
ใจคุณร้ายดังเขาว่า
ตอน 3
นางรำคนสุดท้ายนามว่าอัปสรายกมือขึ้นแนบอกหลังได้รับค่าจ้างที่ได้เป็นส่วนหนึ่งในการแสดงของวันนี้
“ขอบคุณพี่ปอยมากนะคะคิดถึงหนูแล้วให้โอกาสได้มาที่นี่”
“ให้โอกาสอะไรกันล่ะ เรานั่นแหละที่ให้โอกาสพี่” ก่อนผู้ก่อตั้งคณะร่ายดาหลาอย่างปิยอรจะถอนหายใจพรืดใหญ่ “ถ้าวันไหนสะดวกอีกก็มาช่วยพี่หน่อยนะ”
“ค่ะ”
แล้วน้องนางรำก็เดินทางกลับห้องพักหลังเปลี่ยนชุดและร่ำลาเพื่อนพี่น้องคนอื่นๆ เสร็จเป็นที่เรียบร้อย
อัปสราไม่ได้เป็นนางรำประจำของคณะ ในยุคสมัยที่ทุกอย่างเปลี่ยนไปตามกาลเวลา ศิลปะหลายแขนงก็ถูกลดบทบาทของตัวเองลง แม้จะมีอยู่แต่ก็ใช่ว่าเฟื่องฟู หากไม่ใช่เพราะใจรักและมีอันจะกินคงไม่สามารถยึดเป็นอาชีพหลักได้ อย่างที่เธอก็มิอาจทำได้
สาวเจ้าเป็นนางรำของทางโรงเรียนตั้งแต่สมัยประถม ด้วยรูปร่างหน้าตาที่โดดเด่นแม้ไม่ได้ใคร่ที่จะเป็นก็ถูกคุณครูจับไปทำกิจกรรม เมื่อจำเป็นต้องอยู่กับสิ่งนั้นเธอก็ผูกพัน ตั้งแต่เล็กจนโตอัปสราร่ายรำไปนับครั้งไม่ถ้วน
แต่คนที่โดดเด่นในรั้วโรงเรียน พอจบมาทำงานก็เป็นคนจืดจางคนหนึ่งเท่านั้น
จะว่าเช่นนั้นก็คงไม่ถูกนัก อย่างน้อยมันก็ไม่ได้จางจนไร้ตัวตนสำหรับใครบางคนที่เพียรส่งข้อความมาวอแวกันตั้งแต่ช่วงสายอย่างเจ้าของร้านกาแฟหน้าเลือดที่กดค่าแรงของเธอไว้เดือนละหนึ่งหมื่นสองพันบาทถ้วน แต่ให้ทำสารพัดสิ่งทั้งบาริสต้า กราฟิกดีไซน์ แคชเชียร์ รวมถึงทำความสะอาดร้าน ถ้าคนถามว่าทำงานอะไรคงต้องตอบว่าทำตามเจ้านายจะสั่ง เป็นให้เจ้านายทุกอย่างแล้วในค่าจ้างหมื่นสอง
ชาติไหนจะรวยหนอ แต่ก็ดีกว่าจับอาชีพนางรำที่ไม่รู้ว่าแต่ละเดือนจะมีเข้ามากี่งาน ในขณะที่ค่าใช้จ่ายมีทุกเดือนไม่เคยเว้น
นัยน์ตาสีน้ำตาลเข้มหลุบต่ำลงมองหน้าจอโทรศัพท์ในมือบาง ข้อความจากชยินถูกส่งมาหาอยู่บ่อยครั้ง ซึ่งเธอก็ตอบไปตามมารยาทและเพื่อความอยู่รอดเท่านั้น
Chayin: น้องเชยรำเสร็จหรือยังคะ ให้พี่ใหญ่ไปรับไหม
Cinnamon: หนูกลับเองได้ค่ะ ขอบคุณพี่ใหญ่มากแต่ไม่รบกวนดีกว่า เกรงใจ
Chayin: เกรงใจทำไมคะ ถ้าเป็นเรื่องของน้องเชยพี่ใหญ่คนนี้เต็มใจเสมอค่ะ
ถ้าจะให้ดี เต็มใจที่จะให้เงินเดือนเธอมากกว่านี้ด้วยได้หรือไม่
