ติดตาม
ตอน
แชร์
หน้าปกนวนิยาย น้ำผึ้งไร้ปีก

น้ำผึ้งไร้ปีก

เมื่อความบอบช้ำจากรักครั้งแรกบีบให้ชายหนุ่มผู้เพียบพร้อมต้องทิ้งชีวิตหรูหรามาเยียวยาใจในเมืองไทย จนได้พบกับหญิงสาวชาวป่าผู้หนีอดีตอันขมขื่นมาเริ่มต้นชีวิตใหม่ที่เชียงใหม่ ท่ามกลางสายฝนโปรยปรายที่นำพาทั้งคู่มาพบกัน สองหัวใจที่เต็มไปด้วยบาดแผลเน่าเฟะต่างผลัดกันเป็นหมอวิเศษและแสงตะเกียงส่องทาง ก้าวข้ามความต่างทางชนชั้นเพื่อสร้างครอบครัวที่อบอุ่นด้วยความเข้าใจ กลายเป็นยาสมานแผลใจให้กันและกันอย่างสมบูรณ์แบบในท้ายที่สุด
ตอน
แชร์

ตอน 2

น้ำผึ้งอ้ำอึ้งอยู่นานว่าจะพูดขอบิดามารดาดีหรือเปล่า หญิงสาวรู้อยู่แก่ใจแล้วว่าคงไม่มีผลแน่ ‘ถ้าเราไม่พูดไม่ขอจะได้รู้เหรอ’ น้ำผึ้งกลัดกลุ้มในใจอยู่นานก่อนตัดสินใจเอ่ยขอบิดามารดาทันที

“พ่อจ๋าแม่จ๋า ผึ้งอยาก ขะ...ขอ” เธอไม่กล้าที่จะเอ่ยขอทั้งๆ ที่ในใจนึกคำขอมาอย่างดิบดี ใบหน้าของเธอเศร้าลง

“อยากได้อะไรล่ะ บอกพ่อมาสิ” นายคะนึงเงยหน้าอันเหี่ยวย่นตอบผอม เพราะทำงานหนักมองลูกสาวสุดดวงใจ เธอยังนั่งก้มหน้ามือน้อยก็จับช้อนข้าวเขี่ยอาหารในจานสังกะสีไปมา

“ผึ้งอยากเรียน ก.ศ.น พ่อให้ผึ้งเรียนนะ มีเพื่อนหลายคนเลยที่เรียน ดวงใจก็เรียนด้วย...”

สองผัวเมียที่กำลังก้มหน้าก้มตาจัดแจงตักอาหารใส่จานทานกันก็ต้องเงยหน้ามองตากันแล้วถอนหายใจให้กันเบาๆ ทำไมสองผัวเมียจะไม่รู้ว่าลูกสาวสุดที่รักของเขาที่นั่งอยู่ตรงหน้านี้ใฝ่เรียนและอยากเรียนหนังสือมากแค่ไหน หลายครั้งแล้วที่ลูกสาวตรงหน้าเคยขอมาแล้วมากมายจนนับไม่ถ้วน

นายคะนึงและนางบัวมีสีหน้าเป็นกังวล เขาทั้งสองไม่สามารถทำให้ลูกสาวสุดรักได้สมหวังเลย ความสงสารลูกน้อยเกาะกินหัวใจของสองผัวเมียเป็นยิ่งนัก นายคะนึงที่นั่งอยู่ข้างลูกสาวเอื้อมมืออันดำกร้านเป็นสีน้ำตาลลูบบนเส้นผมอ่อนนุ่มของเธอ เเล้วเอ่ยบอกลูกสาวด้วยเหตุผลจำเป็นให้เธอเข้าใจ

“นังหนูเอ๋ย ลูกก็รู้ว่าพ่อกับแม่ไม่มีเงินนะ จะให้พ่อกับแม่ไปหาเงินที่ไหนมาให้ละลูก...”

“ผึ้งอยากเรียนนี่จ๊ะ ค่าสมัครเรียนแค่ 800 บาทเอง ให้ผึ้งเรียนนะพ่อไปยืมเงินแม่น้าลำดวนก่อนก็ได้ เเล้วผึ้งจะทำงานรับจ้างใช้หนี้เอง นะพ่อนะ ให้ผึ้งเรียนนะจ๊ะผึ้งอยากเรียน” เธอหันไปมองบัวด้วยความหวังอันสุดท้าย หญิงสาวต้องการให้มารดาช่วยพูดอีกเแรง

“แม่จ๋า...ผึ้งอยากเรียนให้ผึ้งเรียนนะจ๊ะ...”

“ลูกรักของแม่ ลูกก็รู้ว่าครอบครัวของเราไม่มีเงินเลยนะ ลูกจะให้พ่อบากหน้าไปยืมเงินแม่น้าลำดวนอีกหรือลูก เงินของเก่าที่พ่อไปเอามาก็ยังไม่ได้ใช้คืนแม่น้าลำดวนเลยลูก...”

