
น้ำผึ้งไร้ปีก
ตอน 3
น้ำผึ้งย่ำเท้าออกเดินมาหยุดกลางทุ่งนาด้วยความเศร้าใจน้อยใจดวงตากลมโตที่แดงก่ำอยู่แล้วกลับมีน้ำตาไหลอาบแก้มนวล หญิงสาวนั่งบนหัวคันนาเธอชันขาทั้งสองข้างเข้าแนบอก สองแขนเรียวโอบกอดสองขาสลวย เธอซบหน้านวลลงตรงหัวเข่าสะอึกสะอื้น แล้วร้องไห้เสียงดังออกมา เธอไม่อยากทำให้บิดามารดาเป็นทุกข์มากขึ้นแค่นี้เธอก็มองเห็นความกังวลใจของบิดามารดาที่ไม่สามารถทำให้เธอได้ ความหวังของเธอต้องเป็นจริง
‘ฮืออ...สักวันเราจะหาเงินเรียนหนังสือให้ได้’ ความฝันของเธอยังมีอยู่ในใจ ยังอยากเรียนเต็มล้นสมองของเธอ...
เสียงดังเอะอะโวยวายของเด็กๆ ที่เล่นน้ำกันอย่างสนุกสนานดังมาเป็นระยะๆ เด็กบางคนก็เอากระติกน้ำมาทำเป็นที่รองรับตรงหน้าอกแล้วใช้ลอยคออยู่เหนือผิวน้ำ บางคนก็ใส่ผ้าถุงแล้ววักน้ำเข้าไปในผ้าถุงทำให้เหมือนลูกโป่งลอยคอ ท่าน้ำแห่งนี้มีต้นกำเนิดมาจากภูเขาใหญ่ที่ไหลผ่านมาตามลำคลองและเป็นสถานที่อาบน้ำของสาวๆ ในหมู่บ้าน
ตามตรงเวลา 6 โมงเย็นของทุกวัน น้ำผึ้งและน้องชายจะเดินไปอาบน้ำที่ท่าน้ำ วันนี้ก็เช่นกันเธอใส่ผ้าถุงกระโจมอก มีผ้าเช็ดตัวผืนใหญ่สีขาวพันรอบคอ มือบางถือตะกร้าไม้ไผ่ที่พ่อเป็นคนสานให้ ในนั้นมีสบู่หอมยาสีฟัน ครีมนวดผม แชมพูสระผม และหินอ่อนขัดผิว อีกมือก็ถือเสื้อผ้าตัวใหม่เตรียมไว้ผลัดเปลี่ยนเท้าบางเหยียบย่ำไปตามทางแคบๆ แล้วหยุดยืนตรงขอนไม้จัดการวางพาดเสื้อผ้าไว้ตรงขอนใหญ่ และเดินเข้าไปหาเพื่อนๆ ที่กำลังทำกิจกรรมของตัวเอง
“ผึ้ง ทางนี้จ้ะ” ดวงใจที่กำลังนั่งขัดผิวขาวด้วยสบู่หันไปเรียกเพื่อนน้ำผึ้งค่อยๆ เดินมาตามขอนไม้ที่พาดเป็นทางยาวยื่นออกไปกลางสายน้ำ
“ผึ้งจ๋า ดวงใจจ๋า คืนนี้ไปเที่ยวงานวัดกันไหม?” ดาวเรืองเอ่ยถาม
“ไปสิ เราขอพ่อกับแม่เรียบร้อยเเล้วนะ ผึ้งละไปไหมถ้าไปเดี๋ยวเราไปรับที่บ้าน” ดวงใจหันไปมองน้ำผึ้ง และเอ่ยถาม
“ผึ้งว่าไง ไปไหม..เที่ยวงานวัดน่ะ” ดาวเรืองเอ่ยถามอีกครั้ง เธอยังลูบไล้ผิวด้วยสบู่หอม
“ยังไม่รู้เลยจ้ะ พ่อจะให้ผึ้งไปหรือเปล่าก็ไม่รู้แต่ผึ้งอยากไปด้วยจัง”
“ถ้าไปเราไปรับที่บ้านนะ” ดวงใจมองหน้าน้ำผึ้งพร้อมกับย้ำคำเดิมเธอยกขาขาวที่แช่ในน้ำขึ้นมาขัดเบาๆ ด้วยหินขัดผิว
“จ้ะ...” น้ำผึ้งพยักหน้าเป็นการรับคำเพื่อนรัก เธอยังก้มหน้าก้มตาหวีผมที่เปียกน้ำได้กลิ่นแชมพูหอมอยู่บนเส้นผมนุ่ม
