
เทพสวรรค์บัญชา
ตอน 3
องค์รัชทายาทฟู่เฉินหลงที่หลับไปนานพอสมควรลืมตาขึ้นมองลูกแก้วข้างกาย แม้ปลาจินยวี๋จะอยู่ในลูกแก้ว แต่เขาก็รับรู้ได้ถึงพลังที่อยู่ในตัวปลา แถมมันยังฉลาดรู้เรื่องราวทุกอย่าง คิดว่าคงไม่ได้เป็นเพียงปลาธรรมดาเสียแล้วกระมัง จะทำเช่นไรกับปลาตัวนี้ดีนะ
แต่เมื่อคิดว่าไม่มีใครตามหาก็เอาเป็นว่าเลี้ยงไว้ดูเล่นแล้วกัน คนที่คิดว่าจะหลับลุกขึ้นเดินออกไปนอกตำหนัก เสกสุราดอกท้อขึ้นมาหนึ่งไห จากนั้นก็รินดื่มเพียงลำพัง
เสียงดนตรีในงานเลี้ยงยังคงขับขานดังมาถึงตำหนัก ทำให้เขาเริ่มอารมณ์เสียหนักยิ่งกว่าเดิม มือหนารินสุราครั้งแล้วครั้งเล่าจนกระทั่งได้ยินเสียงฝีเท้าใครบางคนก้าวล่วงเข้ามาในตำหนัก เขาไม่แม้แต่จะเงยหน้าขึ้นมอง
“เจ้ามาทำไม”
คนบุกรุกไม่ได้กลัวเจ้าของตำหนัก กลับนั่งลงบนไม้หินอ่อนตัวเดียวกัน ก่อนจะยกไหสุราขึ้นมารินแล้วยกดื่ม
“การหลบหนีออกมาคนเดียวเช่นนี้หาได้ทำให้เรื่องทุกอย่างดีขึ้น แต่จะยิ่งทำให้แย่ลงต่างหาก”
เจ้าของตำหนักไม่แม้แต่จะมอง “ข้าจะทำอะไรไม่ใช่ธุระที่เจ้าต้องมาสอน อีกอย่างมีเจ้าอยู่ ข้าจะอยู่ทำไม”
คนบุกรุกขมวดคิ้ว “เหตุใดท่านพี่คิดเช่นนั้น ท่านเป็นถึง
องค์รัชทายาทส่วนข้าไม่ใช่ เลิกเอาคำนินทาของเหล่าเทพทั้งหลายมาคิดมากได้แล้ว”
หึ เขาหัวเราะในลำคอ ก่อนหันมองคนตรงหน้า ปีกสีขาวประกายด้านหลังกับเสื้อสีดำทำให้อีกฝ่ายดูน่าเกรงขาม อีกทั้งยังมีนิสัยนิ่งสงบ ยามทำสิ่งใดก็ไม่เคยผิดพลาด ต่างจากเขา
“ข้าไม่เคยใส่ใจและไม่สนใจ จะสนก็แค่เจ้า หากเจ้าอยากได้ตำแหน่งข้า ข้ายกให้ ที่ผ่านมาเจ้าก็ทำเพื่อสิ่งนี้ไม่ใช่หรือ”
“ท่านพี่ ท่านอย่ากล่าวเช่นนี้ ข้าหาได้...”
องค์รัชทายาทฟู่เฉินหลงยกมือห้าม “เฟยอิง เจ้าจะกล่าววาจาอะไรออกมาข้าก็หาได้เชื่อเจ้าอีกแล้ว ความเชื่อใจที่ผ่านมาของข้ากับเจ้านับตั้งแต่นี้จบลง พวกเราต่างคนต่างอยู่”
“ข้าไม่ได้...”
