ติดตาม
ตอน
แชร์
หน้าปกนวนิยาย พระสนมขั้นผินผู้นั้นคือฮูหยินประมุขวังโอสถ

พระสนมขั้นผินผู้นั้นคือฮูหยินประมุขวังโอสถ

เมื่อเจินจื่ออีตัดสินใจหลบหนีออกจากวังหลังผ่านเส้นทางลับที่ค้นพบโดยบังเอิญ แต่แล้วโชคชะตากลับเล่นตลกให้นางตื่นขึ้นมาในห้องหอของตระกูลเหลียว ในฐานะเหลียวอิงอิง บุตรสาวที่ถูกครอบครัวบังคับให้เข้าพิธีวิวาห์กับหยางกั่วหลิง ชายหนุ่มไร้หัวนอนปลายเท้า เพียงเพราะต้องการแลกกับเศษทองคำอันน้อยนิด จากพระสนมขั้นผินผู้สูงศักดิ์ต้องกลายมาเป็นภรรยาของบุรุษลึกลับในพริบตา เรื่องราวความรักและความลับท่ามกลางความวุ่นวายจึงได้เริ่มต้นขึ้นอย่างไม่คาดฝัน
ตอน
แชร์

ตอน 2

บทที่ 2

ถอนพิษ

หลังตัดใจเรื่องต้าหย่ง เงาร่างเงอะงะเดินกลับมาถึงห้องพักตนเองในที่สุด หยางกั่วหลิงสีหน้าราบเรียบตัดสินใจละลายยาต้านพิษหนึ่งเม็ดลงในจอกชา ประคองเรือนร่างอ่อนยวบดื่มลงไปจนหมด

ไม่นานนักสตรีที่นอนแน่นิ่งอาเจียนออกมาไม่ทันตั้งตัว หน้าอกเขาเลอะคราบอ้วกนาง หยางกั่วหลิงอยากจะตำหนินางก็ทำไม่ลง

“จะไม่ช่วยเจ้าข้าก็หาใช่คนใจดำ เจ้าต้องจำไว้ว่าติดค้างข้าหนึ่งครั้ง เอาเถอะถือว่าเจ้าเอาคืนที่ข้าล่วงเกินเจ้าเมื่อเช้าก็แล้วกัน”

เงาร่างสูงโปร่งหายเข้าไปหลังฉากกั้นล้างคราบอ้วก ไม่รู้ว่าผ่านไปนานแค่ไหนเจินจื่ออีถึงได้มีสติรับรู้กลับคืนมา ในหูได้ยินเสียงน้ำสาด สองตาเลื่อนลอยมองดูเพดานเตียงไม่คุ้นตา

....ที่นี่คือที่ใดกัน? ....

ร่างน้อยที่เพิ่งฟื้นกำลังขืนเกร็ง เมื่อคืนนางถูกคนจับตัว หรือเยี่ยหลานเฉิงรู้ว่าหนีออกมา ดวงตากลมโตกวาดมองรอบห้องอีกครั้งพลันถอนหายใจ น่าจะไม่ใช่ฝีมือเยี่ยหลานเฉิง อย่างน้อยไม่ใช่ตำหนักจิ้งอันหรือวังหลวง นอกจากที่นี่จะเหม็นอับเล็กน้อย อย่างอื่นไม่ต่างจากห้องพักตามโรงเตี๊ยมทั่วไป

คิดถึงเรื่องใหญ่เทียมฟ้าที่ทำลงไปทั้งร่างพลันสั่นสะท้าน เมื่อคืนเจินจื่ออีกับเถารุ่ยใช้เส้นทางลับหนีออกจากวังหลวง ออกมาได้ไม่ไม่ทันไรกลับถูกคนลอบทำร้ายเอากระสอบฝ้ายคลุมหัวจากนั้นก็หมดสติไป นางมาอยู่ที่นี่ได้อย่างไรก็สุดรู้ ไม่รู้ว่าเถารุ่ยอยู่กับนางหรือไม่

“เจ้าตื่นแล้ว?”

