ติดตาม
ตอน
แชร์
หน้าปกนวนิยาย พระสนมขั้นผินผู้นั้นคือฮูหยินประมุขวังโอสถ

พระสนมขั้นผินผู้นั้นคือฮูหยินประมุขวังโอสถ

เมื่อเจินจื่ออีตัดสินใจหลบหนีออกจากวังหลังผ่านเส้นทางลับที่ค้นพบโดยบังเอิญ แต่แล้วโชคชะตากลับเล่นตลกให้นางตื่นขึ้นมาในห้องหอของตระกูลเหลียว ในฐานะเหลียวอิงอิง บุตรสาวที่ถูกครอบครัวบังคับให้เข้าพิธีวิวาห์กับหยางกั่วหลิง ชายหนุ่มไร้หัวนอนปลายเท้า เพียงเพราะต้องการแลกกับเศษทองคำอันน้อยนิด จากพระสนมขั้นผินผู้สูงศักดิ์ต้องกลายมาเป็นภรรยาของบุรุษลึกลับในพริบตา เรื่องราวความรักและความลับท่ามกลางความวุ่นวายจึงได้เริ่มต้นขึ้นอย่างไม่คาดฝัน
ตอน
แชร์

ตอน 1

เจินจื่ออีรับรู้ถึงแรงโถมหนักหน่วงบนร่าง สองตากลับไม่อาจปรือเปลือกตาตื่น ใบหน้านางถูกใครบางคนจับประคอง ทั้งประทับจูบพวงแก้มอิ่มแดงหน้าตาเฉย

ออกไปจากตัวข้านะ!

เจินจื่อจีกรีดร้องในใจ นางกับเถารุ่ยนางกำนัลติดตามหนีออกจากวังหลวงมาได้กลับถูกบุคคลปริศนาจับตัวไว้!

“ช่วยไม่ได้ มารดาเจ้าพาคนทั้งบ้านมารอฟังอยู่ด้านนอก น้องหญิงขึ้นเกี้ยวมาหาข้าแล้ว เจ้าอดทนสักหน่อย หรืออยากร้องก็ร้องให้เต็มที่เถอะ”

น้ำเสียงทุ้มต่ำเอ่ยวาจาอยู่ข้างหู ทั้งยังขบเม้มติ่งหูเจินจื่ออีไปด้วย ปลายลิ้นบุรุษหยาบคายไล้เลียไปตามซอกคอนาง เจินจื่ออีทั้งร่างขยับไม่ได้ มีเพียงเสียงร้องแผ่วเบาเท่าลูกแมวเปล่งออกมา

...เถารุ่ยอยู่ที่ใด! เจ้ามาช่วยข้าเร็วเข้า...

“น้องหญิงร้องออกมาเถอะ”

น้ำเสียงแผ่วเบาส่งเสียงดังเท่ายุงบิน เจินจื่ออีทั้งร่างไร้เรี่ยวแรงแต่นางยังคงรับรู้ทุกอย่าง จำได้ว่าตอนถูกคนจับตัวไว้นางดมกลิ่นเหม็นฉุนบางอย่าง จากนั้นหมดสติไป นางอาจโดนคนวางยา!

คิดมาถึงตรงนี้ผิวเนื้อเจินจื่ออีเจ็บแปลบ ที่แท้บุรุษเลวผู้นี้ลงมือหยิกนางไปทั่วตัว นางเจ็บเข้าแล้ว!

“น้องหญิงเจ้ารีบร้องออกมาเร็วเข้า ร้องดังกว่านี้อีก หากเจ้าไม่ร้องท่านพี่ผู้นี้จะลงมือกับเจ้าแล้วนะ”

สิ้นเสียงบุรุษคนเดิม ทั้งร่างเจินจื่ออีหนาววูบ นางได้ยินเสียงใครบางคนบอกให้ส่งเสียงร้อง แต่โชคร้ายที่เจินจื่ออีขยับตัวไม่ได้ ความรู้สึกนุ่มนิ่มบางอย่างกดลงมาตรงซอกคอ ไม่หยิกนางแล้วหรือ? เขากำลังทำอะไรกันแน่? เจินจื่ออีไม่กล้าคาดเดา เถารุ่ยอยู่ที่ใดรีบมาเร็วเข้า!

