
เล่ห์มายาลวง
ตอน 2
คมกฤชถามเรียบๆ ไม่ได้มีอาการสนใจเป็นพิเศษ แม้ในใจจะกระชุ่มกระชวยกับสาวสวยที่นั่งอยู่ข้างๆ เริงฤดีบอกย่านที่อยู่ให้คมกริชรู้ เป็นย่านที่ไม่ไกลจากเขามากนัก
“ก่อนจะถึงบ้านคุณเริงฤดี มีร้านอาหารหลายร้าน คุณจะแวะทานอาหารก่อนเข้าบ้านไหมครับ”
เสียงท้องร้องประท้วงเธอมาตั้งแต่อยู่สนามบิน เมื่อเขาเอ่ยชวนจึงสองจิตสองใจ ที่บ้านไม่มีใครติดต่อมาที่เธอเลย ทั้งที่บอกว่าเธอจะกลับวันนี้ เวลาเที่ยงคืน
“ก็ดีค่ะ”
เริงฤดีตอบสั้น ไหนๆ ก็ขึ้นรถมาพร้อมกับเขาแล้ว จะนั่งกินข้าวกันสักมื้อจะเป็นไรไป คมกริชยิ้มที่เธอต้อนรับไมตรีของเขา แต่เดิมเขาตั้งใจจะพาเธอไปส่งที่รถ เพราะเขาเองก็เพลียจากการเดินทางอยากจะกลับคอนโดของตัวเองเพื่อพักผ่อน แต่เมื่อผู้หญิงคนนี้แนะนำตัว นามสกุลของเธอนั่นเองที่ทำให้เขาเปลี่ยนแผนอย่างกะทันหัน
รถสปอร์ตแล่นด้วยความเร็วสูงไม่นานก็ถึงย่านอาหารและผับเรียงรายอยู่ริมถนน คมกริชเลือกร้านทีมีบรรยากาศเบาๆ สบายๆ เหมาะสำหรับทานอาหารร้านหนึ่ง ด้านในเป็นผับที่มีดนตรีอึกทึก แต่ด้านนอกเป็นดนตรีจากแผ่นที่เปิดฟังเบาๆ มีเทอเรสสำหรับทานอาหารง่ายๆ เริงฤดีถอดเสื้อคลุมและเสื้อตัวในออก เหลือเพียงเสื้อเกาะอก มีสายสปาเก็ตตี้รั้งบางๆ และกางเกงเข้ารูป ดูเซ็กซี่และเข้ากับบรรยากาศของการมาเที่ยวไปอย่างไม่น่าเชื่อ
“ที่นี่บรรยากาศดีนะคะ”
“ครับ ผมมาบ่อยๆ กับเพื่อน ทั้งบรรยากาศดีและอาหารอร่อย”
“ชื่อคุณคมกริชเขียนแปลกนะคะ”
เธอเริ่มชวนคุย
“ครับ กริชคือมีด ความหมายของชื่อผม คือคมจากมีดที่เรียกกันว่ากริช จริงๆ ความหมายก็ไม่ต่างจาก คำว่า กฤชที่เขียนด้วย รอ ฤ แต่เขียนอย่างนี้คุณแม่ผมชอบมากกว่า”
“ค่ะ ดูไม่เหมือนใครดี”
หญิงสาวหัวเราะร่วน ยามเธอยิ้มนั้น ดวงหน้าคมเฉี่ยวสว่างไสว ดูแล้วเพลินจนเขาแทบจะถอนสายตาไม่ได้
“คุณคมกริช สั่งเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ได้นะคะ ฉันรู้ว่าคุณเหนื่อย ผู้ชายบางคนชอบดื่มเบียร์ เวลาเหนื่อยๆ“
เริงฤดีบอกกับเขา เพราะเธอสังเกตเห็นว่าเขาสั่งน้ำเปล่า คงเพราะเกรงใจเธอ
“ถ้าผมสั่ง คุณดื่มกับผมด้วยนะครับ”
คมกริชลองถามดู ถึงเธอไม่ดื่ม เขาก็ว่าจะสั่งบริกรอยู่เหมือนกัน ดีที่เธอไม่รังเกียจ
“ก็ได้ค่ะ ฉันดื่มเป็นเพื่อนคุณ”
ตีสอง เริงฤดียังชนแก้วกับคมกริชไม่เลิก จนคมกริชต้องขอร้องให้เธอพอก่อนและชวนกลับบ้าน เพราะร้านอาหารปิดแล้ว
“ทำไมไม่เปิดถึงเช้า ฉันเคยกินถึงเช้าด้วยซ้ำ”
เสียงเริงฤดีอ้อแอ้ ตาหวานฉ่ำ เมื่อเธอเมา เธอคุยสนุก ร่าเริง แปลกที่ยามเธอมีสติดีๆ เจ้าอาวุธกลับมองว่าเธอหยิ่ง
“ที่นี่เมืองไทยครับ ไม่ใช่เมืองนอก กลับเถอะครับ”
