที่เขาเห็นก็มีเพียงฟองอากาศ องค์รัชทายาทฟู่เฉินหลงมองแล้วส่ายหน้า ก่อนจะโยนลูกแก้วลอยกลางอากาศ
“ข้าก็นึกว่าอะไร ที่แท้ก็แค่ปลาในลูกแก้ว เจ้าเป็นของเล่นของผู้ใดกัน”
“ข้าไม่ได้เป็นของเล่น ข้าเป็นบุตรสาวเจ้าสมุทรเป่ยเถียนถิงอย่างไรเล่า ท่านไม่ได้ยินหรือไง” นางเริ่มโมโห แม้ว่าปากจะพูดเท่าไรคนด้านนอกก็หาได้ยินไม่
คนถือลูกแก้วรับลงมาอีกครั้ง มองปลาสีทองที่ดู ๆ ก็น่ารักดี “ช่วงนี้ข้าเบื่อพอดี ถ้าเช่นนั้นก็ตามข้ากลับตำหนักเถอะ”
หา! เป่ยเถียนถิงร้อง ปากค้างกลางน้ำ แต่อีกฝ่ายก็หาได้เข้าใจ รู้แต่ว่าปลานิ่งราวกับต้องการตามเขาไปตำหนัก เป่ยเถียนถิงได้สติก็หมุนตัวกลับไปยังมองที่จัดงานเลี้ยง ดวงตานางเต็มไปด้วยความเศร้า เห็นทีว่านางจะได้อยู่ในลูกแก้วหมื่นปีแน่ พี่เป่ยเหลียนฝู่มาช่วยข้าเร็วเข้า
องค์รัชทายาทฟู่เฉินหลงเดินเข้าตำหนัก ก่อนจะวางลูกแก้วปลาบนโต๊ะ จากนั้นก็มองเจ้าปลาน้อยชั่วครู่ “เจ้าเป็นปลาตัวเมียหรือตัวผู้”
“ข้าเป็นผู้หญิง”
คิ้วองค์รัชทายาทขมวด ใช้นิ้วเคาะลูกแก้วไปมา “น่าจะเป็นตัวผู้”
ตัวผู้ตัวเมียแล้วยังไง ท่านพาข้าไปหาท่านเจ้าสมุทรได้แล้ว นางยอมติดอยู่บาดาลหมื่นปีดีกว่าอยู่กับผู้ชายแปลกหน้า พูดไม่ทันขาดคำบุรุษที่ว่าก็ลุกขึ้นแล้วถอดเสื้อต่อหน้านาง
กรี๊ดดดด เสียงกรีดร้องของเป่ยเถียงถิงดังลั่นลูกแก้ว แต่คนด้านหน้าหาได้สะเทือน มองเห็นเพียงปลาน้อยที่จู่ ๆ ก็ว่ายหนีไปทางอื่น
หรือจะเป็นตัวเมีย! ด้วยความสงสัยเขาจึงเดินไปด้านหน้าปลา แต่เจ้าปลาก็ว่ายไปทางอื่นอีก “เหมือนเจ้าจะไม่ใช่ปลาธรรมดาเสียแล้ว”
ปลานี่ฉลาด แต่คนที่อารมณ์ไม่ดีนึกอยากแกล้งปลาตัวเล็กจึงยกเจ้าลูกแก้วขึ้น “เจ้าเป็นปลาก็ควรอยู่ในน้ำ”
ข้าอยู่ในน้ำแล้ว! ท่านไม่ต้องหวังดี ความหวังดีของเขาทำเอา
เป่ยเถียนถิงเกือบหมดลมหายใจ เพราะอีกฝ่ายเล่นถอดกางเกง นางรีบปิดตาเหมือนจะตายเสียให้ได้ เรียกเสียงหัวเราะจากองค์รัชทายาทฟู่เฉินหลง
“เจ้าน่ารักจริง ๆ แถมคงเป็นปลาตัวเมียเสียด้วย ถ้าเช่นนั้นข้าจะตั้งชื่อเจ้าว่า จินยวี๋”
ข้าเป็นปลามังกรไม่ใช่ปลาทอง ตาท่านถั่วเสียจริง เป่ยเถียนถิงลืมตาข้างหนึ่งเมื่อรู้สึกว่าตัวเองเหมือนลอยในน้ำ และก็เป็นแบบนั้น นางกำลังอยู่ในอ่างกับบุรุษไร้เสื้อผ้า! สวรรค์ท่านแกล้งข้าที่แอบขึ้นสวรรค์ใช่ไหม
มือองค์รัชทายาทกลิ้งลูกแก้วไปมาให้เป่ยเถียนถิงก่นด่าไปหลาย รอบจู่ ๆ เขาก็พูดขึ้นว่า “แม้ข้าจะเป็นถึงองค์รัชทายาท เป็นคนที่อยู่เหนือใต้หล้า อยู่ใต้คน ๆ เดียว แต่ข้าก็หาได้มีสิทธิ์ในการเลือกใช้ชีวิตเลยจินยวี๋ เหมือนกับเจ้าที่ต้องถูกขังอยู่ในลูกแก้วนั่น”