“น้องหญิง”

แววตาหยางกั่วหลิงหลุบสายตามองเนินเนื้อขาวเนียนใหญ่โต สองมืออดลูบไล้ผิวเนื้อตรงต้นคอคนงามไม่ได้ แตะต้องนางมากหน่อยคงไม่เป็นไร? อย่างน้อยพวกคนสกุลเหลียวจะได้รีบไสหัวไปเสียที

เรียวปากบุรุษผู้ถูกยัดเยียดภรรยาไวเท่าความคิด ต้นคอคนงามที่นอนแน่นิ่งเต็มไปด้วยรอยจ้ำแดง เขาเป็นปลิงหรืออย่างไร? รู้จักแต่ดูดผิวเนื้อผู้อื่นหน้าไม่อาย คราวนี้เสียงร้องดังเท่ายุงบินเปลี่ยนเป็นเสียงคราง สัมผัสนุ่มนิ่มเปลี่ยนจากซอกคอเลื่อนต่ำลงมา เจินเจื่ออีเปล่งเสียงร้องดังกว่าเดิม

ได้ยินเสียงร้องดังกว่าเดิม บุรุษที่ได้ชื่อว่าเป็นสามีเงยหน้าขึ้นมาจากทรวงอกเย้ายวน มองดูใบหน้าแดงเรื่อกับลมหายใจหอบถี่ของสตรีบนเตียง ดูเหมือนวิธีนี้จะได้ผล เขาจูบนางหน่อยเดียวก็ร้องออกมาแล้ว

หยางกั่วหลิงหรี่สายตามองอาภรณ์สีกลีบเหมยปักลายดอกไม้หรูหรา ส่งเจ้าสาวมาทั้งที สกุลเหลียวกลับไม่ให้เหลียวอิงอิงสวมชุดเจ้าสาว เหลียวอิงอิงงดงามปานนี้ เหตุใดสกุลเหลียวถึงได้ยัดเยียดบุตรสาวให้คนไร้หัวนอนปลายเท้าเช่นเขาได้ หรือเพราะก้อนทองอันจิ๋วก้อนเดียว?

นึกถึงใบหน้าไร้ยางอายของพวกคนสกุลเหลียวด้านนอก หยางกั่วหลิงโน้มใบหน้าลงไปใกล้ซอกคอขาวเนียน กัดหัวไหล่คนนอนนิ่งคำใหญ่

“กรี้ด!”

“ลำบากเจ้าแล้ว”

หยางกั่วหลิงเอ่ยวาจาอู้อี้ในลำคอ พอกัดนางไปหนึ่งคำเหลียวอิงอิงร้องออกมาเสียงดัง น้ำเสียงเจ็บปวดทำเอาหยางกั่วหลิงใจอ่อน

“เอ้อร์สือ! เจ้าอย่าได้ทำน้องสาวข้าเจ็บตัว”

เป็นเสียงบุรุษผู้หนึ่งที่ด้านนอกตะโกนเข้ามา จำได้ว่าเมื่อวานเหลียวโถวป่ายเอะอะลงมือกับผู้อื่นไม่ฟังเสียง เขาเกือบสาดผงพิษสังหารคนหยาบคายติดตรงที่คร้านจะก่อเรื่องใหญ่ หยางกั่วหลิงแค่นยิ้มตะโกนกลับไป

“พวกท่านยังไม่ไปกันอีกหรือ ข้าก็นึกว่าไม่มีผู้ใดอยู่แล้ว ข้ายุ่งอยู่ไม่สะดวกออกไปส่งพวกท่าน ขออภัยด้วย”

“นี่เจ้า!” เหลียวโถวป่ายสบถเสียงดัง

“อาโถวเจ้าอย่ารั้งน้องสาวเจ้าอีกเลย อิงอิงแต่งออกไปแล้วพวกเราจะได้วางใจกลับจิ่วโจวอย่างหมดห่วง”

เสียงปลอบโยนจากสตรีวัยกลางคนจำได้แม่นว่าเป็นมารดาหน้าไม่อายสกุลเหลียว นางเหลียวเอ่ยวาจาปลอบบุตรชายคนโตอยู่นาน จะอย่างไรบุตรสาวแต่งออกไปแล้วก็เหมือนน้ำที่ถูกสาด อย่างน้อยบุรุษนามว่าเอ้อร์สือก็ดูดีกว่าต้าหย่งคนงานหลังโรงเตี๊ยมมาก ก้อนทองในอกเสื้อนางเหลียวราวกับรู้สึกร้อนลวก

