ติดตาม
ตอน
แชร์
หน้าปกนวนิยาย พ่ายรักพลิน

พ่ายรักพลิน

พลินตกตะลึงกับร่องรอยบนเตียงหลังตื่นขึ้นมาพบว่าเธอมีความสัมพันธ์ลึกซึ้งกับบารมี ว่าที่พี่เขยของตนเอง ความผิดพลาดในอดีตเมื่อสี่ปีก่อนถูกขุดคุ้ยขึ้นมาอีกครั้ง เมื่อฝ่ายชายใช้คำพูดรุนแรงดูหมิ่นว่าเธอตั้งใจเอาตัวเข้าแลกเพื่อเงินล้านมากกว่าจะเป็นเพียงความเมามาย ท่ามกลางความเสียใจและหยาดน้ำตา พลินต้องเผชิญหน้ากับความเกลียดชังและคำตราหน้าอันร้ายกาจจากชายที่เธอเคยพลาดพลั้งให้ในคืนที่มืดมิดนั้น
ตอน
แชร์

ตอน 3

“อุ๊ย! คุณบารมี”

ญาดาทักทายยิ้มแย้ม น้ำเสียงอ่อนหวานติดอ้อนอยู่ในที เมื่อเดินสวนกับชายหนุ่มคนนั้นเข้า เขาทำเพียงยิ้มมุมปากก่อนทักกลับตามมารยาท

“สวัสดีครับคุณดา”

ท่าทีสุภาพ แต่กระนั้นดูไว้ตัว ญาดาชำเลืองมองคนในร้านเมื่อเห็นว่าคนอื่นพากันมองมาที่ตนเองและบารมีก็ผละเข้าไปจนชิด แสดงท่าทีสนิทสนม จงใจให้คนอื่นมองว่าเธอกับชายคนนี้ไม่ใช่แค่รู้จักกันผิวเผิน ไม่สนใจท่าทีของอีกฝ่ายเลยสักนิดว่าอยากสนิทกับตนด้วยหรือไม่

“มาธุระหรือนัดเลี้ยงใครที่นี่คะเนี่ย”

พลินมองพี่สาวกับชายหนุ่มคนนั้นเสวนากัน แล้วก็ให้ร้อนใบหน้าขึ้นวูบหนึ่ง เมื่อเขาปรายตามองมาที่เธอชั่ววินาที ท่าทางเขาดูไม่น่าเข้าไปพูดคุยพูดเล่นด้วยเลย แต่คงสนิทกับญาดาจริง พี่สาวของเธอถึงได้คุยกับเขาด้วยท่าทีสนิทด้วยเช่นนั้น น้ำเสียงเขาฟังดูทุ้มละมุนหูท่าทางคล้ายจะใจดี แต่ก็คล้ายว่ามีบางอย่างซุกซ่อนอยู่ภายใต้ดวงตาสีดำคมกริบคู่นั้นของเขา

พลินเลยเสมองไปทางอื่นอย่างไม่รู้จะทำอะไรที่ดีไปกว่านี้

รู้มาบ้างว่าบารมีเก่งที่สามารถพลิกฟื้นผืนดินรกร้างให้เกิดผลผลิตได้ทั้งไร่ ด้วยการปลูกข้าวรวมถึงผลไม้ พืชผักออร์แกนิกหลายชนิด จึงเป็นหัวข้อให้คนทั้งจังหวัดนำมาพูดกันและยอมรับในความสามารถของอีกฝ่ายไม่ใช่น้อย

รู้อีกว่าเพราะเขาไม่ยอมขายที่ผืนนั้นที่เป็นมรดกของบรรพบุรุษ ทั้งยังหัวดื้อไม่รับช่วงต่อกิจการของครอบครัวจึงถูกตัดหางปล่อยวัด ไม่ได้รับการช่วยเหลือทางเงินทุน หรือแม้แต่การติดต่อทางการค้าก็ด้วย บารมีต้องดิ้นรนด้วยตัวเองทั้งสิ้น เขาไม่ได้รับการช่วยเหลือใดๆ ทั้งนั้นจากครอบครัว เงินที่ลงไปในไร่ทั้งหมดจึงเป็นของบารมีคนเดียวทุกบาททุกสตางค์

