ติดตาม
ตอน
แชร์
หน้าปกนวนิยาย เล่ห์มายาลวง

เล่ห์มายาลวง

โศกนาฏกรรมความสัมพันธ์ที่เริ่มต้นจากเพลิงราคะและเล่ห์กลลวงตา กลายเป็นชนวนเหตุแห่งความบาดหมางที่ฝังรากลึกระหว่างสองตระกูลใหญ่ บาดแผลจากความแค้นและความเจ็บปวดที่ต่างฝ่ายต่างมอบให้กันดูเหมือนจะไม่มีวันจางหาย ทว่าท่ามกลางพายุแห่งการทำลายล้างนี้ มีเพียงอานุภาพของความรักที่แท้จริงเท่านั้นที่จะช่วยชำระล้างความเกลียดชังและเยียวยาทุกหัวใจให้กลับมามีความหวังได้อีกครั้งในท้ายที่สุดของเรื่องราว
ตอน
แชร์

ตอน 1

สนามบินสุวรรณภูมิ

เริงฤดี เลอวาณิชกุล สาวน้อยร่างสูงโปร่ง ผิวขาวอมชมพูใบหน้าโฉบเฉี่ยวได้รูปถูกปิดบังไว้ครึ่งใบหน้าจากหมวกใบหนึ่งที่สวมพรางสายตาของผู้คน แว่นกลมโตสีชาคล้องสายห้อยอยู่ที่ลำคอระหง จังหวะก้าวเดินด้วยรองเท้าส้นเข็มสูง ๒ นิ้วราวกับนางแบบบนแคทวอร์ค ผิดก็เพียงแต่ในมือของเธอไสรถเข็นเพื่อจะมารับกระเป๋าเดินทาง เธอหยุดรอกระเป๋าใบโตที่สายพานลำเลียงกระเป๋าของสนามบิน ด้ามพัดจิ๋วในมือถูกคลี่ออกแล้วโบกเบา ๆ

“เดาว่าคุณคงกลับมาจากเมืองหนาว มาถึงเมืองไทย เปิดแอร์ขนาดนี้คุณยังร้อน”

เสียงร้องทักจากเบื้องหลังเป็นเสียงของชายหนุ่ม แต่เธอไม่เสียสายตาหันกลับไปมองแม้เพียงนิด ออกอาการเพียงแค่ขยับตัวไปข้างหน้า เป็นการแสดงว่าไม่ประสงค์จะพูดคุย เสียงหัวเราะหึๆ แว่วผ่านเข้ามาแล้วเดินจากไป เธอแค่นยิ้มแล้วพึมพำออกมาอย่างลำพองตัว

“เห็นคนสวยเป็นไม่ได้ ระริกระรี้เข้ามาเชียว ผู้ชายก็ยังงี้แหละ”

เริงฤดี ขยับตัวยกกระเป๋าใบใหญ่ ๒ ใบ ออกจากสายพานลำเลียงขึ้นรถเข็นด้วยตัวเอง แม้จะมีชายหนุ่มที่ขยับจะมาช่วย แต่ไม่ทันกับความว่องไวของเธอที่คุ้นชินกับการช่วยเหลือตัวเองมาตลอด

“สวย แต่ดูหยิ่งชะมัด”

เสียงพูดคุยเบาๆ ห่างออกไปจากชายหนุ่มที่หาญกล้าไปทักเธอก่อน

“หยิ่ง?"

ชายหนุ่มหน้าคมมีสีหน้าสงสัย เขาเพิ่งกลับมาจากดูงานในประเทศเพื่อนบ้าน วันนี้เครื่องดีเลย์ ทำให้กลับมาช้ากว่ากำหนดเดิม อารมณ์จึงค่อนข้างหงุดหงิดอยู่พอสมควร

“ฉันลองเข้าไปทักดู จะหันมามองหนุ่มหล่ออย่างฉันสักนิดก็ไม่มี หึ หึ”

“อ้อ พอไม่หันมามองนาย เลยว่าหยิ่ง ความหล่อของนายก็ช่วยอะไรไม่ได้”

“กริช คนทักกันอย่างน้อยต้องหันมามองกันบ้าง นี่อะไร ไม่หันมามอง แถมขยับตัวหนี ทำยังกะเราเป็นพวกโรคจิต สักวันเถอะจะเจอดี”

เสียงคนพูดราวคับแค้น ยิ่งฟังคำพูดเรื่อยๆ ของคนเป็นเพื่อนยิ่งทำให้ดูเหมือนถูกดูแคลน

