ติดตาม
ตอน
แชร์
หน้าปกนวนิยาย กับดักหัวใจยายสุดเลิฟ You are my true love

กับดักหัวใจยายสุดเลิฟ You are my true love

ตอน
แชร์

ตอน 2

ณ ผับย่านรัชดา

เสียงเพลงที่ดังสนั่น สองสาวดื่มแอลกอฮอล์เข้าไปในตัวหลายแก้ว ไม่ได้เจอกันมานานหลายปี เรื่องเล่าเรื่องถามมีเยอะคุยเท่าไหร่ก็ไม่หมด

“บอกให้กลับไปแต่งตัวมาใหม่ก็ไม่ยอม ดูสิ คนมองแกกันทั้งนั้น”

โบนิตาก้มลงไปมองเสื้อผ้าของตัวเอง กระโปรงสอบแคบเหมือนพนักงานออฟฟิศทั่วๆ ไป แล้วก็เสื้อเชิ้ตผ่าหน้าคอบัว ยังดีหน่อยที่มีลวดลายของลูกไม้ที่ประดับมีเลื่อมปักทำให้สะท้อนแสงแวววับ

“ไอ้ส้ม เอาป้ายบริษัทของแกที่ห้อยคอออกซะก่อนเหอะน่า”

โบนิตายิ้มแป้น ค่อยๆ เอามันออกจากคอแล้วเก็บเข้าไปในกระเป๋า

“ก็ฉันไม่อยากเสียเวลานี่ แกเชื่อไหม ตั้งแต่วันนั้น ฉันไม่เคยได้ดื่มได้เที่ยวอะไรแบบนี้อีกเลย”

“เชื่อสิ รู้หรอกน่าว่าส้มเป็นคนยังไง”

“เอ้า...ชน ขอให้เอมเพื่อนรักของส้มมีความสุขกับชีวิตคู่นะคะ” โบนิตาอวยพร

“ว่าแต่ถามจริงๆ เหอะส้ม แกก็ไม่ได้ขี้เหร่นะ ไม่มีคนมาจีบหรือ”

ส้มส่ายหน้าระรัว

“ไม่มีใครตรงสเปกสักคน”

“แกเลือกเยอะอ่ะสิ”

“โถ... เอมแกไปอยู่เมืองนอกซะนานจะไปรู้อะไร เดี๋ยวนี้ผู้ชายมันฉลาดโว้ย”

“ยังไงวะ”

“มันหันไปกินพวกเดียวกัน หรือไม่ก็ เอ่อ... แบบไม่มีใครมานั่งกัดก้อนเกลือกินกันหรอก ผู้ชายเขาก็มองหาผู้หญิงที่เพอร์เฟคแล้วก็รวยๆ ย่ะ”

“มีแบบนี้ด้วยหรือวะ ใส่ร้ายผู้ชายนะเนี่ย อย่าเอาอดีตที่แกเคยเจอผู้ชายร้ายๆ มาทำลายอนาคตนะโว้ย ฉันไม่อยากเห็นแกอยู่คนเดียวไปตลอดชีวิต”

โบนิตายกเครื่องดื่มที่อยู่ในมือกระดกขึ้นเหมือนกับว่ามันอร่อยนักหนา

“ไอ้ส้ม เดี๋ยวก็เมาหรอก ไม่ใช่น้ำผลไม้นะเว้ย”

“เอ่อ... นี่ ฉันนะนั่งคิดนอนนะ ว่าฉันจะอยู่เป็นโสดแบบนี้ไปจนตาย”

“แห้งเหี่ยวแย่”

“อย่าว่าแต่แห้งเลยนะเอม สงสัยจะตันแล้ว”

“ไอ้บ้า ไอ้ส้มพูดอะไร”

“อ้าว ก็เรื่องจริง” สองสาวพากันหัวเราะ

“ว่าแต่แกกับพี่ไกด์ จึ้กๆ จั้กๆ กันหรือยัง”

