ติดตาม
ตอน
แชร์
หน้าปกนวนิยาย แฟนของฉันไม่ใช่นายเอกนิยาย

แฟนของฉันไม่ใช่นายเอกนิยาย

ชีวิตของเลอาต้องเปลี่ยนไปเมื่อพบหนังสือนิยายวายปริศนาหน้าบ้าน ซึ่งเนื้อหาภายในกลับทำนายอนาคตว่าเธอจะต้องตาย และแฟนหนุ่มสุดที่รักจะกลายเป็นนายเอกในความสัมพันธ์แบบสามเรา เลอาจึงต้องลุกขึ้นสู้เพื่อเปลี่ยนโชคชะตาและปกป้องคนรักจากชายหนุ่มสองคนที่จะเข้ามาแย่งชิง ท่ามกลางอันตรายจากฆาตกรลึกลับที่จ้องเอาชีวิต เธอจะสามารถขัดขวางเส้นทางนิยายน้ำเน่านี้และเอาตัวรอดจากความตายได้หรือไม่ เมื่อเหล่าพระเอกในนิยายยังคงตามตื๊อแฟนเธอไม่เลิกรา
ตอน
แชร์

ตอน 3

ตอนที่ 3 อ่านบทต่อไป

สามวันแล้วที่ฉันและวารินย้ายมาอยู่ที่คอนโดมิเนียมสุดหรูที่มีระบบการรักษาความปลอดภัยระดับสูงของอาเธอร์ ยอมรับเลยว่าไม่เพียงแค่ระบบรักษาความปลอดภัยที่ดีเยี่ยม ห้องพักที่พวกฉันได้รับมันยอดเยี่ยมมากจริงๆ เพราะมันมีพร้อมทุกอย่างไม่ว่าจะห้องน้ำสองห้อง ห้องนอนสองห้อง ห้องครัวและห้องนั่งเล่นที่กว้างมาก มันกว้างใหญ่พอที่จะอยู่เป็นครอบครัวใหญ่เลยเชียวล่ะและมันทั้งหรูหราและสะดวกสบาย อีกทั้งวิวของห้องพักของพวกฉันก็สวยมากด้วยเพราะพวกฉันได้อยู่ชั้นสิบ ห่างจากชั้นสูงสุดเพียงแค่ห้าชั้นเท่านั้น แต่ที่ดีที่สุดคงไม่พ้นเรื่องที่ว่าฉันและวารินสามารถพักที่นี่ได้ฟรีจนกว่าจะจับฆาตกรได้สำเร็จ คุณตำรวจเมลอะไรนั่นดูเหมือนจะต่อรองไว้แบบนั้น ฉันก็เลยสบายใจเรื่องเงินและพักที่คอนโดของอาเธอร์อย่างไม่คิดจะเกรงใจและหวังจะเอากำไรจากมันให้ได้มากที่สุด

แต่เพราะยังรู้สึกไม่คุ้นเคยและรู้สึกแปลกที่ไปหน่อยฉันและวารินจึงยังไม่ได้ไปสำรวจที่ไหนนอกจากห้องสุดหรูที่ได้มาแบบไม่ต้องเสียเงิน และพอเริ่มรู้สึกสบายใจแล้วว่าอยู่ที่นี่จะปลอดภัยไม่มีปัญหาพวกฉันก็เริ่มที่จะจัดข้าวของของตัวเองให้เข้าที่

“ทั้งที่เมื่อไม่กี่วันก่อนเราเพิ่งจะจัดแต่งบ้านที่เพิ่งซื้อมาแท้ๆ นี่เราจะต้องมาจัดแต่งบ้านใหม่อีกแล้วหรือนี่” ฉันรำพึงรำพันออกมาและแอบรู้สึกแย่เล็กน้อย บ้านที่ฉันและวารินอุตส่าห์เลือกที่จะซื้อด้วยกันและวางแผนว่าจะสร้างครอบครัวที่บ้านหลังนั้น แต่แผนทุกอย่างกลับก็ต้องมาหยุดลงเพราะฆาตกรนั่นและความประมาทเลินเล่อของไอ้อาเธอร์นั่นที่ทำให้บ้านหลังนั้นเสียหายและกลายเป็นสถานที่ที่ไม่ปลอดภัย

“อย่าเศร้าไปเลย ผมเชื่อว่าอีกไม่นานฆาตกรนั่นจะต้องถูกจับในเร็วๆ นี้แน่นอนและเราก็จะได้กลับบ้านกัน” วารินเอ่ยเสียงนุ่มนวลเพื่อปลอบโยนฉัน

ฉันเพียงยิ้มตอบกลับในขณะที่ในใจก็คิดว่ามันไม่น่าง่ายขนาดนั้นเพราะถ้าฆาตกรถูกจับเร็วขนาดนั้นตัวละครเลอาในนิยายเรื่อง ปกป้องหัวใจวาริน คงเป็นแค่ตัวประกอบที่มีไว้เพื่อกำจัดเพื่อให้ตัวละครวารินได้มีแฟนใหม่เป็นผู้ชาย บ้าเอ๊ย! แค่คิดก็โมโหแล้ว!