“นายจะพาลให้มันได้อะไรขึ้นมา แค่เขาไม่สนใจก็ปล่อยเขา ผู้หญิงในฮาเร็มนายมีตั้งมาก จะมาอะไรกับผู้หญิงคนนั้น”

คมกริช อัครโอภาส ส่ายหน้าระอานิสัยของเพื่อน เบื่อหน่ายที่จะพูดคุยเรื่องผู้หญิงไม่ซ้ำหน้าในแต่ละวัน แต่เพราะรู้จักกันมาตั้งแต่สมัยเรียน แถมยังเป็นคู่ค้าทางธุรกิจจึงต้องคบหากันเรื่อยมา ดุบ้าง ด่าบ้าง ทะเลาะกันบ้าง แต่ก็กลับมาสนิทกันเหมือนเดิม

“ยากๆ อย่างนี้ ฉันชอบ”

คมกริช มองตามร่างโปร่งที่ขยับย้ายสะโพกกลมกลึงไปกับย่างก้าวที่เดินออกไปทางประตูแล้วถอนใจ เสี้ยวหน้าที่เขาเห็นเพียงแวบเดียวนั้น บอกให้รู้ว่าเธอสวยมาก แต่ในกรุงเทพมหานคร มันไม่ได้เล็กๆ ที่เราจะเจอกันอีก

“ขอให้โชคดี เจอเขาอีกครั้งก็แล้วกัน”

คมกริชบอกเพื่อนอย่างไม่ใส่ใจ ก้าวนำไปรอกระเป๋าเดินทาง ซึ่งเริ่มลำเลียงเข้ามาแล้ว

“แล้วนายจะรู้ ฉันน่ะดมกลิ่นสาวๆ สวยๆ ไวเสมอ อยากรู้นักว่า ถ้าเจอหน้าหล่อๆ อย่างฉันจังๆ ยังจะกล้าเชิดใส่ฉันไหม”

“วุธ จะทำอะไรให้คิดถึงคู่หมั้นของนายไว้ให้ดี แค่สาวๆ ที่นายสับหลีกอย่างกับนายช่างรถไฟ คุณนุชเขาก็ปวดหัวจะแย่แล้ว”

อาวุธ พินิจนันท์ หัวเราะอย่างไม่ยี่หระ นงนุชเขาก็รัก แต่จะให้เขาเลิกกับสาวสวยรายอื่นๆ รอไปก่อน เพราะยังไง เขาก็ยังไม่แต่งงาน ฉะนั้นอย่ามาหึงหวงมากมาย เขาไม่ชอบ

กระเป๋าถูกลำเลียงมาจนถึงคิวของชายหนุ่ม ทั้งคู่จึงไสรถเข็นออกไปด้านนอก ตรงไปยังลานจอดรถที่จอดไว้ข้ามวันข้ามคืน คมกริชไม่ยอมนั่งแท็กซี่ แต่ยินดีที่จะขับรถมาเองโดยเสียค่าเช่าจอดรถดีกว่า แม้ว่าอาวุธจะบ่นพึมว่ากลับมาเหนื่อยๆ ยังจะต้องมาขับรถกลับบ้าน แถมยังต้องเสียเงินที่ไม่ควรจะเสียอีก

“เราแยกกันตรงนี้ ฉันนัดกับนุชเขาไว้ คืนนี้กลับมาจะฉลองกันหน่อย”

อาวุธบอกอย่างเจ้าเล่ห์ อารมณ์ดี คมกริชเข็นรถไปเพียงลำพัง มุมเลี้ยวที่เขาต้องไสรถเข็นไปนั้นสะดุดกับกระเป๋าใบใหญ่ที่วางนอนอยู่บนรถเข็นหน้าประตู ทำให้เขาชะงักแล้วหันกลับไปก้มหัว ขอโทษกับเจ้าของกระเป๋า

“ขอโทษครับ”

“ไม่เป็นไรค่ะ คุณไม่ได้ตั้งใจ”

เสียงหวานใสนั้นตอบกลับมาทันที คมกริชเงยหน้าขึ้นมองเจ้าของเสียงอย่างสนใจ ผู้หญิงคนนั้นเอง ยามนี้เธอถอดหมวกใบโตออกแล้วสวมแว่นไว้เสียครึ่งหน้า แต่ก็ปิดบังความสวยงามของใบหน้าคมเฉี่ยวไว้ไม่ได้ คมกริชปรายตามองกระเป๋าใบโตสองใบและเครื่องแต่งกายที่หล่อนสวมอยู่ปราดเดียวก็พอประเมินว่าเธอกลับมาจากประเทศเมืองหนาวและรอคนมารับ เพราะในมือถือโทรศัพท์ไว้ คมกริชยิ้มให้เล็กน้อยขยับที่จะเดินต่อ