เอมมาลินนั่งหน้าแดง เพื่อนสาวเอื้อมมือไปหยิกที่แก้ม

“ครั้ง สองครั้ง หรือสามครั้ง”

เอมมาลินหัวเราะ ก่อนจะตอบ

“น้อยไปสิ”

“หา! บ่อยเหรอ อิอิ” ส้มหัวเราะอย่างสนุก

“เฮ้อ... จริงๆ อยู่คนเดียวมันก็เหงามากนะวุ้ย แต่ทำไงได้ ฉันก็พยายามขุดหลุมอยู่นะ ให้ผู้ชายดีๆ หล่นลงไปสักตุบ แต่ไม่ยักกะมี”

“แล้วแกชอบผู้ชายแบบไหนล่ะ” เอมมาลินถาม แล้วก็ค่อยๆ หันหน้าไปมองผู้ชายที่นั่งอยู่ในร้าน เธอไปสะดุดตากับผู้ชายคนหนึ่ง เขาทั้งขาวดูสะอาดสะอ้าน แต่มองไม่ค่อยเห็นชัดเพราะในร้านค่อนข้างมีแสงน้อย

“คนนั้นเป็นไง” เอมมาลินกระซิบกระซาบ พลางชี้มือไปยังผู้ชายคนนั้น

“ไหน” โบนิตาพยายามเพ่งมอง

“ฮึ...” เธอสั่นหน้าระรัว

“หล่อระดับนั้น ฟันธง เกย์!”

“จริงดิ”

“เออ... สายตาของฉันไม่เคยพลาดหรอก”

“เหรอ แล้วคนนั้นแกว่าเป็นยังไง”

“ไหน...” ส้มหันไปมองตามเพื่อน

ดีเจที่กำลังเปิดเพลงให้กับทุกคนโยก ขยับหัวแทบจะโขกไปกับเคาน์เตอร์ โบนิตาถึงกับหัวเราะลั่นออกมา

“โอย... หน้าตาก็ดีอยู่หรอก แต่ฉันไม่พร้อมจะมาลุยกลางคืนแย่งสาวๆ แกเห็นไหมสก๊อยปากแดงนั่งคอยท่าพ่อดีเจกันเต็มไปหมด”

“ค่ะ แม่คนช่างเลือก ดื่มๆ ทำไมคอแห้งจัง”

“เดี๋ยวก็เมาหรอก”

“ไม่เป็นไร ฉันบอกพี่ไกด์ให้มารับแล้ว แต่บอกว่าให้มาดึกๆ นะ รอเราสองคนเมาปลิ้นกันก่อน”

“โธ่... เอมทำไมแกทำแบบนี้ล่ะ พี่ไกด์มาเห็นสภาพที่ฉันย่ำแย่ขนาดนั้น ฉันจะเอาหน้าไปไว้ที่ไหน”

“ดีออก เห็นกันตอนนี้แหละ จะได้รู้ว่าตัวตนที่แท้จริงของฉันกับแกเป็นยังไง”

“แล้วมันเกี่ยวอะไรกับฉันไหมเอม”

“ไม่เกี่ยว ฮา...” ทั้งสองคุยกันอย่างสนุกสนาน โยกย้ายตามจังหวะเสียงเพลงไปบ้าง

“นี่เอมแกรู้ไหม ยายฉันบอกฉันก่อนตายว่ายังไง”

เอมมาลินสบตา ทำหน้าเศร้า

“ก็บอกให้ส้มดูแลตัวเองดีๆ ไง ใช่ไหมเพื่อน”

“เปล่า ไม่ใช่เรื่องนั้น ยายบอกว่าถ้าฉันไม่ได้แต่งงานก่อนอายุ 29 ปี ฉันจะต้องอยู่คนเดียวไปตลอดชีวิต”