หยางกั่วหลิงเดินกลับมาเห็นเหลียวอิงอิงดวงตาเหม่อลอย เงาร่างในคราบเอ้อร์สือเดินไปรินน้ำชาวางไว้ให้

“เจ้าโดนคนวางยานี่ก็เพิ่งจะดีขึ้น ดื่มสักหน่อยเถอะ ข้าจะไปสั่งของว่างมาให้เจ้ากินรองท้อง”

พูดจบหยางกั่วหลิงเดินออกจากห้องไปทิ้งเจินจื่ออีมองตาค้าง เท่าที่จำได้พอได้สตินางถูกบุรุษแตะเนื้อต้องตัว เจินจื่ออีแน่ใจว่านั่นไม่ใช่ความฝัน มือบางลูบไปตามผิวกายใต้ร่มผ้ารู้สึกเจ็บอยู่บ้าง โดยเฉพาะตรงลำคอกับเนินหน้าอก

ร่างบอบบางลุกขึ้นนั่งพลางถอดสายรัดเอวออก สายตาไล่ไปตามเรือนร่างตนเอง แม้ไม่เห็นร่องรอยจ้ำแดงน่าหวาดกลัวแต่สัมผัสแล้วแสบระบมยิ่งนัก บุรุษหน้าตาเหยเกผู้นั้นล่วงเกินนางจริงเสียด้วย หยาดน้ำตาเม็ดโตไหลร่วงลงมา

“ข้าจะทำอย่างไรดี เป็นเช่นนี้แล้วข้าจะทำอย่างไร”

“เจ้าเป็นอะไรไป? ยังรู้สึกไม่ดีอยู่หรือ...แล้ว...เจ้าแก้ผ้าทำไม”

หยางกั่วหลิงเดินเข้ามาพร้อมกับจานขนมทังหยวนคลุกน้ำตาล [1] เห็นใบหน้าแดงก่ำของเจินจื่ออีเลอะคราบน้ำตา หรือนางจะรู้เรื่องที่ต้าหย่งทิ้งนางหนีไป

“ครอบครัวของเจ้าให้เจ้าแต่งให้ข้า เจ้าไม่ต้องกังวลไปข้าไม่ได้แตะต้องเจ้า ไว้รอบุรุษของเจ้ามารับตัวก็ไปกับเขาเถอะ”

เพียะ!

ใบหน้าเหยเกยใต้ยางไม้แปลงโฉมพลันเจ็บแปลบ หน้าตานางนุ่มนิ่มขนาดตัวบอบบาง แรงมือมีหรือจะทำคนเจ็บปวดได้ เจินจื่ออีตั้งใจตบหน้าเขาเต็มแรง ดวงตากลมฉายแววไม่พอใจเต็มที่

“เจ้าแตะต้องข้าแล้วยังมีหน้าบอกให้ข้าไปหาผู้อื่น คิดว่าข้าโง่หรืออย่างไร เจ้าจะปัดความรับผิดชอบ ฟ้าไม่รู้ดินไม่รู้แต่ข้ากับเจ้ารู้ นอกจากเจ้าตายไปให้ข้า ไม่เช่นนั้นข้าจะสังหารเจ้ากับมือ”

เจินจื่ออีเปิดปากเอ่ยวาจารุนแรงกับบุรุษหน้าตาย ถ้อยคำรุนแรงของนางมีแต่คำว่าจะเอาชีวิตเขา หากแต่น้ำเสียงหวานหูราวกับดื่มน้ำผึ้งแทนน้ำของนาง หยางกั่วหลิงยืนฟังจนใจลอย

“ในเมื่อเจ้าไม่ตอบ เช่นนั้นข้าจะสังหารเจ้า!”

