ติดตาม
ตอน
แชร์
หน้าปกนวนิยาย แฟนของฉันไม่ใช่นายเอกนิยาย

แฟนของฉันไม่ใช่นายเอกนิยาย

ชีวิตของเลอาต้องเปลี่ยนไปเมื่อพบหนังสือนิยายวายปริศนาหน้าบ้าน ซึ่งเนื้อหาภายในกลับทำนายอนาคตว่าเธอจะต้องตาย และแฟนหนุ่มสุดที่รักจะกลายเป็นนายเอกในความสัมพันธ์แบบสามเรา เลอาจึงต้องลุกขึ้นสู้เพื่อเปลี่ยนโชคชะตาและปกป้องคนรักจากชายหนุ่มสองคนที่จะเข้ามาแย่งชิง ท่ามกลางอันตรายจากฆาตกรลึกลับที่จ้องเอาชีวิต เธอจะสามารถขัดขวางเส้นทางนิยายน้ำเน่านี้และเอาตัวรอดจากความตายได้หรือไม่ เมื่อเหล่าพระเอกในนิยายยังคงตามตื๊อแฟนเธอไม่เลิกรา
ตอน
แชร์

ตอน 2

ตอนที่ 2 นิยายบอกอนาคต

เมื่อกลับถึงบ้านฉันก็รีบตรงดิ่งไปหาหนังสือนิยายเรื่อง ‘ปกป้องหัวใจวาริน’ และเปิดอ่านบทนำของนิยายเพื่ออ่านให้แน่ใจว่าตัวเองจำไม่ผิด ซึ่งปรากฏว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับฉันและวารินวันนี้มันตรงกับสิ่งที่เขียนไว้ในบทนำของนิยายเก้าในสิบส่วน

มันเป็นไปได้ยังไง!?

จะบอกว่านิยายเล่มนี้เขียนตามสิ่งที่เกิดขึ้นกับฉันและวารินก็ไม่ใช่เพราะนิยายเล่มนี้ส่งมาก่อนที่ฉันจะไปออกเดตกับวารินซะอีก นั่นหมายความว่านิยายเล่มนี้เขียนสิ่งที่จะเกิดขึ้นในอนาคต...

สิ่งที่จะเกิดขึ้นในอนาคต...นั่นหมายความว่าฉันจะตายเรอะ!? แถมวารินยังจะกลายเป็นของผู้ชายคนอื่น! ฉันอยากกระอักเลือด นั่นเป็นสิ่งที่ฉันยอมรับไม่ได้ วารินเป็นของฉัน!

ฉันไม่เชื่อในทันทีว่าในนิยายเล่มนี้เขียนสิ่งที่เกิดขึ้นในอนาคต ฉันอดทนอ่านต่อจากตรงที่อ่านค้างไว้เพื่อหาเบาะแส หลังจากวารินในนิยายถูกชายตาแมวอุ้มไปฉากก็ตัดมาที่วารินตื่นขึ้นมาในห้องแห่งหนึ่งที่เหมือนห้องพักฟื้นในโรงพยาบาล แต่มันไม่ใช่โรงพยาบาล มันคือศูนย์วิจัยพลังจิตแห่งหนึ่ง เมื่อฉันอ่านถึงตรงนี้ฉันไม่ได้คิดว่าศูนย์วิจัยนี้เป็นศูนย์วิจัยที่ไร้สาระหรือแต่งเกินจริงเพราะฉันรู้ว่าพลังจิตมีอยู่จริง

ฉันยังไม่บอกสินะว่าวารินคือผู้ที่เกิดมาพร้อมพลังจิต เขามีพลังจิตที่เรียกว่า Psychometry พลังนี้จะทำให้วารินสามารถรับรู้เรื่องราวและอารมณ์ความรู้สึกที่เกิดขึ้นในอดีตโดยการจับต้องสิ่งของและบางครั้งวารินก็สามารถใช้มันกับมนุษย์ได้เช่นกัน วารินที่บังเอิญไปรู้อดีตของคนอื่นอย่างไม่ได้ตั้งใจก็เลยมักจะจิตตกจนเกือบทำไฟฟ้ารอบตัวพังบ่อยครั้งเพราะว่าวารินมีพลังจิตอีกอย่าง นั่นก็คือการพลังควบคุมประจุไฟฟ้าและสายฟ้า ถ้าอารมณ์ของวารินไม่คงที่เขาก็อาจเผลอทำไฟดับ

ฉันเชื่ออีกนิดว่านิยายเรื่องนี้อาจจะจริงเพราะว่าวารินในนิยายบอกถูกต้องทุกอย่างเกี่ยวกับพลังของวารินในโลกจริง

ฉันนั่งสมาธิและบอกกับตัวเองว่า ถึงสิ่งที่อยู่ในนิยายจะเป็นเรื่องที่อาจจะเกิดขึ้นจริง แต่ตอนนี้วารินยังเป็นของฉันไม่ได้เป็นของตัวผู้หน้าไหนทั้งสิ้น! ฉันอดทนอ่านต่อไป ฉันจึงได้รู้เรื่องที่ไม่เคยรู้หลายอย่าง อย่างเช่น ถ้าผู้มีพลังจิตมีพลังมากเกินไปพลังอาจจะย้อนกลับมาฆ่าเจ้าของ ผู้มีพลังจิตส่วนมากที่ทนรับพลังของตัวเองไม่ไหวหรือไม่ก็ควบคุมพลังของตัวเองไม่ได้ก็จะตายก่อนอายุขัยด้วยสาเหตุต่างๆ อย่างเช่นเป็นไข้หนัก หัวใจวาย เส้นเลือดในร่างกายแตก ร่างระเบิด หรือไม่ก็ตายไปเสียเฉยๆ หรือไม่ก็ร่างสลายหายไปเลย ซึ่งมันก็ขึ้นอยู่กับพลังจิตของคนคนนั้นว่าจะเป็นแบบไหนด้วย

แต่วารินที่มีพลังจิตถึงสองอย่างและมีพลังจิตค่อนข้างสูงแต่กลับไม่เคยประสบปัญหาพลังย้อนกลับมาทำร้ายร่างกายเลย ชายตาแมวที่มีชื่อว่า อาเธอร์ มีความสนใจวารินเพราะเขาเป็นนักวิจัยพลังจิตและคนสร้างยาระงับพลังของผู้มีพลังจิตไม่ให้พลังย้อนกลับมาฆ่าเจ้าของพลังจิต ดูเหมือนอาเธอร์สนใจจับวารินไปเป็นหนูทดลอง...

ไปตายซะไอ้ xxx

ความเกลียดชังของฉันที่มีต่ออาเธอร์พุ่งสูงแทบทะลุหลอด และเมื่อฉันอ่านต่อไปความเกลียดชังก็พุ่งสูงทะลุหลอดจริงๆ เพราะว่าฆาตกรที่ฆ่าฉันก็คือหนูทดลองของอาเธอร์! ฆาตกรคนนั้นเป็นผู้มีพลังจิตและได้ก่ออาชญากรรมมามากมาย เมื่อถูกจับฆาตกรคนนั้นก็เลยถูกจับมาเป็นหนูทดลองของอาเธอร์ และด้วยความประมาทของอาเธอร์ฆาตกรคนนั้นก็เลยหลุดออกมาได้และไล่ฆ่าคน

บัดซบ! ฉันตาย...ไม่สิ เลอาในนิยายถูกฆ่าตายเพราะความประมาทของนักวิจัยบ้านี่เนี่ยนะ!? เป็นสาเหตุทำให้คนอื่นตายไม่พอยังคิดจะเอาแฟนของคนที่ตัวเองมีส่วนทำให้ตายไปเป็นแฟนของตัวเองอีกด้วย!