“อั้ยย่ะ ยายแกดูดวงแม่นซะด้วยสิ จำได้ไหมที่บอกว่า แม่ฉันจะเจอกับป๊า แล้วจะได้ไปอยู่สุขสบายที่เมืองนอก ทั้งๆ ที่ตอนนั้นยังขายอาหารตามสั่งต๊อกๆ แต๊กๆ อยู่เลย ยายแกโคตรแม่นนะ แล้วยังบอกฉันอีกว่า ไม่ต้องกลัวลำบาก อีกหน่อยฉันจะได้ผัวรวย”

โบนิตานั่งทำปากแบน ถอนหายใจออกมาดัง

“ยายนะยาย ทำไมมาพูดแบบนี้ก็ไม่รู้ ทำให้คิด” เธอยกแก้วเหล้าเข้าปากดังบึบ...

“วันนี้แกอายุครบ 28 ปี ใช่ไหม แกมีเวลาอีกตั้งปีหนึ่งหาผัวเลยนะส้ม อย่าเพิ่งท้อใจ”

“คนหาเจอแล้วก็พูดง่ายเนอะ แล้วฉันจะไปหาแถวไหน ผู้ชายดีๆ ไม่ใช่แมลงวันนะจะได้คุ้ยหาได้ตามกองขยะ”

“เฮ้... เปรียบผู้ชายเป็นแบบนี้น่ะสิ แกถึงได้ไม่เจอผู้ชายดีๆ สักที”

กริ๊ง... สองสาวชนแก้ว

“ขอประทานโทษนะครับ กระเป๋านี่ของคุณไหมครับ พอดีมันหล่นลงไปข้างล่าง” เสียงทุ้มน่าฟังมากๆ

สองสาวรีบหันหน้าไปมองหน้าเขาเอมมาลินหรี่ตา เธอรู้สึกเหมือนกับว่าเคยเห็นผู้ชายคนนี้มาก่อน แต่โบนิตากลับคว้าเอากระเป๋าจากมือของชายหนุ่มมาถือเอาไว้ทันที

“ขอบคุณค่ะ ของฉันเอง” น้ำเสียงแสนห้วน

‘ผู้ชายคนนั้นทำหน้าเหลอหลา’ นึกในใจ

‘เมื่อกี้ได้ยินว่าเกลียดผู้ชาย ไม่มีคนมาจีบ แต่แม่เอ๊ย... พฤติกรรมแบบนี้น่ะสิ ถึงได้ไม่มีใครมาจีบ’ เขายิ้มมุมปาก

“ไม่เป็นไรครับ” แล้วเขาก็เดินไป

เอมมาลินอ้าปากค้าง โบนิตารีบพัดมืออยู่ที่ข้างหน้าเธอ

“แหม... เห็นผู้ชายหล่อๆ เป็นไม่ได้ อ้าปากค้าง เดี๋ยวเหอะ ผัวแกมาฉันจะฟ้อง” โบนิตาหมายถึงพี่ไกด์

“ไอ้ส้ม ฉันเปล่าคิดแบบนั้นสักหน่อย แต่ฉันเหมือนกับเคยเจอเขา”

“อื้อหือ... คนสมัยนี้หน้าโหลจะตายไป ร้านหมอศัลยกรรมเต็มเมือง จะมีทุกมุมอ่ะมั้ง”

“เขาหล่อจริงๆ นะแก ไม่ลองอ่อยดู”

“ยี้...” ทำเสียงแบบรังเกียจ

“หึ... ฉันเชื่อยายแก ไม่ต้องสงสัย ยายส้มได้อยู่เป็นโสดจนตายแน่ๆ”

เอมมาลินทำเสียง

“เฮ้ย... อย่าพูดแบบนี้ดิ ไม่เอา ของฉันมี ฉันก็อยากลองใช้ดูสักครั้ง”

เอมมาลินหัวเราะ

“โธ่... ไม่ใช้ก็ไม่เป็นไรมั้ง”