“แม่!...” เปรยเสียงออกมาแผ่วเบา น้อยเนื้อต่ำใจในโชคชะตา หญิงสาวอดที่จะร้องไห้ไม่ได้ เธอคลานเข้าไปหาอ้อมกอดของมารดาไม่อยากให้บิดามารดาเห็นน้ำตา

หญิงสาวใช้สองแขนโอบกอดเอวคอดบางผอมของมารดาแล้วซบหน้าลงตรงอกเล็กของมารดา นางบัวยกมือขึ้นมาลูบเส้นผมนุ่มนิ่มอย่างปลอบใจ นางก็สงสารลูกสาวจับใจกระซิบกระซาบกับลูกสาว น้ำผึ้งพยักหน้ารับทั้งที่ยังซบหน้าอยู่แบบนั้น หญิงสาวผิดหวังเสียใจและน้อยใจในความจนของครอบครัวแต่เธอก็ไม่เคยคิดโกรธเคืองผู้เป็นบิดามารดาเลยสักครั้งเดียว เธอยิ่งสงสารบิดามารดามากยิ่งขึ้นที่ต้องคอยทำงานหนักหาเงินมาเลี้ยงดูเธอกับน้อง ถ้าไม่มีสองคนนี้เธอกับน้องๆ จะเป็นอย่างไร หญิงสาวพยายามเงยหน้าขึ้นออกจากอกมารดา แล้วรีบหันหน้าหนีไปมองสิ่งแวดล้อมกลางทุ่งนาแม้จะมีน้ำตาเอ่อล้นเบ้าตาดวงโตก็ตาม

เธอกลั้นสะอื้นและกลืนกินคำสะอึกไว้ไม่ให้มีเสียงร้องไห้ออกมาให้บิดามารดารับรู้ เธอพยายามกลั้นน้ำตาที่ไหลออกมา น้ำผึ้งใช้หลังมือปาดน้ำตาลวกๆ ก้มหน้าทานข้าวที่เหลือแล้วจัดแจงเก็บสำรับที่เหลือใส่ปิ่นโตเพื่อเอาไว้ทานตอนเที่ยง หญิงสาวเอาปิ่นโตไปวางไว้กลางกะละมังใบใหญ่ที่มีน้ำเล็กน้อย แล้วเดินออกมาข้างนอกกระท่อมพร้อมกับวิทยุคู่ใจมานั่งข้างมารดาที่กำลังนั่งสานสวิงอยู่ตรงปลายกระท่อม เธอตรงเข้าไปกอดเอวบางของมารดา ก้มศีรษะลงหนุนบนหน้าตักของนางบัว

“ผึ้งรักแม่จ้ะ ผึ้งขอโทษ ผึ้งทำให้พ่อกับแม่ไม่สบายใจต่อไปนี้ผึ้งจะไม่ขอแบบนี้อีกแล้ว...”

“แม่ก็รักลูก รู้นะว่าบ้านเราจน” นางบัวหยุดสานสวิงแล้วก้มหน้าอันดำกร้านมองหน้าลูกสาว

“ต่อไปผึ้งจะไม่พูดไม่ขออีกแล้ว” เธอเงยหน้างามมองมารดาแล้วสะอื้นไห้กับหน้าตักมารดา

“อย่าร้องไห้เลย การเรียนหนังสือเป็นสิ่งมีค่าแต่ในเมื่อเราไม่มีเงินเรียน แม่คิดว่าเราหาวิธีเรียนรู้ด้วยตัวเอง อ่านหนังสือด้วยตัวเองก็ได้...”

“ผึ้งรักแม่จ๊ะ...”

“พ่อกับแม่เรียนจบแค่ปอ.สี่ ถ้าเราใฝ่รู้ หัดอ่านหัดเขียนเราก็จะอยู่ได้” เปรยบอกลูกสาว สงสารลูกสาวก็สงสาร น้ำผึ้งเงยหน้ามองมารดาแล้วลุกขึ้นกอดและหอมแก้มอันดำกร้านของนาง

“เดี๋ยวผึ้งจะออกไปเก็บผักบุ้งงมหอยขมนะจ๊ะ” นางบัวพยักหน้ารับพลางมองหน้าลูกสาวอย่างสงสารจับใจ หญิงสาวยืนตัวตรงไม่ลืมที่จะถือข้องน้อยที่แขวนอยู่บนเสาไม้กระท่อมไปด้วย

“แม่จะไปช่วยเก็บอีกแรงนะ เดี๋ยวเที่ยงมาแดดมันจะร้อนไปทางปลายนาติดกับนาลุงสักนะ แม่เห็นผักบุ้งออกยอดอ่อนเยอะแยะเลยแหละลูก...”