“เจ้าเลิกหาคำมาแก้ตัว อย่างไรเจ้าก็เป็นถึงเทพปักษา ส่วนข้าเป็นเทพมังกร แม้พวกเราจะมีบิดาคนเดียวกันก็ใช่ว่าจะเป็นพวกเดียวกัน เจ้ากับข้าต่างคนต่างอยู่” เขาวางจอกเหล้าเสียงดัง ก่อนจะเดินเข้าตำหนัก
ฟู่เฟยอิงผู้เป็นน้อยชายหมายจะเดินตามเข้าไปข้างใน แต่ก็ถูกเจ้าของตำหนักปล่อยพลังออกมาขวาง ดวงตาฟู่เฉินปรายมองอีกฝ่ายเพียงหางตา จากนั้นก็ใช้พลังปิดประตูเสียสะเทือนตำหนัก
“หากเจ้าเข้ามาอีกโดยที่ข้าไม่ได้เชิญ ครั้งหน้าข้าจะไม่เกรงใจ”
คนถูกพลังซัดจนทรุดอยู่บนพื้นลุกขึ้นเมื่อประตูตำหนักปิดลงแล้ว ดวงตาเขาปิดลงคล้ายกับทำใจ ก่อนหันมองไปบนฟ้า จากนั้นปีกสีขาวประกายก็กางออก เงาฟู่เฟยอิงหายไปกับสายลม
เจ้าของตำหนักเดินมายังเตียงนอนอีกครั้ง ดวงตาก็สะดุดกับเจ้าลูกแก้วกลมตรงหน้าที่บัดนี้ไม่ได้กลมเหมือนเคย แต่กลายเป็นสาวน้อยที่นอนเปลือยเปล่าใต้ผ้าห่มของเขา ใบหูนางมีลักษณะเหมือนครีบปลา
คนที่สามารถขึ้นมาบนสวรรค์ได้โดยที่นายประตูสวรรค์จับไม่ได้จะคงต้องมีพลังในการซ่อนตัวได้พอสมควร สายตาเขามองไปยังลูกแก้วตรงหน้า หรือว่านั่นจะเป็นแก้วมังกรที่ล้ำค่าของวังบาดาล
องค์รัชทายาทหันมามองสตรีที่นอนอยู่ตรงหน้า ได้ยินมาว่า
เจ้าสมุทรเป่ยเจี่ยมีบุตรสาวหนึ่งคน หรือนางจะเป็น “เป่ยเถียนถิง” ฝีเท้าหนักเดินเข้าไปหา ใช้มือแตะแก้มนางที่หลับสนิท แถมยังมีเสียงกรนให้ได้ยินอีกด้วย
ดวงตาเขามองไปยังลูกแก้วอีกครั้ง “ออกมาได้ตอนที่หลับสนิทหรอกหรือ” พูดจบก็หันมองไปยังหญิงสาวอีกครั้ง “น่าสนใจจริง ๆ ดูแล้วลูกแก้วลูกนี้ข้าเริ่มไม่อยากให้ใครแล้วสิ”
เจ้าของเตียงใช้มือแตะแก้มนวล ก่อนจะเลื่อนไล้ไปยังแผ่นหลังเพื่อปลดผ้าห่มที่ห่มกายลงทีละน้อย เขานึกชื่นชมเรือนร่างนางอยู่ในใจ งดงามสมคำร่ำลือ ถึงว่าเจ้าสมุทรเป่ยเจี่ยถึงไม่ยอมให้บุตรสาวออกงานที่ไหนเลย
แม้เขาจะไล้จนผ้าห่มร่นไปถึงเอวบางแล้ว แต่คนหลับก็ยังคงหลับสนิท เขายกมุมปากยิ้ม มองเห็นร่างบางขยับแล้วพลิกตัวนอนหงาย
อืม ด้านหลังว่างดงามแล้ว ด้านหน้างดงามยิ่งกว่า โดยเฉพาะดอกปทุมที่เด่นหรา คนที่ดื่มสุรามาหลายไหเริ่มจะเมาภาพตรงหน้าเสียแล้ว มือเขาแตะลงกลางอก จากนั้นก็วนเวียนรอบปทุม ร่างบางเหมือนรำคาญจึงขยับตัว แต่ยิ่งขยับเขาก็ยิ่งเมามายมากกว่าเดิมหลายเท่าตัว
