ติดตาม
ตอน
แชร์
หน้าปกนวนิยาย เพื่อนที่แปลว่าเมีย

เพื่อนที่แปลว่าเมีย

ความสัมพันธ์แบบเพื่อนสนิทต้องสั่นคลอน เมื่อฝ่ายชายประกาศกร้าวว่าไม่ต้องการเป็นเพียงแค่เพื่อน แต่อยากข้ามเส้นไปเป็นสามี ทว่าเมื่อถูกถามถึงความรัก เขากลับนิ่งเงียบพร้อมตั้งคำถามว่าการมีสัมพันธ์ลึกซึ้งจำเป็นต้องมีความรู้สึกรักด้วยหรือ ทำให้เธอตระหนักได้ทันทีว่าเขาเพียงต้องการแค่เรื่องบนเตียงโดยไม่ได้มีใจให้กันเลยแม้แต่น้อย บทสรุปของมิตรภาพที่ไร้ความรักแต่เต็มไปด้วยความต้องการครั้งนี้จะลงเอยอย่างไรในรูปแบบไหน
ตอน
แชร์

ตอน 2

ตะวัน...

ฉันค่อยๆแอบย่องเข้าบ้านตัวเองเพราะกลัวแม่จะเห็นว่าฉันตัวเปียกซกกลับมาบ้านฉันกะว่าจะแอบไปเปลี่ยนเสื้อผ้าในห้องน้ำข้างล่างแล้วค่อยขึ้นไปบนบ้านแต่ยังไม่ทันไรฉันก็ต้องสะดุ้งเมื่อได้ยินเสียงแม่ที่ยืนถือก้านมะยมรออยู่หัวบันไดบ้าน 

"ไปไหนกันมาตะวัน ซัน พอส ทำไมถึงได้เปียกกันแบบนี้" ฉันหันไปมองหน้าเพื่อนสนิทอีกสองคนที่เดินตามหลังมาในสภาพไม่ต่างกันนั่นก็คือไอ้ซันกับไอ้พอส

"เอ่อ...พวกเราไปเล่นน้ำที่ห้วยมาจ๊ะแม่" ฉันตอบเสียงสั่นเพราะแม่เคยบอกไม่ให้ฉันไปเล่นที่นั่นแต่ด้วยความที่อากาศมันร้อนฉันก็เลยช่วนสองคนนี้ไปด้วยเพราะถ้าไปคนเดียวกลัวจะมีอันตรายเพราะฉันว่ายน้ำไม่เก่ง

"แม่บอกกี่ครั้งแล้วว่าห้ามไปเล่นน้ำในห้วยไม่กลัวจมน้ำบ้างหรือยังตัวเองก็ใช่ว่าจะว่ายน้ำเก่ง"

"ผมดูแลตะวันมันอย่างดีครับน้าต่ายรับรองไม่มีอันตรายเด็ดขาด" เป็นไอ้พอสที่พูดกับแม่ของฉันด้วยน้ำเสียงสุภาพตามบุคลิกและนิสัยของมันส่วนไอ้ซัน....

"พระเอกชิบหายเลยนะมึงอ่ะ" ซันกระซิบบอกไอ้พอสด้วยท่าทางหมั่นไส้แต่แม่ฉันคงไม่ได้ยินหรอก

"พวกเอ็งก็ตัวพอๆกันจะไปช่วยอะไรกันได้ดีไม่ดีจะจมน้ำกันทั้งสามคนยิ่งช่วงนี้เป็นช่วงน้ำหลากอยู่ ยังไงน้าก็ขอสั่งห้ามว่าต่อไปนี้ห้ามไปเล่นน้ำที่ห้วยอีกถ้าไม่เชื่อน้าจะห้ามนังตะวันไม่ให้ออกไปไหนอีกเลยเข้าใจไหม!!!!"

"เข้าใจค่า/เข้าใจครับ/เข้าใจครับ"

"เออให้เข้าใจอย่างที่พูดล่ะ เอาล่ะกลับไปเปลี่ยนเสื้อผ้ากันได้ละวันนี้มีกล้วยบวชชีใครมาช้าอด"

จากนั้นพวกเราสามคนก็ต่างวิ่งเข้าบ้านตัวเองเพื่อไปเปลี่ยนเสื้อผ้าซึ่งบ้านของไอ้ซันมันอยู่ติดกับบ้านของฉันนี่แล่ะรั้วติดกันเลยส่วนบ้านของไอ้พอสมันอยู่ถัดไปอีกหมู่บ้านนึงมันก็เลยลืมจักรยานของฉันปั่นกลับไปเปลี่ยนเสื้อผ้าที่บ้านมัน คือตอนมามันซ้อมมอเตอร์ไซค์คนแถวบ้านมันมาน่ะ

หนึ่งชั่วโมงต่อมา...