หยางกั่วหลิงมองดูมือน้อยเรียวบางพุ่งเข้ามาใกล้ใบหน้าตนเอง นางไร้อาวุธในมือ แม้แต่เล็บมือก็ไม่มี แล้วจะสังหารเขาด้วยนิ้วมือนุ่มนิ่มคู่นั้นหรือ

มือคนตัวโตข้างเดียวคว้าจับมือน้อยไว้ง่ายดาย เจินจื่ออีเม้มปากแน่น สีหน้าไม่พอใจของคนงามยิ่งมองก็ยิ่งเพลิดเพลิน ยามเช้าที่เหลียวอิงอิงเอาแต่นอนนิ่งนั่นนับว่างดงามมากแล้ว พอนางตื่นขึ้นมาเปิดปากด่าคน นึกไม่ถึงเป็นความงามที่หาดูได้ยากนัก

“ปล่อยมือข้า!”

“เพิ่งถอนพิษไปเจ้ายังไม่หายดี รีบกินรีบนอนพักเถอะ”

“ข้าไม่กินอะไรทั้งนั้น คนเลวเจ้าไสหัวไปให้ข้าเดี๋ยวนี้....อ๊ะ!...”

หยางกั่วหลิงไม่สนใจดวงหน้าบึ้งตึงของนางแม้แต่น้อย วาจาด่าทอมากมายราวกับสายลมพัดผ่าน พอนางเปิดปากด่าคน เขารีบคว้าก้อนขนมยัดเข้าปากเจินจื่ออี เห็นคนงามสองแก้มยัดขนมจนตุ่ย หยางกั่วหลิงในรูปโฉมเอ้อร์สือยิ้มพึงพอใจหันมาละลายเม็ดยาถอนพิษ หมายกรอกปากนางตามไป

“เจ้ายังตกใจอยู่ ไม่เป็นไรไว้พรุ่งนี้จะดีขึ้น รีบเคี้ยวเร็วเข้า”

เจินจื่ออีไม่มีทางยอมกินโดยดี ติดตรงที่รสชาติขนมทังหยวนคลุกน้ำตาลอร่อยนัก อีกอย่างนางไม่ได้กินอะไรเลยตั้งแต่ยามบ่ายเมื่อวาน กว่าจะรู้ตัวเรียวปากอิ่มแดงเริ่มเคี้ยวก้อนขนมกลืนลงท้อง

“ดื่มยาสิ”

“ไม่!”

“เด็กดื้อ”

เจินจื่ออียอมกินขนมแต่ไม่ได้หมายความว่าทุกอย่างที่บุรุษแปลกหน้ายื่นให้นางจะยอมกิน ดวงตากลมโตจ้องใบหน้าเหยเกแววตาเอาเรื่อง หยางกั่วหลิงหัวเราะในลำคอ เขาก็มีวิธีร้อยพันแบบบังคับเด็กดื้อกินข้าวกินยา อย่างเช่นตอนนี้ปลายนิ้วเรียวยาวจับคางเด็กดื้อกรอกยา ไม่นานนักร่างบางที่ยังดิ้นอยู่พลันอ่อนยวบหลับไป

หยางกั่วหลิงประคองเหลียวอิงอิงนอนลงตามเดิมก่อนจะถอดรองเท้าตามขึ้นเตียงมานอนข้างกัน ปลายนิ้วเกี่ยวเอาปอยผมหลุดลุ่ยออกจากใบหน้างามเบามือ

ในเมื่อต้าหย่งทิ้งนางไปแล้ว เช่นนั้นเขาจะยอมดูแลเด็กดื้อไปก่อน เมื่อครนางโกรธที่เขาแตะต้องตัว ถึงขั้นข่มขู่สังหารคนด้วยนิ้วมือนุ่มนิ่ม ไหนจะสองแก้มบวมตุ่ยยามเคี้ยวขนมลงคอ แววตาคนตัวโตทอประกาย ช่างเป็นสตรีน่ารักน่าเอ็นดูนัก

หยางกั่วหลิงอยู่มาจนอายุป่านนี้เคยเห็นคู่ยวนยางมาก็มาก แต่สตรีน่ารักน่าเอ็นดูที่อยากสังหารเขาด้วยนิ้วมือเล็กน่ารักพวกนี้มีเหลียวอิงอิงเป็นคนแรก ปลายนิ้วเรียวยาวไล้พวงแก้มนุ่มเนียน