องค์รัชทายาทฟู่เฉินหลงรอคอยอย่างใจเย็น เมื่อร่างบางสงบนิ่งเขาก็แตะฝ่ามือลงบนปทุมงาม นอกจากจะงดงามแล้ว ขนาดยังใหญ่กว่าฝ่ามือเขาเสียอีก เต็มไม้เต็มมือจนอยากสัมผัสให้ลึกซึ้งกว่าเดิม ว่าแล้วเจ้าของเตียงก็ถอดเสื้อออกเหลือเพียงกางเกงชั้นในสุด ก่อนจะก้าวขึ้นเตียงให้เบาที่สุด จนถามตัวเองในใจว่าตกลงเตียงนี้ของใครกันแน่
เมื่อคิดว่าเป็นเตียงเขา ส่วนนางเป็นผู้บุกรุก แล้วเจ้าของเตียงจะไม่ลงโทษได้เช่นไร เจ้าของเตียงล้มตัวนอนแล้วหันมองหญิงสาว ดูเหมือนนางจะให้ความร่วมมือ ร่างบางหันข้างมาทางเขาจากนั้นก็ยกมือขึ้นกอดเอว เนื้อนุ่มขยับเข้าหาแล้วซบใบหน้าตรงอก
เขาไม่ใช่พระอรหันต์ที่จะทนสภาพแบบนี้ได้ หรือว่าจะปลุกนางดี จากนั้นก็เล่นผีผ้าห่มสักสองสามรอบ แต่คิดไปคิดมาน่าจะไม่ดี หากนางตื่นขึ้นมาแล้วกลายเป็นปลาอีกรอบ ราตรีนี้คงหมดสนุก
“จินยวี๋ เจ้าเป็นปลาที่น่าสนใจมาก” คนพยายามข่มใจต้องหมดความอดทนอีกรอบเมื่อร่างบางขยับตัวอีกครั้ง คราวนี้ใบหน้านางอยู่ใกล้เพียงนิด เขามองริมฝีปากอิ่มตรงหน้าก็ก้มลงจูบอย่างระวัง
เขาไม่ใช่คนไม่เคย ต้องมาทำตัวลับ ๆ ล่อแบบนี้ช่างน่าขันยิ่งนัก แม้จะนึกว่าตัวเอง แต่เขาก็พอใจกับริมฝีปากอวบอิ่ม และยิ่งพอใจก็ยิ่งอยากได้อีก ตอนนี้มือเขาเลื่อนไล้ไปยังดอกปทุมที่ปรารถนา เมื่อเริ่มลูบไล้ ริมฝีปากก็เริ่มเอาแต่ใจ ส่งลิ้นเข้าไปพยายามเปิดปากนาง
อืม ปลาตัวนี้อร่อยกว่าปลาที่เขาเคยได้กินมาหลายหมื่นปี กลิ่นสุราของคนเมาทำคนหลับเริ่มได้สติ สตรีที่ใกล้จะถูกกินไปครึ่งค่อนตัวลืมตาขึ้น
คนมัวเมากับปลานิ่งแข็งกลางอากาศ เขารู้สึกถึงริมฝีปากตัวเองที่อยู่บนหมอน ดวงตาหันมองลูกแก้วก็พบว่านางกลายเป็นปลา และกำลังตาแป๋วมองท่าทางประหลาดของเขาอยู่พอดี
เป่ยเถียนถิงที่ได้สติมองคนบนเตียง เขาทำอะไรเหตุใดถึงได้ก้มลงจูบหมอน ดู ๆ ไปแล้ว องค์รัชทายาทฟู่เฉินหลงเหมือนคนสติไม่เต็ม นางหัวเราะออกมาเป็นฟองอากาศ อย่าถามว่าคนที่ถูกขัดอารมณ์ตอนนี้มีสีหน้าอย่างไร
ไม่ได้การพรุ่งนี้เขาจะต้องสืบว่าทำเช่นไรจึงจะเอานางออกจากลูกแก้วได้ คนหมายอยากกินปลาหงุดหงิดอารมณ์เสีย เขาลงจากเตียง คิดจะไปอาบน้ำดับร้อนเสียงด้านหน้าตำหนักก็ดังขึ้น
“องค์รัชทายาทพ่ะย่ะค่ะ”
เหตุใดวันนี้จึงมีคนมารบกวนเขาไม่หยุดหย่อน ชายหนุ่มเดินไปได้สองก้าวหมายจะเปิดประตู แต่ฉุดใจคิดขึ้นมาก่อนจึงเอ่ยถามอีกฝ่าย “มีเรื่องอะไรกัน”
