ติดตาม
ตอน
แชร์
หน้าปกนวนิยาย พระสนมขั้นผินผู้นั้นคือฮูหยินประมุขวังโอสถ

พระสนมขั้นผินผู้นั้นคือฮูหยินประมุขวังโอสถ

เมื่อเจินจื่ออีตัดสินใจหลบหนีออกจากวังหลังผ่านเส้นทางลับที่ค้นพบโดยบังเอิญ แต่แล้วโชคชะตากลับเล่นตลกให้นางตื่นขึ้นมาในห้องหอของตระกูลเหลียว ในฐานะเหลียวอิงอิง บุตรสาวที่ถูกครอบครัวบังคับให้เข้าพิธีวิวาห์กับหยางกั่วหลิง ชายหนุ่มไร้หัวนอนปลายเท้า เพียงเพราะต้องการแลกกับเศษทองคำอันน้อยนิด จากพระสนมขั้นผินผู้สูงศักดิ์ต้องกลายมาเป็นภรรยาของบุรุษลึกลับในพริบตา เรื่องราวความรักและความลับท่ามกลางความวุ่นวายจึงได้เริ่มต้นขึ้นอย่างไม่คาดฝัน
ตอน
แชร์

ตอน 3

บทที่ 3

 สตรีบรรณาการ

เช้าวันใหม่ในห้องพักโรงเตี๊ยมเอ้อฝูสดชื่นยิ่งนัก ต่างกับตำหนักจิ้ง อันที่ยามนี้นางกำนัลรับใช้พากันวิ่งวุ่น

หนึ่งวันผ่านไปครบพอดี ผู้เป็นเจ้าของตำหนักกับนางกำนัลคนสนิทหายตัวไปไร้ร่องรอย เรื่องนี้จะเป็นไปได้อย่างไร แต่เป็นไปแล้ว!

เจินจื่ออีพระสนมขั้นผินผู้ไม่สลักสำคัญอันใด นางเป็นเพียงสตรีมาจากต่างแคว้น ที่สำคัญคือหนึ่งปีที่นางอยู่ในวัง เยี่ยหลานเฉิงฮ่องเต้ไม่เคยเรียกตัวเข้าเฝ้า แม้เป็นเช่นนั้นแต่ไม่ได้หมายความว่าพระสนมทั้งคนจะหายตัวไปไร้ร่องรอยได้

“คนทั้งคนหายไปไร้ร่องรอยเช่นนี้ได้อย่างไร จะอย่างไรเจินผินก็นับเป็นพระสนมของฝ่าบาท พวกเจ้ารับใช้เจ้านายอย่างไรกันถึงได้ปล่อยให้คนหายไปเช่นนี้ หากข้าทูลฝ่าบาทออกไป ชีวิตพวกเจ้ายังจะต้องรักษาไว้อยู่อีกหรือ”

น้ำเสียงหวานหูของเจาเฟยเอ่ยปากตำหนินางกำนัลรับใช้ตำหนักจิ้งอัน กว่าเรื่องเจินผินกับนางกำนัลคนสนิทหายตัวไปรู้ถึงหูเจาเฟยก็ล่วงเข้ายามเช้าของอีกวัน สายตาเจาเฟยกวาดมอง ข้ารับใช้พวกนี้ยังสมควรรักษาชีวิตไว้อีกหรือ

“ทูลเจาเฟย พวกหม่อมฉันไม่รู้เรื่องแม้แต่น้อยเพคะ”

“จริงเพคะ พวกหม่อมฉันเปลี่ยนเวรพอดีเพคะ พอรู้ว่าเจินผินหายตัวไปก็รีบรายงานเจาเฟยทันทีเพคะ”

“ยังกล้าพูดอีก!”