ฉันเชื่อว่าถ้าสมมุติว่าโลกนี้เป็นนิยาย การตายของฉันคงเป็นตัวจุดชนวนของเนื้อเรื่องเพื่อให้วารินมีแรงผลักดันในการตามล่าหาฆาตกรคนนั้น นั่นหมายความว่าการจะหาตัวฆาตกรที่เป็นเหมือนบอสใหญ่จะต้องไม่ง่ายดายอย่างแน่นอน ไม่สิ แค่ดูจากพลังของมันก็รู้ได้ทันทีแล้วว่าการตามล่าหาตัวฆาตกรมันไม่ง่าย มันมีพลังถึงสามอย่างเชียวนะ และดูเหมือนจะมากกว่านั้นด้วย คนธรรมดาอย่างฉันจะทำอะไรมันได้กัน

ฉันถอนหายใจอย่างเซื่องซึม “หวังว่าฆาตกรจะถูกจับโดยเร็วเพราะถ้าปล่อยไว้นานวารินจะยิ่งตกอยู่ในอันตราย”

“ผมจะระวังตัวมากขึ้น อีกอย่างช่วงนี้ผมคงไม่มีเหตุผลที่จะต้องออกไปที่ไหน ผมไม่มีทางตกอยู่ในอันตรายหรอกครับ” วารินเอ่ยพลางส่งยิ้มกว้างเพื่อให้ฉันวางใจ

ช่วงนี้วารินไม่มีเหตุผลที่จะออกไปข้างนอกสักพักเพราะวารินได้ลาหยุดงานคุณครูดนตรีที่โรงเรียนแล้ว จนกว่าจะมั่นใจว่าฆาตกรไม่ได้อยู่ในเมืองนี้แล้ววารินก็น่าจะไม่ได้ออกไปทำงานตามตกปกติ

“พลังของวารินสุดยอด ฉันคิดว่ามันไม่น่าจะยอมปล่อยเธอไปง่ายๆ” ฉันพูดด้วยสีหน้าเคร่งเครียด วารินก็เลยมีสีหน้ากังวลใจตามฉันไปด้วย เขาได้ฟังจากตำรวจเมลคนนั้นคร่าวๆ มาแล้วว่าฆาตกรคนนั้นก็คือนักโทษที่ทำผิดคดีฆ่าคนตาย แรงจูงใจที่ทำให้ฆาตกรคนนั้นฆ่าคน นั่นก็เพื่อแย่งชิงพลังจิตจากคนอื่น เนื่องจากว่าฆาตกรคนนั้นมีร่างกายพิเศษที่สามารถมีพลังจิตหลายอย่างในร่างกายได้โดยที่ร่างกายไม่ระเบิดไปซะก่อน หลังจากฆาตกรคนนั้นถูกจับกุมตัวได้ ฆาตกรคนนั้นก็ถูกส่งตัวไปให้อาเธอร์ที่เป็นนักวิจัยด้านพลังจิตเพื่อให้อาเธอร์ศึกษาร่างกายฆาตกรคนนั้นและสร้างยาระงับการอาละวาดของพลังจิต แต่หลังจากนั้นอาเธอร์ก็ดันทำฆาตกรคนนั้นหลุดหายจนฆาตกรนั่นมาไล่ฆ่าพวกฉันอย่างที่เห็น

ตอนแรกที่วารินได้ยินเขาค่อนข้างตกใจมากเกี่ยวกับเรื่องการระเบิดของพลังเพราะเขามีพลังถึงสองอย่างในตัวแต่กลับไม่เคยรู้สึกว่าพลังจะระเบิดอย่างที่ได้ยิน วารินสงสัยว่าทำไมร่างกายของเขาถึงยังทนได้จนเขาเกือบจะหลุดปากถามออกไปแล้วถ้าฉันห้ามไว้ไม่ทัน หลังจากนั้นฉันก็ขอให้วารินปกปิดพลังของเขาไว้เพื่อป้องกันไม่ให้มีไอ้บ้าบางคนสนใจและจับเขาไปทดลองแทนฆาตกรนั่น

“เอาล่ะ ฉันขอโทษที่พูดเรื่องที่ทำให้เธอเป็นกังวล เราหยุดคุยเรื่องนี้กันดีกว่า” ฉันเปลี่ยนสีหน้าให้กลับมาสดใสเพื่อไม่ให้วารินกังวลเพราะสีหน้ากังวลใจของฉัน

หลังจากนั้นฉันและวารินก็ใช้เวลาสองชั่วโมงในการจัดเสื้อผ้าและของใช้ของตัวเองให้เข้าที่ นอกนั้นเราไม่ต้องจัดเตรียมเพราะว่าในห้องคอนโดมีเครื่องใช้ทั่วไปครบแล้ว

“ของก็ไม่ได้มีมากมาย ทำไมฉันรู้สึกเหนื่อยล่ะเนี่ย” หลังจากทำทุกอย่างเสร็จแล้วฉันก็ทิ้งตัวลงนอนบนโซฟาพลางบ่นราวกับคนแก่ทันที

“ช่วงนี้คุณเอาแต่นั่งหน้าโต๊ะโดยไม่ออกกำลังกายเลยนี่ครับ” วารินหัวเราะเบาๆ เหมือนจะขบขันท่าทางของฉัน “ในห้องอาบน้ำมีอ่างอาบน้ำขนาดใหญ่ด้วย คุณอยากแช่น้ำร้อนผ่อนคลายไหม” วารินถามเหมือนเสนอทางเลือกให้กับฉันด้วยรอยยิ้มใสซื่อเหมือนไม่มีอะไรแอบแฝง แต่ตัวฉันที่รู้จักวารินมานานรู้ความหมายของมันดี