และพอเงียบฟังจากที่เขาสนทนากับญาดา ก็จับใจความได้ว่าเขาออกมาเลี้ยงสังสรรค์กับคู่ค้าธุรกิจของเขาที่ร้านอาหารแห่งเดียวกันนี้ พลินลอบมองเขาตลอดตอนที่อีกฝ่ายหันไปคุยกับญาดา พอจังหวะที่เขาหันหน้ามามองเธอ เลยได้สบตากันแวบหนึ่ง พลินรีบหลบตาจากเขาทันที รู้สึกว่าหัวใจเต้นแรงกับแววตาทรงอำนาจคู่นั้น

คุยกันไม่นาน บารมีขอตัวกลับไปยังโต๊ะของเขาด้วยท่วงท่าองอาจ เปี่ยมบารมีสมชื่อ หน้าตาหล่อเหลาคมคายของเขายังคงติดตาตรึงใจพลินอยู่ไม่สร่างซา รวมถึงสายตาคมกริบราวใบมีดที่แฝงอะไรบางอย่างข้างในนั้นด้วย

“พลิน”

เสียงพี่สาวต่างมารดาเรียก พอหันขวับไปมอง ญาดาก็ยิ้ม แล้วเอ่ยปากคล้ายแซวเธอ “มองตาค้างเลยหรือไง”

“พลิน...” อึกอัก เสียงเบาตามนิสัย หลบตาพี่สาวก่อนว่า “...พลินแค่เหม่อ เอ่อ...แค่คิดอะไรเล่นๆ เท่านั้นเองค่ะ เผอิญมองไปทางนั้นพอดี ไม่ได้มองใครตาค้างนะคะพี่ดา”

พลินที่เพิ่งเคยเห็นตัวเป็นๆ ของชายชื่อบารมีเป็นครั้งแรกตอบพี่สาวออกไปไม่เต็มเสียงนัก เมื่อตอนได้ยินเรื่องของเขา นึกว่าคงอายุมากกว่านี้ อย่างน้อยก็น่าจะอายุสักสี่สิบปีปลายๆ แต่ตัวจริงเขายังดูหนุ่มอยู่มาก คาดว่าอายุไม่น่าเกินสามสิบปีด้วยซ้ำไป ที่สำคัญเขาดูดี หล่อเหลาไม่น้อยเลยทีเดียว

ญาดายิ้ม ส่ายหน้าทำนองว่าไม่เชื่อถือคำพูดของเธอ ใครพบบารมีแล้วไม่เคลิ้มในความเป็นเขา ให้อมโคลนมาพ่นใส่หน้าเธอได้เลย

มีสาวๆ ไม่น้อยเทียวล่ะที่คลั่งไคล้ในตัวบารมี แต่ไม่ใช่เธอ

“นี่คุณพ่อบอกเราหรือยัง” จู่ๆ ญาดาก็เอ่ยขึ้นมา

พลินที่เสยกน้ำขึ้นดื่ม วางแก้วในมือลง ถามกลับด้วยความใคร่รู้

“บอกอะไรหรือคะ”

ญาดากระแทกลมหายใจพรืด กอดอก สีหน้าไม่สบอารมณ์ขึ้นในทันที “จะอะไรล่ะ ก็จะให้พี่แต่งงานน่ะสิ”

มองคนเป็นพี่ด้วยสายตาชื่นชม ไม่ว่าจะหน้าบึ้ง หน้างอ หน้าสด หรือแต่งหน้า พี่สาวของเธอก็สวยเสมอ ก่อนถามต่อด้วยแววตาอยากรู้

“พี่ดาจะแต่งงานแล้วหรือคะ แต่งกับใครบอกพลินหน่อย”

ญาดาบ่ายหน้าไปทางโต๊ะของชายคนเมื่อครู่ พลินที่ยิ้มอยู่ในหน้า มองตามสายตาพี่สาวก่อนครางออกมาด้วยความรู้สึกอย่างหนึ่งในหัวใจ บอกไม่ถูกว่ามันคืออะไร ก่อนสลายหายไปในวินาทีต่อมา

“แต่งกับ กับคุณ...คุณบารมีคนนั้นน่ะหรือคะ”

จำได้ว่าถามเสียงเบาหวิวออกไป เสี้ยววินาทีรู้สึกอิจฉาญาดา ผู้เป็นพี่สาวขึ้นมาแวบหนึ่งที่กำลังจะได้แต่งงานกับผู้ชายอย่างบารมี

“คุณพ่อแทบเอาพี่ใส่พานไปถวายให้เขาอยู่แล้ว”

ญาดาเล่าต่อว่าบิดากับบารมีกำลังทำธุรกิจร่วมกัน โดยมีนายสมช่วยรับผิดชอบดูแลให้ในบางส่วน และบารมีดูแลผลผลิตและการแปรรูป

