
เล่ห์มายาลวง
ตอน 3
สิ้นคำ ริมฝีปากเย้ายวนนั้นก็แนบเข้ากับริมฝีปากของคมกริช ก่อนจะถอนออกอย่างรวดเร็ว เริงฤดีเปิดประตูออกมาจากรถ รอให้เขาขนกระเป๋าจากท้ายรถให้
“ฉันขอบคุณมากนะคะ คุณกริช”
“ไม่เป็นไรครับ”
คมกริชลากกระเป๋าใบโตมาชิดประตูบานเล็ก เริงฤดีควานหากุญแจของเธอ
“เจอแล้ว..... ขอบคุณอีกครั้งนะคะ”
คมกริชยิ้ม แล้วร่างกำยำเต็มไปด้วยมัดกล้ามของคมกริชเคลื่อนเร็วจนชิดกับร่างของเริงฤดี ก่อนผลักร่างของเธอชิดขอบประตู ตรึงเธอด้วยร่างของเขา ฉกริมฝีปากสัมผัสบดเบียดริมฝีปากที่หวานชุ่มนั้น ลิ้นร้อนผ่าวสอดรับดูดดุนกันด้วยอารมณ์ใคร่ มือเรียวยาวยุ่มย่ามเปะปะไปตามลำตัวของหญิงสาว
ก่อนจะลากเลื้อยสอดเข้ามาที่ปลายเสื้อขยับขึ้นมาถึงเนินอกนุ่ม ขยับขยำเสียจนเจ้าของร่างร้องครางในลำคอด้วยความพอใจ อารมณ์ของคมกริชเพริศไปกับกลิ่นเนื้อสาวอันหอมกรุ่น จนเขาอยากจะลากเธอเข้าไปในรถอีกครั้ง
“ปริ๊น.......”
ร่างในเงามืดผละออกจากกันอย่างได้สติ ก่อนที่ไฟหน้ารถจะสาดเข้ามากระทบ เครื่องยนต์ยังไม่ดับ ประตูรั้วบานใหญ่เปิดออกด้วยกลไกของรีโมทคอนโทรล คนในรถออกออกมาจากรถด้วยความหงุดหงิด
“นั่นพี่เริงใช่ไหม”
เสียงบางเล็กมีเสน่ห์ของหญิงสาวผู้อ่อนเยาว์กว่าร้องขึ้น
“ลดาหรือ”
เสียงแหบพร่าตอบออกมา ก่อนก้าวมาอยู่ตรงหน้าชายหนุ่ม โดยมีบุรุษแปลกหน้ายืนอยู่ด้านหลัง
“ทำไมไม่รอที่สนามบิน”
เสียงคนเป็นน้องตำหนิอย่างหงุดหงิด เธออุตส่าห์ขับรถไปรับ ตั้งแต่สามทุ่มเศษ รอจนกระทั่งเที่ยงคืนตี ๑ กลับมาถึงบ้านก็ยังไม่เห็นพี่สาว ขับรถออกไปอีกครั้งก็ยังไม่มีวี่แวว
“ฉันโทร.เข้ามาที่บ้านก็ไม่เห็นมีใครรับ”
“เขาไม่อยู่หรอกรายนั้น ก็แล้วทำไมไม่โทรเข้าเบอร์ลดา”
เสียงคนเป็นน้องยังหงุดหงิด
“ฉันไม่รู้เบอร์เธอ แล้วเธอทำไมไม่โทร.หาฉันล่ะ”
เริงฤดีร้องถามเอากับลดารัตน์ น้องสาวที่ดูเหมือนจะไม่ค่อยสนิทกันนัก
“คุณแม่เขาไม่ได้ให้ไว้นี่ เขาไม่เคยให้เบอร์พี่เริงกับลดาหรอก เขาบอกแค่พี่เริงว่าจะมาเวลานี้ แล้วให้ลดาไปรับ”
น้องสาวบอกเมินๆ
“แล้วนั่น พี่เริงมากับใคร”
ลดารัตน์ เปลี่ยนเรื่องเมื่อนึกขึ้นได้ว่าไม่ได้อยู่เพียงลำพังพี่น้อง
“อ้อ พี่ลืมแนะนำไป นี่คุณคมกฤชจ้ะ เขาอาสาพาพี่มาส่ง เราเจอกันที่สนามบิน”
“เครื่องลงเที่ยงคืนไม่ใช่เหรอ ทำไมกลับเอาป่านนี้”
ลดารัตน์มองอย่างจับผิด เริงฤดีมีสีหน้าเจื่อนไป อึกอักในลำคอ
“ต้องขอโทษนะครับที่พามาส่งช้า ผมพาพี่สาวของคุณไปทานข้าวมานะครับ แล้วก็เลยติดลม จริงๆ ผมควรจะพามาส่งโดยเร็ว เรื่องนี้ผมขอรับผิดเองนะครับ”
ลดารัตน์พยักหน้าเชิงรับรู้ ไม่ได้พูดอะไรต่อ แต่เดินผ่านหน้าคมกฤชไปลากกระเป๋าใบโตของพี่สาวมาที่รถตัวเอง เริงฤดีมองคมกฤชแล้วยิ้มให้แบบไม่รู้จะทำอย่างไรดี คมกฤชยิ้มปลอบใจ ถึงเวลาที่เขาจะกลับบ้านเสียที อย่างไรเสียหญิงสาวคนนี้ก็ถึงบ้านของเธอแล้ว
“ผมเห็นจะต้องลากลับก่อนนะครับ ไว้สานต่อนะครับ”
ประโยคหลังคมกฤชก้มลงกระซิบที่ข้างหู
“อะไรนะคะ”
เริงฤดีตาโต ย้ำคำอีกครั้ง
“ไว้เจอกันนะครับ ฝันดีนะครับ เพื่อนใหม่ของผม”
คมกฤชโบกมือลา ก่อนหันไปลาลดารัตน์ที่รออยู่แล้วที่รถ เริงฤดีหน้าร้อนผะผ่าว ยิ้มเขินก่อนจะโบกมือตอบ พึมพำเบาๆ กับตัวเอง
“คนบ้าอะไรก็ไม่รู้”
.........................
