ติดตาม
ตอน
แชร์
หน้าปกนวนิยาย กับดักหัวใจยายสุดเลิฟ You are my true love

กับดักหัวใจยายสุดเลิฟ You are my true love

ตอน
แชร์

ตอน 1

“สวัสดีค่ะ โบนิตาพูดค่ะ”

(“ยายส้ม นี่ฉันเอง”) เสียงแปร๋นๆ ของเพื่อนคนหนึ่งดังขึ้นมา โบนิตานั่งคิดอยู่แป๊บหนึ่ง ก่อนจะตะโกนขึ้นมาด้วยความดีใจ

“ว้าย...ยายเอม นั่นแกใช่ไหม แกจริงๆ หรือ”

(“อ้าว... ก็ใช่น่ะสิจ๊ะเพื่อนรัก รู้ไหมว่ามันยากแค่ไหนกว่าจะได้เบอร์ออฟฟิศของแกมาน่ะ ทำไมเลิกเล่นโซเชียลไปเฉยๆ เลย ไม่อัพเดตเรื่องราวต่างๆ ให้เพื่อนรู้บ้าง รู้ไหมฉันคิดถึงแกใจแทบขาด”)

โบนิตายิ้มแห้งๆ เรื่องราวของเธอมันผ่านอะไรมาเยอะแยะ มากจนบางครั้งไม่อยากจะไปนึกถึงมัน

(“แม่แกเป็นยังไงบ้าง”) เอมมาลินถาม

“เสียแล้ว” คำตอบของเพื่อนช่างแสนเศร้าจนคนปลายสายรู้สึกผิด

(“ขอโทษนะส้ม ฉันเอ่อ... ฉันไม่รู้เลย ฉันไม่น่าจะถามแกเลยว่ะ”)

“บ้าน่าเอม... คิดอะไรเยอะแยะ เกิดแก่เจ็บตายเป็นเรื่องธรรมดาของมนุษย์เรา ว่าแต่แกเหอะอยู่ที่มุมไหนของโลก รู้ไหมฉันคิดถึงแกมาก”

(“ฉันก็คิดถึงแกเหมือนกัน ตอนนี้ฉันอยู่กรุงเทพฯ”) น้ำเสียงทั้งดีใจและตื่นเต้น

“ว้าว... ว้าว งั้นฉันกับแกเราก็ต้องได้เจอกันน่ะสิ ใช่ไหมยายเอม”

(“แหงอ่ะดิ แน่นอนอยู่แล้วจ้า และตอนนี้ฉันอยู่ที่หน้าออฟฟิศแกแล้ว ยายส้ม...”)

เอมมาลินยืนโบกไม้โบกมือให้กับเพื่อน หน้าตาแช่มชื่นดีใจที่สุดในสามโลก

“หา! แกพูดเล่นหรือพูดจริงนี่”

เพื่อนสาวทำหน้าเหลอหลา โบนิตาดีใจใหญ่ รีบลุกขึ้นจากเก้าอี้ มองออกไปด้านนอกทะลุกระจกที่ห้อมล้อมทำเป็นห้องทำงานของเธอ เห็นเอมมาลินแต่งตัวสวยยืนโบกมือหย็อยๆ อยู่ที่หน้าห้อง

โบนิตาน้ำตาแทบไหล เธอรีบวางหูโทรศัพท์ลงตรงดิ่งไปที่ประตูห้องทำงานทันที ประตูบานนั้นถูกผลักออกไป เพื่อนสาวสองคนโผเข้ากอดกันกลมรัดแน่นเต็มอ้อมแขน

“แก” ทั้งสองคนน้ำตาไหล กอดกันด้วยความรักและคิดถึง

“ดีใจที่สุดเลยแก ที่ได้เจอแกอีก” โบนิตารีบพูดด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ น้ำตาคลอเต็มหน่วย

“บ้า ร้องไห้ทำไม” เอมมาลินก็เสียงสั่น ผละตัวออกจากเพื่อนใบหน้าของเธอก็เปื้อนน้ำตาอยู่เหมือนกัน ทั้งสองคนต่างหัวเราะ