“ฉันจะไปรอแท็กซี่ได้ที่ไหนคะ”

เสียงนั้นคล้ายลังเล ไม่แน่ใจว่าจะถามเขาดีหรือไม่ แต่ก็ถามออกไปอย่างเก้อๆ เขินๆคมกริชชะงัก หันมามองหญิงสาวเต็มตา ยิ้มให้อย่างเป็นมิตร

“ด้านล่างนะครับ แต่คงต้องรอนานหน่อย และผมว่าค่อนข้างอันตรายกับผู้หญิงสวยอย่างคุณในเวลานี้”

คมกริชเปิดช่องให้ตัวเอง เสือซุ่มอย่างเขา อาวุธยังตามไม่ทัน

“ฉันโทรหาคนที่บ้าน ไม่มีคนรับ ยังไงก็ต้องไปแท็กซี่ค่ะ ขอบคุณนะคะที่บอก”

เริงฤดีหันตัวกลับจะเข้าไปในอาคารอีกครั้ง

“เดี๋ยวซิคุณ ถ้าคุณไม่รังเกียจ ผมไปส่งให้ก็ได้นะครับ”

“คุณจะไปส่งฉันหรือคะ แล้วคุณปลอดภัยกว่าแท็กซี่?”

เริงฤดีแค่นยิ้ม ผู้ชายก็เหมือนกันทุกคน

“นี่ครับนามบัตรผม เผื่อคุณจะไว้ใจ”

คมกริชยื่นนามบัตรให้ ตำแหน่งในนามบัตรระบุถึงตัวตนของเขา เริงฤดีนิ่งคิด ชายหนุ่มคนนี้หน้าตาคมคาย จมูกโด่งเป็นสัน ริมฝีปางบางเล็ก ไรหนวดเหนือริมฝีปากนั้นเย้ายวน ......บ้า เธอคิดอะไรนี่ เริงฤดีรีบสลัดความคิดของเธอออก บอกตัวเองว่าอย่าสนใจชายหนุ่มคนนี้

“เชิญเถอะครับ รถผมจอดอยู่ทางนี้”

คมกริชเดินนำหน้า โดยไม่ได้รีรอว่าเธอจะปฏิเสธหรือตอบรับ เริงฤดีนิ่งคิดชั่วครู่ ก่อนเข็นรถตามออกไป

“บ้านคุณอยู่แถวไหนครับ”