ฉันโกรธมากและไม่สามารถอ่านต่อได้ ฉันข้ามไปอ่านตอนอื่นทันที ฉันอ่านแค่บทที่มีวารินปรากฏเท่านั้นและเป็นบทที่วารินกำลังคิดถึงแฟนที่ตายไปแล้ว มันมีตอนที่เล่าถึงเหตุการณ์ในอดีตด้วย พอฉันอ่านถึงตรงนี้ฉันก็ต้องยอมรับแล้วว่านิยายเล่มนี้เป็นของจริงเพราะเหตุการณ์ย้อนอดีตในนิยายพวกนั้นมันเคยเกิดขึ้นกับฉันและวารินแล้วจริงๆ

ฉันถอนหายใจด้วยความรู้สึกเหน็ดเหนื่อย

“เป็นอะไรงั้นเหรอเลอา? ทำไมถอนหายใจอย่างนั้น และทำไมทำหน้าเศร้าอย่างนั้น” วารินเอ่ยเสียงเป็นกังวล เขาโผเข้ากอดฉันและลูบหัวของฉันอย่างอ่อนโยน “ถ้ามีเรื่องอะไรไม่สบายใจก็บอกผมนะ อย่าเก็บไว้คนเดียว”

น้ำเสียงของวารินให้ความรู้สึกอ่อนโยนและเข้มแข็งในเวลาเดียวกัน ฉันรู้สึกวางใจที่จะพึ่งพาวารินทุกเรื่อง แต่เรื่องนิยายวายที่มีวารินเป็นนายเอกเนี่ย…

“ถ้าฉันพร้อมเมื่อไหร่ฉันจะบอกเธอ สัญญาเลย” ฉันทำหน้าจริงจัง วารินจึงพยักหน้าเข้าใจ “ตอนนี้ขอกำลังใจก่อน”

“ได้สิ” วารินยิ้มหวาน

เราโน้มหน้าเข้าหากันจนกระทั่งริมฝีปากประกบกันอย่างแนบแน่น พวกเราแลกความหวานให้กันและกัน ในขณะนั้นฉันลืมตาขึ้นมาและมองเปลือกตาที่หลับพริ้มอย่างน่ารักน่าเอ็นดูของวารินด้วยอารมณ์หึงหวง แค่คิดว่าจะมีคนอื่นนอกจากตัวเองได้จูบและได้เห็นท่าทางน่ารักน่าเอ็นดูของวารินดวงตาของฉันก็วาวโรจน์

ฉันจะตายงั้นเหรอ? ไม่ ฉันจะไม่ยอมตายเด็ดขาด! ฉันจะหลีกเลี่ยงความตายให้ได้!

ในนิยายระบุไว้ว่าฉันจะถูกฆ่าในวันอาทิตย์หรือก็คือหลังจากเดเวอร์ชันวันเสาร์ นั่นก็หมายความว่าวันพรุ่งนี้คือวันที่ฉันในนิยายจะถูกฆาตกรรมจนศพกระจายเต็มถนน วิธีหลีกเลี่ยงความตายก็คือไม่ออกจากบ้านวันอาทิตย์เพราะถ้าไม่ออกจากบ้านฉันก็จะไม่มีโอกาสได้พบฆาตกรและไม่ตาย

วันต่อมา วันอาทิตย์อันตราย ฉันตัดสินใจที่จะไม่ออกจากบ้านแม้แต่ก้าวเดียว

“อ๊ะ แย่ล่ะไข่หมดแล้ว คงต้องออกไปซื้อ”

ฉันหูผึ่งทันทีเมื่อได้เสียงพึมพำของวารินจากในครัว หมายเหตุ เลอาในนิยายบังเอิญออกไปเจอฆาตกรและถูกฆ่าเป็นเพราะว่าวัตถุดิบทำอาหารที่บ้านหมดก็เลยอาสาออกจากบ้านไปซื้อพวกมันนั่นเอง เพื่อรักษาชีวิตเป้าหมายในวันนี้ก็คือห้ามออกจากบ้านไม่งั้นคงได้ไปจ๊ะเอ๋กับฆาตกรแน่!

แม้ว่าในนิยายระบุไว้ว่าเลอาในนิยายจะถูกฆ่าตอนกลางคืนไม่ใช่ตอนเช้าและไม่ใช่วารินที่จะถูกฆ่า แต่ก็ยังวางใจไม่ได้ ฉันจึงรีบพุ่งเข้าไปหาวารินในครัวด้วยความเร็วแสง

“ช่างมันเถอะ ไม่มีไข่ก็ไม่ต้องกิน” ฉันพูดอย่างจริงจัง วารินกะพริบตาปริบๆ อย่างงุนงง

“แต่ถ้าไม่มีไข่อาหารเช้าก็ไม่ครบชุดนะ” วารินมองขนมปังปิ้งและไส้กรอกในจานอย่างอึดอัดใจ

“วันนี้ฉันไม่ชอบไข่ ไม่อยากกินไข่ไก่ ไข่นก ไข่เป็ด หรือไข่อะไรทั้งสิ้น เพราะงั้นไม่ต้องไปซื้อใหม่”

“หือ? เกิดอะไรขึ้นกัน อะไรทำให้คุณเกลียดไข่กะทันหันแบบนี้” วารินเลิกคิ้วแปลกใจพลางยิ้มขำ

“ใช่ ฉันเกลียดไข่ทั้งหมดบนโลกยกเว้นไข่ของวาริน” ฉันจูบปากวารินเร็วๆ ครั้งหนึ่งพร้อมส่งยิ้มเจ้าเล่ห์

“แต่เช้าเลยนะ” วารินหันหน้าหนีอย่างเขินอาย ฉันหอมแก้มแดงๆ ของวารินอย่างมันเขี้ยว

“ฉันไม่อยากแยกห่างจากเธอแม้แต่ก้าวเดียวเพราะงั้นไม่ต้องออกไปซื้ออะไรทั้งสิ้น อาหารเช้าของวันนี้กินแค่ขนมและไส้กรอกก็พอ”

“เอาอย่างนั้นก็ได้” วารินยอมพยักหน้าเข้าใจ แต่เขาก็ยังรู้สึกติดใจสงสัยพฤติกรรมของฉันไม่น้อย

“เอาล่ะวันนี้เรามาตัวติดบ้านกันทั้งวันกัน”

หลังจากนั้นฉันก็นั่งดูหนังกับวารินทั้งวันโดยที่ไม่ยอมออกจากบ้านแม้แต่ก้าวเดียว ฉันคิดว่าทุกอย่างผ่านไปได้ด้วยดี