“ยังไงแกมาเที่ยวนี้ แกต้องอยู่กับฉันนานๆ นะ เข้ามาก่อนสิ ส้มใกล้จะเลิกงานแล้ว” โบนิตาชวนเพื่อน จับมือเอมมาลินเอาไว้แน่น

“พ่อแม่แกล่ะมาเที่ยวด้วยกันไหม”

“ฮึ... ฉันมาคนเดียว พ่อกับแม่สบายดีจ้ะ โดยเฉพาะแม่อ่ะนะ แม่สบายมาก แม่น่ะอ้วนจะเท่าป๊าแล้ว” น้ำเสียงปนหัวเราะ

“จริงหรือ”

“จริงสิ เฮ้อ... ส้มแกคงจะลำบากมากสินะ อยู่ตัวคนเดียว” เอมมาลินมองหน้าของเพื่อนด้วยความสงสาร

“เฮ้อ... ลำบากตัวไม่เท่าไหร่หรอก แต่หัวใจนี่สิลำบาก นั่งก่อนสิ... เดี๋ยวฉันหาน้ำให้แกกิน” สีหน้าเริ่มเซ็ง แต่ก็หันมายิ้มให้กับเพื่อนรัก

“ไม่ต้องหรอกน่า แกก็มานั่งลงตรงนี้เลย ส้มเล่าให้ฉันฟังสิ เรื่องราวของแกเป็นยังไงบ้างตอนที่ฉันไม่ได้อยู่กับแก”

“จะฟังจริงๆ หรือเอม เรื่องมันยาวนะ” โบนิตาช้อนสายตาถาม

เอมมาลินหัวเราะ

“แกก็ยังขี้เล่นเหมือนเดิมนะ คิดถึงวันเก่าๆ เนอะ” แววตาของเอมมาลินเป็นประกาย

“จะให้เปลี่ยนได้ยังไงนิสัยของคน เคยเป็นยังไงก็ต้องเป็นยังงั้นแหละ เขาเรียกว่าสันดาน”

“พูดมากไป ไหนแกเล่ามาซิ เรื่องของแกเป็นยังไง ฉันอยากรู้” เพื่อนทำท่าตั้งตาฟัง

“หลังจากที่แม่ของฉันป่วยเป็นมะเร็งตาย ไอ้พ่อเลี้ยงฉันมันก็ต้องออกจากบ้านของเราไป ยายไม่ได้ออกปากไล่มันนะ แต่มันคงคิดได้เองมั้ง วันๆ ไม่ทำงานทำการ ก่อนจะหายหัวไป มันยังมีหน้าขโมยเอาทองที่ยายสะสมเอาไว้ไปด้วยอีกสี่บาท ยายก็ตรอมใจน่ะสิ ตอนนั้นฉันรู้สึกสงสารยายมาก ได้แต่ปลอบใจยาย ฉันก็บอกแกนะว่าจะหาเงินไปซื้อใหม่ให้ ยายก็ไม่รอกันเลย อยู่ไม่ถึงสองปี ก็มาตายตามแม่ไปอีกคน”

“เสียใจด้วยนะส้ม” เอมมาลินเห็นใจเพื่อนสาวจริงๆ

“ตอนนี้บ้านหลังนั้นฉันก็ขายแล้วนะ ได้เงินไม่กี่ตังค์หรอก ฉันก็เลยรวบรวมเงินเอามาซื้อคอนโดฯ อยู่นี่แหละ ตัวคนเดียวอ่ะแก เอาอะไรมากแกว่าไหม” โบนิตาสบตากับเพื่อน รู้ซึ้งเรื่องการใช้ชีวิตที่ลำบากตัวคนเดียวมาพอสมควร

“มิน่า เพื่อนๆ ไม่มีใครติดต่อแกได้สักคน”

“ก็มันเบื่อนี่นา ที่จะต้องมานั่งตอบคำถามของใครๆ พอดีฉันได้งานทำที่นี่ เลยย้ายออกมาจากตรงนั้นไม่ได้บอกใครเลยสักคน”

“แล้วแกก็เลิกเล่นโซเชียลไปด้วย”

“ก็มันไร้สาระนี่เอม มีแต่คนคุยกันเรื่องอะไรไม่รู้ เหมือนคนป่วย”

“ย่ะ แม่คุณ ที่จริงๆ เราเอาไว้ทำประโยชน์อย่างอื่นก็ได้อีกมากมาย”