“ในเมื่อแต่งให้ข้าแล้วก็ถือเป็นสตรีของข้าหยางกั่วหลิง ในเมื่อเจ้าไม่พอใจที่ข้าไม่รับผิดชอบเจ้า เช่นนั้นข้าจะรับผิดชอบเจ้าอย่างดีอย่างเช่นกล่อมเจ้าเข้านอนตอนนี้เลย”

ก่อนนอนหยางกั่วหลิงไม่ลืมลอกยางไม้แปลงโฉมออกก่อน เงาร่างสูงโปร่งสอดแขนเข้าไปใต้ลำคอคนงาม กอดเหลียวอิงอิงภรรยาในนามนอนหลับไปด้วยกัน

ชีวิตเช่นนี้ก็ดีไม่น้อย หยางกั่วหลิงอยู่มาจนอายุยี่สิบห้าผ่านชีวิตล้มลุกคลุกคลานอดมื้อกินมื้อมาจนชิน ไหนจะต้องรับภาระดูแลวังโอสถอันยิ่งใหญ่

ผู้ใดจะรู้ฉากหน้าวังโอสถแคว้นจิ้นเป็นสำนักแพทย์อันดับหนึ่ง หยางกั่วหลิงประมุขใหญ่ที่ผู้คนทั้งยุทธภพกริ่งเกรง กลับมีเบื้องหลังไม่ต่างจากยาจกสิ้นเนื้อประดาตัว ใต้หล้านี้ผู้ใดบ้างไม่เจ็บป่วย หยางกั่วหลิงทำใจเก็บค่ารักษาแสนแพงไม่ลง เขาเป็นถึงประมุขวังโอสถยังรู้จักเอวอ่อน [2] ขอพักอาศัยโรงเตี๊ยมชั้นล่าง

ยิ่งตอนนี้รอนแรมมาแคว้นเยี่ยแต่งภรรยากลับไปหนึ่งคน ไม่รู้ว่าสตรีงดงามในอ้อมแขนต้องหมดเปลืองก้อนตำลึงเพื่อนางหรือไม่ หยางกั่วหลิงหัวเราะในลำคอ ประมุขวังโอสถแต่งภรรยาทั้งที เห็นทีต้องตามเก็บหนี้ที่ค้างอยู่มากหน่อยแล้ว

