ติดตาม
ตอน
แชร์
หน้าปกนวนิยาย เล่ห์มายาลวง

เล่ห์มายาลวง

โศกนาฏกรรมความสัมพันธ์ที่เริ่มต้นจากเพลิงราคะและเล่ห์กลลวงตา กลายเป็นชนวนเหตุแห่งความบาดหมางที่ฝังรากลึกระหว่างสองตระกูลใหญ่ บาดแผลจากความแค้นและความเจ็บปวดที่ต่างฝ่ายต่างมอบให้กันดูเหมือนจะไม่มีวันจางหาย ทว่าท่ามกลางพายุแห่งการทำลายล้างนี้ มีเพียงอานุภาพของความรักที่แท้จริงเท่านั้นที่จะช่วยชำระล้างความเกลียดชังและเยียวยาทุกหัวใจให้กลับมามีความหวังได้อีกครั้งในท้ายที่สุดของเรื่องราว
ตอน
แชร์

ตอน 2

คมกฤชถามเรียบๆ ไม่ได้มีอาการสนใจเป็นพิเศษ แม้ในใจจะกระชุ่มกระชวยกับสาวสวยที่นั่งอยู่ข้างๆ เริงฤดีบอกย่านที่อยู่ให้คมกริชรู้ เป็นย่านที่ไม่ไกลจากเขามากนัก

“ก่อนจะถึงบ้านคุณเริงฤดี มีร้านอาหารหลายร้าน คุณจะแวะทานอาหารก่อนเข้าบ้านไหมครับ”

เสียงท้องร้องประท้วงเธอมาตั้งแต่อยู่สนามบิน เมื่อเขาเอ่ยชวนจึงสองจิตสองใจ ที่บ้านไม่มีใครติดต่อมาที่เธอเลย ทั้งที่บอกว่าเธอจะกลับวันนี้ เวลาเที่ยงคืน

“ก็ดีค่ะ”

เริงฤดีตอบสั้น ไหนๆ ก็ขึ้นรถมาพร้อมกับเขาแล้ว จะนั่งกินข้าวกันสักมื้อจะเป็นไรไป คมกริชยิ้มที่เธอต้อนรับไมตรีของเขา แต่เดิมเขาตั้งใจจะพาเธอไปส่งที่รถ เพราะเขาเองก็เพลียจากการเดินทางอยากจะกลับคอนโดของตัวเองเพื่อพักผ่อน แต่เมื่อผู้หญิงคนนี้แนะนำตัว นามสกุลของเธอนั่นเองที่ทำให้เขาเปลี่ยนแผนอย่างกะทันหัน

รถสปอร์ตแล่นด้วยความเร็วสูงไม่นานก็ถึงย่านอาหารและผับเรียงรายอยู่ริมถนน คมกริชเลือกร้านทีมีบรรยากาศเบาๆ สบายๆ เหมาะสำหรับทานอาหารร้านหนึ่ง ด้านในเป็นผับที่มีดนตรีอึกทึก แต่ด้านนอกเป็นดนตรีจากแผ่นที่เปิดฟังเบาๆ มีเทอเรสสำหรับทานอาหารง่ายๆ เริงฤดีถอดเสื้อคลุมและเสื้อตัวในออก เหลือเพียงเสื้อเกาะอก มีสายสปาเก็ตตี้รั้งบางๆ และกางเกงเข้ารูป ดูเซ็กซี่และเข้ากับบรรยากาศของการมาเที่ยวไปอย่างไม่น่าเชื่อ

“ที่นี่บรรยากาศดีนะคะ”

“ครับ ผมมาบ่อยๆ กับเพื่อน ทั้งบรรยากาศดีและอาหารอร่อย”

“ชื่อคุณคมกริชเขียนแปลกนะคะ”

เธอเริ่มชวนคุย

“ครับ กริชคือมีด ความหมายของชื่อผม คือคมจากมีดที่เรียกกันว่ากริช จริงๆ ความหมายก็ไม่ต่างจาก คำว่า กฤชที่เขียนด้วย รอ ฤ แต่เขียนอย่างนี้คุณแม่ผมชอบมากกว่า”

“ค่ะ ดูไม่เหมือนใครดี”

หญิงสาวหัวเราะร่วน ยามเธอยิ้มนั้น ดวงหน้าคมเฉี่ยวสว่างไสว ดูแล้วเพลินจนเขาแทบจะถอนสายตาไม่ได้