“เจ้าสมุทรเป่ยเจี่ยพ่ะย่ะค่ะ กำลังตามหาลูกแก้วปลาที่ทำหล่นหายไป แต่หาจนทั่วทุกตำหนักแล้วก็ไม่พบ ตอนนี้เหลือเพียงตำหนักไทจื่อเท่านั้น”
เขาหันมองลูกแก้วปลาตรงหน้า ปลาน้อยกระดี๊กระด๊ากระโดดดีใจยกใหญ่ คนที่ทำให้เขาอารมณ์เสียยังไม่รู้โทษอีก จะทำเช่นไรดีนะ คิดแล้วเขาก็เดินไปหยิบลูกแก้วมาซ่อนไว้ในเสื้อ
“เจ้าทำอะไรน่ะ ท่านพ่อมาหาข้า เจ้ามอบข้าให้พวกเขาเร็วเข้าสิ”
ตอนนี้ปลาในลูกแก้วมองไม่เห็นอะไรแล้ว แม้โวยวายเสียงดังก็ไม่ได้ดังออกมาให้ใครได้ยิน เขาเปิดประตูตำหนักแล้วก็พบกว่าตอนนี้ไม่ได้มีเพียงทหาร แต่ยังมีเจ้าสมุทรเป่ยเจี่ยพร้อมกับพี่ชายของนาง
เป่ยเหลียนฝู่
“รบกวนไทจื่อแล้ว ข้าขอค้นตำหนักได้หรือไม่”
“บอกจะค้นก็ค้นได้เช่นนั้นหรือ เหตุใดจึงสงสัยข้า”
“มีเทพสวรรค์ท่านหนึ่งมองเห็นท่านถือลูกแก้วเอาไว้ แต่ก็ไม่แน่ใจว่าจะใช้ลูกแก้วดวงเดียวกันหรือเปล่า”
เทพสวรรค์ท่านหนึ่งอย่างนั้นหรือ ดวงตาเขากวาดมองไปรอบ ๆ อย่างคนหาเรื่อง ในใจก็ได้แต่อาฆาต อย่าให้เขาเจอเทพสวรรค์คนนั้นเด็ดขาด เจ้าของตำหนักล้วงมือเข้าไปในเสื้อ จากนั้นลูกแก้วใสอีกดวงก็ปรากฏ เขามันหยิบออกมา “เจ้าหมายถึงลูกนี้หรือเปล่า”
เจ้าสมุทรเป่ยเจี่ยมองไปยังลูกแก้วใสตรงหน้าที่ปราศจากตัวปลาก็ส่ายหน้า “พวกเราเสียมารยาทหวังว่าไทจื่อจะให้อภัย”
เป่ยเหลียนฝู่ขมวดคิ้ว “แต่ว่าพวกเรายังไม่ได้ค้นด้านในเลย”
ตอนนี้เจ้าของตำหนักยกคิ้วขึ้นอย่างไม่พอใจ เจ้าสมุทรเป่ยเจี่ยก็ยิ่งห้ามปรามบุตรชาย “หุบปาก ไทจื่อบอกว่าไม่เห็นก็คือไม่เห็น กลับ!”
“เสด็จพ่อแต่ว่า” เป่ยเหลียนฝู่ยังคงไม่ยอมจนทำให้เจ้าสมุทร
เป่ยเจี่ยถึงกับพูดเสียงดัง “หากนางเป็นอะไรข้าจะขังเจ้าหมื่นปีเหลี่ยนฝู่”
ครั้งนี้เสด็จพ่อโกรธจริง ๆ คนหาเรื่องที่คิดจะขยับตัวก็เลยนิ่งสงบ ค่อยหาวิธีอื่นหลบหนีแทนการพบตัวจะดีกว่า หากท่านพ่อพบนางที่อื่นบางทีพี่เหลียนฝู่อาจจะไม่โดนโทษหนัก
แต่หากพวกเขาพบว่านางอยู่ตำหนักไทจื่อ ครานี้เห็นทีว่าชื่อเสียงของนางคงบ่นปี้ไม่มีเหลือ ทุกอย่างสงบลงดังเดิม เมื่อเจ้าของเสื้อหยิบลูกแก้วขึ้นมาก็พบว่าปลาจินยวี๋ไม่ร่าเริงเหมือนเก่า
“เหตุใดทำสีหน้าเช่นนั้นจินยวี๋ ข้าบอกว่าเจ้าเป็นของข้า ฉะนั้นไม่ว่าก่อนหน้าเจ้าจะเป็นของใครข้าก็ไม่สน”