คุณอาจจะชอบ

หน้าปกนวนิยาย ข้ามฟ้ามาเจอรัก
8.9
โชคชะตานำพาคนสองโลกที่ต่างกันสุดขั้วมาพบกัน ดรูฟ บราฮิม อาร์นาฟ การ์ซานฟาร์ ชายหนุ่มผู้เงียบขรึมและเย็นชาดั่งยอดเขาสูง เขาพร้อมทำทุกวิถีทางเพื่อให้ได้ครอบครองสิ่งที่ปรารถนาไม่ว่าจะร้ายกาจเพียงใด โดยมีคำนิยามตนเองว่าเลวทรามยกเว้นเพียงเรื่องบนเตียงเท่านั้น ในขณะที่ เดือนเมษา คือหญิงสาวผู้สดใส เฉลียวฉลาด และช่างพูด เสน่ห์และรอยยิ้มของเธอทำให้ทุกคนหลงรักจนสาวๆ ต่างพากันอิจฉา การพบกันของความมืดมนและแสงสว่างท่ามกลางระยะทางที่ห่างไกลจึงเริ่มต้นขึ้น
หน้าปกนวนิยาย รักต่างวัยของเจ้านายจอมเก๊ก
9.2
นารา หญิงสาววัยยี่สิบปีผู้ซ่อนความบอบช้ำจากการหย่าร้างของพ่อแม่ไว้ใต้รอยยิ้มสดใส เพื่อเป็นเสาหลักให้แม่และส่งน้องชายเรียนหมอ เธอจึงมุ่งหน้าเข้ากรุงเทพฯ ไปหาป้าเพื่อหางานทำ จนได้พบกับภูตะวัน พ่อเลี้ยงเจ้าของไร่องุ่นและโรงงานไวน์วัยสามสิบห้าปี ผู้ครองตัวเป็นโสดและปิดตายหัวใจจากความผิดหวังในอดีตที่ถูกคนรักเก่านอกใจ ทว่าการปรากฏตัวของสาวน้อยมองโลกในแง่ดีคนนี้ กำลังจะทำให้ชีวิตที่แสนเย็นชาของนักธุรกิจหนุ่มกลับมาวุ่นวายและมีชีวิตชีวาขึ้นมาใหม่อีกครั้ง
หน้าปกนวนิยาย รวมเรื่องสั้นแนวนอกใจสามี
8.3
คอลเลกชันรวมเรื่องสั้นแนวโรมานซ์สมัยใหม่ที่เจาะลึกเรื่องราวความสัมพันธ์อันซับซ้อนและผิดศีลธรรม พบกับเหตุการณ์หลากหลายรูปแบบ ทั้งการนอกใจสามี ความลับของความสัมพันธ์แบบ Friends with Benefits หรือความเร่าร้อนในรูปแบบ 3P และ 4P ที่ถูกเก็บซ่อนไว้เป็นความลับสุดยอด โดยแต่ละเรื่องราวจะถ่ายทอดผ่านตัวละครที่ต่างกันไป พร้อมบทสรุปที่จบลงอย่างกระชับภายในหนึ่งถึงสองตอนเท่านั้น เหมาะสำหรับผู้อ่านที่ต้องการสัมผัสความตื่นเต้นในมุมมืดของความรัก
หน้าปกนวนิยาย ฝากไว้ให้รัก
9.1
U3 - หม่ามี๊อย่าแต่งตัวโป๊ได้ไหมครับ บอกแล้วไงว่าผมหวง...
หน้าปกนวนิยาย เศษใจซาตาน
9.2
เมื่อคำลวงจากปากชายคนรักทำลายความเชื่อใจจนหมดสิ้น เธอจึงเลือกเดินจากชีวิตของวาคิมไปพร้อมกับหยาดน้ำตาและลูกในครรภ์ที่เขามิอาจล่วงรู้ หลายปีผ่านไปเธอกลับมาเผชิญหน้ากับอดีตอันแสนเจ็บปวดอีกครั้งด้วยหัวใจที่แกร่งกว่าเดิม ความรักที่เคยมีให้ซาตานร้ายถูกแทนที่ด้วยความเย็นชา และครั้งนี้เธอจะไม่ขอรับแม้เพียงเศษเสี้ยวความสงสารหรือเศษใจที่เขายัดเยียดให้ เพื่อพิสูจน์ว่าเธอสามารถยืนหยัดได้โดยไม่จำเป็นต้องมีเขาในชีวิตอีกต่อไป
หน้าปกนวนิยาย เมื่อรักเดินทางมาเจอกัน
9.0
ในฐานะนักเขียนผู้มีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับสภาวะโรคซึมเศร้า ฉันบังเอิญได้พบกับชายหนุ่มรูปงามที่มีเสน่ห์ดึงดูดสายตาอย่างยิ่ง ทว่าภายใต้รูปลักษณ์ที่สมบูรณ์แบบนั้น แววตาของเขากลับเต็มไปด้วยความทุกข์ระทมและหม่นหมองอย่างเห็นได้ชัด ความผิดปกติที่สัมผัสได้นี้ทำให้ฉันตัดสินใจก้าวเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งในวงจรชีวิตของเขา เพื่อค้นหาความจริงและเยียวยาบาดแผลที่ซ่อนอยู่ กลายเป็นจุดเริ่มต้นของความสัมพันธ์ที่ยากจะถอนตัวในโลกที่เต็มไปด้วยความเศร้าของเขา