“เอาสิ” ฉันตอบตกลง

ด้วยเหตุนี้เองฉันและวารินจึงได้มานั่งแช่น้ำอยู่ในอ่างอาบน้ำเดียวกันอยู่ในขณะนี้

“น้ำอุ่นดีไหมครับ?” วารินถามพลางวักน้ำขึ้นมาลูบไหล่และหลังของฉัน

“ดี” ฉันตอบสั้นๆ พลางเอนตัวพิงวารินที่นั่งซ้อนอยู่ข้างหลัง มันก็นานแล้วที่ฉันไม่ได้แช่น้ำกับวารินแบบนี้ ฉันรู้สึกมีความสุขและสบายใจมากและแอบตื่นเต้นนิดๆ “สบายดีจัง” ฉันพึมพำออกมาอย่างผ่อนคลายพลางเหยียดขาตรงและใช้เข่าที่ชันขึ้นของวารินเป็นที่วางแขน ส่วนวารินก็โอบกอดฉันและใช้หัวของฉันเป็นที่วางคาง

“นั่นสิ พอเจอเรื่องเครียดๆ แล้วมาแช่น้ำร้อนมันก็ช่วยได้มากเลย” วารินว่า

“อย่าคิดอะไรมากมายเลยน่า”

“นั่นสินะ” วารินพึมพำจากนั้นเขาก็ล้วงมือลงไปจับขาอ่อนของฉัน วารินมีนิสัยประจำตัวอย่างหนึ่งที่แก้ไม่หายนั่นก็คือเขาชอบจับและบีบสิ่งที่นุ่มนิ่ม เขาก็เลยชอบจับและบีบขาอ่อนของฉัน เขาบอกมามันนุ่มดี

แต่ขอบอกเลยขาของฉันไม่ใหญ่นะ! ถึงขาของฉันจะนุ่มนิ่มมากแต่มันไม่ใหญ่เลยนะ เชื่อฉันสิ!

“พุงของเลอานุ่มขึ้นนะ” วารินพูดขึ้นมา

“วาริน ถ้าตอนนี้อยากแค่อาบน้ำ มือก็อย่าซน” ฉันเตือนขึ้นมาลอยๆ วารินหัวเราะและยิ้มร่า

“คุณคิดว่าผมชวนคุณแช่น้ำด้วยกันเพราะอะไรกันล่ะ?” วารินยังคงยิ้มอ่อน ฉันยิ้มตอบ

จากนั้นพวกเราก็ช่วยกันอาบน้ำให้กันและกัน เราใช้เวลาอยู่ในห้องอาบน้ำกันค่อนข้างนานมาก วันนี้เกือบจะไม่ได้ออกจากห้องน้ำกันเลยทีเดียว

.

.

.

ค่ำคืนในวันเดียวกัน

ฉันลืมตาตื่นขึ้นมาหลังจากวารินหลับไปแล้ว เขาใช้แรงไปค่อนข้างมาในวันนี้ เขาไม่น่าตื่นขึ้นมาง่ายๆ ฉันจึงกล้าขยับออกมาจากอ้อมแขนของวารินและแอบลุกออกจากเตียงเพื่อไปเอาหนังสือนิยายที่ซ่อนเอาไว้ในตู้ ตั้งแต่วันนั้นฉันก็ไม่มีเวลาได้อ่านมันอย่างจริงๆ จังๆ ฉันจึงคิดจะใช้เวลานี้ตั้งใจอ่านเพื่อหาข้อมูล

ฉันรอดตายจากเหตุการณ์เมื่อสามวันก่อนได้แล้วก็จริง แต่ก็ใช่ว่าครั้งต่อๆ ไปที่ฉันจะได้พบกับฆาตกรฉันจะรอดเหมือนครั้งแรก เพื่อไม่ให้ฉันตายเหมือนที่ในนิยายระบุไว้ฉันจะต้องหาทางรับมือกับฆาตกร ไม่สิ ฉันจะต้องรู้ว่าฆาตกรคือใคร! อยู่ที่ไหน! ในเมื่อนิยายเรื่อง ปกป้องหัวใจวาริน เป็นนิยายบอกอนาคตมันก็ต้องบอกได้ว่าตัวจริงฆาตกรคือใครและอยู่ที่ไหนและมีวิธีอะไรที่สามารถจัดการมันได้

ฉันเปิดข้ามไปดูตอนจบของหนังสือนิยายทันทีเพื่อดูเฉลย แต่จากการกวาดสายตาอ่านคร่าวๆ ในตอนสุดท้ายของเล่มฉันก็พบว่าฆาตกรยังไม่ตายและดูเหมือนว่ามันจะมีผู้ติดตามด้วย มันเขียนไว้ว่าฆาตกรนั่นก่อตั้งกลุ่มผู้มีพลังจิตขึ้นมา ซึ่งกลุ่มผู้มีพลังจิตนั่นก็ค่อยๆ เติบโตขึ้นอย่างเงียบๆ พอฉันเปิดหน้าสุดท้ายฉันก็พบกับประโยคหนึ่งว่า

โปรดติดตามตอนต่อไปในเล่มสอง

“…” เฮงซวย! อย่างน้อยก่อนจบเล่มหนึ่งก็ควรบอกก่อนสิว่าฆาตกรนั่นตั้งฐานทัพไว้ที่ไหน!