คนนิสัยไม่ดี เป่ยเถียนถิงหันไปก่นด่าหลายรอบ แต่คนพูดก็เห็นเพียงฟองอากาศลอยเต็มลูกแก้ว จากที่อารมณ์ไม่ดีก็หายเพราะการกระทำของนาง
ทางด้านเจ้าสมุทรเป่ยเจี่ยเดินมาถึงด้านนอกประตูสวรรค์
เป่ยเหลียนฝู่ก็ยังยืนยันคำเดิมว่า “ลูกรับรู้ถึงกระแสจิตของนางได้ นางต้องอยู่ที่นั้น”
“อยู่ที่นั้นแล้วเจ้าทำอะไรได้ เจ้าไม่เห็นหรือว่าไทจื่อทำสีหน้ายังไง”
เป่ยเหลียนฝู่มีสีหน้ากังวลกว่าเดิม “หมายความว่า”
“นางอยู่ในนั้น และไทจื่อไม่ปรารถนาให้นางกับพวกเรา แม้พ่อจะเป็นเจ้าสมุทร ไหนเลยจะสู้ไทจื่อบนสวรรค์ อย่างไรพวกเราก็ไม่อาจกระทำบุ่มบ่ามได้ ต้องหาวิธีอื่น”
“แล้วจะทำเช่นไรดีพ่ะย่ะค่ะเสด็จพ่อ”
ดวงตาคนเป็นพ่อหันมองตำหนักสีทอง ก่อนหันหลังกลับ
“กลับวังบาดาล ก่อนจะหาวิธีช่วยนางเจ้าก็เตรียมตัวรับโทษด้วย”
อันว่าชะตา ไม่ว่าเขาจะฝืนเท่าไรก็ไม่อาจพ้น เป่ยเถียนถิงลูกรักจากนี้ต่อไปก็แล้วแต่ตัวเจ้าแล้วกัน
คนถูกตัดหางปล่อยสวรรค์หันมองไปรอบ ๆ นางงอนเจ้าของตำหนักอยู่หลายวัน แต่คนตัวโตก็หาได้สำนึก ยามนางตื่นเขามักจะอารมณ์ดียิ้มกว้างเหมือนคนมีความสุขทุกครั้ง เขาบ้าไปแล้ว
คนได้นอนกอดร่างเปลือยเปล่าทุกคืนมีหรือจะสำนึก ทุกเมื่อเชื่อวันที่ผันผ่านเขาอยากให้เป็นกลางคืนตลอดเวลา
“จินยวี๋ ไม่สิต้องเรียกเจ้าว่าถิงเออร์”
ใครให้เจ้าเรียกชื่อเล่นข้า ข้าไม่อนุญาต คนไม่อนุญาตพูดได้แค่ฟองอากาศส่วนคนอยากเรียกก็เรียกไม่หยุดปาก “ถิงเออร์ข้าอยากให้ถึงกลางคืนเร็ว ๆ”
ทำไมต้องกลางคืน คนเป็นปลาไม่เข้าใจ ได้แต่มองอีกฝ่ายยิ้มอย่างมีเลศนัย จากนั้นก็ใช้มือเคาะลูกแก้วแล้วเอาแต่พูดว่า “เจ้าเป็นของข้าแล้วถิงเออร์”
เขาบ้าไปแล้ว เสียสติไปจริง ๆ นางต้องหาวิธีหนีจากไทจื่อสติเสียคนนี้ให้จงได้
ยามราตรีที่ดวงตะวันลับขอบฟ้าบนสวรรค์หรือจะอะไรก็ช่าง ตอนนี้เจ้าปลาน้อยเริ่มหลับใหล คนที่ถือหนังสือในมือหาได้มองอักษรตรงหน้า แต่กำลังลุ้นว่าเมื่อไรร่างกายงามจะปรากฏออกมาอีกครั้ง
เสียงหัวใจเขาเต้นไม่เป็นจังหวะ การได้เห็น แต่ไม่อาจครอบครอง ได้แค่มอง แต่ไม่อาจกระทำการใดได้นอกจากลูบคลำ ยิ่งทำให้เขาปรารถนาในตัวนางมากขึ้นทุกวัน ๆ จนตอนนี้เริ่มจะไม่ทน
เพียงไม่นานนางก็ปรากฏกาย บัดนี้ร่างเปลือยเปล่ามาอยู่ตรงหน้าอีกครั้ง เขาวางหนังสือในมือก่อนจะเดินเข้าไปหยิบผ้าห่มแล้วสอดกายเข้าไปเช่นเคย