“แล้วแกเห็นไหมว่าเขาเดินไปทางไหน” โบนิตาถามเพื่อน

“ฮั่นแน่... เขาหล่อเนอะ โน่นไง” เธอชี้ให้เพื่อนดู

โบนิตาหันไปยิ้มให้กับเขา แล้วยักคอให้ ทำหน้าตาแบบว่า ฉันสวย กำลังทำท่าอ่อยๆ เขาอยู่

ผู้ชายคนนั้นส่งยิ้มมาให้ แต่จริงๆ เขากำลังหัวเราะในพฤติกรรมของเธอต่างหาก

‘หน้าตาก็ดีอยู่หรอก แต่ทั้งเฉิ่มๆ เชยๆ เพื่อนยังดูสวยกว่า เอ...ผู้หญิงคนนั้นเหมือนแฟนพี่ไกด์เลยว่ะ’

เขานึกพลางหยิบมือถือของตัวเองขึ้นมาเปิดดูอินสตราแกรมของไกด์ลูกพี่ลูกน้องของตัวเอง

‘โป๊ะเชะ...ว่าแล้วทำไมคุ้น แต่ว่าเพิ่งกลับมาวันนี้ มาโผล่อยู่ที่นี่เลยหรือ แล้วยายเพื่อนนั่น…’

เขารีบกดส่งข้อความไปหาพี่ชาย

(ผมเจอคู่หมั้นพี่ที่ผับของผม)

(อ๋อ... ฉันแนะนำให้ไปเที่ยวที่นั่นเองแหละ กำลังจะไปรับอยู่ด้วย)

(พี่จะมาหรือครับ)

(ก็เอมเขาบอกว่าจะพาเพื่อนเที่ยวผับ ฉันว่าเที่ยวที่นี่ปลอดภัยที่สุด แกจะได้เป็นหูเป็นตาให้ฉันด้วยไง)

(ไม่มีใครมาเกาะแกะกับแฟนพี่หรอกครับ เห็นนั่งเอาหัวพิงกันกับเพื่อนสนิทมั้ง นึกว่าเป็นคู่เลสเบี้ยน)

(ปากแกนี่มันก็ยังร้ายเหมือนเดิมนะ เพื่อนสนิทสมัยมัธยมของเอม เดี๋ยวเจอกัน)

(ครับผม)

หิรัญเดินไปที่เคาน์เตอร์แคชเชียร์

“นี่บัตรเครดิตของโต๊ะไหน ทำไมไม่คืนลูกค้าไป”

“อุ๊ยตายละ ขอโทษค่ะคุณกาย ลูกค้าคงทำร่วงเอาไว้น่ะค่ะ เมื่อกี้หนูคืนไปแล้วนะคะ” หน้าตารู้สึกผิด เพราะดวงตากลมโตของเขาที่จ้องมองเหมือนว่าเธอทำความผิด

“แล้วของโต๊ะไหนจำได้ไหม”

“เอ่อ... ของพี่ผู้ชายกลุ่มนั้นค่ะ” พนักงานสาวชี้ให้เขาดูไปโต๊ะเป้าหมาย

“วันหลังต้องดูดีๆ แล้วตรงนี้ทำไมปล่อยให้รกแบบนี้ รู้ใช่ไหมว่าฉันไม่ชอบ”

“ค่ะ ทราบค่ะ เดี๋ยวหนูจัดการเดี๋ยวนี้เลยค่ะ” เธอรีบหาผ้ามาเช็ดโต๊ะ แล้วเริ่มเก็บของที่รกรุงรัง

เจ้านายหนุ่มเดินเอาบัตรเครดิตไปคืนให้กับเจ้าของบัตร

ตอนที่เขาหันหลังกลับเขาต้องหยุดฝีเท้ายืนฟัง

“มึงดูยายเฉิ่มนั่นดิ น่าฟัดเหมือนกันนะ นมตูมๆ เชียว”