[1] ขนมทังหยวน ขนมต้มทำจากแป้งปั้นเป็นลูกกลม

[2] สำนวนจีน หมายถึงนอบน้อมเจียมตัว

คุณอาจจะชอบ

หน้าปกนวนิยาย ชาตินี้ชาติไหนพี่ก็รัก
8.8
เมื่อความฝันของภูธเรศและอาการประหลาดของเพลงพิณนำพาให้ทั้งคู่มาพบกัน สายสัมพันธ์จากอดีตที่แสนขมขื่นก็เริ่มปรากฏขึ้นอีกครั้ง ภูธเรศชายหนุ่มผู้อบอุ่นมั่นใจทันทีว่าเธอคือคนที่เขาเฝ้าตามหามาตลอดชีวิต ขณะที่เพลงพิณเองก็ตกหลุมรักเขาตั้งแต่แรกสบตา ทว่าลึกๆ ในใจเธอกลับมีความหวาดกลัวที่ไม่อาจหาคำตอบซ่อนอยู่ เรื่องราวความรักข้ามภพชาติในยุคปัจจุบันนี้จะคลี่คลายปริศนาที่ผูกพันพวกเขาไว้ได้อย่างไรในนิยายภาคต่อที่ร้อยเรียงความรู้สึกอันยาวนาน
หน้าปกนวนิยาย ชายาเสน่ห
8.4
จากบุรุษผู้สมบูรณ์แบบและได้รับความศรัทธาอย่างสูงสุด กลับต้องเผชิญจุดเปลี่ยนเมื่อโชคชะตานำพาข้ามมิติสู่โลกใบใหม่ ทว่าการเริ่มต้นนี้เต็มไปด้วยขวากหนาม เขาตื่นขึ้นในร่างชายหนุ่มที่ตกเป็นจำเลยสังคมจากการถูกใส่ความ ภาพลักษณ์อันสง่างามในอดีตมลายหายไป เหลือเพียงสถานะผู้ถูกเหยียดหยามและตกเป็นเป้าของเล่ห์กลที่ตนไม่ได้ก่อ เพื่อเอาชีวิตรอด เขาต้องงัดเอาไหวพริบและสติปัญญาอันเฉียบแหลมออกมาใช้ การต่อสู้เพื่อกอบกู้ศักดิ์ศรีและเปิดโปงความจริงจึงเริ่มต้นขึ้น ท่ามกลางศัตรูที่คอยขัดขวาง
หน้าปกนวนิยาย ลลิตจะปกป้องหม่าม้าเอง
9.3
ใบไผ่ชายโสดวัยสามสิบปีต้องเผชิญกับจุดเปลี่ยนครั้งใหญ่เมื่อเขาได้กลับมาเกิดใหม่เป็น ลลิต ทารกน้อยผู้น่ารักซึ่งเป็นลูกชายของ ลออจันทร์ ตัวประกอบในนิยายชื่อดังที่เขาเคยอ่าน ทว่าในเส้นทางเดิมนั้นแม่ของเขาต้องพบกับจุดจบที่แสนเศร้าและน่าอนาถใจอย่างยิ่ง เมื่อได้รับโอกาสครั้งที่สองในร่างเด็กทารกเช่นนี้ ลลิตจึงตั้งมั่นอย่างแน่วแน่ว่าจะต้องใช้ความสามารถและหัวใจทั้งหมดที่มีเพื่อปกป้องหม่าม้าให้พ้นจากชะตากรรมอันเลวร้ายเหล่านั้นให้จงได้
หน้าปกนวนิยาย วาสนานี้ ข้ามิอยากได้
9.2
ซินหยาน นักฆ่ามือฉกาจตัดสินใจจบชีวิตลงพร้อมภารกิจสุดท้ายเพื่อหนีจากการถูกองค์กรกำจัด แต่เธอกลับตื่นขึ้นในร่างของ จางซินหยาน ตัวละครในนิยายที่เคยอ่าน ซึ่งมีจุดจบอันน่าเศร้าจากการเป็นเพียงอนุที่ท่านแม่ทัพจ้าวไม่เคยเหลียวแล เมื่อได้รับโอกาสมีชีวิตใหม่ในวัยสิบสอง ซินหยานจึงตั้งมั่นที่จะเปลี่ยนโชคะตาเพื่อหลีกหนีจากความรักที่ขมขื่นและไม่ต้องตายอย่างโดดเดี่ยวเช่นในนิยาย ทว่าโชคชะตากลับเล่นตลกเมื่อเธอยิ่งพยายามหลบหลีกเท่าไร เธอกลับยิ่งถูกดึงดูดเข้าสู่วังวนแห่งปัญหาที่มิอาจเลี่ยงได้
หน้าปกนวนิยาย ผีผายามังกร
9.8
ชายหนุ่มผู้กลับชาติมาเกิดใหม่ในดินแดนโบราณที่คล้ายคลึงกับพงศาวดารจีน ชีวิตของเขาเต็มไปด้วยมรสุมตั้งแต่วัยเยาว์ ทั้งการสอบเข้าเป็นหมอหลวงในวัยสิบสี่ ต้องสูญเสียมารดาและคนรักไปอย่างไม่มีวันกลับ จนกระทั่งอายุยี่สิบหกเขากลับถูกส่งตัวไปสังเวยแก่เหล่าอสูรร้าย แม้จะรอดพ้นจากการถูกกินมาได้อย่างหวุดหวิด แต่สัตว์เทพเจ้าเล่ห์กลับไม่ยอมปล่อยมือ พยายามหาโอกาสเขมือบเขาอยู่ทุกเมื่อเชื่อวันจนแทบไม่มีเวลาหยุดพักหายใจ