คมกริชพยายามรั้งแขนเธอให้ลุกจากเก้าอี้ เริงฤดีซวนเซจนปะทะเข้ากับอกอุ่น คมกริชกอดไว้เพราะกลัวล้ม หากแต่สัมผัสนั้นทำให้เขาตระหนกกับความรู้สึกตัวเอง ใบหน้าของเริงฤดีซบอยู่ที่ซอกคอ ลมหายใจนั้นรดลงตรงแอ่งชีพจรของเขาจนอยากอยากจะรั้งเธอมาบดขยี้ริมฝีปากที่ช่างเจรจานั้นเสียให้หายอยาก แต่สิ่งที่เขาทำได้คือ พยายามประคับประคองเริงฤดีเดินมาที่รถอย่างทุลักทุเล
เริงฤดีพยายามคืนสติ แล้วบอกที่อยู่ของเธอให้เขารู้ กระเป๋าใบเล็กมีนามบัตรของคนเป็นแม่อยู่ เธอยื่นให้เขา ก่อนจะขยับตัวปรับเบาะนอน คมกริชหันมามองแล้วหัวเราะกับตัวเอง
“ผู้หญิงต่อให้ระวังตัวยังไง เมื่อหล่อนเมาก็มีสภาพไม่ต่างกันเลย”
สายตาของคมกริชไล่เรื่อยมาจากใบหน้างามที่ยามนี้ผมยาวรุ่ยร่ายยุ่งเหยิง เขาเอื้อมมือไปเกลี่ยเส้นผมให้พ้นไปจากใบหน้างาม มือเรียวยาวสัมผัสใบหน้านุ่ม แล้วค่อยๆ เลื่อนไปที่ลำคอระหง ก่อนไล่ต่ำลงมาทาบทับกับเนินอกอวบหยุ่น ปลายนิ้วของคมกริชขยับไหวสอดเข้าไปในปลายเสื้อเกาะอกสีสด ใจของเขาเต้นระทึกด้วยความตื่นเต้น คมกริชค่อยๆ โน้มใบหน้าเข้าหาริมฝีบางเต็มอิ่มที่แม้ยามไม่ได้สติก็ดูเย้ายวนจนอยากจะลากไล้ริมฝีปากชุ่มชื้นนั้นด้วยลิ้นของเขา
“กริ๊งงงงงงง..........”
เสียงโทรศัพท์สัญญาณโบราณดังขึ้นจากกระเป๋าสะพายใบเล็ก เป็นเสียงโบราณที่ทำให้เขาถึงกับสะดุ้ง
“คุณทำอะไร”
เริงฤดีตื่นขึ้นมาพอดี พบว่าใบหน้าของเธอกับเขา แทบจะชิดกัน คมกริชผละออก บอกบอกด้วยเสียงปกติว่าเขากำลังจะเอื้อมไปรับโทรศัพท์ให้เธอ
“มีคนโทรมาหรือ? เหมือนฉันก็ได้ยิน”
“ครับ มีสายเข้า เสียงโทรศัพท์คุณโบราณมาก”
เริงฤดีหัวเราะ
“ฉันว่ามันคลาสิคดี”
…..๑ สายไม่ได้รับ
“โจอี้ค่ะ คงโทรมาว่าฉันถึงบ้านหรือยัง”
เริงฤดีเอนกายพิงเบาะ บอกกับเขาว่าจะพักสายตา แต่ก็หลับไปจริงๆ อีกครั้ง โจอี้... ใครกัน คมกริชสงสัยแต่ไม่ได้ถาม เขาเคลื่อนรถออกจากร้านอาหารตรงไปยังบ้านของเธอ นึกขอบคุณเสียงโทรศัพท์อยู่บ้าง ที่ทำให้เขามีสติ รู้ว่าสิ่งที่กำลังจะทำนั้น ไม่สมควร เกือบไปแล้วไหมล่ะ
ไม่ถึงยี่สิบนาที รถสปอร์ตก็มาจอดไว้ที่บ้านหลังใหญ่แห่งหนึ่ง รถยนต์หลายคันจอดเรียงรายอยู่ ไม่น่าเชื่อว่าจะไม่มีใครไปรับเธอ
“คุณเริงฤดีครับ”
คมกริชเขย่าปลุก ครั้งนี้ เขาไม่ได้คิดอะไรกับเธอมากไปกว่าปลุกให้ตื่น
“คะ ถึงแล้วหรือคะ”
เสียงงัวเงียนั้นตอบกลับ ก่อนที่จะยกมือลูบหน้าตนเอง เพื่อคืนสติ เริงฤดีหันมายิ้มในความสลัวรางบนรถกับคมกริช
“ขอบคุณนะคะ คุณเก่งมากที่เจอบ้านฉันได้”
“หาไม่อยากหรอกครับ บ้านเลอวาณิชกุล คนดังแถบนี้”
คมกริชบอกยิ้มๆ แววตาฉายเลศนัยบางอย่าง เขากำลังจะก้าวไปเปิดประตูรถให้ตามมารยาทของสุภาพบุรุษ แต่ถูกดึงรั้งไว้ด้วยมืออีกฝ่าย
“คุณอยากจูบฉัน ตั้งแต่ตอนนั้น”
คุณอาจจะชอบ