"น้าต่ายครับถ้าตะวันเรียนจบมอหกแล้วน้าต่ายจะให้ตะวันมันไปเรียนต่อที่ไหนเหรอ" ขณะที่เราสามคนกำลังนั่งกินกล้วยบวชชีกันอยู่จู่ๆไอ้พอสก็ถามแม่ฉันขึ้นมาทำเอาฉันงงไปเหมือนกันเพราะอีกตั้งสองปีกว่าจะเรียนจบมอหกเพราะตอนนี้เราสามคนยังอยู่มอสี่กันอยู่เลย

"อีกตั้งสองปีน้ายังไม่ได้คิดหรอกว่าแต่เราเถอะตาพอสพ่อเราจะส่งไปเรียนเมืองนอกไม่ใช่เหรอถ้าจบมอหก"

"ครับแต่ผมไม่อยากไปผมอยากเรียนที่นี่กับตะวันมากกว่า แต่ถ้าเป็นไปได้ผมอยากให้ตะวันไปเรียนต่อกับผมด้วย" ครอบครัวของพอสพ่อมันเป็นผู้รับเหมารายใหญ่ของจังหวัดมีฐานะร่ำรวยจึงไม่แปลกที่พ่อแม่ของเขาจะส่งลูกชายคนเดียวไปเรียนเมืองนอก

"ถ้าน้ามีเงินน้าก็อยากให้ตะวันมันไปเรียนเมืองนอกเหมือนกันแต่ค่าใช้จ่ายมันสูงน้าคงส่งไม่ไหวหรอก" ครอบครัวของฉันเป็นเกษตรกรทำสวนทำไร่พอมีพอกินไม่ได้ร่ำรวยแต่ก็ไม่ได้ยากจน

"ว่าแต่เราล่ะซันตกลงจะไปเรียนเมืองนอกเหมือนพี่สาวเราหรือเปล่า"

"ไม่รู้เหมือนกันครับ ขอคิดดูอีกที" มันตอบอย่างไม่ใส่ใจอะไรเอาแต่ตักกล้วยบวชชีเข้าปากราวกับคนหิวโหย

ถ้าว่าครอบครัวไอ้พอสมันรวยแล้วครอบครัวของไอ้ซันมันรวยยิ่งกว่าคือรวยมาตั้งแต่สมัยบรรพบุรุษรุ่นปู่รุ่นย่า คือไม่ต้องทำการทำการอะไรก็มีกินมีใช้ไปตลอดชาติแต่แม่ของมันก็ไม่ได้อยู่เฉยเปิดกิจการมินิมาร์ทซึ่งมีหลายสิบสาขาทั่วจังหวัด บ้านของมันเป็นบ้านที่หลังใหญ่ที่สุดในหมู่บ้านถ้าเทียบกันบ้านของฉันที่อยู่ติดกันบ้านฉันเหมือนรังหนูเลยก็ว่าได้ ถ้าเทียบความร่ำรวยของครอบครัวเราทั้งสามคนไอ้ซันมาเป็นอันดับหนึ่งไอ้พอสมาอันดับสองส่วนฉันไม่คิดไปเทียบกับพวกมันหรอกแค่ทุกวันนี้มีกินมีใช้ไม่ต้องไปหยิบยืมใครก็ดีแค่ไหนแล้ว อ้อฉันลืมบอกไปว่าพ่อของฉันเป็นกำนันด้วยนะพอจะอวดได้ไหมความภูมิใจของฉันก็คือมีพ่อเป็นกำนันนี่แล่ะ 