คุณอาจจะชอบ

หน้าปกนวนิยาย พันธนาการร้ายรัก
9.6
เวธัสคือผู้ชายที่ทำลายอนาคตและสร้างบาดแผลในใจจนฉันยากจะให้อภัย ความเลวร้ายที่เขาทำไว้ทำให้ฉันสะสมความเกลียดชังและความแค้นไว้อย่างเต็มเปี่ยม แต่ท่ามกลางความชิงชังที่แสนสาหัส หัวใจเจ้ากรรมกลับทรยศความรู้สึกตัวเองด้วยการตกหลุมรักศัตรูที่ควรจะผลักไสออกไปจากชีวิต นี่คือเรื่องราวความรักที่ถูกจองจำด้วยความแค้นและอารมณ์อันซับซ้อนของตัวร้ายที่ยากจะถอนตัวจากพันธนาการครั้งนี้ได้
หน้าปกนวนิยาย เพลิงรักหมอกานต์
8.0
คำสัญญาเมื่อเจ็ดปีก่อนที่บอกว่าต้องเรียนจบถึงจะเป็นแฟนกันได้ ทำให้เธอกลับมาทวงคำพูดนั้นจากหมอกานต์ ทว่าการพบกันอีกครั้งกลับไม่ได้เรียบง่ายอย่างที่คิด เพราะชายหนุ่มที่เคยตั้งเงื่อนไขกลับกลายเป็นฝ่ายคลั่งรักเธออย่างหนัก ถึงขั้นกล้าขัดคำสั่งมารดาเพื่อรักษาความสัมพันธ์นี้ไว้ จากข้อตกลงในอดีตสู่ความเร่าร้อนที่ยากจะถอนตัว เมื่อสถานะแฟนอาจไม่เพียงพอสำหรับความผูกพันที่ลึกซึ้งและร้อนแรงที่เขามอบให้เธอเพียงคนเดียว
หน้าปกนวนิยาย แฟนเก่าอย่าหวง(ก้าง)18+
9.0
เมื่อความสัมพันธ์จบลงนาเดียจึงต้องการตัดขาดจากขุนพล แฟนเก่าที่เลิกกันไปนานหลายปี ทว่าเขากลับไม่ยอมปล่อยมือและพยายามรุกรานชีวิตเธอด้วยเจตนาที่น่าสงสัย แม้จะพยายามหนีแต่ความใกล้ชิดที่เขายัดเยียดมาให้กลับทำให้หัวใจเธอเริ่มสั่นคลอน ขุนพลยังทำตัวเป็นหมาหวงก้างที่คอยขัดขวางทุกคนที่เข้าหาเธอ จนนำไปสู่ความวุ่นวายที่ยิ่งแก้ก็ยิ่งรัดตัวนาเดียให้ติดหนึบอยู่กับผู้ชายเฮ็งซวยคนนี้อย่างเลี่ยงไม่ได้ในที่สุด
หน้าปกนวนิยาย มายารักจ้าวหัวใจ
9.7
ดวงดาราตัดสินใจปลอมตัวเป็นดาลาวันเพื่อเข้ามาเป็นแม่ครัวในร้านภูเขาทอง หวังจะสืบหาความจริงเกี่ยวกับชาติกำเนิดที่ถูกปิดบังไว้ แต่เธอกลับถูกกัญจน์ เจ้าของร้านหนุ่มสุดหล่อคอยจับผิดและเฝ้าสังเกตพฤติกรรมอย่างใกล้ชิด ทว่ายิ่งพยายามปกปิดความลับมากเท่าไหร่ เสน่ห์และความใกล้ชิดกลับยิ่งดึงดูดเขาสู่อันตรายของความรักที่ร้อนแรง เมื่อความจริงเริ่มปรากฏ กัญจน์ต้องพิสูจน์ว่าหัวใจของเขาเต้นแรงเพื่อตัวตนที่แท้จริงของดวงดาราหรือเงาของดาลาวันกันแน่
หน้าปกนวนิยาย มิตรพิศวาส (คุณเพื่อน ยอดยาหยี)
8.6
ความสัมพันธ์ระหว่างเล่ย์และลินเริ่มสั่นคลอนเมื่อความหึงหวงเข้าครอบงำ เล่ย์แสดงความน้อยใจที่ถูกมองเป็นเพียงเพื่อน พร้อมพาดพิงถึงนพชายหนุ่มที่เขาเข้าใจผิดว่าเป็นคนรักของลิน จนเกิดการปะทะคารมกันอย่างรุนแรง ลินพยายามอธิบายความจริงว่านพมีเจ้าของแล้ว และตอกกลับเล่ย์ด้วยคำถามที่แทงใจดำว่าเขาอยากข้ามเส้นจากเพื่อนมาเป็นสามีแทนหรือไม่ คำพูดที่ตรงไปตรงมาทำเอาเล่ย์ถึงกับอึ้ง ท่ามกลางความห่วงใยที่แฝงไปด้วยความรู้สึกลึกซึ้งที่ยากจะอธิบาย
หน้าปกนวนิยาย เพลิงรักร้ายจอมใจจอมมาร
9.3
วิกานดาพยายามใช้เสน่ห์อันอ่อนหัดเพื่อล่อลวงธีร์ จอมมารผู้ทรงอิทธิพลก่อนจะหนีไปจากกรงทองของเขา สร้างความโกรธแค้นจนเขาต้องตามล่าเธอกลับมา ธีร์มองว่าเธอเป็นเพียงผู้หญิงชั่วครั้งชั่วคืนที่เขาซื้อมาด้วยเงิน แต่เมื่อเธอประกาศกร้าวว่าจะไม่ยอมขายตัวให้ลูกค้าหน้าเดิมอย่างเขาอีก ความหยิ่งผยองของชายหนุ่มจึงถูกทำลาย ธีร์จึงเริ่มเกมแก้แค้นที่เร่าร้อนเพื่อกักขังเธอไว้ภายใต้กรรมสิทธิ์ของเขาแต่เพียงผู้เดียวและไม่ยอมให้ชายหน้าไหนเข้าใกล้เธอเด็ดขาด