“ฉันก็มีอยู่ ทำเอาไว้คุยแต่เรื่องงาน ว่าแต่แกเหอะ กลับมาเที่ยวนี้มาทำอะไร กี่ปีแล้วนะที่เราสองคนไม่ได้เจอกัน”

“จะให้นับจริงๆ หรือ ก็ตั้งแต่จบมอหก ตอนนี้พวกเราอายุ 28 ปี ก็ 10 ปีแล้วมั้ง”

“โอ้โห แต่ทำไมแกไม่แก่วะยายเอม แกเป็นแวมไพร์หรือไง” เอมมาลินหัวเราะ

“ฉันกำลังจะแต่งงาน” หน้าตาที่สดใสสุดๆ ฉายออกมาพร้อมกับรอยยิ้มที่ฉาบเต็มใบหน้า

“จริงดิ กับใคร”

“พี่เขาชื่อไกด์ การันต์ เกียรติรัตนโยธิน”

“โอ้โห แฟนแกรวยอ่ะ เจ้าของห้างฯ โคโคบัสเชียวนะตระกูลนี้”

“ฉันก็เพิ่งรู้เมื่อไม่นานนี่เองว่าพี่เขาเป็นลูกหลานของใคร ก็ตอนที่พี่ไกด์เขาไปเรียนที่นั่น เขาติดดินมากนะแก ทำงานพิเศษไปด้วย ฉันก็นึกว่าเขาก็เป็นคนธรรมดา ไม่คิดว่าจะรวยขนาดนี้” เอมมาลินหัวเราะในความเปิ่นเป๋อของตัวเอง

“ก็สมกันแล้วละ พ่อของแกก็มีเงิน มันต่อยอดกันได้ ดีใจด้วยนะเอม พี่เขาคงรักแกมากจนขอแกแต่งงาน”

“ไหนส้มบอกว่าไม่รู้จักใคร ไม่ยุ่งกับใคร ทำไมถึงรู้จักพี่ไกด์ได้”

“โธ่เอ๊ยยายเอม มีสาวๆ ในเมืองไทยคนไหนที่ไม่รู้จักเขาบ้างล่ะแก ถ้าไม่รู้จักก็เชยเต็มทนแล้ว หล่อครบเครื่องแบบนั้น”

เอมมาลินยิ้มแก้มปริที่ได้ยินส้มชมว่าที่สามีเปาะ

“ว่าแต่แกจะมาอยู่ที่นี่นานไหม”

“เที่ยวนี้หรือ”

“อือ...” ส้มทำหน้ารอคอย

“สามเดือนหรือไม่ก็ตลอดไป”

คนที่ได้ยินแทบกระโดดตัวลอย จับมือของเอมมาลินเขย่าๆ

“ว้าย! ดีใจว่ะแก ต่อไปฉันก็ไม่เหงาแล้วสินะ ฉันจะมีเพื่อนแล้ว ดีใจที่สุด ขอบคุณนะคะฟ้าที่ประทานยายเอมเพื่อนรักของหนูให้กับหนูอีกครั้ง”

เอมมาลินหัวเราะในท่าทีตลกๆ ของเพื่อน

“ฉันก็จะอยู่เตรียมงานแต่งที่เมืองไทยเลย พ่อกับแม่ของพี่ไกด์ท่านบอกไม่ให้ฉันกลับไปที่โน่นอีกแล้ว”

“ดีที่สุด ฉันดีใจมากเลยรู้ไหม ดีใจกว่าถูกหวยอีก มะ...ยายเอม มาให้ฉันกอดหน่อย กอดให้หายคิดถึงกันไปเลย กอดแน่นๆ นะ” สองคนกอดกันกลม

“โอกาสหน้า ถ้าฉันเจอพี่ไกด์ของแก ฉันจะกอดให้กลมแบบนี้เหมือนกันเลย จะขอบคุณพี่ไกด์ดังๆ ที่พาแกกลับมาหาฉัน” ยังคงมีน้ำเสียงดีใจสุดๆ

“ฉันเล่าเรื่องแกให้พี่ไกด์ฟังหมดแล้ว ว่าเราสองคนรักกันยังไง”