ขณะนี้เวลา 19:10

ติ๊งต๊อง~

ในขณะที่ฉันและวารินกำลังดูข่าวภาคค่ำทันใดนั้นเสียงกริ่งบ้านก็ดังขึ้น

“ครั้งแรกเลยนะเนี่ยที่ได้ยินเสียงกริ่งบ้าน” ก็นะเพิ่งย้ายมาอยู่แค่หนึ่งอาทิตย์ คนรู้จักก็ไม่ได้มีมากมายก็เลยไม่ค่อยมีใครมาเยี่ยม

“เดี๋ยวผมจะไปดูเอง” วารินอาสาไปเปิดประตู ฉันมองตามวารินเดินออกจากห้องนั่งเล่นไปก่อนที่ฉันจะหันหน้ากลับไปดูทีวีต่อ ทว่าสิบวินาทีต่อมาฉันตัดสินใจลุกออกจากโซฟาและเดินตามวารินไปเพราะความรู้สึกไม่สบายใจที่อัดแน่นในอก

“ใครมางั้นเหรอวาริน” ฉันเอ่ยถาม วารินที่ยืนอยู่หน้าประตูหันหน้ามามองฉันพลางส่งสายตาไม่รู้ ในขณะเดียวกันประตูก็เปิดออกกว้างเผยให้เห็นชายคนหนึ่งที่สวมเสื้อแขนยาวสีดำและสวมฮู้ดอย่างมิดชิด

ฉันและวารินนิ่งเงียบเพราะพวกเราไม่รู้จักคนที่มีลักษณะเช่นนี้มาก่อน

“เจอแล้ว~” ชายสวมฮู้ดกล่าวพลางแสยะยิ้ม ในตอนนั้นฉันเห็นบางอย่างแสงสะท้อนเป็นประกายข้างหลังชายคนนั้น

“วารินถอยออกมา!” ฉันตะโกนเสียงดังลั่นและรีบพุ่งเข้าไปดึงวารินให้ถอยห่างจากประตู จากนั้นฉันก็รีบคว้าประตูเพื่อปิด แต่ทว่ามันคล้ายกับว่ามีบางอย่างกระชากประตูให้เปิดออกอย่างแรงจนประตูหลุดออกไปทั้งบาน

“บ้านนี้ต้อนรับแขกอย่างนี้งั้นเหรอ?” ชายสวมฮู้ดถามและในขณะเดียวกันสิ่งที่มีแสงสะท้อนเป็นประกายข้างหลังของชายคนนั้นก็พุ่งเข้ามาหาฉัน ฉันหยิบร่มที่วางอยู่บนชั้นวางรองเท้าขึ้นมาปัดป้องกันแทบไม่ทัน

“เลอา!” วารินอุทานอย่างตื่นตระหนกเมื่อเห็นว่าสิ่งที่พุ่งเข้าหาฉันก็คือมีด ใช่ มันคือมีด! แถมเป็นมีดลอยได้ด้วย

“ผู้มีพลังจิต” ฉันจ้องมองชายสวมฮู้ดด้วยสายตาเป็นศัตรู ฉันรู้ทันทีว่าเขาคือฆาตกรที่ฆ่าฉันในนิยาย แต่ทำไมมันมาอยู่ที่นี่ได้? มันตามฉันมางั้นเหรอ? ในใจของฉันสับสน แต่ฉันไม่ยอมเสียสมาธิไปไม่เช่นนั้นฉันอาจจะไม่รอด รวมถึงวารินด้วย

แฟนของฉัน ใครก็ห้ามแตะ!

“ของไร้ประโยชน์อย่างเธอมันเกะกะลูกตาจริงๆ” มันว่าและควบคุมมีดให้พุ่งเข้ามาหาฉันเพื่อฆ่า แต่มันไม่ง่ายหรอก!

ฉันใช้ร่มในมือปัดมีดพวกฉันอย่างรวดเร็ว เห็นอย่างนี้ฉันก็เคยเรียนวิชาดาบนะ แถมเป็นวิชาดาบสำหรับฆ่าด้วย ฉันจึงไม่ยอมให้ตัวเองเป็นฝ่ายถูกโจมตีเพียงฝ่ายเดียว ฉันพุ่งเข้าหาฆาตกรหวังจะใช้ร่มฟาดมันสักครั้ง แต่ก่อนที่ร่มของฉันจะถึงตัวฆาตกรมันก็ถูกบดขยี้ด้วยพลังบางอย่าง

“ของแบบนั้นจะทำอะไรฉันได้” มันหัวเราะเยาะ ทันใดนั้นมันก็ชักมีดออกมาและไล่ฟันฉัน ฉันที่ไม่มีอาวุธในมือแล้วจึงได้แต่ถอยหลังหลบจนกระทั่งไปชนวารินที่ยืนอยู่ข้างหลัง

วารินโอบเอวของฉันไว้ทันที “อย่ามาแตะต้องแฟนของผม”

เปรี้ยง!

สิ้นประโยคของวาริน ทันใดนั้นกระแสไฟฟ้ารอบๆ ก็เกิดการกะพริบและต่อมาก็มีสายฟ้าฟาดเข้าไปโจมตีชายสวมฮู้ดคนนั้น

“สมกับเป็นของมีประโยชน์ พลังมีเยอะไม่น้อย” ชายคนนั้นหัวเราะแม้จะถูกสายฟ้าฟาดจนได้กลิ่นไหม้ชัดเจน

“ผมไม่รู้หรอกนะครับว่าทำไมคุณถึงโจมตีพวกเรา แต่ผมจะไม่ยอมให้คุณทำร้ายแฟนของผมแน่” วารินกล่าวเสียงแข็งกร้าว ซึ่งไม่บ่อยนักที่วารินจะทำเสียงก้าวร้าวเช่นนี้

ถ้าสถานการณ์ตอนนี้ไม่เป็นแบบนี้ฉันคงจะกรีดร้องออกมาด้วยความตื่นเต้น วารินในเวอร์ชันดุร้าย! หัวใจของฉันแทบละลาย~

หลังจากวารินประกาศกร้าวไปแล้วเขาก็โจมตีคนร้ายที่บุกบ้านไม่ยั้งด้วยพลังจิตสายฟ้า แต่ฝ่ายนั้นก็ไม่ยอมล้มง่ายๆ และใช้มีดที่เป็นโลหะเป็นตัวล่อสายฟ้าเพื่อป้องกัน ดูเหมือนว่าฝ่ายนั้นมีทักษะการใช้พลังและการต่อสู้มากกว่าจึงป้องกันสายฟ้าของวารินได้ทั้งหมด อีกทั้งยังสามารถโจมตีกลับได้อีกด้วย หากวารินไม่ได้สร้างม่านสายฟ้าของมาป้องกันการโจมตีจากคมมีดพวกนั้นพวกฉันคงบาดเจ็บหนัก

ชายสวมฮู้ดเห็นดังนั้นจึงเริ่มจะเอาจริง สิ่งที่เป็นโลหะทุกอย่างรอบตัวฉันและวารินลอยขึ้นมาและพุ่งเข้ามาโจมตีพวกฉัน

มันมีพลังจิตควบคุมโลหะไม่ผิดแน่!