ฉันพยายามที่จะไม่กรีดร้องออกมาด้วยความโมโหและพยายามทำใจเย็นอ่านทีล่ะหน้าเพื่อหาข้อมูลของฆาตกร ในนิยายมันต้องมีเบาะแสบ้างล่ะน่าว่าฆาตกรทำอะไรบ้าง ในมุมมองของนักอ่านที่เป็นมุมมองของบุคคลที่สามจะต้องสามารถรวบรวมข้อมูลได้ดีกว่าแน่นอน และนั่นจะสามารถทำให้ฉันเดาได้ว่าฆาตกรอยู่ที่ไหน เป็นใคร และทำอะไรลงไปบ้าง

ฉันอ่านต่อจากตอนที่อ่านล่าสุดเพื่อไม่ให้พลาดข้อมูลที่จำเป็นเหมือนครั้งก่อน ซึ่งหลังจากที่วารินในนิยายพบศพเลอาในนิยายและปล่อยพลังอาละวาดและถูกอาเธอร์พาตัวไปที่ศูนย์วิจัยลับและวารินก็ได้รู้ว่าคนที่ฆ่าเลอาในนิยายคือใครมาจากไหนคร่าวๆ แล้ว งานศพของเลอาในนิยายก็ถูกจัดขึ้นมาอย่างเงียบเชียบ ซึ่งในตอนนั้นวารินในนิยายยังยอมรับความจริงไม่ได้จึงตกอยู่ในสภาวะซึมเศร้า ไม่มีกระจิตกระใจจะทำอะไร เมื่ออาเธอร์เสนอให้ไปซ่อนตัวจากฆาตกรที่คอนโดมิเนียมของเขาวารินก็ตอบตกลงทันทีเพราะกลัวที่จะอยู่ในบ้านที่ไม่มีฉัน…ไม่มีเลอาในนิยายอยู่ด้วย

และหลังจากวารินไปซ่อนตัวที่คอนโดอาเธอร์ก็ได้ถามคำถามเกี่ยวกับพลังของวารินเพราะอาเธอร์สนใจพลังอันมหาศาลของวารินตอนที่เขาอาละวาด ในตอนนั้นวารินกำลังสติล่องลอยและไม่มีแรงที่จะคิดอะไรมากมายเขาก็เลยเผยพลังที่มีให้อาเธอร์ได้รู้ทั้งหมด…

วาริน! ตั้งสติก่อนโว๊ย! ไปไว้ใจไอ้เจ้าอาเธอร์แล้วเผยพลังทั้งหมดให้มันรู้ทำไมห๊ะ!

ถ้าฉันอยู่ในนิยายฉันจะกระชากคอวารินมาเขย่าเรียกสติแน่ๆ และก็เป็นอย่างที่ฉันกังวล หลังจากที่วารินเปิดเผยพลังทั้งหมดให้อาเธอร์ได้รู้แล้วอาเธอร์ก็สนใจวาริน เขาสงสัยวารินอาจจะมีร่างกายพิเศษเหมือนฆาตกรคนนั้น ร่างกายที่สามารถทนรับพลังจิตได้หลายอย่างโดยที่ร่างกายไม่ระเบิดตายไปเสียก่อน อาเธอร์ก็เลยขอทดลองกับร่างกายของวารินอย่างตรงไปตรงมาและวารินก็ดันตอบตกลงแบบไร้สติ! แต่อย่างน้อยก็มีสติพอที่จะทำสัญญาไม่ให้อาเธอร์ทดลองยาหรือสิ่งที่เป็นการทำร้ายร่างกายของเขา

อาเธอร์ก็เลยทำได้แค่ตรวจร่างกายของวารินอย่างเช่นนำเลือดไปตรวจและทดสอบการใช้พลังของวาริน แต่ถึงอย่างนั้นฉันก็ยังรู้สึกไม่พอใจและโมโหอยู่ดี วารินต้องทดสอบการใช้พลังจิตจนใช้พลังถึงขีดจำกัด ซึ่งนั่นมันสร้างภาระให้กับร่างกายของวารินที่ไม่ค่อยได้ใช้พลังมากและ เฮ้ย! ตอนตรวจร่างกายวารินจะต้องถอดเสื้อต่อหน้าไอ้อาเธอร์นั่นใช่ไหม!

ฉันพยายามที่จะไม่หึงหวงวารินในนิยายเพราะเรื่องพวกนั้นยังไม่เกิดขึ้นกับวารินของฉันและแน่นอนว่ามันจะไม่มีวันเกิดขึ้น!

วารินได้วนเวียนอยู่ในศูนย์วิจัยประมาณสองเดือน ซึ่งระหว่างนั้นวารินก็ได้พยายามรวบรวมข้อมูลและข่าวเกี่ยวกับฆาตกรที่ฆ่าเลอาในนิยาย ส่วนนี้ฉันตั้งใจจำอย่างมาก

เดิมทีฆาตกรมีชื่อว่า อิระ วอลล์ เขาเกิดในครอบครัวยากจนและด้วยความยากจนนั้นพ่อแม่ของอิระก็เกิดความเครียดและฆ่ากันเองจนตาย ปล่อยทิ้งให้อิระเผชิญโลกเพียงลำพังทั้งที่มีอายุเพียงสิบขวบ เขาเป็นเด็กเร่ร่อนสักระยะหนึ่งจนกระทั่งมีคนคนหนึ่งเห็นว่าอิระมีพลังจิตแบบพิเศษ พลังที่สามารถแย่งชิงพลังของคนอื่นได้ คนคนนั้นจึงสั่งสอนให้อิระใช้พลังจิตและขายเขาให้กับองค์กรที่ต้องการรวบรวมผู้มีพลังจิตไว้เพื่อเอามาเป็นกองกำลังของตัวเอง แน่นอนว่าเป็นองค์กรผิดกฎหมายที่ทำแต่เรื่องแย่ๆ