เขาค่อย ๆ กินร่างอุ่นเนื้อนุ่มหอมตรงหน้าทีละคำอย่างแผ่วเบา ริมฝีปากหนาแตะสัมผัสหน้าผาก เลื่อนไล้มายังแก้มหอมกลิ่นเนื้อนวลให้ต้องกลั้นใจ หากเขาทำการให้นางได้สติอีกคงได้ระบายอารมณ์กับตัวเอง รู้ถึงไหนอายถึงนั่น
แต่ดูเหมือนคนเนื้อนุ่มจะไม่ให้ความร่วมมือ ใบหน้านั้นผินไปทางซ้ายทำให้เขาเห็นเพียงครึ่งเดียว องค์รัชทายาทฟู่เฉินหลงใช้มือปัดเรือนผมนางไปด้านหน้าก่อนจะก้มลงจูบบ่าอย่างแผ่วเบา
จู่ ๆ ความรู้สึกอยากกินปลาก็เกิดขึ้นอีกครั้ง เขาส่งลิ้นออกจากปาก ค่อย ๆ เลียไปตามผิวนวล ความอุ่นของลิ้นทำร่างบางขยับกลับมา เขาอาศัยจังหวะนั้นฉกริมฝีปากประกบ แทรกลิ้นคืบคลานเข้าไปในปากอีกฝ่าย เสียงครางจากคนหลับดังขึ้นอย่างขัดใจ คนกระทำจึงนิ่งค้างไว้เพียงครู่
เมื่อร่างบางสงบ เขาก็ค่อย ๆ ถอนริมฝีปากแล้วพรมจูบลงเรื่อยลงไป เรือนร่างนวลขยับทุกครั้งที่เขาเผลอจูบด้วยความปรารถนาแรงกล้า หมายมั่นให้นางได้หลุดจากพลังลูกแก้วมังกร
ไม่ได้การหากเขายังนิ่งเฉยเช่นนี้เห็นทีคงได้ขาดใจตายแน่
องค์รัชทายาทลุกขึ้นยกผ้าห่มขึ้นมาห่มเนื้อนวลตรงหน้า ก่อนจะเดินออกจากตำหนักอย่างรวดเร็ว
ต้องมีวิธีแก้ ยังไงก็ต้องหาให้พบ คงเพราะมีความมุ่งมั่นที่จะกินปลา เขาจึงเดินผ่านฟู่เฟยอิงโดยไม่สนใจจะหันมองแม้แต่นิด
เทพปักษาฟู่เฟยอิงมองพี่ชายตน สามสี่วันมานี้อีกฝ่ายแทบไม่ออกจากตำหนัก ครั้นออกมาก็ทำหน้าเหมือนจะตาย มีสิ่งใดรบกวนจิตใจพี่ชายตนกันแน่ ด้วยความสงสัยเขาจึงเดินตามไทจื่อไป
ไม่นานก็พบจุดหมายขององค์รัชทายาทฟู่เฉินหลง
“หอสมุด” มีสิ่งใดที่พี่ชายเขาต้องการจนต้องมาค้นหาด้วยตนเอง ครั้นเทพเฝ้าหอถามอีกฝ่ายก็เอาแต่ปิดปากไม่พูดไม่จา
“ออกไปให้หมด หากข้าไม่สั่งก็ห้ามใครเข้ามา”
ประตูหอสมุดปิดลงแล้ว คนที่แอบตามมาเลยต้องหลบซ่อนตัวเพื่อเฝ้าดูอีกฝ่าย เขากำลังค้นหาอะไรกันแน่ ปกติแล้วแม้ว่าไทจื่อจะอารมณ์ร้อน แต่ก็ไม่ได้หยาบคายถึงขนาดขว้างปาข้าวของ
ไม่ต้องนึกถึงสภาพหอสมุด ตอนนี้ไม่เหลือเค้าเดิม หนังสือถูกโยนกระจัดกระจายไปทั่ว คิดว่าหากเทพหอมาเห็นคงลมจับ พี่ชายตนรื้อค้นนานหลายชั่วยาม ก่อนจะยืนตะลึงกับหนังสือเล่มหนึ่ง ชายหนุ่มหัวเราะร่าแล้วออกจากหอ