การโจมตีรอบด้านทำให้วารินต้องทุ่มเทพยายามในการใช้สายฟ้าเป็นเกราะป้องกันเพียงอย่างเดียว ฉันจึงรีบมองหาทางจัดการฆาตกร มันต้องมีสักทางที่ฉันโต้กลับได้สิ! แต่ถ้าจะใช้อาวุธประเภทโลหะต่อสู้ก็คงไม่ได้เพราะอีกฝ่ายมีพลังจิตควบคุมโลหะ ทำยังไงดีล่ะทีนี้ ถ้าฉันไม่มีพลังจิตคงสู้ไม่ได้แน่

"ถ้าอย่างนั้น…วาริน เธอสร้างสายฟ้าเป็นรูปร่างได้ไหม?” ฉันกระซิบถามวาริน

"ผมไม่เคยทำ น่าจะไม่ไหว” วารินเอ่ยเสียงเครียดขณะที่พยายามมีสมาธิกับการป้องกัน วารินยังไม่เคยต่อสู้ด้วยพลังจิตมาก่อนเขาจึงไม่รู้ว่าควรใช้อย่างไรดี

"ลองใช้โลหะเป็นตัวนำไฟฟ้าสิ ปล่อยกระแสไฟฟ้าไปในโลหะข้างหลังผู้ชายคนนั้นและดึงไฟฟ้าเข้ามาหาตัวเอง นั่นจะทำให้เธอลอบโจมตีมันได้" ฉันแนะนำเขาเสียงเบา

วารินพยักหน้าอย่างเข้าใจและทำตามที่ฉันบอก ไฟฟ้าค่อยๆ รวมตัวกันอยู่ข้างหลังของชายสวมฮู้ด ยิ่งมันรวมตัวกับมากเท่าไหร่พลังโจมตีของมันจะต้องมากกว่าการปล่อยสายฟ้าไปตรงๆ อย่างแน่นอน

เมื่อมองเห็นจังหวะที่ดีวารินก็ดึงสายฟ้าทั้งหมดมาหาตัวเองทันที แต่ก่อนมันจะมาถึงตัวเขาไฟฟ้าแรงสูงนั่นจะต้องทะลุผ่านตัวของชายสวมฮู้ดก่อน แน่นอนถ้าโดนไฟฟ้าแรงสูงทะลุผ่านตัวแบบนั้นความร้อนจากไฟฟ้ามันจะทำให้ร่างถูกเผาไหม้

” อึก!” ชายสวมฮู้ดไม่ทันตั้งตัวจึงโดนโจมตีไปเต็ม ไหล่ขวาของเขาเกิดรูขนาดใหญ่ มันเป็นแผลที่มีรอยไหม้ปรากฏให้เห็นอย่างชัดเจนและจากนั้นเลือดของชายสวมฮู้ดก็เริ่มไหลออกมามากมาย วารินผงะเมื่อเห็นเลือดมากมายเช่นนั้น

”มันจำเป็นวาริน ถ้าเธอไม่ทำเราจะตาย" ฉันกอดวารินและปลอบโยนเขา ฉันรู้ว่าเขาหวาดกลัวพลังของตัวเอง ฉันไม่อยากให้เขารู้สึกแย่แต่ถ้าไม่ให้เขาทำ มันจะเป็นตัวเขาเองที่จะตกอยู่ในอันตราย

”ไม่เลว…" ชายสวมฮู้ดหัวเราะในลำคอ ทันใดนั้นบาดแผลของเขาก็รักษาตัวเอง

พลังจิตอีกอย่างงั้นเหรอ!?

” หึหึหึ นี่ล่ะพลังที่ฉันต้องการ!” ชายคนนั้นตะโกนและหัวเราะราวกับคนบ้า

ฉันและวารินระวังตัวมากขึ้น บรรยากาศรอบตัวของชายคนนั้นเหมือนจะเปลี่ยนไป มันให้ความรู้สึกอันตรายมากขึ้น

วี้วอ!

แต่ไม่ทันที่การต่อสู้จะดำเนินต่อทันใดนั้นเสียงรถตำรวจก็ดังขึ้นมา ฉันคาดว่าเพื่อนบ้านของฉันคงได้ยินเสียงดังจากการต่อสู้ก็เลยโทรเรียกตำรวจมา ชายคนนั้นชะงักและสบถออกมาด้วยท่าทางไม่พอใจ

“พวกน่ารำคาญ คราวหน้าจะฆ่าให้หมด” ชายสวมฮู้ดหันมามองฉันและวารินเป็นครั้งสุดท้ายก่อนจะหายไปวาร์ปหายไปต่อหน้าต่อตาของฉันและวาริน

เขามีพลังอย่างที่สาม!?

ฉันตกใจมาก ฆาตกรนั่นมีพลังจิตหลายอย่างแต่ร่างกายยังทนรับไหว มันน่าเหลือเชื่อจริงๆ ไม่แปลกใจเลยที่เลอาในนิยายพลาดท่าถูกฆ่าทั้งที่มีทักษะดาบเก่งเท่ากับฉัน

ไม่นานหลังจากที่ชายคนนั้นจากไปตำรวจก็มาถึงหน้าบ้านของฉันและวาริน พวกเขาสำรวจก่อนเป็นอย่างแรกและหันมาพูดกับฉันและวารินว่า

“ผู้มีพลังสินะ” ตำรวจคนหนึ่งกล่าว

ฉันและวารินมองหน้ากันก่อนจะพยักหน้าตอบกลับไป ในเมื่อตำรวจรับรู้ถึงตัวตนของผู้มีพลังจิตมันก็เป็นเรื่องง่ายสำหรับเราที่จะให้การโดยไม่ต้องแต่งเรื่องให้สมเหตุสมผลกับความเสียหายที่เกิดขึ้น

วารินได้อธิบายเรื่องราวคร่าวๆ เกี่ยวกับสิ่งที่เกิดขึ้นในตำรวจฟัง ส่วนฉันขอตัวเข้าไปให้ห้องนอนเพื่อเอาของบางอย่าง ซึ่งของสิ่งนั้นก็คือนิยายบอกอนาคตเล่มนั้น! มันต้องบอกได้แน่ว่าทำไมเจ้าฆาตกรนั่นถึงมาอยู่หน้าบ้านของฉันและวารินได้

ครั้งนี้ฉันตั้งใจอ่านอย่างละเอียดและมองข้ามความหึงหวงของตัวเองที่มีต่อตัวละครวารินในนิยาย ตอนนี้ฉันมีวารินเป็นของตัวเอง ทำไมฉันต้องหึงด้วยล่ะ!

และเมื่อได้อ่านอย่างจริงจังฉันก็ได้รู้ว่าฆาตกรนั่นมีความสามารถกลืนกินพลังของคนอื่นได้ มันพยายามไล่ล่าคนมีพลังจิตเพื่อแย่งชิงพลัง วารินก็เป็นเป้าหมายของมันเช่นกัน ในวันนี้หรือวันที่ฉันถูกฆ่าในนิยายฆาตกรตั้งใจจะมาที่บ้านของฉันอยู่แล้วเพื่อมาชิงพลังของวาริน แต่เพราะระหว่างเดินทางมามันดันบังเอิญเจอฉันก่อนมันก็เลยฆ่าฉันด้วยเหตุที่ว่า เกะกะลูกตา!