ฆาตกร หรือ อิระ เติบโตขึ้นมาภายใต้การดูแลแบบพิเศษในองค์กรแห่งนั่น องค์กรนั่นได้สอนให้เขาฆ่าและต่อสู้ดิ้นรนที่จะแข็งแกร่งเหนือทุกคน นั่นทำให้เขากระหายความแข็งแกร่งมาก แต่ก่อนที่อิระจะได้ออกไปก่อความฉิบหายวายวอดนอกองค์กรฝ่ายตำรวจก็ค้นพบฐานทัพของหัวหน้าองค์กรพอดีตำรวจได้ทุ่มเทกองกำลังตำรวจทุกหน่วยทำลายองค์กร นั่นทำให้อิระที่อยู่ในองค์กรพลอยซวยไปด้วย หนีการจับกุมไม่ทันไรอิระก็ถูกตำรวจควบคุมตัวและถูกส่งไปให้อาเธอร์เพื่อใช้ในการทดลองในการสร้างยา

ซึ่งทั้งหมดนั่นก็คือเรื่องราวที่เกิดขึ้นกับฆาตกรก่อนที่เขาฆ่าเลอา น่าเห็นใจและน่าสงสารไม่น้อย แต่วารินที่แสนอ่อนของฉันกลับไม่สนใจและพูดว่า

“เขาฆ่าเลอาของผม ไม่ว่าชีวิตของเขาจะบัดซบเหมือนโชคชะตาเล่นตลกผมก็ไม่สงสารหรอก”

ฉันจินตนาการสีหน้าของวารินที่พูดประโยคนี้ได้ชัดเจนเลยล่ะ มันทำเอาหัวใจฉันเต้นแรงเชียวล่ะ อยากร้องไห้ด้วยความซาบซึ้งด้วย วารินที่อ่อนโยนและมีเมตตาโกรธคนยากและพร้อมให้อภัยแก่คนที่ทำสิ่งผิดพลาดแต่เขากลับยอมโยนความอ่อนโยน ความเห็นใจ และคุณธรรมทิ้งเพราะเขาไม่ต้องการให้อภัยฆาตกรที่ฆ่าฉัน

วารินรักฉันและเสียใจกับการตายของฉันมากสินะ ฉันอยากจะกอดปลอบเขาจริงๆ

วารินติดตามข่าวของฆาตกรที่ชื่อว่าอิระจากอาเธอร์อย่างไม่ยอมพลาดสักข่าว ไม่ว่าอิระจะไปไหนหรือฆ่าผู้มีพลังจิตและชิงพลังจิตของใครไปบ้างวารินก็เค้นถามอาเธอร์เพื่อเก็บรายละเอียดทุกอย่างไว้ในความทรงจำทั้งหมด หากไม่มีอาเธอร์รั้งวารินไว้ในศูนย์วิจัยวารินคงออกไปหาข่าวของฆาตกรด้วยตัวเองแน่ๆ นั่นราวกับว่าเขาวางแผนจะทำอะไรบางอย่าง

และหลังจากที่หยุดงานมาสองเดือนเต็มวารินก็กลับไปทำงานอาจารย์สอนดนตรีที่โรงเรียนประถมเหมือนเดิม วารินออกไปเดินข้างนอกได้ตามปกติได้แล้วเพราะฆาตกรไม่ได้อยู่ใกล้ๆ แต่ถึงอย่างนั้นวารินก็ยังอาศัยอยู่ที่คอนโดของอาเธอร์และอาเธอร์ก็คอยส่งคนมาแอบติดตามปกป้องวาริน เห็นได้ชัดว่าอาเธอร์สนใจวารินของฉัน!

ฉันขอบคุณอาเธอร์นะที่ให้การปกป้องวาริน แต่ถ้าให้ดีฉันอยากให้เขาถอยห่างจากวารินด้วย!

เมื่อวารินเริ่มกลับมาใช้ชีวิตธรรมดาตามปกติเขาก็ได้มีโอกาสพบคนรู้จักบ้างและได้พูดคุยเล่น ฉันดีใจที่อย่างน้อยวารินไม่เอาแต่นั่งซึมเศร้าและเริ่มกลับมายิ้มบ้าง และวารินในนิยายก็ได้มีโอกาสเจอกับชายหนุ่มคนหนึ่งที่มีชื่อว่า ภาคิน ในนิยายได้บอกว่าเขาคือนักศึกษาที่ทำงานพิเศษอยู่ในร้านดอกไม้ที่วารินไปซื้อดอกไม้ในวันที่วารินและฉันไปออกเดตด้วยกันวันนั้น ฉันจำเขาได้ เมื่อไม่กี่วันก่อนฉันเห็นวารินพูดคุยกับคนขายดอกไม้หรือก็คือภาคินเพื่อให้ทางร้านดอกไม้จัดส่งดอกไม้มาให้ถึงบ้าน

ดูเหมือนชายหนุ่มคนนั้นจะได้ไปที่บ้านของพวกฉันเพื่อเอาดอกไม้มาส่งให้แต่เพราะเลอาในนิยายตายและวารินในนิยายก็ย้ายไปอยู่ที่อื่นกะทันหัน ดอกไม้ที่มาส่งก็เลยไม่มีใครรับ ชายหนุ่มคนนั้นจำวารินได้ก็เลยเข้าไปทักทายวารินและพูดคุยกับวารินว่าจะเอาดอกไม้มาส่งให้ถึงบ้านอีกครั้ง