“เอ้อร์สือเจ้าฟังให้ดี หากเจ้ากล้ารังแกน้องสาวข้า ข้าเหลียวโถวป่ายไม่เอาเจ้าไว้แน่”

“อาโถวพวกเรารีบไปกันเถอะ”

เสียงเอะอะตึงตังด้านนอกเงียบลงแล้ว หยางกั่วหลิงหันมามองดูร่างสตรีที่ยังนอนหลับตาบนเตียง สายตาคมกวาดมองใบหน้างดงามหลับตาพริ้ม วันก่อนเขาไม่ได้มองดูนางเต็มตา นึกไม่ถึงเหลียวอิงอิงเป็นหญิงงาม

“ขออภัยเจ้าด้วย”

หยางกั่วหลิงเอื้อมมือกระชับสาบเสื้อเข้าที่ให้นาง ทั้งยังผูกเชือกรัดเอวให้ ใบหน้าแดงเรื่อนอนหลับตาพริ้ม หยางกั่วหลิงมองดูรอยแผลจ้ำใหญ่ตรงเนินไหล่เหลียวอิงอิง คราแรกเขาตั้งใจปล่อยนางเป็นอิสระ แต่ตอนนี้? หยางกั่วหลิงรับรู้ถึงตัวตนตึงแน่นกลางหว่างขาตอบสนองขึ้นมา

...เขาเป็นบุรุษเต็มตัว จะให้ทำอย่างไรได้....

หยางกั่วหลิงเบนสายตาออกจากร่างบางบนเตียง คนเป็นหมออาการกำหนัดบุรุษจะไม่รู้ตัวได้อย่างไร เขาแตะต้องนางไม่คิดว่าตนเองจะหลงเสน่ห์เหลียวอิงอิงเข้าแล้ว โชคดีห้องพักนี้มีฉากกั้นทำไว้เปลี่ยนเสื้อผ้าได้ ด้านในวางถังน้ำเย็นที่เขาใช้เหลือเมื่อคืน อาศัยอาบน้ำเย็นสักหน่อยอาการตึงแน่นคงหายเป็นปกติ

หยางกั่วหลิงราดน้ำไป สมองแจ่มใสได้สติคืนมาเช่นกัน ในเมื่อเหลียวอิงอิงไม่ยินยอมแต่งงาน หากเขาทำตัวสารเลวแย่งคู่ยวนยางผู้อื่น หลุมศพบรรพชนบนเขาอาจผุดควันดำแทนที่จะเป็นควันเขียว [1] เมื่อครู่เขาไม่ได้ตั้งใจล่วงเกิน พอได้เห็นเรือนร่างงดงามราวกับหยาดน้ำค้างบริสุทธิ์ เรียวปากหยางกั่วหลิงถึงกับจูบนางไปเอง ไม่ใช่แค่จูบเมื่อครู่เขาทั้งดูดทั้งดอมดม คนตัวโตส่ายศีรษะ

เหลียวอิงอิงชอบพออยู่กับต้าหย่งคนงานตัดฟืนโรงเตี๊ยมเอ้อฝู คู่ยวนยางไปมาหาสู่กันเป็นประจำ ส่วนหยางกั่วหลิงมีเหตุจำเป็นถึงได้รั้งอยู่โรงเตี๊ยมเอ้อฝูนานเป็นเดือน

เช้าวันก่อนไม่รู้ว่าเหลียวอิงอิงมาโผล่ในห้องพักเขาได้อย่างไร สตรีตัวน้อยเอาแต่ก้มหน้านิ่งไม่เอ่ยวาจา สุดท้ายเป็นเหลียวโถวป่ายพี่ชายนางมาเจอเข้า บุรุษตัวโตหยาบคายหวงน้องสาวยิ่งนัก สุดท้ายนางเหลียวผู้เป็นมารดาละลาบละล้วงค้นตัวหยางกั่วหลิงได้ทองคำก้อนเล็กติดมือไป วันนี้คนสกุลเหลียวถึงได้หามเกี้ยวเจ้าสาว เอานางมาโยนให้ถึงในห้องพัก