ที่แต่งงานกันนี่ก็เพราะเขาพบญาดาแล้วเกิดถูกตาต้องใจตนเองมาก ทำนองว่าเธอคือรักแรกพบอะไรเทือกๆ นั้น นายสมเห็นดีเห็นงามด้วยเลยเอ่ยปากให้บารมีพาผู้ใหญ่มาสู่ขอทาบทาม แล้วเขาก็พามาแล้วด้วย คุยกันแล้ว ตกลงกันแล้วว่าอยากหมั้นหมายเอาไว้ก่อน ญาดาเรียนจบเมื่อไรค่อยแต่งกันตอนนั้น

พลินมองพี่สาวที่มีท่าทีขัดแย้งในตัวเอง ตอนที่เห็นคุยกับบารมีดูยิ้มแย้มสดชื่นดีนี่นา มาบัดนี้ทำไมคล้ายไม่ชอบใจที่จะได้แต่งงานกับเขา ก่อนปัดความคิดพวกนั้นทิ้งไป

ญาดาเล่าต่อว่าบารมีเอาแต่ทำงานไม่ค่อยสนใจเธอ ขนาดว่าผู้ใหญ่คุยเรื่องหมั้นหมายเอาไว้แล้ว กลับไม่เคยชวนญาดาออกไปเที่ยวไหนด้วยกันเลย พอฟังมาถึงตรงนี้ก็ค่อยเข้าใจมากขึ้น

ที่แท้ญาดาคงน้อยใจเขานี่เอง ที่กำลังจะแต่งงานกันอยู่แล้วแต่ไม่ค่อยได้มาดูแล รู้ว่าญาดาชอบคนเอาอกเอาใจ แต่ท่าทางของบารมีไม่ใช่คนจะเอาใจใครได้เลย

“พี่ว่าอยู่กับสวนกับไร่แบบนั้น จะรวยแค่ไหนกันพลินว่าไหม” ญาดาชวนคุยต่อ สายตาคล้ายประเมิน มองไปทางโต๊ะของบารมีอย่างครุ่นคิด “แล้วพลินเห็นไหมว่าเขาน่ะขรึมจะตาย ถามคำตอบคำ แล้วก็ยังระเบียบจัดมากด้วยนะ” ถอนใจเฮือก บ่นต่ออีก “ไม่รู้ว่าเขารักพี่จริงหรือเปล่า”

ดูต่อเลย!
เนื้อเรื่องกำลังเข้มข้น! ไปที่แอปเพื่ออ่านต่อ
ปลดล็อกทุกตอน
ค้นหา “96JZG” บน moboreader เพื่ออ่านหนังสือฉับเต็ม
คัดลอกรหัสและค้นหาในแอป Moboreader เพื่ออ่านต่อ
96JZG
คัดลอก
เปิดเว็บไซต์ทางการ