ไอ้xxx

สบถแล้วก็อ่านต่อและฉันก็ได้รู้ว่าหลังจากฆาตกรนั่นฆ่าฉันเสร็จมันก็ไปที่บ้านของฉันเพื่อไปหาวาริน แต่ในตอนนั้นวารินดันออกจากบ้านมาตามหาฉัน มันจึงคลาดจากวารินไป แต่ถึงแม้จะคลาดกันครั้งหนึ่งฆาตกรนั่นก็ไม่ยอมแพ้และไล่ล่าวาริน หากวารินไม่ได้ไอ้อาเธอร์อะไรนั่นช่วยซ่อนตัววารินคงไม่มีชีวิตอยู่

บ้าเอ๊ย!

ถ้าไม่มีไอ้หมอนั่นช่วยเหลือวารินก็จะไม่รอดงั้นเหรอ? ไม่ใช่! ถ้าฉันหาสถานที่ปลอดภัยซ่อนตัวได้ละก็ฉันและวารินก็จะรอด!

จนกว่าจะจัดการเจ้านั้นได้ฉันจะต้องหาที่ซ่อน แต่ฉันไม่รู้ว่ามีที่ไหนปลอดภัยบ้าง ทางเลือกเดียวก็คือขอความช่วยเหลือจากตำรวจที่ทราบถึงการมีอยู่ของผู้มีพลังพิเศษคนนั้น

ฉันกลับไปวารินที่กำลังสนทนากับตำรวจคนนั้น

“มาพอดีเลยเลอา สารวัตรเมลเสนอให้เราย้ายที่อยู่ชั่วคราว คุณคิดว่ายังไงเหรอ?” ยังไม่ทันที่ฉันจะได้เริ่มเกริ่นนำวารินก็เอ่ยขึ้นมาเสียก่อน ฉันหยุดชะงักไปครู่และคิดว่าก็ดีเหมือนกัน ตำรวจเสนอมาให้แบบนี้แล้วฉันก็ไม่จำเป็นต้องพูดมาก

“ก็ดีนะ จนกว่าคนร้ายจะถูกจับตัวเราควรไปอยู่ในสถานที่ปลอดภัยกันสักพัก” ฉันพูด

“อีกสักครู่คนที่จะช่วยหาที่ซ่อนตัวชั่วคราวให้กับพวกคุณก็จะมาถึงแล้ว” สารวัตรเมลกล่าว

“เขาคือตำรวจรึเปล่าคะ?” ฉันถามเพราะฉันไม่ไว้ใจว่าคนคนนั้นจะสามารถหาที่ซ่อนให้ฉันและวารินได้ปลอดภัยจริงหรือไม่

“ไม่ใช่ แต่เขาไว้ใจได้ เขาสามารถดูแลพวกคุณได้อย่างดีแน่นอน” สารวัตรเมลเอ่ยด้วยน้ำเสียงหนักแน่นเพื่อให้พวกฉันสบายใจ แต่ฉันก็ยังไม่สบายใจอยู่ดี

“เขาไม่ใช่ตำรวจแต่ทำไมต้องดูแลพวกเรา? เขาเกี่ยวข้องกับตำรวจอย่างไร?” ฉันถามต่อ

“เขามีส่วนเกี่ยวข้องที่ทำให้ฆาตกรหลุดออกมาน่ะ เขาจะต้องดูแลความปลอดภัยของพวกคุณเพื่อเป็นการรับผิดชอบ” ในประโยคแรกที่สารวัตรเมลเอ่ย น้ำเสียงของเขาเหมือนมีความไม่พอใจกับบางคนและแอบแฝงความรู้สึกผิดต่อพวกฉัน

ฉันเริ่มรู้สึกไม่พอใจขึ้นมาตงิดๆ ลางสังหรณ์ของฉันบอกว่าคนที่จะมาช่วยดูแลพวกฉันจะต้องเป็นคนที่ฉันไม่อยากเจอและเกลียดขี้หน้าสุดๆ

แน่นอนว่าลางสังหรณ์ของฉันถูกต้อง

“คนที่เป็นเป้าหมายของเจ้านั่นอยู่ไหน” ข้างหลังของสารวัตรมีเสียงของผู้ชายคนหนึ่งพูดขึ้นมา พวกฉันจึงหันไปมองอย่างพร้อมเพรียงและได้พบกับชายหนุ่มร่างสูงที่มีหน้าตาหล่อเหลามีดวงตาสีเหลืองทองอันโดดเด่นและมีเส้นผมสีขาวประกายสีแดง

ไอ้อาเธอร์งั้นเหรอ!?

“มาพอดีเลย นี่คืออาเธอร์ เวลเลอร์ คนที่จะมาช่วยให้ที่ซ่อนและดูแลความปลอดภัยของพวกคุณ” สารวัตรเมลแนะนำอาเธอร์ให้ฉันและวารินรู้จัก

“สวัสดีครับผมวาริน ยินดีที่ได้รู้จัก” วารินทักทายอย่างเป็นมิตร ความหึงหวงของฉันพุ่งสูงทันที ฉันพุ่งเข้าไปกอดวารินอย่างหวงแหนและชายตามองอาเธอร์อย่างไม่เป็นมิตร

อาเธอร์ “...?”

“เป็นอะไรงั้นเหรอ?” วารินถามฉันอย่างสงสัย

“ฉันไม่อยากไปกับผู้ชายคนนั้น! เขาไม่น่าไว้ใจเลย เราช่วยกันหาสถานที่ปลอดภัยกันเองดีกว่า!” ทำไมคนที่จะช่วยปกป้องพวกฉันชั่วคราวถึงต้องเป็นเจ้านั่นด้วย! ทั้งที่ฉันคิดว่าจะไม่ยอมให้วารินและอาเธอร์ต้องมาเจอกันแท้ๆ แต่ทำไมถึงยังมาเจอกันได้อีก! แรงดึงดูดของพระเอกกับนายเอกเรอะ!? ไม่ยอม ฉันไม่ยอมนะ!

“ถึงอาเธอร์จะดูไม่น่าไว้ใจแต่เขาไว้ใจได้นะ” สารวัตรเมลพูดพลางยิ้มแห้งกับสายตาไม่เชื่อของฉัน “ไม่ต้องเป็นห่วง เขาไม่ใช่บุคคลน่าสงสัยที่ทำอะไรผิดกฎหมาย คิดว่างั้นนะ” ประโยคสุดท้ายสารวัตรเมลแอบกระซิบ “เอาเป็นว่าเขามีสถานที่ซ่อนตัวที่ปลอดภัยมากๆ ให้พวกคุณอยู่อาศัยชั่วคราวได้ แน่นอนว่าไม่เสียค่าใช้จ่าย”

“ไม่เสียค่าใช้จ่ายหรือครับ? แบบนั้นจะดีเหรอครับผมคิดว่าผมควรจ่ายค่าคุ้มครองด้วย” วารินกล่าวอย่างเกรงใจ

“ฉันมีส่วนทำให้ฆาตกรนั่นหลุดออกมาสร้างความเสียหายแบบนี้ ฉันมีความรับผิดชอบมากพอที่จะให้ความช่วยเหลือพวกคุณที่ได้รับผลกระทบจากความผิดพลาดของฉัน” อาเธอร์กล่าวเสียงเรียบ

“ฉันจะหาที่ซ่อนเอง ไม่จำเป็นต้องให้นาย...คุณช่วยเหลือ” ฉันพูดเสียงเย็นชาพยายามไม่ส่งสายตาเกลียดชังอย่างออกนอกหน้า