อาบน้ำเย็นไปรอบหนึ่ง หยางกั่วหลิงเดินกลับมาเห็นคนงามยังคงนอนนิ่งผิดสังเกต ปลายนิ้วเขาคลำชีพจรข้างลำคอคนที่ยังคงไม่ได้สติ ที่แท้นางโดนวางยา มิน่าเล่าพอเกี้ยวเจ้าสาวมาถึงเหลียวอิงอิงถึงได้ไม่ขยับเขยื้อน

“เจ้าถูกคนวางยาพิษ? คนสกุลเหลียวนิสัยใจคอเช่นใดกันแน่”

หยางกั่วหลิงพึมพำในลำคอ สกุลเหลียวพรากคู่ยวนยางทั้งยังบังคับบุตรสาวแต่งให้บุรุษไม่รู้หัวนอนปลายเท้าหน้าตาเฉย หนำซ้ำวันนี้คนทั้งบ้านยังออกเดินทางไกลไปถึงจิ่วโจว

หยางกั่วหลิงถอนหายใจ นางโดนพิษก็ดีเหมือนกัน เรื่องน่าอับอายที่เขาเอาเปรียบนางเมื่อครู่จะได้หายกันไป เงาร่างสูงโปร่งเดินเข้าไปเปลี่ยนอาภรณ์ตัวนอก แต่งแต้มใบหน้าหล่อเหลาที่เพิ่งอาบน้ำเสร็จ ลอกคราบคุณชายโอสถอันดับหนึ่งกลายเป็นคนงานท่าทางงุ่มง่าม

บนใบหน้าหยางกั่วหลิงตอนนี้ติดยางไม้แปลงโฉมเอาไว้ เปลี่ยนจากคุณชายหยางกั่วผู้อ่อนโยนกลายเป็นเอ้อร์สือคนเงอะงะ นี่ก็คือรูปโฉมเอ้อร์สือบุรุษที่ตระกูลเหลียวปลงใจให้บุตรสาวแต่งงานด้วยแทนต้าหย่ง

ปลอมใบหน้าเสร็จเรียบร้อย หยางกั่วหลิงเหลือบมองเหลียวอิงอิงอีกครั้ง ปลายเท้าแผ่วเบาก้าวออกจากห้องพัก ตัดสินใจทำเรื่องที่สมควรทำเสียที นั่นคือไปหาต้าหย่ง

“พี่ชาย พี่ชาย ท่านเห็นต้าหย่งบ้างหรือไม่ มีคนไหว้วานข้าเอาของมาส่งให้เขา”

ไม่เพียงใบหน้าเหยเก น้ำเสียงเอ้อร์สือยังแหบแห้ง ตั้งแต่ออกจากวังโอสถหยางกั่วหลิงใช้วิชาแปลงโฉมตนเองจนชิน น้ำเสียงแหบแห้งเช่นนี้เขาชินแล้วเช่นกัน

“ข้ามาที่ร้านตั้งแต่ยามเฉินแล้ว  [2] ยังไม่เห็นต้าหย่ง วันนี้ลูกค้ามากหน้าหลายตาข้าเองก็ยุ่งทั้งวัน เจ้าลองไปถามผู้อื่นดู”

“ลำบากพี่ชายแล้ว ท่านพอจะรู้จักที่พักต้าหย่งหรือไม่”

“แน่นอน”

หยางกั่วหลิงสอบถามที่พักของต้าหย่งจากหัวหน้าคนงานเพราะเริ่มรู้สึกสังหรใจ ได้ความว่าต้าหย่งพักอยู่แถวถนนเส้นที่หกไม่ไกลจากโรงน้ำชา หยางกั่วหลิงออกไปตามคำบอก สอบถามคนละแวกนั้นพักใหญ่ถึงได้เจอที่พักต้าหย่ง

ต้าหย่งผู้นี้ก็คือคู่ยวนยางของเหลียวอิงอิง ไม่รู้จะเป็นบุรุษหน้าตาเช่นใดถึงได้ครอบครองสตรีงามหยาดฟ้าเช่นเหลียวอิงอิงได้ นึกถึงเงาร่างบอบบางที่ยังนอนไม่ได้สติในห้องพัก หยางกั่วหลิงส่ายหน้าไปมาไล่ความคิดผิดศีลธรรมในหัว

นางแต่งให้เขาแล้วอย่างไร? คนสกุลเหลียวส่งเกี้ยวเข้ามาถึงในห้องพักทำราวกับส่งบุตรสาวไปเป็นอนุ ไร้ซึ่งขั้นตอนพิธีคำนับฟ้าดิน ไร้แม่สื่อไร้พยาน ในเมื่อฟ้าไม่รู้ดินไม่รู้ เช่นนี้เขาไม่รับนางเป็นภรรยาก็ย่อมได้

