
ใจคุณร้ายดังเขาว่า
ตอน 2
บทที่ 1
ไม่คิดมองใครอื่น
“พ่อมึงสร้างเรื่องอีกแล้วไอ้เมือง”
ประโยคที่ถูกเปรยขึ้นอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ยเรียกสายตาของหนุ่มแว่นนามว่าไมยราพให้หันไปมองทางต้นเสียง ที่เป็นทั้งเพื่อนสนิทและยังทำงานกับเจ้านายคนเดียวกัน ในตำแหน่งเดียวกันอีกด้วย “อะไร”
ไตรทศเพียงแค่ส่งสมาร์ตโฟนเครื่องบางของตนให้เพื่อน โดยที่อีกฝ่ายก็วางมือจากงานตรงหน้ามาคว้าไปถือไว้อย่างรู้งาน
วันนี้เป็นที่ทราบกันดีว่า ‘เจ้านาย’ หรือก็คือ ‘พ่อ’ ที่พวกเขาพาดพิงถึงนั้นมีงานให้ไปร่วมตั้งแต่ช่วงสายของวัน ใครที่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องก็ไม่ได้ติดตามไปด้วย อย่างพวกเขาสองคนที่เป็นผู้ชำนาญการประจำตัวสส. มักจะจัดการเกี่ยวกับงานของสภา ส่วนนั้นจึงไม่ใช่หน้าที่
ด้วยเหตุนั้นจึงไม่ได้ติดสอยห้อยตามไปด้วย แต่ก็ได้รับรู้ข่าวสารทุกอย่างเนื่องจากมีเหยี่ยวข่าวประจำสำนักงานสส. เซียง ที่ไม่มีสส. เซียงในนั้นคอยรายงานทุกความเคลื่อนไหว
ลูกนอกไส้ของนักการเมืองท่านหนึ่ง (8)
คุณอ่ำส่งรูป
คุณอ่ำ: พ่อใครครับ รถอ้อยคว่ำเรี่ยราดมาก
รูปถ่ายของสัตรายามยื่นมือไปรับกลีบกุหลาบจากน้องนางรำถูกส่งมาให้ทุกคนเชยชมโดยฝีมือของอนันต์ หนุ่มวัยสามสิบเอ็ดที่ดำรงตำแหน่งผู้ช่วยสส. โดยอยู่ในแผนกสร้างภาพ มักจะตามถ่ายรูปการทำกิจกรรมของเจ้านายไปลงโซเชียลมีเดีย ซึ่งก็ไม่ใช่ทุกรูปที่จะลงได้ อย่างรูปนี้เห็นทีต้องเป็นความลับ
ไมยราพเพียงแค่บิดยิ้มแล้วส่งมือถือคืนแก่เจ้าของ
ไตรทศที่รับเครื่องมือสื่อสารมาถือไว้ก็เอ่ยอย่างนึกเสียดาย “มีแค่เราสองคนที่ไม่ได้เห็นนักล่าออกหากิน”
“พอเถอะ กูเหนื่อยจะเห็น”
เจ้านายของพวกเขานั้นฉากหน้าเป็นนักการเมืองหนุ่มดาวรุ่ง แม้จะมีอายุน้อยเมื่อเทียบกับคนอื่นๆ ในสนาม ทว่ากลับพาตัวเองมาโลดแล่นอยู่หัวตาราง ฐานะ รูปร่าง ความสามารถล้วนเป็นที่น่าชื่นชม สัตราในฐานะสส. เซียงนั้นนิยามได้ว่าไร้ที่ติ
แต่ฉากหลังเป็นเพียงสัตรา เจียรโณทัย บุตรชายคนโตของท่านพิศาลและคุณหญิงพิมพิมาน ที่เติบโตมาบนกองเงินกองทอง ความลำบากคืออะไร เขาจำเป็นต้องรู้จักมันด้วยหรือในเมื่อตระกูลเจียรโณทัยรวยเป็นหมื่นล้านปลายๆ ที่คาดเดาว่าในอีกไม่กี่ปีข้างหน้าคงแตะหลักแสนล้านได้ ติดอันดับมหาเศรษฐี TOP 10 ของเมืองไทยด้วยซ้ำ