อาเธอร์เค้นเสียงหัวเราะในลำคอและมองฉันด้วยสายตาเย่อหยิ่ง “ที่ซ่อนที่เธอหามันไม่ทางที่จะปลอดภัยเท่ากับที่ซ่อนที่ฉันหาให้หรอก”

“มั่นใจได้ยังไงกัน” ฉันเบะปากไม่ชอบใจ

“ฉันจะให้พวกเธอซ่อนตัวอยู่คอนโดมิเนียมของฉัน ที่นั่นมีระบบรักษาความปลอดภัยระดับประเทศเพราะทั้งอาคารถูกสร้างขึ้นมาด้วยวัสดุพิเศษที่ทำลายได้ยาก ผู้มีพลังพิเศษก็อย่าหวังว่าจะทำลายมันได้ง่ายๆ ระบบตรวจสอบความปลอดภัยก็ทันสมัย คนแปลกหน้าไม่มีทางเข้าออกได้ง่ายๆ ทุกที่ในอาคารก็มียามเฝ้าตลอดยี่สิบสี่ชั่วโมง แน่นอนว่ายามพวกนั้นเก่งกาจมาก บางคนมีพลังพิเศษ ถ้าเกิดอะไรขึ้นมาคนพวกนั้นก็สามารถจัดการได้ทันที อย่างเธอคงหาสถานที่ที่มีความปลอดภัยกว่านั้นไม่ได้หรอกและอีกอย่างเธอคงไม่มีเงินจ้างบอดี้การ์ดให้มาปกป้องตอนออกไปข้างนอกหรอกมั้ง อย่างเธอคงทำได้แค่รอให้ฆาตกรนั่นย้อนกลับมาฆ่า”

ร่ายยาวมาจนพอใจก็แสยะยิ้มเยาะ ฉันกัดฟันกรอดด้วยความโกรธ ฉันอยากจะพุ่งเข้าไปซัดหน้ามันสักครั้งจริงๆ แต่ฉันยังพอมีสติพอที่จะไม่ทำอย่างนั้น ฉันพยายามดึงสติกลับมาและหาวิธีตอกกลับไปว่าฉันสามารถหาสถานที่ปลอดภัยกว่านั้นได้ แต่คิดยังไงฉันก็คิดไม่ออก ถ้าอยากรอดชีวิตจากการถูกตามฆ่าจากคนที่มีพลังจิตแข็งแกร่งอย่างเจ้าฆาตกรนั่นคงต้องลงไปซ่อนใต้ดินโดยห้ามโผล่หน้าออกมาข้างนอกเท่านั้น ซึ่งมันเป็นไปไม่ได้! ฉันและวารินไม่สามารถซ่อนตัวใต้ดินได้ตลอดไปและที่สำคัญฉันไม่อยากให้วารินต้องไปลำบากอยู่ใต้ดินแบบนั้น! มันน่าเจ็บปวดและน่าเศร้าเกินไปแล้ว วารินของฉันจะต้องได้ใช้ชีวิตได้อย่างอิสระท่ามกลางแสงแดดอันสว่างไสวสิ

มันเป็นอย่างที่อาเธอร์พูด ฉันไม่สามารถหาสถานที่ที่ปลอดภัยอย่างนั้นได้และไม่มีเงินพอที่จะจ้างบอดี้การ์ดที่เก่งพอจะสู้กับผู้มีพลังจิตได้ แม้จะน่าเจ็บใจแต่ฉันก็ต้องยอมรับ เพื่อความปลอดภัยของวารินแล้วฉันจะต้องยอมรับการคุ้มครองจากอาเธอร์

“เฮ้อ...เข้าใจแล้ว” ฉันถอนหายใจอย่างยอมแพ้

“เข้าใจง่ายดีนี่” อาเธอร์กระตุกยิ้ม

“แต่นายต้องห้ามยุ่งกับวารินของฉันนะ! ไม่อย่างนั้นฉันจะใช้ดาบตัดหัวนายซะ!” ฉันกอดวารินอย่างหวงแหน

“หือ? มันมีอะไรน่าสนใจที่ทำให้ฉันอยากยุ่งกับมัน?” อาเธอร์เลิกคิ้วไม่เข้าใจ

“อย่าเรียกวารินว่ามันนะ” ฉันกัดฟันพูดอย่างหงุดหงิด วารินได้แต่ยิ้มแห้งและลูบหลังของฉันเพื่อให้ฉันอารมณ์เย็นลง

“หรือว่ามันมีพลังอะไรน่าสนใจ?” อาเธอร์เอ่ยอย่างสงสัยปนสนใจพลางกวาดสายตามองวาริน ฉันจึงนึกขึ้นมาได้ว่าสาเหตุที่อาเธอร์สนใจวารินก็เพราะเขาเห็นว่าวารินมีพลังถึงสองอย่างและแต่ละอย่างก็ทรงพลังทั้งนั้นแต่กลับใช่ชีวิตได้อย่างปกติโดยที่ร่างไม่ระเบิดตายไปเสียก่อน เพื่อไม่ให้อาเธอร์สนใจวารินฉันจะต้องไม่ให้เขารู้เด็ดขาดว่าวารินมีพลังสองอย่าง!

“แค่ทำให้ไฟฟ้าลัดวงจรนิดหน่อยเอง” ฉันรีบพูดก่อนที่วารินจะให้คำตอบกับอาเธอร์ ฉันเลือกที่จะเปิดเผยว่าวารินมีพลังสายฟ้าเพราะว่ามันปกปิดได้ยากที่สุด เมื่อวารินอารมณ์ไม่คงที่เมื่อไหร่เขาก็จะทำให้ไฟฟ้าติดๆ ดับๆ ทุกครั้ง แม้ว่าวารินจะพยายามปกปิดแต่สุดท้ายความก็จะแตกอยู่ดี เพราะงั้นเลือกปกปิดพลังที่ปกปิดง่ายที่สุดจะดีกว่า

“หือ...สายฟ้าสินะ สายควบคุมใช่ว่าจะหาง่ายและอยู่รอดปลอดภัยจนมาถึงตอนนี้” อาเธอร์ยังมีท่าทางสนใจวาริน ฉันแยกเขี้ยวขู่ทันที

“ฉันขอเตือนคุณว่าอย่ามายุ่งกับฉันและแฟนของฉันอีก! มันเป็นเพราะคุณเลินเล่อและประมาณตนมากเกินไปจนทำให้ฆาตกรหลุดออกมานั่นแหละที่ทำให้พวกฉันอยู่บ้านไม่ได้ คุณควรเอาเวลาไปตามจับฆาตกรที่หลุดออกมาจะดีกว่า ถ้าฉันตายหรือมีคนอื่นตายเพราะฆาตกรนั่นมันก็เป็นความผิดของคุณทั้งหมด!”