คุณอาจจะชอบ

หน้าปกนวนิยาย พันธะหัวใจ(My Heart)
8.6
วีนัส ผู้ช่วยสาวทรงเสน่ห์วัย 31 ปี ตกอยู่ในความสัมพันธ์ลับกับกิตติ หัวหน้างานที่มีพันธะอยู่แล้ว แม้กิตติจะลุ่มหลงในความเร่าร้อนและอิสระที่วีนัสมอบให้ ซึ่งเป็นสิ่งที่เขาไม่เคยได้รับจากเปาวลีผู้เป็นภรรยา จนทำให้เขาอยากจบความอึดอัดในชีวิตคู่ แต่การขอหย่ากลับไม่ใช่เรื่องง่ายอย่างที่วีนัสคาดหวัง เมื่อคำสัญญาเรื่องการแต่งงานใหม่ยังคงถูกเลื่อนออกไป ท่ามกลางความลุ่มหลงและความเครียดที่รุมเร้า กิตติจะกล้าทิ้งชีวิตเดิมเพื่อเริ่มต้นใหม่กับผู้หญิงที่เขาโหยหาได้จริงหรือไม่
หน้าปกนวนิยาย เจ้าสาวคุณอา
9.0
เรื่องราวความผูกพันของหญิงสาวที่มั่นคงในความรักที่มีต่อคุณอาเพื่อนบ้านสุดที่รัก เธอเฝ้ารอคอยเขามานานแสนนานด้วยความหวังอันเต็มเปี่ยม โดยมีความเชื่อมั่นในคำสัญญาที่เขาเคยให้ไว้ว่าหากเป็นคู่แท้ต่อกันแล้ว ท้ายที่สุดโชคชะตาย่อมนำพาให้ทั้งสองได้กลับมาครองคู่กันอย่างแน่นอน เธอจึงยอมมอบหัวใจและความเชื่อใจทั้งหมดให้แก่ชายเพียงคนเดียวที่เธอรอคอยมาตลอดทั้งชีวิตเพื่อพิสูจน์ว่ารักแท้จะไม่มีวันพรากจากกันไปไหน
หน้าปกนวนิยาย รักนี้...เจ้ขอ
9.4
เมื่อความเชื่อเรื่องการคบหาคนอายุน้อยกว่าถูกเปรียบเปรยว่าเป็นดั่งยาอายุวัฒนะที่ช่วยให้ชีวิตกระชุ่มกระชวยจนเป็นอมตะ ทว่าในมุมมองของความสัมพันธ์ครั้งนี้ การเลือกครองคู่กับผู้ที่มีวุฒิภาวะมากกว่ากลับถูกยกย่องว่าเป็นความรักที่มั่นคงและยืนยาวตราบนิรันดร์ เรื่องราวความรักร่วมสมัยที่จะพาคุณไปสำรวจแง่มุมของหัวใจผ่านนิยามความต่างของวัยที่พร้อมจะพิสูจน์ว่ารักแท้ที่แท้จริงนั้นอาจไม่ได้ขึ้นอยู่กับตัวเลขของอายุเพียงอย่างเดียว
หน้าปกนวนิยาย ฤดูรักสีน้ำผึ่ง
8.9
แพรรุ้งมักฝันถึงสัมผัสเร่าร้อนจากชายปริศนาจนตื่นมาด้วยความโหยหา แม้เธอจะเกลียดสายฝน แต่โชคชะตากลับใช้หยาดพิรุณนำพาบุสสธิติ์เข้ามาเปลี่ยนเสียงฟ้าร้องให้กลายเป็นจังหวะรัก ทว่าท่าทีที่เดี๋ยวแสนดีเดี๋ยวเฉยชาของเขากลับทำให้เธอสับสนจนต้องเอ่ยปากถามความในใจ แม้ไร้คำตอบในคราแรกแต่จุมพิตที่โหยหาก็เผยความจริงที่ซ่อนอยู่ท่ามกลางปริศนาลึกลับ เมื่อเสียงหัวใจของเขาตะโกนก้องบอกรักเธอในที่สุด ท่ามกลางบรรยากาศโรแมนติกที่แฝงไปด้วยความลับที่ต้องค้นหา
หน้าปกนวนิยาย จะว้ากให้เธอรัก
8.0
เมื่อความรักก่อตัวขึ้นท่ามกลางความขัดแย้งของคนสองขั้ว เขาตกหลุมรักเธอเข้าอย่างจัง แต่ติดปัญหาใหญ่คือความปากร้ายของเธอที่พร้อมจะปะทะอยู่เสมอ ในขณะที่เขาไม่ได้ต้องการสวมบทบาทคนใจร้าย และเธอก็ไม่ได้มีความคิดที่จะเปิดใจให้ความรักแม้แต่น้อย เรื่องราววุ่นๆ จึงเริ่มต้นขึ้นผ่านปฏิบัติการว้ากสุดเข้มข้นเพื่อพิชิตใจเธอให้สำเร็จ ท่ามกลางบรรยากาศความสัมพันธ์ที่เต็มไปด้วยความแสบสันและเสน่ห์ของวัยรุ่นที่น่าติดตาม
หน้าปกนวนิยาย ฝันนั้นที่เป็นจริง
9.1
โลกทั้งใบของเด็กสาววัยสิบสี่ต้องพังทลายลงในพริบตา เมื่อได้เห็นชายหนุ่มที่เฝ้าแอบรักมานานสองปีมีคนข้างกายที่สนิทสนม ความผิดหวังครั้งนี้รุนแรงจนเธอเสียสติ ร่ำไห้อย่างหนักโดยไม่อาจบอกเหตุผลแก่ใครได้ ท้องฟ้าที่เคยสดใสกลับมืดมนไร้ทางออก เธอจึงตัดสินใจฝังความทรงจำอันแสนเจ็บปวดนี้ไว้ให้ลึกที่สุด พร้อมปฏิญาณกับตัวเองว่าจะปิดตายหัวใจและไม่ยอมเสียน้ำตาให้ความรักหน้าไหนอีกต่อไป เพราะเชื่อว่าความสุขได้จากลาเธอไปชั่วนิรันดร์