“คุณคมกริช สั่งเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ได้นะคะ ฉันรู้ว่าคุณเหนื่อย ผู้ชายบางคนชอบดื่มเบียร์ เวลาเหนื่อยๆ“

เริงฤดีบอกกับเขา เพราะเธอสังเกตเห็นว่าเขาสั่งน้ำเปล่า คงเพราะเกรงใจเธอ

“ถ้าผมสั่ง คุณดื่มกับผมด้วยนะครับ”

คมกริชลองถามดู ถึงเธอไม่ดื่ม เขาก็ว่าจะสั่งบริกรอยู่เหมือนกัน ดีที่เธอไม่รังเกียจ

“ก็ได้ค่ะ ฉันดื่มเป็นเพื่อนคุณ”

ตีสอง เริงฤดียังชนแก้วกับคมกริชไม่เลิก จนคมกริชต้องขอร้องให้เธอพอก่อนและชวนกลับบ้าน เพราะร้านอาหารปิดแล้ว

“ทำไมไม่เปิดถึงเช้า ฉันเคยกินถึงเช้าด้วยซ้ำ”

เสียงเริงฤดีอ้อแอ้ ตาหวานฉ่ำ เมื่อเธอเมา เธอคุยสนุก ร่าเริง แปลกที่ยามเธอมีสติดีๆ เจ้าอาวุธกลับมองว่าเธอหยิ่ง

“ที่นี่เมืองไทยครับ ไม่ใช่เมืองนอก กลับเถอะครับ”

คมกริชพยายามรั้งแขนเธอให้ลุกจากเก้าอี้ เริงฤดีซวนเซจนปะทะเข้ากับอกอุ่น คมกริชกอดไว้เพราะกลัวล้ม หากแต่สัมผัสนั้นทำให้เขาตระหนกกับความรู้สึกตัวเอง ใบหน้าของเริงฤดีซบอยู่ที่ซอกคอ ลมหายใจนั้นรดลงตรงแอ่งชีพจรของเขาจนอยากอยากจะรั้งเธอมาบดขยี้ริมฝีปากที่ช่างเจรจานั้นเสียให้หายอยาก แต่สิ่งที่เขาทำได้คือ พยายามประคับประคองเริงฤดีเดินมาที่รถอย่างทุลักทุเล

เริงฤดีพยายามคืนสติ แล้วบอกที่อยู่ของเธอให้เขารู้ กระเป๋าใบเล็กมีนามบัตรของคนเป็นแม่อยู่ เธอยื่นให้เขา ก่อนจะขยับตัวปรับเบาะนอน คมกริชหันมามองแล้วหัวเราะกับตัวเอง

“ผู้หญิงต่อให้ระวังตัวยังไง เมื่อหล่อนเมาก็มีสภาพไม่ต่างกันเลย”

สายตาของคมกริชไล่เรื่อยมาจากใบหน้างามที่ยามนี้ผมยาวรุ่ยร่ายยุ่งเหยิง เขาเอื้อมมือไปเกลี่ยเส้นผมให้พ้นไปจากใบหน้างาม มือเรียวยาวสัมผัสใบหน้านุ่ม แล้วค่อยๆ เลื่อนไปที่ลำคอระหง ก่อนไล่ต่ำลงมาทาบทับกับเนินอกอวบหยุ่น ปลายนิ้วของคมกริชขยับไหวสอดเข้าไปในปลายเสื้อเกาะอกสีสด ใจของเขาเต้นระทึกด้วยความตื่นเต้น คมกริชค่อยๆ โน้มใบหน้าเข้าหาริมฝีบางเต็มอิ่มที่แม้ยามไม่ได้สติก็ดูเย้ายวนจนอยากจะลากไล้ริมฝีปากชุ่มชื้นนั้นด้วยลิ้นของเขา

“กริ๊งงงงงงง..........”