อาเธอร์จ้องตากับฉันด้วยสายตาสงสัยปนไม่พอใจที่ฉันแสดงท่าทางเป็นศัตรูกับเขาแบบออกหน้าออกตา แน่นอนว่าฉันไม่ต้องการจะปกปิดเพราะฉันอยากจะเตือนเขาว่าฉันไม่ชอบเขาเอามากๆ ฉันเชื่อว่าถ้าเขารู้ว่าฉันไม่ชอบหน้าเขา เขาก็คงรู้สึกรำคาญและไม่อยากเห็นหน้าฉันเหมือนกันและเลือกที่จะไม่สนใจและเมินฉัน ซึ่งมันจะเป็นเรื่องดีมากถ้าเขาเมินวารินด้วย!

แต่ถ้าอาเธอร์เป็นพวกชอบวิ่งเข้าหาคนที่เกลียดตัวเองฉันคงต้องวางแผนใหม่

“เธอตายไปสักคนมันก็ไม่ทำให้ฉันรู้สึกผิดขึ้นมาหรอก ตายไปซะก็ดี” อาเธอร์เหยียดยิ้มไม่พอใจ

นี่แช่งกันเลยเรอะ!?

ฉันกำลังจะอาละวาดด้วยความไม่พอใจ แต่วารินก็พูดขึ้นมาเสียก่อน “คุณอาเธอร์...ผมไม่ตำหนิคุณหรอกนะที่คุณพลาดทำฆาตกรหลุดออกมา แต่ถ้าคุณกล่าวออกมาแบบนั้นโดยไม่มีความรู้สึกผิดต่อสิ่งที่ตัวเองทำผิดพลาดผมคงให้อภัยคุณไม่ได้ ถ้าแฟนของผมเป็นอะไรไปละก็...ผมก็ไม่คิดจะปรานีคุณ” วารินหรี่ตาลงและมองอาเธอร์อย่างเย็นชา

ฉันปลื้มใจอย่างมาก วาริน! เกลียดไอ้หมอนั่นไปเลย! มันไม่เหมาะสมที่จะเป็นพระเอกของเธอเท่าฉันหรอก!

ด้วยเหตุนี้ครั้งแรกที่พวกเราได้รู้จักกันอย่างเป็นทางการจึงกลายเป็นว่าฉันและวารินต่างก็แสดงออกอย่างชัดเจนว่าไม่ชอบขี้หน้าอาเธอร์ คนที่พอใจกับผลลัพธ์นี้เป็นใครไปไม่ได้นอกจากฉัน! และในอนาคตฉันว่าหวังว่าจะทำให้วารินเกลียดอาเธอร์มากยิ่งขึ้น

อย่าหวังว่าจะได้แตะต้องแฟนของฉันเลยอาเธอร์!

ฉากลับฉากหนึ่งในนิยาย ปกป้องหัวใจวาริน

หลังฉาก : พรากจาก

“ไข่และน้ำผลไม้หมดแล้ว อ๊ะ น้ำตาลและน้ำปลาด้วย เลอาผมจะออกไปซื้อของนะ” ในขณะที่เริ่มหั่นผักวารินก็นึกขึ้นมาได้ว่าของในครัวหมดไปหลายอย่าง

“เธอทำอาหารต่อไปเถอะ เดี๋ยวฉันจะออกไปซื้อเอง” เลอาอาสาที่จะไปซื้อของแทนและรีบเดินออกจากห้องครัวไปโดยไม่รอให้วารินประท้วง

วารินมองกุ้งที่เลอายังแกะเปลือกไม่เสร็จก่อนที่จะส่ายหัวเอือมระอาพลางหัวเราะเบาๆ บอกมาตามตรงก็ได้ว่าไม่อยากช่วยทำอาหารต่อน่ะ

วารินแกะเปลือกกุ้งที่เลอาแกะค้างไว้โดยไม่บ่นอะไรเพราะเขารู้ดีว่าเลอาค่อนข้างไม่ชอบการแกะเปลือกทุกชนิด โดยเฉพาะเปลือกผลไม้ ถ้าเขาไม่แกะเปลือกให้เลอาก็คงไม่คิดว่ากินผลไม้จำพวกที่ต้องแกะเปลือกตลอดชีวิตแน่ๆ

เขาทำอาหารเย็นจนเสร็จแต่เลอาก็ยังไม่กลับมาจากซื้อของ เขาจึงมองสำรวจบ้านเพื่อเป็นการฆ่าเวลาระหว่างที่รอให้เลอากลับมา เขาอมยิ้มเล็กน้อยเมื่อเห็นภาพแขวนบนผนังบ้าน บ้านหลังนี้พวกเขาเพิ่งย้ายมาอยู่ได้อาทิตย์กว่าแล้วและเกือบทุกอย่างในบ้านเลอาก็เป็นคนจัดวาง แม้ว่าเขาจะสำรวจดูแล้วแต่เขาก็อดไม่ได้ที่จะลุกขึ้นมาเดินสำรวจอีกครั้ง

ภาพถ่ายคู่ของเขาและเลอาถูกจัดวางอยู่ทุกแห่งในบ้าน ข้าวของต่างๆ ถูกจัดเรียงอย่างเป็นระเบียบ เครื่องดนตรีอย่างเช่นเปียโนถูกวางอยู่มุมอย่างดี ถ้าเขาอย่างเล่นขึ้นมาก็ลุกไปเล่นได้ตลอดเวลา เขาลูบเปียโนหลังใหญ่ของเขาแผ่วเบา ทันใดนั้นภาพที่เขากำลังสอนเลอาเล่นเปียโนก็ฉายเข้ามาในหัวของเขา

เลอาเล่นดนตรีไม่เป็นเลย เขาก็เลยสอนเลอาให้เล่นดนตรี มันเป็นกิจกรรมยามว่างที่พวกเขามักได้ทำร่วมกันบ่อยครั้ง

“แปลกจัง ทำไมยังไม่กลับมานะ” เขาคิดถึงเลอาจึงอดบ่นไม่ได้ที่เธอหายไปนาน เขาจึงตัดสินใจออกจากบ้านไปถามหา

เขาหวังว่าจะได้พบกับเลอาแล้วพูดกับเธอว่า กลับมาช้าจังนะ และจูงมือกันกลับบ้านและกินข้าวเย็นด้วยกัน จากนั้นก็จะล้างหน้าแปรงฟันด้วยกันก่อนนอน และนอนหลับฝันดีด้วยกัน พอตื่นเช้าขึ้นมาก็ล้างหน้าแปรงฟันด้วยกันอย่างเช่นทุกวัน และทานอาหารเช้าด้วยกันอย่างเช่นทุกวัน

แต่ว่า...ทุกสิ่งนั้นจะไม่เกิดขึ้นอีกแล้ว

“เลอา...” ร่างกายของเขาคล้ายหมดเรี่ยวแรงขึ้นมาอย่างกะทันหัน เขาทรุดตัวลงตรงหน้าร่างของเธอ

ไม่ เขาไม่ต้องการยอมรับ ไม่ยอมรับ!

“เลอา...มานอนทำอะไรตรงนี้กัน กลับบ้านเรากันเถอะนะ” เขาเอ่ยเรียก มือของเขายื่นออกไปหวังจะจับจูงมือเธอกลับบ้าน แต่ทำไมมือของเขาสั่นเทาเช่นนี้ ทำไมภาพตรงหน้าของเขาถึงพร่าเลือนเช่นนี้

ตุบ...