เราสามคนเป็นเพื่อนกันมาตั้งแต่สมัยอนุบาลเพราะทั้งอำเภอมีอยู่โรงเรียนเดียว พ่อแม่ของเราก็เป็นเพื่อนกันซึ่งฉันก็ไม่รู้อะไรมากรู้แค่ว่าท่านเป็นเพื่อนกันตั้งแต่สมัยเรียน เชื่อไหมว่าตอนแรกไอ้ซันมันไม่ยอมเป็นเพื่อนกับฉันหรอกมันหยิ่งจะตายมันถือตัวว่าพ่อแม่รวย มันชอบแกล้งฉันตั้งแต่เด็กเวลาเจอกันที่โรงเรียนมันชอบเอากระเป๋าฉันไปซ่อนบางครั้งก็เอารองเท้าฉันไปทิ้งถังขยะ มันบอกว่าฉันจนบ้านเท่ารังหนูห้องน้ำบ้านมันใหญ่กว่าห้องนอนฉันอีกที่มันรู้ก็เพราะว่าตอนนั้นบ้านฉันมีงานเลี้ยงฉลองรับตำแหน่งกำนันของพ่อฉันเอง พ่อแม่มันก็ลากมันมาด้วยแล้วทีนี่มันเดินขึ้นมาบนบ้านตอนนั้นฉันกำลังนั่งทำการบ้านอยู่ในห้องโดยที่ไม่ได้ปิดประตูเพราะอากาศมันร้อนจู่ๆมันก็เดินเข้ามาในห้องแล้วมันก็มองไปรอบๆห้องของฉันพอฉันเงยหน้าขึ้นไปมองก็เห็นสายตารังเกียจของฉัน

"หึย!!ห้องเล็กกว่าห้องน้ำที่บ้านฉันอีกนอนเข้าไปได้ไงวะแอร์ก็ไม่มีมีแต่พัดลม" ไอ้ซันตอนนั้นมันอายุแค่หกขวบเองนะคำพูดมันทำเอาฉันโกรธที่มันมาดูถูกห้องนอนของฉันที่ฉันอุตส่าห์ขอพ่อกับแม่ว่าอยากมีห้องส่วนตัวพ่อก็เลยกั้นห้องให้มันก็เลยเล็กตามสภาพ

และตั้งแต่นั้นมาฉันก็ไม่คุยไม่มองหน้ามันอีกเลยถึงมันจะมาแกล้งฉันก็ไม่สนใจยังดีที่ฉันมีพอสเป็นเพื่อนอีกคนไม่อย่างงั้นคงเหงาน่าดู

"นี่ยัยเปี๊ยก" ในขณะที่ฉันกำลังนั่งเล่นหมากเก็บกับพอสไอ้ซันมันก็เดินมานั่งข้างๆ

"เรียกใครยัยเปี๊ยกเราชื่อตะวัน"

"ฉันจะเรียกแบบนี้แล่ะจะทำไม"

"ซัน นายจะแกล้งตะวันทำไม"

"ก็ยัยนี่มันน่าแกล้งอ่ะ"

"คนนิสัยไม่ดี" พอฉันว่ามันว่านิสัยไม่ดีมันก็เอามือปัดลูกหินที่ฉันกำลังเล่นอยู่ลงจากโต๊ะจนหมด ฉันโกรธมันมากก็เลยต่อยมันไปทีนึง

"โอ๊ย!!!"

พอกลับมาถึงบ้านฉันก็โดนแม่ตีแล้วบังคับให้ฉันเดินไปขอโทษไอ้ซันที่บ้านถ้าฉันไม่ไปจะไม่ได้กินข้าวฉันก็เลยจำใจเดินมาที่บ้านมันก็เจอกับแม่ของมันกำลังนั่งทำแผลให้มันอยู่ คือตอนนี้ตามันปูดบวมมากกว่าเดิมจนฉันอดขำไม่ได้

"555555ตลกจัง5555"

"ยัยเปี๊ยก!!!"

"ซัน พูดกับเพื่อนดีๆสิลูก"

"ก็มันหัวเราะเยาะซันอ่ะแม่ทั้งที่เป็นคนทำให้ซันเจ็บ"

"ก็นายมาแกล้งเราก่อนทำไมล่ะเราเล่นกับพอสอยู่ดีๆก็มาแกล้งเราสมน้ำหน้า" จากตอนแรกที่จะมาขอโทษมันกลับกลายเป็นฉันมาทำให้มันโกรธอีกและตั้งแต่นั้นเป็นต้นมาฉันกับมันก็ไม่มองหน้ากันอีกจนกระทั่งขึ้นชั้นประถมแล้วเราต้องเข้าค่ายลูกเสือความซวยมาตกอยู่ที่ฉันที่ต้องอยู่กลุ่มเดียวกับมันส่วนพอสอยู่อีกกลุ่ม