ยิ่งยามนี้คนสกุลเหลียวออกเดินทางไปจิ่วโจวแล้ว หยางกั่วหลิงหาใช่บุรุษที่สมควรจะมีครอบครัวได้ ไม่สู้คืนคู่ยวนยางให้กัน

“มีคนอยู่หรือไม่”

เรียกอยู่นานไม่มีผู้ใดขานรับ เงาร่างเงอะงะของเอ้อร์สือตัดสินใจผลักบานประตูเข้าไป ภาพด้านในที่เห็นทำเอาในหัวเต็มไปด้วยเสียงอื้ออึง

...ต้าหย่งหนีไปแล้ว!...

ด้านในเรือนพักนี้ราวกับถูกโจรถ่อยยกเค้า ติดตรงที่สภาพเรือนพักเก่าซอมซ่อ โจรตาบอดที่ใดจะอยากยกเค้าให้เสียมือ หยางกั่วหลิงมองไปรอบด้าน ในนี้ไม่เหลือแม้แต่เครื่องใช้จำเป็น หรือนี่จะไม่ใช่ที่พักของต้าหย่ง

ชายชราบ้านข้างกันตะโกนถามมา

“เจ้ามาหาใครกัน มาหาต้าหย่งหรือ”

“ใช่ขอรับ เขาอยู่หรือไม่”

“เมื่อคืนข้าได้ยินเสียงโครมคราม เช้ามาก็ไม่เห็นใครแล้ว ไม่แน่ต้าหย่งคงไปทำความผิดอะไรมา ป่านนี้คงหนีไปไกลแล้ว”

หยางกั่วหลิงในคราบบุรุษหน้าตาเหยเกยืนทึมทื่ออยู่หน้าที่พักเก่าซอมซ่อ ใบหน้าทึมทื่อได้แต่ส่งยิ้มแก้เก้อให้ชาชราข้างบ้านก่อนหันไปมองสถานที่นั้นเป็นครั้งสุดท้าย ต้าหย่งหนีไปเช่นนี้ แล้วเหลียวอิงอิงจะทำอย่างไร

 เชิงอรรถ^สำนวนจีน หมายถึงมีเรื่องดีเกิดขึ้นในตระกูล^ยามเฉิน 07.00 - 09.00 น.