และเขาเป็นลูกคนโตที่ทำตัวดีจนใครๆ ก็โอ๋ นั่นแลกมาด้วยนิสัยที่ลูกคนรวยพึงมี ซึ่งสัตราก็มีมันเต็มกระบุง
สำคัญเลยเขาเป็นผู้ชายที่ใช้ผู้หญิงเปลืองยิ่งกว่าเงิน
ทว่าไม่ยักจะมีข่าวเสียๆ หายๆ ถึงพฤติกรรมด้านลบเผยแพร่สู่สาธารณะ อาจจะเพราะผู้หญิงทุกคนที่นอนกับเขาได้รับผลตอบแทนค่อนข้างสูง และทุกครั้งก็เกิดจากการยินยอมของทั้งสองฝ่ายจึงไม่มีประโยชน์ให้ออกมาสาดโคลนสร้างข่าวไม่ดีใส่กัน ด้วยมีประโยชน์ด้วยกันทั้งคู่
ในสายตาของเหล่าผู้ติดตามทั้งแปดของสส. นั้นมองว่าสัตราไม่ใช่คนเลว...แต่เขาก็ไม่ใช่คนดีเช่นกัน
นักการเมืองไม่ได้มีสองบุคลิก ก็แค่รู้ว่าควรใส่หน้ากากอย่างไรเพื่อเข้าสังคม
ไตรทศเปรยขึ้น “แต่น้องนางรำนี่ยังดูเด็กอยู่เลย พ่อมึงอีกไม่กี่ปีจะสี่สิบแล้ว กูคงไม่ตกงานมั้ง”
“ว่าไปนั่น”
เพราะหากสส. ที่ขึ้นตรงด้วยประพฤติผิดจนต้องสิ้นสภาพ พวกเขาไม่ว่าจะเป็นพี่คนโตของกลุ่มอย่างวสุ ที่ดำรงตำแหน่งผู้เชี่ยวชาญประจำตัว ซึ่งทำหน้าที่ให้คำปรึกษาที่เป็นประโยชน์แก่ตัวสส.
ตัวเขาและเพื่อนสนิทเช่นไมยราพ รวมไปถึงผู้ช่วยสส. อีกห้าหน่ออย่าง ลิขิต แผนกจัดการงานของพรรค คมชาญ ประสานงานและดูแลเรื่องลงพื้นที่ อนันต์ เด็กฟิล์มที่ทำหน้าที่สร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้แก่เจ้านาย ส่วนสดายุนั้นเบ็ดเตล็ด ทำตั้งแต่สากกะเบือยันเรือรบ นายสั่งให้ดำน้ำต้องถามว่าให้ดำลึกแค่ไหน และยังมีตำแหน่งเป็นน้องชายแท้ๆ ของวสุอีกด้วย
สุดท้ายคือเขมราฐ คู่หูน้องเล็กกับสดายุ หมอนั่นต้องว่างเสมอเพราะมีหน้าที่ขับรถให้เจ้านาย
ก็ถ้าสัตราทำตัวไม่ดี รายนามทั้งหมดนี้ก็คงจะถูกปลดไปตามระเบียบ
คงได้ขอข้าววัดกินกันบ้างล่ะ
ไมยราพกล่าวขึ้น ไตรทศจึงโยนความคิดในหัวทิ้งไป “แต่นายไม่ใช่คนสะเพร่า มึงก็รู้ว่าถ้าเขาไม่รอบคอบคงไม่มีภาพลักษณ์ใสสะอาดอะไรมาได้อย่างทุกวันนี้หรอก ป่านนี้ฉาวโฉ่รายวันไปแล้ว จะนอนกับใครทีๆ ขอดูยันบัตรประชาชน แม้แต่กับเด็กในเลาจน์ที่คัดมาแล้วยังมิวาย พ่อมึงน่ะ รอบคอบปานนั้นเลยแหละตง กับเด็กนี่ก็คงเหมือนกัน แต่ว่า...”