อัปสราไม่ได้ตอบอะไรกลับไป เลือกจะปิดมือถือแล้วหย่อนมันลงกระเป๋าสะพายราคาหลักร้อย แต่แล้วระหว่างที่สาวเจ้าเดินทอดน่องอยู่ริมถนนเพื่อไปขึ้นรถโดยสาร หางตาก็เห็นขบวนรถหรูขับผ่านไป เธอมองตามจนรถทั้งสามลับไปจากครรลองสายตา แล้วจึงดึงกลับมาที่เดิม
รถประจำตำแหน่งของเธอหาใช่รถคันเล็กๆ พรรค์นั้นหรอก ต้องรถคันใหญ่ๆ มีคนขับให้นั่งต่างหากถึงจะเหมาะสม ไหนยังมีเพื่อนร่วมทางอีกหลายชีวิตเพื่อคลายเหงา
นั่นล่ะ ชีวิตแม่ดอกหญ้าในป่าปูนนามว่าอัปสรา วิจิตรโชติ
Fairyland Exclusive Club มีทางเข้าทั้งหมดสองทาง หนึ่งเป็นทางเข้าด้านหน้าที่ลูกค้าทั่วไปนิยมใช้ ส่วนทางที่สองค่อนข้างมีความเป็นส่วนตัวสำหรับลูกค้าวีไอพี
สัตราเป็นหนึ่งในลูกค้าที่ใช้ทางเข้าที่สอง
ซึ่งทางนี้จะสามารถขับรถมาจอดที่ทางเข้าอาคารในชั้นใต้ดินได้เลย เมื่อล้อรถหยุดหมุนประตูก็ถูกเปิดออกโดยพนักงานของทางเลาจน์ ขายาวตวัดออกไปยืนบนพื้นก่อนก้าวเข้าไปด้านใน เข้าไปอยู่ในลิฟต์แล้วทะยานสู่ชั้นบนสุดซึ่งเป็นแหล่งกบดานของเขากับกลุ่มเพื่อน
ประตูห้องสูทสำหรับสี่ท่านถูกเปิดออกพร้อมการปรากฏตัวของนักการเมืองหนุ่ม ภายในกอปรไปด้วยห้องนอนสี่ห้องและห้องโถงสำหรับทำกิจกรรมร่วมกันไม่ว่าจะปาร์ตี้สังสรรค์หรือพูดคุย นัยน์ตาคมตกกระทบที่ร่างของเพื่อนสนิททั้งสามที่มาถึงก่อนหน้านี้ โดยที่ข้างกายก็มีสาวสวยคอยให้บริการ บ้างก็นั่งตัก แล้วแต่ใครจะสะดวก
เขาแค่นหัวเราะขณะมองไปยังธิปกที่ราตรีมาเยือนได้ไม่กี่ชั่วโมงก็เริ่มจะนัวหญิงอย่างกับพวกของขาด
แกล้งเปรยขึ้นกับลมฟ้าอากาศ “ห้องอยู่ใกล้แค่เอื้อม มีอารยะธรรมหน่อยก็ดีมั้งคุณชายทิศ”
“โผล่หัวมาได้สักที” รชตเป็นฝ่ายเอ่ยทัก ก่อนหันไปทางคนที่ถูกค่อนขอด “มันรอมึงจนเข้าห้องไปแล้วรอบหนึ่ง”
“ก็ไม่ได้ช้าขนาดนั้น มันรีบเอง”
มุมปากของณเรศแง้มขึ้นเล็กน้อย “คนอย่างมึงมันไม่มีความผิดจริงๆ”
สัตราไหวไหล่แล้วเดินไปนั่งลงยังที่ประจำ น้องหมาน้องแมวที่กลายพันธุ์เป็นน้องโคนมก็รีบเข้ามาบริการชงเหล้าเพื่อเอาอกเอาใจ แต่เขารู้ เขาแค่มาผ่อนคลาย พวกเธอก็แค่ทำงาน ณ ที่แห่งนี้มีได้ทุกอย่างยกเว้นความรู้สึกดีๆ ที่ไม่ควรเกิดขึ้น และเขาไม่เคยมีสิ่งนั้นกับพวกหล่อน
“พรุ่งนี้มีบิน คงรีบกลับ”
ธิปกที่ถูกกระทบกระเทียบรีบเอ่ยบอกหลังดึงหน้าออกมาจากนมวัวได้สำเร็จ แล้วจึงยกแก้วที่บรรจุน้ำสีอำพันขึ้นมากระดกเข้าปากรวดเดียว