ชายหนุ่มที่อยู่ในกลุ่มพากันหัวเราะ

“กูก็มองอยู่เหมือนกัน แม่งเอ๊ยคิดเหมือนกันเลย พามาขัดสีฉวีวรรณนะ กูว่า เอามัน”

“ไอ้เชี่ย ถ้าจะเอามัน เสื้อผ้าไม่เกี่ยวดีกว่าไหม”

หิรัญไม่ชอบเลยที่พวกผู้ชายพวกนี้พูดแบบนี้ ชายหนุ่มหันมองไปยังโต๊ะที่พวกนี้เอ่ยถึง เขารู้สึกหัวเสีย ผู้หญิงที่เอ่ยถึงก็คือเพื่อนของเอมมาลินคู่หมั้นของพี่ชาย

เอมมาลินกับโบนิตากำลังคุยกันอย่างออกรส และกำลังพูดถึงผู้ชายในกลุ่มนี้อยู่

“แกว่าคนไหนหล่ออ่ะส้ม”

“เสื้อสีฟ้า” เธอบอกเพื่อนพลางส่งสายตาหวานหยดย้อยมาทางหนุ่มๆ

“ดูสิ แม่งส่งซิกน์ว่ะ สงสัยชอบ เห็นติ๋มๆ นะมึง อาจจะเซ็กซ์ดีก็ได้”

“กูก็ว่า สมัยนี้ผู้หญิงทำงานออฟฟิศเก็บกดจะตาย ในเว็บฯ ยังบอกผู้หญิงแบบนี้เซ็กซ์จัด”

“กูจอง”

“เชี่ย ใครดีใครได้สิวะ”

“มาเป่ายิงฉุบใครแพ้ถอย”