ไตรทศหรี่ตาแคบ กล่าวย้ำ “ว่า?”
“เหยื่อจะยอมให้ล่าหรือเปล่าแค่นั้นเอง เขาเป็นนางรำไม่ใช่เด็กเลาจน์ เดินดุ่มๆ ไปดีลได้โดนชฎาแทงไส้ทะลุแน่”
คนฟังเปิดปากหัวเราะพอเป็นพิธีก่อนดึงความสนใจกลับมาที่งานตรงหน้า เพราะใกล้จะถึงการประชุมสภาแล้ว ซึ่งการเตรียมเอกสารและอื่นๆ อีกมากมายสารพัดอย่างนั้นอยู่ในขอบเขตหน้าที่ของผู้ชำนาญการประจำตัวสส. อย่างพวกเขาทั้งสองคน
.
.
.
ขบวนเบนท์ลีย์ทั้งสามของสส. เซียงเคลื่อนตัวออกจากบริเวณศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์เพื่อกลับไปพักผ่อนที่เพนท์เฮ้าส์ใจกลางเมืองเพราะวันนี้ไม่มีตารางงานแล้ว นอกจากคืนนี้ที่จะไปเยือน Fairyland Exclusive Club สักประเดี๋ยว
“ขั้ว เดี๋ยวเสร็จธุระแล้วกลับไปพักผ่อนซะนะ คืนนี้จะไปเลาจน์ ค่ำๆ ค่อยมารับ”
“ครับนาย”
เขมราฐรับคำหนักแน่น เพราะคำสั่งของนายถือเป็นเด็ดขาด เขามีหน้าที่ปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัดด้วยเป็นแค่ผู้ช่วยและยังมีอายุน้อยกว่าห้าถึงหกปี ต่างกับวสุที่นั่งอยู่เบาะข้างคนขับ เจ้าตัวอายุน้อยกว่าสัตราเพียงหนึ่งปี เรียนด้วยกันมาตั้งแต่สมัยมหาวิทยาลัยจนมาทำงานด้วยกันอย่างทุกวันนี้ เป็นรุ่นพี่ที่ก็เหมือนจะเป็นเพื่อนกลายๆ และด้วยตำแหน่งผู้เชี่ยวชาญจึงค่อนข้างต่างกับผู้ช่วย
บางครั้งวสุก็ดูไม่เหมือนลูกน้องของสัตราเท่าใดนัก
พลขับรับคำไม่กล้าหือ ต่างกับที่ปรึกษาอย่างพี่ใหญ่ในกลุ่ม
“ไม่ใช่ว่าถูกใจน้องนางรำคนนั้นรึคุณเซียง ยังจะไปหาน้องหมาน้องแมวอีก”
ปกติแล้วจะเรียกนายเหมือนคนอื่นๆ แม้จะเป็นเพื่อนรุ่นพี่แต่บทบาทการทำงานก็ยังคงแสดงความเคารพอีกฝ่ายอยู่เสมอ เพียงแต่ตอนนี้มีแค่คนกันเองและวสุอยากสัพยอกเจ้านายจึงกล่าวขานว่าคุณเซียง
น้องหมาน้องแมว...น้องๆ ใน Fairyland Exclusive Club ที่มักจะแต่งตัวเลียนแบบสิ่งมีชีวิตทั้งที่มีอยู่จริงและในโลกเหนือจินตนาการ ให้สมกับเป็นดินแดนเทพนิยายที่ไอ้ผู้ชายสำส่อนข้างหลังชอบไปสุงสิง
ชายหนุ่มที่ถูกค่อนขอดกลายๆ บิดริมฝีปากจนคล้ายจะก่อเกิดรอยยิ้ม แต่มันก็เลือนหายไปในวินาทีเดียวกันนั้น
“ก็แค่สวย ไม่ได้อะไรมาก”
คุณอาจจะชอบ