ฟู่เฟยอิงมองอีกฝ่ายเดินออกไปจนสุดสายตาแล้วจึงเดินเข้ามาในหอเพื่อดูหนังสือเล่มที่ว่า เขายกมันขึ้นอ่าน “วิธีแก้ผลึกแก้วมังกร”
แก้วมังกรเป็นของล้ำค่าในวังบาดาล เมื่อสองสามวันก่อน
เจ้าสมุทรเป่ยเจี่ยก็ออกค้นหาลูกแก้วมังกรจนแทบจะพลิกสวรรค์เป็นนรก แต่ก็ไม่เจอ หรือพี่ชายเขาจะรู้ว่าอยู่ที่ใด
ดวงตาเขาไล่อ่านบรรทัดถัดไป หากผู้ใดได้ครอบครองแก้วมังกร และสามารถปลดผลึกแก้วมังกรได้สำเร็จ คนที่ได้ครอบครอบลูกแก้วนั้นก็จะไม่มีผู้ใดต่อกรได้แม้แต่เง็กเซียนฮ่องเต้ มือเขากำหนังสือแน่น อีกฝ่ายเป็นถึงไทจื่อ เป็นรองเพียงหนึ่ง อยู่เหนือสี่ภพ มีอำนาจถึงเพียงนี้แล้ว
เหตุใดจึงต้องการเหนือกว่าคนที่อยู่สูงที่สุดอีก
ไม่ได้การเขาจะต้องจับตาดูอีกฝ่าย ฟู่เฟยอิงทิ้งหนังสือแล้วออกจากหอสมุด สวนทางกับเทพหอสมุดที่กำลังจะทักทาย แต่พอเดินเข้าไปพบสภาพหอสมุดที่ตัวเองดูแลก็เป็นหงายหลังล้มตึงทันที “ไทจื่อ
คุณชายรองเฟยอิง พวกท่านเล่นอะไรกัน”
คนจับผิดยังคงติดตามองค์รัชทายาทฟู่เฉินหลงไปยังตำหนัก ตัวตำหนักที่องค์รัชทายาทผลึกเอาไว้ ทำให้เท้าของคนติดตามชะงัก ฟู่เฟยอิงหันมองปีกตัวเอง จากนั้นถอนขนมาหนึ่งเส้นแล้วสั่งให้ลอยติดไปกับเสื้อเจ้าของตำหนัก
ภาพสะท้อนจากเงาปรากฏตรงหน้าให้เห็นสตรีนางน้อยผู้หนึ่งนอนอยู่บนเตียงเจ้าของตำหนัก องค์รัชทายาทนั่งลงก่อนจะยกผ้าห่มขึ้นแล้วใช้มือลูบไล้คอหงส์ คราวนี้เขาไม่ได้เบาแรงเพราะจงใจให้อีกฝ่ายได้สติ เมื่อนางลืมตา เขาก็ก้มลงจูบอย่างรวดเร็วจากนั้นร่างนวลก็สลายหายไปในลูกแก้วดังเดิม
คนถูกจูบโวยวายเป็นฟองอากาศ ส่วนคนจูบยกยิ้ม หยิบลูกแก้วขึ้นมาใส่เสื้อตัวเอง ก่อนจะหยิบดาบคู่กายแล้วออกจากตำหนักอีกครั้ง
คนแอบมองได้แต่ลำดับเหตุการณ์ เรื่องนี้ช่างน่าสงสัย เหตุใดสตรีนางนั้นถึงได้อยู่ในลูกแก้ว แล้วเหตุใดลูกแก้วมังกรถึงได้มาอยู่ในตำหนักของอีกฝ่าย ความเป็นมาของสตรีนางนั้นต้องไม่ธรรมดาแน่ เพราะทำให้พี่ชายตนร้อนรนได้ถึงเพียงนี้
คนที่เขาติดตามเดินไปถึงประตูสวรรค์กับโลกมนุษย์ จากนั้นก็กระโดดเข้าไปในประตูดังกล่าว คนที่อยากรู้จึงกระโดดเข้าไปเช่นกัน
ลมพัดผ่านมาวูบหนึ่ง เทพเจ้าจันทราปรากฏกายขึ้น ยกมือคำนวณแล้วถอนใจ ถึงเวลาที่พวกเขาจะต้องเผชิญชะตารักแล้ว หากแต่รักครั้งนี้จะแลกมาด้วยสิ่งใดมีเพียงสวรรค์เท่านั้นที่รู้
คุณอาจจะชอบ