เสียงโทรศัพท์สัญญาณโบราณดังขึ้นจากกระเป๋าสะพายใบเล็ก เป็นเสียงโบราณที่ทำให้เขาถึงกับสะดุ้ง

“คุณทำอะไร”

เริงฤดีตื่นขึ้นมาพอดี พบว่าใบหน้าของเธอกับเขา แทบจะชิดกัน คมกริชผละออก บอกบอกด้วยเสียงปกติว่าเขากำลังจะเอื้อมไปรับโทรศัพท์ให้เธอ

“มีคนโทรมาหรือ? เหมือนฉันก็ได้ยิน”

“ครับ มีสายเข้า เสียงโทรศัพท์คุณโบราณมาก”

เริงฤดีหัวเราะ

“ฉันว่ามันคลาสิคดี”

…..๑ สายไม่ได้รับ

“โจอี้ค่ะ คงโทรมาว่าฉันถึงบ้านหรือยัง”

เริงฤดีเอนกายพิงเบาะ บอกกับเขาว่าจะพักสายตา แต่ก็หลับไปจริงๆ อีกครั้ง โจอี้... ใครกัน คมกริชสงสัยแต่ไม่ได้ถาม เขาเคลื่อนรถออกจากร้านอาหารตรงไปยังบ้านของเธอ นึกขอบคุณเสียงโทรศัพท์อยู่บ้าง ที่ทำให้เขามีสติ รู้ว่าสิ่งที่กำลังจะทำนั้น ไม่สมควร เกือบไปแล้วไหมล่ะ

ไม่ถึงยี่สิบนาที รถสปอร์ตก็มาจอดไว้ที่บ้านหลังใหญ่แห่งหนึ่ง รถยนต์หลายคันจอดเรียงรายอยู่ ไม่น่าเชื่อว่าจะไม่มีใครไปรับเธอ

“คุณเริงฤดีครับ”

คมกริชเขย่าปลุก ครั้งนี้ เขาไม่ได้คิดอะไรกับเธอมากไปกว่าปลุกให้ตื่น

“คะ ถึงแล้วหรือคะ”

เสียงงัวเงียนั้นตอบกลับ ก่อนที่จะยกมือลูบหน้าตนเอง เพื่อคืนสติ เริงฤดีหันมายิ้มในความสลัวรางบนรถกับคมกริช

“ขอบคุณนะคะ คุณเก่งมากที่เจอบ้านฉันได้”

“หาไม่อยากหรอกครับ บ้านเลอวาณิชกุล คนดังแถบนี้”

คมกริชบอกยิ้มๆ แววตาฉายเลศนัยบางอย่าง เขากำลังจะก้าวไปเปิดประตูรถให้ตามมารยาทของสุภาพบุรุษ แต่ถูกดึงรั้งไว้ด้วยมืออีกฝ่าย

“คุณอยากจูบฉัน ตั้งแต่ตอนนั้น”