ฝ่ามือเจาเฟยตบโต๊ะเสียงดัง วังหลังแคว้นเยี่ยไร้ซึ่งนางพญาตัวจริงอย่างฮองเฮา หากแต่สตรีที่ได้รับพระเมตตาดูแลจัดการหกตำหนักในก็คือเจาเฟยสกุลเจาผู้นี้

มายามนี้พระสนมปลายแถวกับนางกำนัลหายตัวไปกลับสร้างความกดดันใหญ่หลวงให้เจาเฟย หากนางไม่มีคำตอบที่น่าพอใจให้ฝ่าบาท วันหน้าตำแหน่งฮองเฮาเคียงข้างฮ่องเต้นางยังจะคู่ควรอยู่อีกหรือ

“เจี่ยงกงกงสืบมาได้ความหรือไม่”

ขันทีคนสนิทเจาเฟยกลับส่ายหน้าแทนคำตอบ นางกำนัลรับใช้ลามไปถึงองครักษ์ตำหนักจิ้งอันล้วนไม่รู้เห็นเรื่องเจินผินหายตัวไป

“คนทั้งคนจะหายไปราวกับควันเช่นนี้ได้อย่างไร ในเมื่อพวกเจ้าไม่พูดเช่นนั้นข้าจำต้องทูลฝ่าบาทให้ทรงทราบ”

เจาเฟยถอนหายใจ

“เจี่ยงกงกงให้คนไปตำหนักเฉียนคังสักรอบ หากฝ่าบาทออกว่าราชการเสร็จสิ้นข้าจะได้ไปรอเข้าเฝ้า”

“พ่ะย่ะค่ะเจาเฟย”

ช่วงเวลาเดียวกันในห้องทรงพระอักษรตำหนักเฉียนคัง เยี่ยหลานเฉิงฮ่องเต้จ่อจดหมายลับในมือเข้ากับเตาไฟด้านข้าง เขตแดนแคว้นเยี่ยปกคลุมด้วยหิมะหนาวเย็นทั้งปี ภายใต้การปกครองของเยี่ยหลานเฉิงฮ่องเต้ นับว่าร่มเย็นเป็นสุขไร้ซึ่งข้าศึกรุกราน วังหลวงแคว้นเยี่ยมีมังกรทรงแสนยานุภาพทั้งบุ๋นบู๊ มาวันนี้เรื่องเล็กน้อยเช่นพระสนมขั้นผินหายตัวไป กำลังสั่นคลอนความสงบสุขแคว้นเยี่ย

ฝ่าบาททอดพระเนตรจดหมายลับเสร็จ บรรยากาศทั่วตำหนักเฉียนคังแผ่กลิ่นอายกดดันผู้คน กลิ่นไหม้อันเข้มข้นกับพระพักตร์เรียบเฉยไร้อารมณ์เช่นนี้ แสดงว่ามีเรื่องไม่สู้ดีขุ่นเคืองเบื้องพระบาทโอรสสวรรค์เข้าแล้ว

“ทูลฝ่าบาท เจาเฟยมาขอเข้าเฝ้าพ่ะย่ะค่ะ”

ขันทีน้อยหน้าห้องทรงพระอักษรเข้ามาแจ้งเรื่องเจาเฟยกับเติ้งกงกงตั้งแต่หนึ่งชั่วยามก่อน ขันทีคู่พระทัยรอจนเจ้าเหนือหัวหมดราชกิจถึงได้กราบทูลให้ทรงทราบ

“ได้บอกหรือไม่ว่ามีเรื่องใด”

พระสุรเสียงเรียบเฉยเช่นนี้ เติ้งกงกงถึงกับกลั้นหายใจก่อนกราบทูล

“ทูลฝ่าบาทเจาเฟยมาขอเข้าเฝ้ายามนี้ กระหม่อมคาดว่าจะเป็นเรื่องของตำหนักในพ่ะย่ะค่ะ” เติ้งกงกงเอ่ยวาจา

เรื่องเจินผินหายตัวไปมีหรือเติ้งกงกงจะไม่รู้ ติดตรงที่กลางดึกเมื่อคืนฝ่าบาททรงค้างที่ตำหนักอันเหวยกับซูเฟย ยามเช้ายังต้องออกว่าราชกิจ เรื่องของฝ่ายในก็สมควรให้เจาเฟยเป็นผู้ทูลให้ทรงทราบ

“ให้นางเข้ามา”

“พ่ะย่ะค่ะ”

ไม่นานนักเงาร่างอรชรย่างกรายมาหยุดอยู่หน้าโต๊ะทรงอักษร เจาเฟยคุกเข่าคารวะเจ้าเหนือหัวเต็มพิธีการ เยี่ยหลานเฉิงมองดูสีหน้านางสนมชั่วครู่ก่อนเอ่ยถามราวกับทรงไม่รู้ว่านางมาเข้าเฝ้าด้วยเรื่องใด