“ถ้างั้นคืนนี้เราเจอกันที่งานนะ เดี๋ยวเราไปรอเธอสองคนที่หน้างานละกัน” ดาวเรืองหันมามองน้ำผึ้งและดวงใจ หญิงสาวทั้งสามต่างขัดสีฉวีวรรณบนร่างอรชรสบู่หอมถูกลูบไล้ไปตามผิวเนียนของสาวเเรกแย้ม กลิ่นหอมอ่อนเหมือนดอกไม้ป่าตลบอบอวลเต็มท่าน้ำลอยลมไปเตะจมูกของหนุ่ม ที่ชอบมาแอบมามองสาวๆ อาบน้ำกัน
รวมทั้งชายร่างโตอีกคนที่ยืนอยู่เหนือโขดหินใหญ่ เขาจ้องมองแผ่นหลังขาวนวลของเธอด้วยหัวใจปรารถนา เขาแอบหลงรักหญิงสาวมานานตั้งแต่เธอแตกเนื้อสาวเฝ้ามองน้องน้อยอยู่แรมปี
“เอ๊ยไอ้ดิน!... ไอ้กล้า!... มึงห้ามมองน้องน้ำผึ้งของกูนะโว้ย ถ้ามึงมองมึงสองคนโดนตีนกูแน่ๆ” ชายหนุ่มพูดไปพร้อมกับยกขาอันแข็งแรงขึ้นไปหาคนตรงหน้าเพื่อหวังจะเตะลูกน้องสองคนที่บังอาจมาเมียงมองน้องน้อยของเขา
“โธ่...พี่โต ฉันนะมองน้องดวงใจจ้า... ดูซิ พี่น้องดวงใจของไอ้ดินทำไมแผ่นหลังขาวแบบนี้...”
“ฉันก็มองน้องดาวเรืองจ้าพี่... ดูสิพี่ น้องดาวเรืองของพี่กล้านางช่างอวบอั๋นอะไรอย่างนี้...”
“พวกมึงสองคนจะมองใครก็เรื่องของพวกมึง แต่พวกมึงห้ามมองผู้หญิงของกู...”
“ครับลูกพี่ หวงจริงๆ ทำยังกะจะเข้าหาเธอได้ ตาคะนึงแกดุยังกะเสือ ลองพี่เดินเข้าไปในรั้วบ้านแกสิ มีหวังพี่ได้ไปนอนหยอดน้ำข้าวต้มที่โรงพยาบาลแน่” ไอ้ดินลูกน้องมือขวาของสิงโตพูดลอยหน้าลอยตาออกมาให้ชายหนุ่มได้ยิน
“ไอ้ดิน!...มึงอยากลงไปนอนกินชื่อมึงไหม วอนอยากกินตีนกูแล้วนะมึง คืนนี้พวกมึงไม่ต้องไปงานวัด เดี๋ยวพวกมึงเตรียมตัวออกไปนอนเฝ้าข้าวที่นาเลยไปๆ ขัดใจกูดีนัก...”
“อะไรนะพี่โต ได้ไงครับ ให้ผมไปด้วยนะครับ” สองลูกน้องร้องเสียงหลงออกมาพร้อมกัน มันหันหน้าไปมองเจ้านายของมันทำสายตาละห้อย
“มึงสองคนจะตะโกนเสียงดังทำไมวะ เดี๋ยวสาวๆ ที่ท่าน้ำก็ได้กันยินพอดี” ชายหนุ่มยังคงยืนจ้องมองนางไม้ตัวน้อย ปากก็บ่นให้กับลูกน้อง
“ลูกพี่ผมเกี่ยวอะไรด้วยครับ ไอ้ดินมึงไม่น่าขัดใจพี่เขาเลยว่ะ ลูกพี่ครับ”
“พี่โตจ๋า...ให้ไอ้กล้าไปด้วยนะจ๊ะ...”
“ปล่อยขากูไอ้กล้า กูจะอ้วกว่ะ กับคำจ๊ะจ๋าของมึงเนี่ย...”
“ลูกพี่ครับ ผมไม่ได้พูดอะไรเลยนะ ไอ้ดินมันพูดทั้งนั้น” ไอ้กล้าตัดพ้อนายของมัน แขนยังโอบขาใหญ่อยู่
“ไอ้กล้ากูบอกให้ปล่อยกูเดี๋ยวนี้ เดี๋ยวกูก็ถีบเอาเลยมึง...”
คุณอาจจะชอบ