บทสนทนาของวารินและภาคินก็ไม่ได้มีอะไรแปลกนะ แต่ว่าฉันรู้สึกเหมือนไม่อยากให้เด็กหนุ่มคนนั้นเข้าใกล้กับวาริน ฉันมีลางสังหรณ์ว่าภาคินอาจไม่ใช่ตัวประกอบ พระเอกอีกคน? ตอนภาคินนำดอกไม้มาส่งให้วารินโชคดีที่ภาคินไม่ได้รับอนุญาตให้เข้าไปในคอนโดเขาก็เลยไม่ได้เข้าไปห้องพักของวารินและหมดโอกาสที่จะได้อยู่กับวารินสองต่อสอง ดอกไม้ที่ภาคินนำมาส่งก็เลยถูกคนของอาเธอร์รับไปและคนของอาเธอร์ก็นำดอกไม้พวกนั้นไปตรวจสอบความปลอดภัยก่อนที่จะนำไปส่งให้วาริน ฉันจะไม่ว่าอะไรเลยถ้าคนที่อาสาเอาดอกไม้ไปส่งให้วารินถึงห้องก็คือไอ้อาเธอร์! แถมไม่ได้เอาไปให้ธรรมดาด้วย ไอ้อาเธอร์มันตั้งเงื่อนไขที่จะทำให้วารินเปลืองตัวและเสียเปรียบให้วารินทำเพื่อที่จะได้รับดอกไม้ไป นี่มัน...ฉากพระเอกแกล้งนายเอก...นรกเถอะ!

แกชักจะแทะโลมวารินมากไปแล้ว! อย่าแกล้งวารินของฉันนะ!

ฉันหงุดหงิดมาก ถ้าทนอ่านมากกว่านี้ฉันคงหมดความอดทนและเผานิยายเล่มนี้ทิ้งแน่ๆ ฉันจึงหยุดอ่านเพียงเท่าก่อนเพื่อไปสงบสติอารมณ์ ไว้ถ้าอารมณ์เย็นแล้วจะมาอ่านต่อแล้วกัน คิดแล้วก็ลากร่างของตัวเองกลับไปนอนในอ้อมแขนของวาริน แต่ฉันดันข่มตานอนไม่หลับ นอนตาไม่หลับแบบนี้ถ้าตายขึ้นมาฉันต้องกลายเป็นวิญญาณอาฆาตแน่ๆ ไม่สิ ฉันคิดเรื่องไร้สาระอะไรอยู่เนี่ย ฉันจะไม่ตายเด็ดขาด! คนที่จะตายคือไอ้อาเธอร์ เอ๊ย! ฉันหมายถึงฆาตกรต่างหากที่ต้องตาย ฉันคิดอย่างนั้นซ้ำไปซ้ำมา

และเช้าวันต่อมาก็มาถึง

“เลอา เกิดอะไรขึ้นกับตาของคุณ?” ในขณะที่ฉันกำลังนั่งทานข้าวเช้ากับวาริน วารินก็ถามฉันด้วยสีหน้าเป็นกังวล ฉันลูบใต้ตาที่น่าจะมีรอยคลำอยู่

“ฉันนอนหลับไม่สนิทน่ะ” ฉันไม่ได้พูดอะไรมากมายเพราะกลัวว่าจะทำวารินคิดมาก วารินก็ไม่ได้ถามมากและบอกให้ฉันกินข้าวเยอะๆ

ฉันสงสัยว่าเขาพยายามขุนฉันให้อ้วนเพื่อที่เขาจะได้บีบขาอ่อนของฉันได้อย่างล้นมือ…

“จริงสิวาริน พวกเราได้ขนของเก่าสมัยเรียนมาด้วยไหม?” เมื่อนึกสิ่งที่คิดมาตลอดทั้งคืนจนนอนไม่หลับขึ้นมาได้ฉันก็ถามทันที

“น่าจะเอามานะครับ”

ฉันจึงไปค้นกล่องเก่าที่เก็บของสมัยเรียนมัธยมถึงมหาลัยไว้ อันที่จริงพวกฉันไม่ได้ตั้งใจที่จะขนของไม่จำเป็นนี้มา ก็เพราะก่อนหน้านี้พวกฉันเพิ่งย้ายไปอยู่บ้านหลังนั้นได้แค่เจ็ดวัน ของที่เพิ่งขนย้ายมาถึงบ้านก็เลยยังเอาออกมาจากกล่องไม่หมด พอต้องย้ายที่อยู่อย่างกะทันหันก็เลยรีบขนของที่น่าจะขนได้ง่ายๆ มาด้วย อย่างเช่นของที่อยู่ในกล่องอยู่แล้ว กล่องเก็บของสมัยเก่าถึงบังเอิญติดมาด้วย

ฉันรื้อค้นของสักพักจนกระทั่งเจอสิ่งที่ตามหาที่ถูกห่อด้วยผ้าเก่าๆ เมื่อแกะห่อผ้าออกมาก็จะพบกับดาบไม้ที่ถูกเคลือบด้วยเรซินชนิดทนทานและแข็งแรงเป็นพิเศษ ฉันได้ดาบนี้มาสมัยที่ฉันยังเป็นหัวหน้าแก๊งนักเลงฉันอยากพบดาบเหล็กของแท้ แต่ไม่สามารถทำได้ก็เลยพกดาบไม้แทน แต่ดาบไม้มันไม่คมฉันก็เลยเอามันไปเคลือบเรซินและลับให้มันมีความคมเหมือนดาบเหล็กทั่วไป ซึ่งมันใช้ได้ดีเลยทีเดียว แต่พอคบกับวาริน หลังเรียนจบฉันก็อยากจะใช้ชีวิตเหมือนคนทั่วไปก็เลยต้องเก็บมันไว้ในห้องเก็บของและไม่ได้นำออกมาใช้อีกจนกระทั่งตอนนี้ ไม่ต้องเดาก็รู้นะว่าเหตุผลที่ฉันเอามันออกมาอีกครั้งคืออะไร?