“เหรอ อยากเจอพี่ไกด์ไวๆ จะได้ขอบคุณคำใหญ่ๆ”

เอมมาลินหัวเราะ จ้องมองหน้าของเพื่อน

“ไอ้ส้ม วันนี้วันอะไร” เอมมาลินช้อนสายตาถามเพื่อน

“ก็วันศุกร์ไง” ตอบโดยไม่ต้องคิด

“มันก็ถูกอ่ะนะ แต่ฉันให้โอกาสแกตอบใหม่ส้ม วันนี้วันอะไร” เอมมาลินส่ายหน้า มองเพื่อนแบบให้โบนิตาตอบคำถามอีกครั้ง

“แกยังไม่ลืมเหรอ” โบนิตาทำน้ำตาคลอ

“ใครจะลืมวันเกิดเพื่อนรักได้ล่ะคะ แกยังจำได้ไหม ตอนวันเกิดแกครั้งล่าสุด ที่เราสองคนแอบไปเที่ยวผับแล้วเมาแอ๋กลับบ้านแทบไม่ถูก สุดท้ายต้องโทร.ให้พี่ชายฉันไปรับ ฉันยังถูกแม่ตีด้วย ขาลายหมดเลย ฮา...”

เอมมาลินหัวเราะแบบมีความสุขเมื่อได้นึกถึงความหลัง

“ฉันก็ถูกยายฟาดเสียจนตูดบวมเลย นั่งแทบไม่ได้”

“แล้ววันนี้ล่ะ เราสองคนจะเอายังไง”

โบนิตามองหน้าเพื่อนทำใบหน้าแบบตื่นเต้นๆ

“ก็ไปเมากันอีกสิวะ ไม่เจอกันตั้งนาน เมาเอาแบบให้เต็มที่ไปเลย”