ท่านสส. เพียงแต่รับฟัง ไม่ได้โต้ตอบอะไร พร้อมกันนั้นมือเรียวของแม่วัวสาวก็เริ่มเลื้อยมาที่ต้นแขนแกร่ง “คุณเซียงล่ะคะ รีบกลับหรือเปล่า”
“คงไม่”
“ก็อยู่สนุกกับเจด้าได้น่ะสิคะ”
มุมปากหยักยกขึ้นคล้ายยิ้ม ก่อนจะมีเสียงของหนึ่งในเพื่อนสนิทดังขึ้น “จำได้ว่าสส. เขตพรรคมึงสอบตกเยอะกว่าที่คาดการณ์ไว้...ใช่ไหม”
เป็นณเรศที่เอ่ยขึ้น นักการเมืองจึงพยักหน้ารับ
ช่วงหาเสียงทางพรรคถูกโจมตีสารพัดอย่างจนเป็นเหตุให้คะแนนความนิยมถดถอยลงไปจนน่าใจหาย แม้จะชนะการเลือกตั้งในสมัยนี้ สมัยหน้าก็ใช่ว่าหนทางจะราบรื่น พื้นที่ที่เคยเป็นฐานเสียงของพรรคมานับสิบยี่สิบปีก็ถูกตีแตก หากไม่มีผลงานมากู้หน้าเห็นทีความฝันที่จะได้นั่งเก้าอี้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังในสมัยต่อไปของเขาอาจจะเป็นจริงไม่ได้
สัตราคว้าแก้วเหล้ามากระดก สำทับไปตามใจคิด “ไทยเจริญกำลังเติบโต พื้นที่ที่เป็นไทยเคยครองอยู่ก็ถูกคนของมันสอยร่วงไปซะเยอะ” แก้วเหล้าถูกโคลงเล็กน้อย “สงสัยว่าบารมีกูจะไม่ถึงเก้าอี้รมต.”
“ไม่อยากปลอบใจ แต่ก็น่าห่วง”
“รู้ เร่งสร้างผลงานอยู่เหมือนกัน”
“สมัยหน้าถ้าพรรคมึงไม่ชนะ หวานปากไอ้พงศ์พัฒน์น่าดู” ณเรศหมายถึงหัวหน้าพรรคไทยเจริญ ซึ่งเป็นพรรคที่ค่อยๆ กลืนกินหัวเมืองได้อย่างแนบเนียน จากพรรคขนาดเล็กกลายเป็นพรรคขนาดกลาง ที่สมัยหน้าคงจะทยานมาเป็นพรรคขนาดใหญ่ ส่วนพรรคขนาดใหญ่อย่างเป็นไทยที่เพื่อนสนิทเขาสังกัดอยู่นั้น น่ากังวลว่าสมัยหน้าจะทยอยสูญพันธุ์เพราะโดนโจมตีทุกวี่วัน “คนที่อยู่ในสนามนี้มานานก็น่าจะมีบ้างที่อ่านเกมออก”
“ไม่ได้ยาก”
“นั่นสินะ ผู้ใหญ่บางคนในพรรคมึงถึงได้แอบไปเจอไอ้พงศ์พัฒน์ถึงเขาใหญ่”
คนฟังนิ่งไปชั่วอึดใจ พยายามคิดทบทวนถึงสิ่งต่างๆ ที่เกิดขึ้นในพรรค “พ้นประชุมสภาจะมีประชุมใหญ่ที่พรรค แว่วๆ มาว่าอาภูมิแกจะรีแบรนด์ บอร์ดบริหารน่าจะเปลี่ยนมือทั้งชุดเพราะอาเขาอยากได้คนรุ่นใหม่มาสู้กับไทยเจริญ”
มือบางของสาวสวยข้างตัวยังคงทำหน้าที่ลูบไล้ไปทั่วกายแกร่ง เพียงแต่ชายหนุ่มไม่มีใจจะใฝ่ฝันถึงเรื่องใต้สะดือ ทั้งที่ปกติแล้วก็ยอมรับว่าสำส่อนตัวพ่อ ถึงกระนั้นก็ไม่ได้ปรามอะไร ปล่อยให้เธอทำตามใจปรารถนา
สส. กล่าวต่อ “พวกอาวุโสคงจะไม่พอใจ ที่จริงพวกนั้นไม่พอใจตั้งแต่ลำดับปาร์ตี้ลิสต์กูขึ้นมาเด่นเกินหน้าเกินตาแล้ว แต่อาๆ บางคนก็ดี ที่ไม่ดีก็มาก และถ้าให้กูเดาว่าคนที่ไปหาพงศ์พัฒน์คือใครก็น่าจะอาจักร”