“ลดา มีพาราไหม พี่ขอสักสองเม็ดซิ”
เสียงแหบเครือเหมือนคนที่เพิ่งตื่นเดินโซซัดโซเซออกมาจากห้อง เมื่อเห็นคนเป็นน้องนั่งอยู่ห้องอาหารก็เสือกตัวเข้าไปนั่งข้างอย่างหมดแรง
“เหล้าไทยนี่ไม่ไหวเลย มึนหัวชะมัด”
ลดารัตน์ปรายตามองพี่สาวอย่างระอา นี่ก็ใกล้เที่ยงอยู่แล้ว นอนกินบ้านกินเมืองขนาดนี้ ตื่นขึ้นมาก็ร้องหายาพาราเซตามอล คงดื่มเข้าไปหนัก ชายหนุ่มเมื่อคืนนั่นเธอไม่เชื่อหรอกว่าจะเลี้ยงเหล้าไทยให้กับพี่สาวหัวสูงอย่างเริงฤดี นี่คงหาข้อแก้ตัวไปวันๆ ของคนเป็นพี่
“แม่ทิพย์คะ ช่วยหยิบยาพาราให้เขาหน่อยเถอะค่ะ”
แม่ทิพย์แม่บ้านของบ้านหลังใหญ่แห่งนี้ บ้านที่มีแต่ความอ้างว้าง คนเป็นนายอยู่บ้างไม่อยู่บ้าง คนอยู่ประจำคือแม่บ้านกับคนใช้ สร้างบ้านให้คนรับใช้อยู่
“จะเที่ยงแล้ว เธอไม่ไปทำงานหรือ?”
คนเป็นพี่เสยผมที่รุ่ยร่ายออกจากเรียวหน้า แหงนมองเพดานแล้วใช้มือนวดขมับตัวเองเบาๆ
“อ้อ ฉันลืมไปว่าเธอทำงานที่บริษัทของคุณพ่อนี่นะ อย่างไรเสียเขาก็ไม่ไล่เธอออก”
เมื่อเห็นคนเป็นน้องนิ่งเงียบ เริงฤดีก็ตอบเสียเอง พ่อหย่ากับแม่ตั้งแต่เธอไปเรียนเมืองนอกใหม่ๆ เธอไม่ได้รู้สึกตกใจอะไรมาก เพราะความระหองระแหงของคนทั้งคู่มีมาตลอดเวลา พ่อเห็นว่าแม่ของเธอใช้เงินเหมือนเป็นแหล่งผลิตแบงค์ แต่จะว่าแม่ก็ไม่ได้หรอก เพราะความสุขของแม่คือพ่อ เมื่อพ่อไม่เคยให้ความสุขกับแม่ แม่ก็ต้องหาทางความสุขทางอื่น ดีเท่าไหร่แล้วที่แม่ไม่มีผัวน้อย เช่นที่พ่อมีเมียน้อย
“พ่อให้ฉันมาคุยกับพี่ พ่อมีตำแหน่งให้พี่ที่บริษัท อยากให้พี่เข้าไปคุยกับพ่อ พี่จะว่างเมื่อไหร่”
ลดารัตน์กล่าวเสียงเรียบ ไม่สนใจน้ำเสียงประชดประชันของพี่สาว
“คงไม่ใช่วันนี้”
“พรุ่งนี้”
“พรุ่งนี้เหรอ รอดูก่อนแล้วกัน นี่ลดา ฉันเพิ่งกลับมานะ อะไรจะให้ฉันไปทำงานเสียแล้ว ฉันก็อยากจะพักผ่อนของฉันบ้างซิ”
เริงฤดีแหวใส่น้องสาวอย่างหงุดหงิด แค่น้องสาวแต่ทำตัวจะเป็นแม่
“ฉันก็ไม่ได้เร่งรัดพี่ให้ไปทำงาน แค่อยากให้พี่ไปคุยกับพ่อ ส่วนพี่จะทำงานวันไหน นั่นก็แล้วแต่พี่ แล้วก็คุณพ่อที่จะคิดเห็นอย่างไร”
ลดารัตน์ตอบเร็ว เธออยากให้การสนทนานี้จบโดยเร็ว บ่ายนี้จะได้เข้าไปเคลียร์งานเสียที
“เอาเถอะ ฉันจะรีบเข้าไป”
“นี่นามบัตรของคุณพ่อ ลดารู้ว่าพี่มีอยู่ แต่อาจหาไม่เจอ”
คุณอาจจะชอบ