“เป่ายิงฉุบ” กลุ่มนั้นส่งเสียงหัวเราะกันอย่างสนุกสนาน

คุณอาจจะชอบ

หน้าปกนวนิยาย ไม่เป็นทาสรักอีกต่อไป
8.3
ตลอดสามปีในฐานะภรรยาผู้ถูกตราหน้าว่าอัปลักษณ์ เจียงซิงซิงยอมทนความเย็นชาจากคุณชายเซียวแห่งเมืองบีเพื่อความรัก จนกระทั่งความจริงปรากฏว่าเธอเป็นเพียงเครื่องมือช่วยชีวิตคนรักของเขา เธอจึงตัดสินใจหย่าขาดเพื่อกู้ศักดิ์ศรีคืนมา สามปีต่อมาเธอกลับมาในฐานะศัลยแพทย์และนักเปียโนผู้สง่างามจนอดีตสามีที่เคยเมินเฉยต้องอ้อนวอนขอโอกาสท่ามกลางสายฝนเพื่อรั้งเธอไว้ไม่ให้จากไปอีกครั้ง
หน้าปกนวนิยาย ดาวอังคารผู้ไม่เคยพ่ายแพ้
8.3
เมื่อ 5 ปีก่อน เขาตัดสินใจทิ้งคนรักไปอย่างไร้ร่องรอยด้วยความหวังว่าจะพิสูจน์ตนเองให้มีคุณค่าพอสำหรับเธอ วันนี้เขากลับมาในฐานะผู้ที่มีทั้งความสามารถและเกียรติยศอันสูงสุดเหนือใคร ทว่าสิ่งที่รอคอยเขาอยู่กลับไม่ใช่เพียงแค่หญิงสาวที่โหยหา แต่เขายังได้พบความจริงที่คาดไม่ถึงว่าตนเองมีลูกสาวตัวน้อยเพิ่มมาหนึ่งคน บทพิสูจน์ความรักและความรับผิดชอบในฐานะพ่อและคนรักจึงเริ่มต้นขึ้นท่ามกลางอุปสรรคที่ถาโถม
หน้าปกนวนิยาย ยั่วรักอาหมอขา
9.0
หทัยชนกเติบโตมาพร้อมความผูกพันที่หยั่งรากลึกจนกลายเป็นความรักที่มีต่ออาหมอสิงอย่างไม่อาจถอนตัวได้ แม้จะรู้ดีว่าความสัมพันธ์ครั้งนี้ต้องเผชิญกับอุปสรรคชิ้นใหญ่อย่างการคัดค้านจากผู้เป็นพ่อ แต่หญิงสาวก็ตัดสินใจแล้วว่าจะไม่ยอมถอยหลังให้ความผิดหวัง เธอพร้อมจะทำทุกวิถีทางเพื่อพิชิตหัวใจคุณอาหมอและฝ่าฟันกำแพงของครอบครัวไปให้ได้ โดยไม่มีวันยอมแพ้ต่อโชคชะตาที่ขวางกั้นความปรารถนาในครั้งนี้
หน้าปกนวนิยาย สามีของเธอป่วยหนักและกำลังจะเสียชีวิต เธอไปส่งไป๋เยว่กวงไปคลอดลูก
8.2
ในวันวาเลนไทน์ที่ควรจะมีความสุข ฉันกลับได้รับข่าวร้ายว่าตนเองเป็นมะเร็งระยะสุดท้ายและจะมีชีวิตอยู่ได้อีกไม่ถึงเดือน ท่ามกลางความสิ้นหวัง ป๋อซือเหนียนสามีของฉันกลับสารภาพว่าเขาหลงรักผู้หญิงคนอื่น แม้เขาจะยืนยันว่าไม่มีความสัมพันธ์ทางกายและยังรักฉันที่สุด แต่หัวใจของเขาก็เปลี่ยนไปแล้ว ฉันที่ไร้เรี่ยวแรงจะยื้อแย่งจึงยอมตกลงให้พวกเขาคบกัน เพราะสำหรับคนที่กำลังจะตายอย่างฉัน การโวยวายหรือโกรธเคืองนั้นไม่มีความหมายอีกต่อไป
หน้าปกนวนิยาย ฉ่ำรักเมียนักธุรกิจ
8.3
หลังวิวาห์ ตฤณ นักธุรกิจหนุ่มวัย 34 ผู้บ้างานและมีรสนิยมเฉพาะตัว ได้พายี่หวา ภรรยาสาววัย 24 ที่แสนอ่อนหวานและใฝ่เรียนรู้ไปฮันนิมูน ทริปนี้ไม่ได้มีเพียงแค่พวกเขา แต่ยังมีผู้ร่วมทางอื่นที่มาเปิดโลกใหม่ให้ยี่หวาได้ค้นพบตัวตนที่ซ่อนอยู่ สิ่งที่เธอเคยเจอในคืนเข้าหอเป็นเพียงจุดเริ่มต้น เมื่อเทียบกับประสบการณ์สุดเร่าร้อนที่สามีจัดให้จนเธอถอนตัวไม่ขึ้น การเดินทางครั้งนี้จะเปลี่ยนชีวิตคู่ของเขาและเธอไปตลอดกาลในแบบที่ใครก็คาดไม่ถึง
หน้าปกนวนิยาย คุณหนู ตกอับ
8.1
เมื่อความมั่งคั่งในอดีตพังทลายลง ชีวิตของอดีตคุณหนูผู้สูงศักดิ์จึงต้องเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง ทุกอย่างรอบตัวไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป ทั้งฐานะทางสังคมที่เคยเลิศเลอและระดับความเป็นอยู่ที่เคยสุขสบาย โดยเฉพาะความสัมพันธ์อันซับซ้อนระหว่างคนทั้งสามที่ต้องเผชิญกับจุดเปลี่ยนครั้งใหญ่ในรูปแบบความรักแบบสามคน ท่ามกลางสถานะใหม่ที่เต็มไปด้วยอุปสรรค พวกเขาจะจัดการกับความรู้สึกและพันธนาการที่เปลี่ยนไปนี้ได้อย่างไรในโลกที่บีบคั้น