“เจาเฟยไม่ต้องมากพิธี สีหน้าเจ้าเช่นนี้ผู้ใดทำสนมรักของเราขุ่นเคืองใจ”

พระสุรเสียงเต็มไปด้วยความห่วงใย เจาเฟยกลับไม่กล้าแม้แต่จะเงยหน้า เงาร่างอรชรยังคงคุกเข่าอยู่ที่เดิม

“ขอฝ่าบาททรงพระเมตตา หม่อมฉันมาขอเข้าเฝ้าวันนี้มีเรื่องที่ไม่อาจจัดการได้ จำต้องขอพระเมตตาพระองค์เพคะ”

“เจาเฟยมีสิ่งใดว่ามาเถอะ หากเจ้าไม่ผิดมีหรือเราจะเอาผิดกับเจ้า”

“ทูลฝ่าบาท เจินผินตำหนักจิ้งอันกับนางกำนัลคนสนิทหายตัวไปเพคะ หม่อมฉันให้คนค้นจนทั่วไม่พบร่องรอยแม้แต่น้อยเพคะ ขอฝ่าบาทลงอาญาหม่อมฉันด้วยเพคะ”

เยี่ยหลานเฉิงปรายตามองดูเงาร่างสตรีที่ยังคงหมอบคำนับอยู่กับพื้น เจาเฟยเริ่มบีบน้ำตาหลั่งริน หากยามนี้เจ้าเหนือหัวสั่งให้นางเงยหน้าจะได้เห็นภาพใบหน้างดงามเจือหยาดน้ำตาดูน่าเห็นใจ น้ำพระทัยพระองค์จะได้นึกเมตตานางมากหน่อย

“หายไป? หายไปได้อย่างไร”

“ขอฝ่าบาททรงเมตตา หม่อมฉันให้คนค้นจนทั่วตำหนักจิ้งอันแล้วไม่พบร่องรอยเจินผินแม้แต่น้อยเพคะ ส่วนที่อื่นหม่อมฉันไม่กล้าให้คนไปตามดู จึงได้มาขอพระเมตตาฝ่าบาทเพคะ”

“เป็นสถานที่ใดกัน เจาเฟยของเราถึงได้ไม่กล้า”

เยี่ยหลานเฉิงน้ำเสียงราบเรียบแต่แววตาสาดประกายวูบ

“เจาเฟยเงยหน้าขึ้นเถอะ”

เงาร่างที่ยังก้มหน้ารอคอยเวลานี้อยู่ ยามเจาเฟยเงยใบหน้าเปื้อนคราบน้ำตาแดงเรื่อขึ้น นับเป็นภาพความงดงามหาดูได้ยาก

“หกตำหนักในเจ้าให้คนหาดูทั่วแล้วใช่หรือไม่ ถึงได้มาหาเรา”

“หามิได้เพคะ หม่อมฉันไหนเลยจะกล้าถึงเพียงนั้น แค่เพียงตำหนักจิ้งอันกับตำหนักหวาเจียวของหม่อมฉัน ที่เหลือหม่อมฉันไม่กล้าเพคะ”

“จำได้ว่าป้ายอาญาหกตำหนักเราให้เจ้าถือไว้ เช่นนี้แล้วเจาเฟยของเรายังไม่กล้าอีกหรือ มาเถอะพื้นเย็นยิ่งนักเจ้าลุกขึ้นก่อน”

เจ้าเหนือหัวปรายตาไปทางนางกำนัลรับใช้ด้านข้าง สองคนเข้ามาประคองร่างเจาเฟยลุกขึ้นตามรับสั่ง

“เอาล่ะเรื่องนี้เรารับรู้แล้ว เจาเฟยไม่ต้องเป็นกังวลไป เราจะเรียกองครักษ์วังหลวงมารับผิดชอบเรื่องเจินผิน เจ้ากลับไปพักผ่อนให้ดี”

“ขอบพระทัยเพคะ”

ก่อนกลับไปสีหน้าเจาเฟยคล้ายมีถ้อยคำอยากเอ่ย หากแต่เจ้าตัวเลือกที่จะเก็บเงียบ นางรู้พระทัยฝ่าบาทไม่กล้าร้องขอพระเมตตามากกว่านี้