คุณอาจจะชอบ

หน้าปกนวนิยาย พันธนาการร้ายรัก
9.6
เวธัสคือผู้ชายที่ทำลายอนาคตและสร้างบาดแผลในใจจนฉันยากจะให้อภัย ความเลวร้ายที่เขาทำไว้ทำให้ฉันสะสมความเกลียดชังและความแค้นไว้อย่างเต็มเปี่ยม แต่ท่ามกลางความชิงชังที่แสนสาหัส หัวใจเจ้ากรรมกลับทรยศความรู้สึกตัวเองด้วยการตกหลุมรักศัตรูที่ควรจะผลักไสออกไปจากชีวิต นี่คือเรื่องราวความรักที่ถูกจองจำด้วยความแค้นและอารมณ์อันซับซ้อนของตัวร้ายที่ยากจะถอนตัวจากพันธนาการครั้งนี้ได้
หน้าปกนวนิยาย เพลิงรักหมอกานต์
8.0
คำสัญญาเมื่อเจ็ดปีก่อนที่บอกว่าต้องเรียนจบถึงจะเป็นแฟนกันได้ ทำให้เธอกลับมาทวงคำพูดนั้นจากหมอกานต์ ทว่าการพบกันอีกครั้งกลับไม่ได้เรียบง่ายอย่างที่คิด เพราะชายหนุ่มที่เคยตั้งเงื่อนไขกลับกลายเป็นฝ่ายคลั่งรักเธออย่างหนัก ถึงขั้นกล้าขัดคำสั่งมารดาเพื่อรักษาความสัมพันธ์นี้ไว้ จากข้อตกลงในอดีตสู่ความเร่าร้อนที่ยากจะถอนตัว เมื่อสถานะแฟนอาจไม่เพียงพอสำหรับความผูกพันที่ลึกซึ้งและร้อนแรงที่เขามอบให้เธอเพียงคนเดียว
หน้าปกนวนิยาย แฟนเก่าอย่าหวง(ก้าง)18+
9.0
เมื่อความสัมพันธ์จบลงนาเดียจึงต้องการตัดขาดจากขุนพล แฟนเก่าที่เลิกกันไปนานหลายปี ทว่าเขากลับไม่ยอมปล่อยมือและพยายามรุกรานชีวิตเธอด้วยเจตนาที่น่าสงสัย แม้จะพยายามหนีแต่ความใกล้ชิดที่เขายัดเยียดมาให้กลับทำให้หัวใจเธอเริ่มสั่นคลอน ขุนพลยังทำตัวเป็นหมาหวงก้างที่คอยขัดขวางทุกคนที่เข้าหาเธอ จนนำไปสู่ความวุ่นวายที่ยิ่งแก้ก็ยิ่งรัดตัวนาเดียให้ติดหนึบอยู่กับผู้ชายเฮ็งซวยคนนี้อย่างเลี่ยงไม่ได้ในที่สุด
หน้าปกนวนิยาย มายารักจ้าวหัวใจ
9.7
ดวงดาราตัดสินใจปลอมตัวเป็นดาลาวันเพื่อเข้ามาเป็นแม่ครัวในร้านภูเขาทอง หวังจะสืบหาความจริงเกี่ยวกับชาติกำเนิดที่ถูกปิดบังไว้ แต่เธอกลับถูกกัญจน์ เจ้าของร้านหนุ่มสุดหล่อคอยจับผิดและเฝ้าสังเกตพฤติกรรมอย่างใกล้ชิด ทว่ายิ่งพยายามปกปิดความลับมากเท่าไหร่ เสน่ห์และความใกล้ชิดกลับยิ่งดึงดูดเขาสู่อันตรายของความรักที่ร้อนแรง เมื่อความจริงเริ่มปรากฏ กัญจน์ต้องพิสูจน์ว่าหัวใจของเขาเต้นแรงเพื่อตัวตนที่แท้จริงของดวงดาราหรือเงาของดาลาวันกันแน่
หน้าปกนวนิยาย มิตรพิศวาส (คุณเพื่อน ยอดยาหยี)
8.6
ความสัมพันธ์ระหว่างเล่ย์และลินเริ่มสั่นคลอนเมื่อความหึงหวงเข้าครอบงำ เล่ย์แสดงความน้อยใจที่ถูกมองเป็นเพียงเพื่อน พร้อมพาดพิงถึงนพชายหนุ่มที่เขาเข้าใจผิดว่าเป็นคนรักของลิน จนเกิดการปะทะคารมกันอย่างรุนแรง ลินพยายามอธิบายความจริงว่านพมีเจ้าของแล้ว และตอกกลับเล่ย์ด้วยคำถามที่แทงใจดำว่าเขาอยากข้ามเส้นจากเพื่อนมาเป็นสามีแทนหรือไม่ คำพูดที่ตรงไปตรงมาทำเอาเล่ย์ถึงกับอึ้ง ท่ามกลางความห่วงใยที่แฝงไปด้วยความรู้สึกลึกซึ้งที่ยากจะอธิบาย
หน้าปกนวนิยาย เพลิงรักร้ายจอมใจจอมมาร
9.3
วิกานดาพยายามใช้เสน่ห์อันอ่อนหัดเพื่อล่อลวงธีร์ จอมมารผู้ทรงอิทธิพลก่อนจะหนีไปจากกรงทองของเขา สร้างความโกรธแค้นจนเขาต้องตามล่าเธอกลับมา ธีร์มองว่าเธอเป็นเพียงผู้หญิงชั่วครั้งชั่วคืนที่เขาซื้อมาด้วยเงิน แต่เมื่อเธอประกาศกร้าวว่าจะไม่ยอมขายตัวให้ลูกค้าหน้าเดิมอย่างเขาอีก ความหยิ่งผยองของชายหนุ่มจึงถูกทำลาย ธีร์จึงเริ่มเกมแก้แค้นที่เร่าร้อนเพื่อกักขังเธอไว้ภายใต้กรรมสิทธิ์ของเขาแต่เพียงผู้เดียวและไม่ยอมให้ชายหน้าไหนเข้าใกล้เธอเด็ดขาด