“เย้ๆ...” สองสาวคุยกันเสียงดังอย่างสนุกอยู่ในห้องทำงานของโบนิตา

คุณอาจจะชอบ

หน้าปกนวนิยาย เผลอหัวใจให้กับความรัก
9.5
เมื่อพิชายุทธชายหนุ่มเจ้าเสน่ห์ยื่นข้อเสนอสุดเร้าใจให้ใบข้าวหญิงสาวที่เพิ่งรู้จักกันได้ไม่นานด้วยคำชวนให้ลองจูบ ท่ามกลางบรรยากาศที่เป็นใจและฤทธิ์แอลกอฮอล์ที่พุ่งพล่าน ทั้งคู่กลับรู้สึกผูกพันกันอย่างประหลาดราวกับเคยพบกันมาก่อน แม้ใบข้าวจะยังสับสนแต่ความประทับใจในตัวดาราหนุ่มที่มีออร่าตรงสเปกก็ทำให้เธอไม่อาจปฏิเสธสัมผัสอันนุ่มนวลได้ เมื่อเขาเอ่ยปากชวนไปต่อที่ห้องนอนพร้อมคำสัญญาว่าจะสร้างความประทับใจที่สุดให้ บทสรุปของค่ำคืนนี้จึงกลายเป็นจุดเริ่มต้นของความสัมพันธ์ที่ยากจะถอนตัว
หน้าปกนวนิยาย นางบำเรอไร้ราคี
9.0
ทัดดาวจำต้องเดินทางไกลมาเป็นสาวใช้ในสเปนเพื่อปากท้อง แม้จะต้อยต่ำแต่เธอยังคงยิ้มสู้ จนกระทั่งโชคชะตาพาให้พบกับอีเกร์ มาทาดอร์ผู้ทรงอิทธิพลที่สยบเธอไว้ในฐานะนางบำเรอลับๆ ทว่าเมื่อความสัมพันธ์ถูกเปิดโปง เขากลับปฏิเสธอย่างไร้เยื่อใยจนเธอต้องหนีไปพร้อมหยาดน้ำตาและลูกในท้อง เมื่อทัดดาวหายไปอีเกร์กลับคลุ้มคลั่งด้วยความโหยหา เขาจึงต้องออกตามหาเมียและลูกเพื่อขอโอกาสแก้ตัว ท่ามกลางกระแสสังคมที่ดูแคลนความรักต่างชนชั้นครั้งนี้
หน้าปกนวนิยาย คุณหนูไร้เดียงสากับนายบ้ากาม
8.7
เรื่องราวความรักอันร้อนแรงและมืดหม่นเมื่อคุณหนูผู้แสนบริสุทธิ์ต้องเผชิญกับแผนการล่อลวงสุดอันตราย เธอถูกดึงเข้าสู่โลกแห่งกามารมณ์ที่เต็มไปด้วยความรุนแรงและรสนิยมแบบซาดิสม์อย่างไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ โดยฝีมือของคนสวนและกลุ่มชายฉกรรจ์ที่จ้องจะทำลายความไร้เดียงสาของเธอในการร่วมรักแบบสามคนที่สุดแสนจะเร่าร้อนและดุดัน ทุกสัมผัสที่ได้รับคือบทเรียนสวาทที่เปลี่ยนชีวิตเธอไปตลอดกาลในวังวนแห่งตัณหาที่ยากจะถอนตัว
หน้าปกนวนิยาย รักไม่มีลิมิต Love Unlimitz "Untill you"
8.3
นาธานคือมหาเศรษฐีหนุ่มสุดเพอร์เฟกต์ที่สาวๆ ต่างยกให้เป็นสามีแห่งชาติ ทั้งรูปลักษณ์ที่หล่อเหลาและฐานะที่ร่ำรวย ทว่าเขากลับตกหลุมรักธารใส หญิงสาวชาวไทยธรรมดาๆ อย่างถอนตัวไม่ขึ้น แม้เขาจะพยายามแสดงความคลั่งรักและเข้าหาเธอมากเพียงใด แต่สิ่งที่ได้รับกลับมาคือการปฏิเสธและท่าทีผลักไสจากเธออยู่เสมอ ความสัมพันธ์ครั้งนี้จึงเต็มไปด้วยคำถามว่าเหตุใดเธอถึงไม่ยอมใจอ่อนให้กับชายหนุ่มที่เพียบพร้อมเช่นเขาเสียที
หน้าปกนวนิยาย กามสวาทโลกีย์
9.6
สาวน้อยแปลกใจเมื่อพบกับชายหนุ่มลึกลับผู้มีเสน่ห์ดึงดูดและร่างกายกำยำใต้แสงไฟที่ชัดเจนเป็นครั้งแรก แม้เธอจะพยายามเอ่ยปากถามตัวตนของเขา แต่เขากลับเลือกที่จะปิดปากเธอไว้พร้อมเดินหน้าบรรเลงบทเพลงสวาทที่เขาเป็นผู้ควบคุมจังหวะทั้งหมดเพียงผู้เดียว ความเร่าร้อนที่เขาปลุกปั่นทำให้ร่างเล็กบิดเร้าครวญครางด้วยความเสียวซ่านจนถึงขีดสุด เมื่อพายุอารมณ์พัดพาคนทั้งคู่ไปถึงสรวงสวรรค์ครั้งแล้วครั้งเล่า เธอจึงหลับไหลไปด้วยความเหนื่อยล้าท่ามกลางร่องรอยแห่งความสุขสม
หน้าปกนวนิยาย อย่า(หย่า)นะคุณมาเฟีย
8.7
ชาลี มาเฟียผู้ทรงอิทธิพลในอิตาลีมีความฝังใจเกลียดชังหญิงไทยอย่างรุนแรงจากปมในอดีตที่ถูกแม่ทอดทิ้ง เมื่อเขาพบว่าเอมอรหญิงสาวชาวไทยที่กำลังตั้งครรภ์เคยเป็นอดีตคู่หมั้นของสามีจันทร์เจ้าซึ่งเป็นน้องสาวของเขา ชาลีจึงไม่ยอมปล่อยผ่าน แม้เอมอรจะยืนกรานปฏิเสธว่าเด็กในท้องไม่ใช่ลูกของน้องเขยเขา แต่มาเฟียหนุ่มกลับไม่ยอมเชื่อคำพูดใดๆ เขาตัดสินใจลักพาตัวเธอมาเพื่อบีบบังคับให้จดทะเบียนสมรสด้วยกันเพื่อจุดประสงค์บางอย่าง ท่ามกลางความขัดแย้งและแรงแค้นที่เขามีต่อผู้หญิงไทยทุกคนที่เขาตราหน้าไว้