“ทำไมรู้”
เสียงถอนลมหายใจดังมาเฮือกใหญ่ เรียกสายตาทุกคู่ให้หันไปมองที่รชตเป็นตาเดียว “เชิญคุณเซียงกับคุณไนคุยสาระกันให้เต็มที่นะครับ กูรึก็อุตส่าห์ชวนมาผ่อนคลาย สาวๆ อยู่ตรงหน้ามึงจะยังสนใจงานกันอยู่นั่น”
“อะไรมึงแชมป์ ไม่อยากฟังก็เข้าห้องไป”
“ครับพ่อเซียง งั้นกูปลีกวิเวกไปขึ้นสวรรค์กับน้องโคนมคนสวยก่อนแล้วกัน”
ว่าจบรชตก็พาเด็กของตนเดินแยกเข้าไปในห้องนอน ก่อนธิปกจะเอ่ยขึ้นบ้าง “กูกลับละ เดี๋ยวตื่นไม่ไหวคุณนายแม่กินหัวอีก” เพราะต้องบินไปคุมงานการก่อสร้างโรงงานแห่งใหม่ที่มาเลเซีย เขาจึงไม่อยากเสียงานเสียการไปกับการร่ำสุราและนารี แล้วยกเด็กของตนให้ไปดูแลเพื่อนอีกสองหน่อที่นั่งคุยเป็นจริงเป็นจัง
คล้อยหลังการไปของธิปก บทสนทนาระหว่างสัตรากับหนุ่มไอทีอย่างณเรศก็ดำเนินต่อ
“ก็ลูกชายอาจักรแกสอบตก แต่ก่อนหน้าจะลงเลือกตั้งอาเขาขอให้มันมาเป็นปาร์ตี้ลิสต์ แต่ทางพรรคก็ไม่ยอม จะให้มันลงเขตให้ได้ พอแพ้ก็คงจะผูกใจเจ็บ นี่มีข่าวจะรีแบรนด์อีกก็คงคิดจะย้ายไปซบพรรคอื่นที่ดูทรงแล้วน่าจะเติบโตได้ดีกว่าแหละมั้ง”
“ถ้าจะย้ายจริงก็ต้องคุยกันแต่เนิ่นนี่แหละ สมัยหน้าถ้าพรรคมึงยังได้จัดตั้งรัฐบาล เขาก็อยู่ต่อ ถ้าพรรคมึงแพ้เขาก็มีที่ไป ก็ระวังอย่าให้ข้อมูลพรรคมึงหลุดไปถึงหูฝั่งนั้นได้ แม่งเป็นฝ่ายค้านด้วย”
“อืม ขอบใจมากเรื่องข่าว ไว้กูจะคุยกับอาภูมิ”
หัวคิ้วของสัตราขมวดเข้าหากันแม้ว่าจะมีสาวสวยช่วยโลมเล้าข้างกายถึงสองคน แต่สมองของนักการเมืองกลับคิดถึงเพียงเรื่องที่เพิ่งได้รับทราบจากเพื่อนสนิท เขาหรือก็ระแคะระคายมาพักใหญ่เพราะหมู่นี้จักรวาลมีท่าทีแปลกตาไปหลายอย่าง ผิดใจกับคนในพรรคก็บ่อย คงเพราะเรื่องนี้กระมัง
“แล้ววันนี้ไปไหนมา”
เขาดึงสายตาไปมองผู้พูด “ศูนย์สิริกิติ์ฯ”
คนฟังพยักหน้ารับ “เห็นรูปผ่านๆ เลยถาม”
ท่านสส. ครางรับในลำคอ “อืม” ก่อนเอ่ย “เปิดงานเซรามิกที่เคยบอก ว่างๆ ไปเดินได้ อุดหนุนผู้ประกอบการในประเทศสักหน่อย แต่คุ้มราคาเพราะสวยจริง”
ทว่าเขากลับสะดุดอะไรบางอย่างยามเอ่ยถึงคำว่า ‘สวย’ เพราะนอกจากสินค้าหลากหลายแบรนด์ที่ผุดขึ้นในหัว ยังมีอีกสิ่งหนึ่งที่ไม่ได้ตั้งใจจะนึกถึงผุดขึ้นมาด้วย
คุณอาจจะชอบ