ตอนยั้ยเราต้องเดินทางไกลเพื่อไปพักแรมที่อุทยานแห่งชาติตอนนั้นฝนดันตกหนักมากทั้งที่ไม่ใช่หน้าฝนแล้วทางก็แคบเราต้องเดินเรียงหนึ่งเพื่อเข้าไป และด้วยความที่รองเท้าฉันมันลื่นทำให้ฉันพลาดไถลลื่นลงไปในน้ำและด้วยความที่ฉันว่ายน้ำไม่เป็นไอ้ซันมันกระโดดลงไปช่วยฉันขึ้นมาก่อนที่ฉันจะจมลงไป คุณครูที่เดินตามมารีบอุ้มฉันขึ้นมาแล้วทำการปฐมพยาบาลจนฉันฟื้น มันก็เลยทำให้ฉันเป็นหนี้บุญคุณมัน ฉันขอบคุณมันแต่มันไม่สนใจ

จากวันนั้นเป็นต้นมาฉันก็พยายามทำดีกับมันทุกอย่างเพราะถ้าไม่มีมันฉันคงจมน้ำตายไปแล้ว

"ซันวันนี้เราเอาข้าวต้มมัดมาฝาก" ฉันเดินเข้าไปในบ้านของมันอย่างคุ้นเคยเพราะช่วงนี้มาเกือบทุกวันเพราะอยากมาขอบคุณมัน

"ไม่กินไม่ชอบ"

"ถ้างั้นเราเอาไปให้พอสก็ได้พอสชอบกิน" ฉันรู้ว่าถ้าพูดแบบนี้มันจะยอมกิน

"ไม่ได้มันของๆฉัน" พูดจบมันก็คว้าข้าวต้มมัดไปนั่งแกะกินจนหมด ฉันยิ้มอย่างพอใจ และนั่นก็คือเรื่องราวในวัยเด็กของฉันตอนอยู่ประถม