นางควรจะเห็นใจหรือสมน้ำหน้าเขาดีนะ กำลังจะเห็นใจอยู่แล้วองค์รัชทายาทก็ยกตัวขึ้นเพื่อนั่งขอบอ่าง
“เจ้าบ้า!!” ไม่อายข้าก็อายสวรรค์บ้าง แล้วนางจะด่าไปทำไม ด่าไปเขาก็ไม่ได้ยิน ช่างเถอะ นางไม่สนใจแล้ว เป่ยเถียนถิงปิดตาเมื่อเขาวางนางที่อ่างตามเดิม ส่วนตัวเองก็ขัดถูร่างกายอย่างใจเย็น
“เจ้าเบื่อข้าหรือ จินยวี๋”
‘ข้าไม่ได้เบื่อท่าน ข้าชังท่าน บุรุษไร้ยางอาย’
“เจ้าอย่าเบื่อข้าเลย เพราะตอนนี้เจ้าก็มีเพียงข้า”
‘ท่านรีบอาบรีบแต่งตัวได้แล้ว หาไม่ข้าจะกลั้นใจตาย คราวนี้ท่านจะได้อยู่คนเดียวจริง ๆ’
เสียงคนลงน้ำอีกรอบ เป่ยเถียนถิงถึงกับมองด้วยหางตา ก่อนจะสะบัดหน้าหนีไปอีกทาง
“เจ้ากำลังงอนหรือ จินยวี๋”
‘ข้าไม่ได้งอน ข้าชังท่าน’
มือคนถูกชังยกลูกแก้วหมุนไปรอบ ๆ จนเป่ยเถียนถิงยอมแพ้ ยอมหยุดหมุนตัวหนี ประจันหน้ากับบุรุษเอาแต่ใจตรงหน้า
‘จะเอาอะไรกับข้าอีกบอกมา อย่าให้ข้าออกไปข้างนอกได้เด็ดขาด ถึงเจ้าเป็นองค์รัชทายาทก็เถอะ ข้าถิงเออร์หาได้กลัวท่าน”
คนอยู่มาห้าร้อยปี หาญกล้าท้าคนที่อยู่มาห้าหมื่นปี ดูแล้วไม่ธรรมดาจริง ๆ แต่คนอายุน้อยกว่าหาได้กลัวจึงมองอีกฝ่ายตาไม่กะพริบ
“เจ้าน่ารักมากจินยวี๋ เจ้าชอบข้าใช่ไหม”
เป่ยเถียนถิงได้ยินดังนั้นก็พ่นฟองออกมาลูกใหญ่ เรียกเสียงหัวเราะจากคนมองได้ “ข้าชอบเจ้าจินยวี๋” ที่จริงแล้วนางพ่นฟองเพราะโมโหจนพูดไม่ออกต่างหาก ช่างเถอะบุรุษน่าตายเชิญท่านเปิดเผยเนื้อหนังต่อไป
เพิ่งพูดว่าช่างไม่ทันไรเขาก็ลุกขึ้นจากน้ำ ก่อนจะเดินไปหลังฉากหยิบเสื้อผ้ามาแต่งตัว เป่ยเถียนถิงหันหลังให้ มองไปยังฉากตรงหน้า มีรูปมังกรสีทองเด่นสง่าอยู่เบื้องหน้า
“ภาพนั้นข้าได้จากเจ้าสมุทรเมื่อปีที่แล้ว”
อะไรจะบังเอิญขนาดนั้น เพราะภาพที่ว่านางเป็นคนวาดเอง
ตอนนั้นจำได้ว่าพี่เป่ยเหลียนฝู่ไปงานเลี้ยงวันเกิดองค์รัชทายาทก็กลับมาพูดถึงความงามของมังกรสีทอง นางจึงลองวาดมังกรที่ว่าก่อนพี่ชายนางจะขอเพื่อไปมอบให้กับเจ้าตัว นางลืมเรื่องนี้ไปสนิท
เป่ยเถียนถิงมองไปยังเกล็ดมังกรสีทอง นางใช้สีจากเปลือกหอย
ซู่ฉิง เป็นเปลือกหอยที่มีค่ามากที่สุดในวังบาดาล มาถึงตอนนี้นางเริ่มรู้สึกผิด รู้อย่างนี้นางน่าจะใช้เปลือกหอยฉิงฉิง (เปลือกหอยที่ไม่มีค่าที่สุด) แทนดีว่า คนวาดเสียดายเปลือกหอยขึ้นมาแล้ว
องค์รัชทายาทฟู่เฉินหลงวางนางบนเตียง “คืนนี้เจ้านอนกับข้านะ”
นอกจากนางจะได้เห็นผู้ชายเปลือยแล้ว นางยังได้นอนกับผู้ชายอีก สวรรค์ท่านรักข้ามากเกินไปใช่ไหม รําพันไม่ทันจบเขาก็ดึงลูกแก้วไปอยู่ใกล้ใบหน้า จากนั้นก็ใช้มือแตะลูกแก้วตรงแก้มนาง
“จินยวี๋เจ้าเป็นของข้าแล้ว”
ใครเป็นของท่าน!!
คุณอาจจะชอบ