ฉันหวังจะทบทวนวิชาดาบเพราะถ้าเผื่อได้เจอกับฆาตกรนั่นอีกครั้งฉันก็จะใช้วิชาดาบที่ร่ำเรียนมาตัดหัวมันซะ ดาบของฉันไม่ใช่โลหะ มันไม่สามารถควบคุมดาบของฉันได้แน่นอน! ฉันหัวเราะชั่วร้ายออกมาอย่างไม่รู้ตัว

วารินมองเลอาอย่างสงสัย เขากำลังคิดว่าเขาควรสวดส่งวิญญาณล่วงหน้าดีหรือไม่

ฉากลับฉากหนึ่งในนิยาย ปกป้องหัวใจวาริน

หลังฉาก: กระถางดอกไม้

วารินค่อยๆ จัดวางกระถางดอกไม้ที่เขาเพิ่งได้รับมาอย่างเอาใจใส่ กล้วยไม้สีขาวสามต้น กระบองเพชรอีกหนึ่งและเบญจมาศ​อีกสามต้น ทุกต้นเขาล้วนตั้งใจเลือกมาโดยหวังว่าจะได้นั่งดูแลพวกมันไปพร้อมกับเลอา

“ในที่สุดนายก็ยอมจูบฉัน แต่ทำไมนายถึงยอมจูบเพื่อได้รับต้นไม้ไร้ประโยชน์พวกนี้ด้วยเนี่ย” อาเธอร์นั่งกอดอกมองวารินดูแลดอกไม้ด้วยสีหน้าบูดบึ้ง เขาค่อนข้างอารมณ์เสียที่ตัวเขาดูเหมือนจะไม่มีความสำคัญเท่าดอกไม้พวกนั้น

วารินเงียบไม่ตอบคำถาม เขายังคงรดน้ำต้นดอกไม้ต่อไป

วารินหวังว่าเขาจะเอาดอกไม้พวกนี้ไปตกแต่งในบ้านใหม่ที่เขาและเลอาช่วยกันรวบรวมเงินซื้อมา เขาหวังว่าเขาและเลอาจะช่วยกันหาตำแหน่งเหมาะๆ ที่จะวางดอกไม้พวกนี้ในบ้าน เขาหวังว่าเขาและเลอาจะช่วยกันดูแลดอกไม้พวกนี้ไม่ให้ตายและเฝ้าดูมันออกดอกทุกๆ ปี แต่สิ่งที่เขาหวังนั้นจะไม่มีวันเกิดขึ้น...

แต่ทำไมกันเลอา ทำไมถึงไม่อยู่กันผมกัน...หรือคุณโกรธที่ผมเลียปากคนบ้าไปงั้นเหรอ? ผมทำไปเพราะอยากได้ดอกไม้ที่ผมพยายามเลือกมาประดับบ้านของเรา อย่าโกรธผมเลย...

“ผมคิดถึงคุณจัง เลอา” วารินพึมพำแผ่วเบา

อาเธอร์ที่ถูกวารินลืมตัวตนกลอกตามองบนและเดินออกจากห้องไป ถึงเขาจะอยู่ต่อวารินก็คนสนใจแต่ดอกไม้และคิดถึงแต่คนที่ตายไปแล้วนั่นแหละ มันน่าหงุดหงิด

ทำไมเขาไม่เคยสนใจฉันบ้างเลยนะ...

อาเธอร์ก็ทำได้เพียงบ่นงุ๊งงิ๊งในใจของเขาอย่างไม่ได้ดั่งใจ

ดูต่อเลย!
เนื้อเรื่องกำลังเข้มข้น! ไปที่แอปเพื่ออ่านต่อ
ปลดล็อกทุกตอน
เปิดเว็บไซต์ทางการ