เขามองมือของเขาที่กุมมือของเลอาไว้ มือที่เต็มไปด้วยเลือดสีแดงฉาน มือที่ไม่ได้เชื่อมต่อกับร่างของเธอ

“เลอา...เลอา...เลอา!!” เขาพยายามต่อมือของเธอให้กลับที่เดิม พยายามประคับประคองศีรษะของเธอไว้ไม่ให้หลุดลงมา

ทำไม! ทำไมเป็นอย่างนี้! อย่าทิ้งผมไปได้โปรด!

“เลอา!!” เขากรีดร้องอย่างบ้าคลั่งด้วยอารมณ์รุนแรงจนกระทั่งพลังของเขาระเบิดออกมา เขาไม่สนแล้วว่าพลังของเขาจะทำลายอะไรไปบาง ทำคนอื่นบาดเจ็บหรือไม่ ถ้าเลอาไม่อยู่แล้วโลกนี้ก็ไม่มีสิ่งที่เขาต้องการอีกต่อไป

คุณอาจจะชอบ

หน้าปกนวนิยาย รอยบาปสวาท
8.9
อดีตในวัยเด็ก ผลักดันให้ ธรรวา เกลียดชังผู้หญิงคนหนึ่งเข้ากระดูก!! และความเกลียดนั่นลุกลามไปยังผู้หญิงไม่รู้อิโหน่อิเหน่อีกคน... ดลยาเลยพลอยซวย...เธอตกเป็น ‘เบี้ยล่าง’ ถูกบุตรชายเจ้าของบ้านข่มเหง แต่ความอับโชคของดลยายังไม่หมดแค่นั้นหรอก... ผลพวงของความสัมพันธ์บนข้อตกลงนั่น...ก่อให้เกิดสายใยบางอย่าง... ลูก...ผู้ชายที่ขีดค่าผู้หญิงคนหนึ่งไว้ด้วยคำว่า ‘เกลียด’ จะทำยังไงล่ะ? ระหว่าง...เขี่ยหล่อนทิ้งด้วยความสะใจ!! หรือเก็บหล่อนไว้ข้างตัวเพราะรสเสน่หา?
หน้าปกนวนิยาย ลวงรัก
8.4
โจเซฟระเบิดโทสะหลังเห็นหลักฐานจากวงจรปิดที่กู้คืนมาได้ เขารู้ซึ้งแล้วว่าดารินเพียงหลอกใช้เขาเป็นบันไดเพื่อเข้าหาเหมันต์เท่านั้น เมื่อเธอจงใจตัดการติดต่อและหนีหายไป ความแค้นจึงก่อตัวขึ้นท่ามกลางความหลงใหลที่เขามีต่อเธอมาเนิ่นนาน ภายในห้องลับที่เต็มไปด้วยรูปแอบถ่ายของเธอตั้งแต่วัยเยาว์ โจเซฟจ้องมองภาพเหล่านั้นด้วยจิตใจที่บิดเบี้ยว เขาหมายมั่นจะลากเธอกลับมาเผชิญนรกบนดินที่เขาเตรียมไว้ให้ เพื่อตอบแทนความเจ็บปวดที่เธอฝากเอาไว้ในฐานะหมากตัวหนึ่ง
หน้าปกนวนิยาย ความรักก็เหมือนสัตว์ร้าย ความเกลียดก็เหมือนกรงขัง
9.7
สามีผู้เชี่ยวชาญสัตว์ป่าของฉันปล่อยให้สิงโตที่เขารักขย้ำลูกชายจนเสียชีวิตอย่างโหดเหี้ยม แต่เขากลับเลือกปกป้องสัตว์ร้ายและชู้รักที่เป็นคนดูแลกรง แทนที่จะเสียใจให้กับความสูญเสียครั้งนี้ เมื่อความจริงปรากฏว่าโศกนาฏกรรมไม่ใช่แค่อุบัติเหตุแต่เกิดจากความละเลยเพื่อชู้รัก ความแค้นของฉันจึงปะทุขึ้น ฉันตัดสินใจกำจัดสิงโตที่เขาภูมิใจและส่งสัญญาณหาพี่ชายร่วมแก๊งมาเฟียทั้ง 108 คน เพื่อล้างแค้นด้วยเลือดให้สาสมกับที่เขาพรากแก้วตาดวงใจของฉันไป
หน้าปกนวนิยาย  มายาปฏิพัทธ์
8.8
หลังรอดพ้นความตายมาได้อย่างปาฏิหาริย์ หญิงสาวกลับพบว่าตนเองตื่นขึ้นมาในร่างใหม่ของสาวสวยสุดเซ็กซี่ที่เธอไม่รู้จัก แต่ชีวิตใหม่นี้กลับไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ เมื่อวิญญาณเจ้าของร่างเดิมยังคงวนเวียนตามหลอกหลอนเพื่อทวงคืนร่างกายของตนเอง นอกจากต้องรับมือกับผีเจ้าที่แล้ว เธอยังต้องเผชิญกับพฤติกรรมสุดเลวร้ายของสามีเจ้าของร่างที่แอบนอกใจไปมีหญิงอื่น ท่ามกลางความวุ่นวายและแรงอาฆาต เธอจะเอาตัวรอดจากพันธนาการรักซ้อนซ่อนสยองขวัญครั้งนี้ไปได้อย่างไร
หน้าปกนวนิยาย เลี้ยงเด็กในวันสิ้นโลก
8.9
ท่ามกลางวิกฤตการณ์ไวรัสซอมบี้ที่กำลังระบาดไปทั่วทุกหนแห่ง แอรอน ชายหนุ่มผู้มีร่างกายบอบบางและกำลังอุ้มท้องแก่ใกล้ถึงกำหนดคลอด ต้องเผชิญหน้ากับความสยองขวัญที่มาเยือนถึงประตูบ้าน เมื่อจู่ๆ มีซากศพเดินได้ตนหนึ่งปรากฏตัวขึ้นอย่างปริศนา ทว่าซอมบี้ตัวนั้นกลับมีรูปลักษณ์และท่าทางบางอย่างที่ดูคุ้นตาเขาอย่างน่าประหลาดใจ ชะตากรรมของแม่ลูกผูกพันและความลับเบื้องหลังอสุรกายตนนี้จะนำพาทุกชีวิตไปสู่บทสรุปที่ยากจะคาดเดาในวันสิ้นโลก
หน้าปกนวนิยาย อัปลักษณ์จวนเดียวดาย
9.2
อินอวิ๋นหยาง อุปราชผู้หล่อเหลาแต่เลือดเย็นแห่งหยวนเป่ยจำใจวิวาห์กับองค์หญิงอัปลักษณ์จากแคว้นซาง นางถูกทอดทิ้งให้เดียวดายในจวนบนเทือกเขาสูงชันอย่างไร้คนเหลียวแล เพราะผู้ใดที่พบเห็นใบหน้าอันน่าสยดสยองของนางต่างต้องช็อกจนสิ้นใจ เมื่อความโดดเดี่ยวผลักดันให้พระชายาต้องตรอมใจตายพร้อมเพลิงแค้น นางจึงลั่นวาจาสาปแช่งว่าจะกลับมาทวงคืนความแค้นจากสวามีใจดำผู้นี้ให้จงได้ แม้กาลเวลาจะผ่านพ้นไปกี่พันปี นางก็จะรอคอยวันชำระหนี้เลือดนี้อย่างสาสม