ระยะนี้ซูเฟยตำหนักอันเหวยครองพระทัยเจ้าเหนือหัวอยู่ นางจิ้งจอกผู้นั้นไม่เพียงอายุน้อยยังมีสกุลซูหนุนหลัง ตราอาญาหกตำหนักในมือเจาเฟยเช่นนาง หากไม่รักษาไว้สุดกำลังวันหน้านางไม่ต้องทนให้ผู้อื่นดูแคลนหรืออย่างไร ฝ่าบาทครองบัลลังก์มาหลายปีกลับยังไร้วี่แววทายาท ครรภ์มังกรผู้ใดบ้างไม่อยากได้ หากแต่วันนี้เจาเฟยจำต้องข่มใจกลับไปมือเปล่า

“เติ้งกงกงมีผู้ใดรู้เรื่องเจินผินอีก”

“ทูลฝ่าบาท ล้วนเป็นคนของตำหนักหวาเจียวพ่ะย่ะค่ะ” “เรียกหัวหน้าหน่วยเฉียนเวยมาหาเรา จัดการคนที่รู้เรื่องนี้ให้เหลือน้อยที่สุด”

“หม่อมฉันเข้าใจแล้วพ่ะย่ะค่ะ”

เนื้อความในจดหมายลับที่เยี่ยหลานเฉิงฮ่องเต้ได้รับเกี่ยวพันกับสตรีเจ้าของตำหนักจิ้งอันโดยตรง นางกลับหายตัวไปไร้ร่องรอย เรื่องนี้คงไม่ใช่เหตุบังเอิญ เจินจื่ออีมาจากแคว้นฉีนางมีฐานะเป็นสตรีบรรณาการ นางหายตัวไปใต้จมูกโอรสสวรรค์มีหรือพระองค์จะยอมรับได้

“เห็นทีข้าคงใจกว้างเกินไป”

ดูต่อเลย!
เนื้อเรื่องกำลังเข้มข้น! ไปที่แอปเพื่ออ่านต่อ
ปลดล็อกทุกตอน
เปิดเว็บไซต์ทางการ