คุณอาจจะชอบ

หน้าปกนวนิยาย รอยบาปสวาท
8.9
อดีตในวัยเด็ก ผลักดันให้ ธรรวา เกลียดชังผู้หญิงคนหนึ่งเข้ากระดูก!! และความเกลียดนั่นลุกลามไปยังผู้หญิงไม่รู้อิโหน่อิเหน่อีกคน... ดลยาเลยพลอยซวย...เธอตกเป็น ‘เบี้ยล่าง’ ถูกบุตรชายเจ้าของบ้านข่มเหง แต่ความอับโชคของดลยายังไม่หมดแค่นั้นหรอก... ผลพวงของความสัมพันธ์บนข้อตกลงนั่น...ก่อให้เกิดสายใยบางอย่าง... ลูก...ผู้ชายที่ขีดค่าผู้หญิงคนหนึ่งไว้ด้วยคำว่า ‘เกลียด’ จะทำยังไงล่ะ? ระหว่าง...เขี่ยหล่อนทิ้งด้วยความสะใจ!! หรือเก็บหล่อนไว้ข้างตัวเพราะรสเสน่หา?
หน้าปกนวนิยาย ลวงรัก
8.4
โจเซฟระเบิดโทสะหลังเห็นหลักฐานจากวงจรปิดที่กู้คืนมาได้ เขารู้ซึ้งแล้วว่าดารินเพียงหลอกใช้เขาเป็นบันไดเพื่อเข้าหาเหมันต์เท่านั้น เมื่อเธอจงใจตัดการติดต่อและหนีหายไป ความแค้นจึงก่อตัวขึ้นท่ามกลางความหลงใหลที่เขามีต่อเธอมาเนิ่นนาน ภายในห้องลับที่เต็มไปด้วยรูปแอบถ่ายของเธอตั้งแต่วัยเยาว์ โจเซฟจ้องมองภาพเหล่านั้นด้วยจิตใจที่บิดเบี้ยว เขาหมายมั่นจะลากเธอกลับมาเผชิญนรกบนดินที่เขาเตรียมไว้ให้ เพื่อตอบแทนความเจ็บปวดที่เธอฝากเอาไว้ในฐานะหมากตัวหนึ่ง
หน้าปกนวนิยาย ความรักก็เหมือนสัตว์ร้าย ความเกลียดก็เหมือนกรงขัง
9.7
สามีผู้เชี่ยวชาญสัตว์ป่าของฉันปล่อยให้สิงโตที่เขารักขย้ำลูกชายจนเสียชีวิตอย่างโหดเหี้ยม แต่เขากลับเลือกปกป้องสัตว์ร้ายและชู้รักที่เป็นคนดูแลกรง แทนที่จะเสียใจให้กับความสูญเสียครั้งนี้ เมื่อความจริงปรากฏว่าโศกนาฏกรรมไม่ใช่แค่อุบัติเหตุแต่เกิดจากความละเลยเพื่อชู้รัก ความแค้นของฉันจึงปะทุขึ้น ฉันตัดสินใจกำจัดสิงโตที่เขาภูมิใจและส่งสัญญาณหาพี่ชายร่วมแก๊งมาเฟียทั้ง 108 คน เพื่อล้างแค้นด้วยเลือดให้สาสมกับที่เขาพรากแก้วตาดวงใจของฉันไป
หน้าปกนวนิยาย  มายาปฏิพัทธ์
8.8
หลังรอดพ้นความตายมาได้อย่างปาฏิหาริย์ หญิงสาวกลับพบว่าตนเองตื่นขึ้นมาในร่างใหม่ของสาวสวยสุดเซ็กซี่ที่เธอไม่รู้จัก แต่ชีวิตใหม่นี้กลับไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ เมื่อวิญญาณเจ้าของร่างเดิมยังคงวนเวียนตามหลอกหลอนเพื่อทวงคืนร่างกายของตนเอง นอกจากต้องรับมือกับผีเจ้าที่แล้ว เธอยังต้องเผชิญกับพฤติกรรมสุดเลวร้ายของสามีเจ้าของร่างที่แอบนอกใจไปมีหญิงอื่น ท่ามกลางความวุ่นวายและแรงอาฆาต เธอจะเอาตัวรอดจากพันธนาการรักซ้อนซ่อนสยองขวัญครั้งนี้ไปได้อย่างไร
หน้าปกนวนิยาย เลี้ยงเด็กในวันสิ้นโลก
8.9
ท่ามกลางวิกฤตการณ์ไวรัสซอมบี้ที่กำลังระบาดไปทั่วทุกหนแห่ง แอรอน ชายหนุ่มผู้มีร่างกายบอบบางและกำลังอุ้มท้องแก่ใกล้ถึงกำหนดคลอด ต้องเผชิญหน้ากับความสยองขวัญที่มาเยือนถึงประตูบ้าน เมื่อจู่ๆ มีซากศพเดินได้ตนหนึ่งปรากฏตัวขึ้นอย่างปริศนา ทว่าซอมบี้ตัวนั้นกลับมีรูปลักษณ์และท่าทางบางอย่างที่ดูคุ้นตาเขาอย่างน่าประหลาดใจ ชะตากรรมของแม่ลูกผูกพันและความลับเบื้องหลังอสุรกายตนนี้จะนำพาทุกชีวิตไปสู่บทสรุปที่ยากจะคาดเดาในวันสิ้นโลก
หน้าปกนวนิยาย อัปลักษณ์จวนเดียวดาย
9.2
อินอวิ๋นหยาง อุปราชผู้หล่อเหลาแต่เลือดเย็นแห่งหยวนเป่ยจำใจวิวาห์กับองค์หญิงอัปลักษณ์จากแคว้นซาง นางถูกทอดทิ้งให้เดียวดายในจวนบนเทือกเขาสูงชันอย่างไร้คนเหลียวแล เพราะผู้ใดที่พบเห็นใบหน้าอันน่าสยดสยองของนางต่างต้องช็อกจนสิ้นใจ เมื่อความโดดเดี่ยวผลักดันให้พระชายาต้องตรอมใจตายพร้อมเพลิงแค้น นางจึงลั่นวาจาสาปแช่งว่าจะกลับมาทวงคืนความแค้นจากสวามีใจดำผู้นี้ให้จงได้ แม้กาลเวลาจะผ่านพ้นไปกี่พันปี นางก็จะรอคอยวันชำระหนี้เลือดนี้อย่างสาสม