คุณอาจจะชอบ

หน้าปกนวนิยาย ฝืนชะตาหวนคืนมารัก
7.9
กู้เฟยหลง หัวหน้าหน่วยอวี้หลินผู้ภักดี จบชีวิตลงขณะปฏิบัติภารกิจลับ ทิ้งให้หยางลี่อินภรรยาผู้เชี่ยวชาญการแพทย์ต้องเผชิญความโศกเศร้าเพียงลำพังในคืนเทศกาลหยวนเซียว ทว่าด้วยพรสวรรค์ลึกลับทำให้นางสัมผัสได้ว่าวิญญาณของเขายังไม่ไปไหน นางจึงตัดสินใจท้าทายโชคชะตาเพื่อดึงคนรักกลับมาจากโลกหลังความตาย แม้เขาจะฟื้นคืนมาในสภาพที่จำนางไม่ได้เลยก็ตาม แต่นางพร้อมจะจ่ายค่าตอบแทนอันแสนแพงให้กับสวรรค์เพื่อให้ได้หัวใจเขากลับคืนมาอีกครั้ง
หน้าปกนวนิยาย เมื่อผมตาย... แล้วกลายเป็นยมทูต
8.2
อดีตหนุ่มออฟฟิศในกรุงเทพฯ ผู้เคยใช้ชีวิตธรรมดาได้หวนคืนสู่เมืองไทยอีกครั้งในฐานะยมทูตมือใหม่ แต่การทำงานวันแรกกลับไม่ง่าย เมื่อดาวเหนือต้องเผชิญกับเหตุระเบิดเพลิงครั้งใหญ่ที่สั่นประสาทจนเขาเผลอวิ่งหนีตายสุดชีวิตราวกับลืมไปว่าตนเองสิ้นอายุขัยไปแล้ว ท่ามกลางความวุ่นวาย เขาถูกรุ่นพี่ตะโกนสั่งให้ตั้งสติและเร่งนำวิญญาณเหยื่อไปส่งมอบแก่เจ้าหน้าที่สูทแดงตามหน้าที่ของผู้นำทางวิญญาณในโลกหลังความตายที่เต็มไปด้วยอันตรายและภารกิจสุดระทึก
หน้าปกนวนิยาย ซีรีส์สัมผัสเงาเสน่หา
8.5
ภายใต้เงาจันทร์นวลตา หญิงสาวได้เผชิญหน้ากับบุรุษลึกลับผู้เร้นกายในความมืดมิด สัมผัสอันร้อนแรงจากเขาแผ่ซ่านและปลุกเร้าปรารถนาลึกสุดหยั่ง จนยากจะถอนตัวจากเสน่หาที่ตราตรึง ทว่ายิ่งเธอด่ำดิ่งสู่ความสัมพันธ์นี้มากเท่าไร ความลับดำมืดที่ถูกซ่อนไว้ก็เริ่มปรากฏชัดขึ้นอย่างน่าหวาดหวั่น การตัดสินใจครั้งนี้อาจบีบให้เธอต้องเลือกระหว่างความรักที่เย้ายวน หรือการสูญเสียอิสรภาพและตัวตนไปตลอดกาลในเส้นทางที่ไม่อาจหวนคืน
หน้าปกนวนิยาย เรือนนารีสกุล
8.5
ท่ามกลางป่าสนและขิมะอันหนาวเหน็บแห่งเสี่ยวเป้ย เรือนนารีที่เคยงดงามกลับปิดตายเป็นความลับนับสิบปีหลังการตายปริศนาของเจ้าของเรือน ทว่าภายในนั้น เจียวเจี๋ย พี่สาวผู้สืบทอดตระกูลเจียว ยังคงซ่อนตัวสมาชิกที่เหลือรอดรวมถึง เจียวลู่ น้องสาวคนเล็กให้พ้นจากสายตาภายนอก แม้กาลเวลาจะผ่านไปแต่เพลิงแค้นจากการถูกลอบสังหารล้างตระกูลเมื่อสิบปีก่อนยังไม่มอดดับ สองพี่น้องที่รอดตายอย่างปาฏิหาริย์ในวันนั้น กำลังรอคอยเวลาทวงคืนความยุติธรรมให้แก่สายเลือดที่ถูกพรากไปอย่างไม่เป็นธรรม
หน้าปกนวนิยาย เป่ยฟางหรง ลิขิตรักราชินีปีศาจ
9.5
เมื่อจิตมารหวนคืนสู่ภพภูมิใหม่ในฐานะองค์หญิงแห่งดินแดนเหมันต์ เป่ยฟางหรงจึงต้องอยู่ภายใต้การดูแลของหลี่จิ้ง เทพอัคคีผู้รับภารกิจขัดเกลาจิตใจนางไม่ให้เข้าสู่หนทางมืดมิด ทั้งคู่ต่างลงมาจุติยังโลกมนุษย์เพื่อเผชิญด่านเคราะห์และกระชับความสัมพันธ์ในฐานะศิษย์อาจารย์ ทว่าโชคชะตากลับเล่นตลกเมื่อธรรมชาติของมารในตัวนางไม่อาจลบเลือน นำไปสู่บทสรุปอันแสนเจ็บปวดที่หลี่จิ้งต้องตัดสินใจสังหารลูกศิษย์เพียงคนเดียวด้วยมือของเขาเอง
หน้าปกนวนิยาย ใต้พัลลภ
8.0
เมื่อวิญญาณต้องตื่นขึ้นในร่างของคนแปลกหน้า ความวุ่นวายจึงเริ่มต้นขึ้นอย่างไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ ทว่าสิ่งที่เลวร้ายยิ่งกว่าการสวมรอยเป็นผู้อื่น คือการที่เจ้าของร่างเดิมยังคงวนเวียนไม่ไปไหน พร้อมกับพยายามทวงคืนสังขารของตนเองอยู่ตลอดเวลา ท่ามกลางบรรยากาศที่เต็มไปด้วยปริศนาและการเผชิญหน้ากับดวงวิญญาณที่ตามอาฆาต เขาจะต้องหาทางเอาตัวรอดจากสถานการณ์บีบคั้นนี้ไปให้ได้ในโลกที่เต็มไปด้วยความลึกลับและอันตราย