คุณอาจจะชอบ

หน้าปกนวนิยาย ฝืนชะตาหวนคืนมารัก
7.9
กู้เฟยหลง หัวหน้าหน่วยอวี้หลินผู้ภักดี จบชีวิตลงขณะปฏิบัติภารกิจลับ ทิ้งให้หยางลี่อินภรรยาผู้เชี่ยวชาญการแพทย์ต้องเผชิญความโศกเศร้าเพียงลำพังในคืนเทศกาลหยวนเซียว ทว่าด้วยพรสวรรค์ลึกลับทำให้นางสัมผัสได้ว่าวิญญาณของเขายังไม่ไปไหน นางจึงตัดสินใจท้าทายโชคชะตาเพื่อดึงคนรักกลับมาจากโลกหลังความตาย แม้เขาจะฟื้นคืนมาในสภาพที่จำนางไม่ได้เลยก็ตาม แต่นางพร้อมจะจ่ายค่าตอบแทนอันแสนแพงให้กับสวรรค์เพื่อให้ได้หัวใจเขากลับคืนมาอีกครั้ง
หน้าปกนวนิยาย เมื่อผมตาย... แล้วกลายเป็นยมทูต
8.2
อดีตหนุ่มออฟฟิศในกรุงเทพฯ ผู้เคยใช้ชีวิตธรรมดาได้หวนคืนสู่เมืองไทยอีกครั้งในฐานะยมทูตมือใหม่ แต่การทำงานวันแรกกลับไม่ง่าย เมื่อดาวเหนือต้องเผชิญกับเหตุระเบิดเพลิงครั้งใหญ่ที่สั่นประสาทจนเขาเผลอวิ่งหนีตายสุดชีวิตราวกับลืมไปว่าตนเองสิ้นอายุขัยไปแล้ว ท่ามกลางความวุ่นวาย เขาถูกรุ่นพี่ตะโกนสั่งให้ตั้งสติและเร่งนำวิญญาณเหยื่อไปส่งมอบแก่เจ้าหน้าที่สูทแดงตามหน้าที่ของผู้นำทางวิญญาณในโลกหลังความตายที่เต็มไปด้วยอันตรายและภารกิจสุดระทึก
หน้าปกนวนิยาย ซีรีส์สัมผัสเงาเสน่หา
8.5
ภายใต้เงาจันทร์นวลตา หญิงสาวได้เผชิญหน้ากับบุรุษลึกลับผู้เร้นกายในความมืดมิด สัมผัสอันร้อนแรงจากเขาแผ่ซ่านและปลุกเร้าปรารถนาลึกสุดหยั่ง จนยากจะถอนตัวจากเสน่หาที่ตราตรึง ทว่ายิ่งเธอด่ำดิ่งสู่ความสัมพันธ์นี้มากเท่าไร ความลับดำมืดที่ถูกซ่อนไว้ก็เริ่มปรากฏชัดขึ้นอย่างน่าหวาดหวั่น การตัดสินใจครั้งนี้อาจบีบให้เธอต้องเลือกระหว่างความรักที่เย้ายวน หรือการสูญเสียอิสรภาพและตัวตนไปตลอดกาลในเส้นทางที่ไม่อาจหวนคืน
หน้าปกนวนิยาย เรือนนารีสกุล
8.5
ท่ามกลางป่าสนและขิมะอันหนาวเหน็บแห่งเสี่ยวเป้ย เรือนนารีที่เคยงดงามกลับปิดตายเป็นความลับนับสิบปีหลังการตายปริศนาของเจ้าของเรือน ทว่าภายในนั้น เจียวเจี๋ย พี่สาวผู้สืบทอดตระกูลเจียว ยังคงซ่อนตัวสมาชิกที่เหลือรอดรวมถึง เจียวลู่ น้องสาวคนเล็กให้พ้นจากสายตาภายนอก แม้กาลเวลาจะผ่านไปแต่เพลิงแค้นจากการถูกลอบสังหารล้างตระกูลเมื่อสิบปีก่อนยังไม่มอดดับ สองพี่น้องที่รอดตายอย่างปาฏิหาริย์ในวันนั้น กำลังรอคอยเวลาทวงคืนความยุติธรรมให้แก่สายเลือดที่ถูกพรากไปอย่างไม่เป็นธรรม
หน้าปกนวนิยาย เป่ยฟางหรง ลิขิตรักราชินีปีศาจ
9.5
เมื่อจิตมารหวนคืนสู่ภพภูมิใหม่ในฐานะองค์หญิงแห่งดินแดนเหมันต์ เป่ยฟางหรงจึงต้องอยู่ภายใต้การดูแลของหลี่จิ้ง เทพอัคคีผู้รับภารกิจขัดเกลาจิตใจนางไม่ให้เข้าสู่หนทางมืดมิด ทั้งคู่ต่างลงมาจุติยังโลกมนุษย์เพื่อเผชิญด่านเคราะห์และกระชับความสัมพันธ์ในฐานะศิษย์อาจารย์ ทว่าโชคชะตากลับเล่นตลกเมื่อธรรมชาติของมารในตัวนางไม่อาจลบเลือน นำไปสู่บทสรุปอันแสนเจ็บปวดที่หลี่จิ้งต้องตัดสินใจสังหารลูกศิษย์เพียงคนเดียวด้วยมือของเขาเอง
หน้าปกนวนิยาย ใต้พัลลภ
8.0
เมื่อวิญญาณต้องตื่นขึ้นในร่างของคนแปลกหน้า ความวุ่นวายจึงเริ่มต้นขึ้นอย่างไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ ทว่าสิ่งที่เลวร้ายยิ่งกว่าการสวมรอยเป็นผู้อื่น คือการที่เจ้าของร่างเดิมยังคงวนเวียนไม่ไปไหน พร้อมกับพยายามทวงคืนสังขารของตนเองอยู่ตลอดเวลา ท่ามกลางบรรยากาศที่เต็มไปด้วยปริศนาและการเผชิญหน้ากับดวงวิญญาณที่ตามอาฆาต เขาจะต้องหาทางเอาตัวรอดจากสถานการณ์บีบคั้นนี้ไปให้ได้ในโลกที่เต็มไปด้วยความลึกลับและอันตราย