คุณอาจจะชอบ

หน้าปกนวนิยาย คุณครับ...ผิดคิว
8.6
คีย์ โปรดิวเซอร์หนุ่มผู้ผันตัวมาเป็นศิลปินเบื้องหน้าตามความฝัน ได้โคจรมาพบกับ เนย์ น้องชายคนสนิทในวัยเด็กที่รับหน้าที่เป็นสเตจเมเนเจอร์คอยดูแลความเรียบร้อยหลังม่าน ความใกล้ชิดจากการทำงานร่วมกันแปรเปลี่ยนเป็นความรักที่ลึกซึ้ง ทว่าอุปสรรคสำคัญคือสถานะที่ต่างกันสุดขั้วระหว่างดาวเด่นในแสงไฟกับคนเบื้องหลังในเงามืด พวกเขาต้องเผชิญหน้ากับแรงกดดันจากสังคมและเหล่าแฟนคลับ เพื่อพิสูจน์ว่าความรักครั้งนี้จะได้รับการยอมรับหรือไม่ พร้อมตอนพิเศษ 5 ตอนที่บอกเล่าบทสรุปชีวิตคู่
หน้าปกนวนิยาย รักครั้งนี้ต้องทุ่มทั้งใจ
8.1
ความสัมพันธ์ที่เริ่มต้นจากเพื่อนสนิทแปรเปลี่ยนเป็นความรักลึกซึ้งที่ยากจะถอนตัว ทว่าเส้นทางนี้กลับไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ เมื่อเงาจากอดีตและบุคคลใหม่เข้ามาแทรกซึมจนความไว้ใจเริ่มพังทลายลง ท่ามกลางความขัดแย้งและภาระหน้าที่อันหนักอึ้งที่ไม่อาจละทิ้งได้ ทั้งคู่ต้องเผชิญกับบททดสอบครั้งใหญ่ที่อาจทำให้ความผูกพันนี้ถึงจุดจบ พวกเขาจะร่วมกันฝ่าฟันอุปสรรคและรักษาความรักครั้งนี้ไว้ได้หรือไม่ หรือสุดท้ายต้องยอมจำนนต่อความจริงที่แสนเจ็บปวด
หน้าปกนวนิยาย เทพสวรรค์บัญชา
8.6
เมื่อความรักมาถึงจุดเปลี่ยนที่บีบคั้นหัวใจ หญิงสาวผู้ติดอยู่ในวังวนแห่งความผูกพันต้องเผชิญกับคำถามที่ยากจะตอบ เมื่อต้องเลือกระหว่างบุรุษสองผู้ทรงอำนาจ นางกลับไม่อาจตัดใจทิ้งใครคนใดคนหนึ่งไปได้ เพราะทั้งคู่ต่างสถิตอยู่ในใจนางอย่างเท่าเทียมกัน ในเมื่อความรักครั้งนี้ไม่มีที่ว่างให้ความสูญเสีย ข้อเสนอสุดท้ายที่เหนือความคาดหมายจึงเกิดขึ้น หากเลือกไม่ได้ก็จงครองรักร่วมกันทั้งสามคน กลายเป็นจุดเริ่มต้นของความสัมพันธ์บทใหม่ที่โลกต้องจารึก
หน้าปกนวนิยาย พิสูจน์รักบอดี้การ์ดเย็นชา
9.2
อิงฟ้าต้องยอมรับองศาเข้ามาเป็นบอดี้การ์ดส่วนตัวตามคำสั่งของพ่อ แม้เธอจะเคยปฏิเสธการมีคนคุ้มกันมาตลอด แต่เพราะองศาไม่ใช่ผู้ชายจึงถือว่าตรงตามเงื่อนไขที่ตกลงกันไว้ บอดี้การ์ดสาวหน้านิ่งคนนี้จะต้องติดตามอิงฟ้าไปทุกที่ ไม่ว่าจะเป็นที่โรงเรียนหรือตอนเรียนรู้ธุรกิจ ยกเว้นเพียงเวลาพักผ่อนส่วนตัวเท่านั้น ทว่าความเย็นชาและใบหน้าที่บูดบึ้งขององศาตั้งแต่วันแรกที่พบกัน กลับทำให้อิงฟ้ารู้สึกไม่สบอารมณ์และนึกหมั่นไส้ผู้ดูแลคนใหม่นี้เป็นอย่างมาก
หน้าปกนวนิยาย รักสุดเฮี้ยบ ผู้จัดการจัดให้!
9.0
ไลเกอร์ อดีตสมาชิกวง Animalz ผู้มีชื่อเสียงด้านความใจร้อนจนทำให้วงแตก ยังคงเดินหน้าสร้างวีรกรรมฉาวในฐานะศิลปินเดี่ยวชื่อ ลีแทจิน จนไม่มีผู้จัดการคนไหนกล้ารับมือ บริษัทจึงส่ง นัชฌาน ผู้จัดการหนุ่มจอมเฮี้ยบมาดัดนิสัย แม้ภายนอกนัชฌานจะดูเหมือนเด็กมัธยม แต่เขาต้องเผชิญกับปัญหาสารพัดที่ไลเกอร์ก่อขึ้นไม่เว้นวัน งานนี้ผู้จัดการหน้าอ่อนจึงต้องงัดไม้แข็งมาปราบพยศเสือหนุ่มสุดฮอตให้กลายเป็นแมวที่เชื่องที่สุดให้ได้ ท่ามกลางความขัดแย้งที่เริ่มแปรเปลี่ยนเป็นความใกล้ชิด
หน้าปกนวนิยาย วาสนารักคุณชายจอมวุ่นวาย
9.6
เมื่อครอบครัวเผชิญวิกฤต เขมกรจึงจำใจแลกเปลี่ยนบางสิ่งจนกลายเป็น เกาหยุนเอ๋อร์ คุณชายผู้ไร้ความทรงจำที่เคยประกาศตัวเป็นภรรยาของ ซ่งหยวนเจ๋อ ต่อหน้าสาธารณชน ทว่าอีกฝ่ายกลับไม่โกรธเคืองและคอยตามติดดูแลอย่างใกล้ชิด ทั้งเลี้ยงอาหารและให้ขี่หลัง จนหยุนเอ๋อร์เริ่มมีอาการใจสั่นอย่างประหลาดเมื่ออยู่ใกล้ชิดอ้อมกอดและสายตาที่อ่อนโยนของหยวนเจ๋อ เขาจึงกังวลว่าตนเองกำลังเจ็บป่วยร้ายแรงโดยหารู้ไม่ว่าความใกล้ชิดนี้กำลังเปลี่ยนเป็นความรักที่ลึกซึ้ง