ติดตาม
ตอน
แชร์
หน้าปกนวนิยาย รวมประสบการณ์มีชู้

รวมประสบการณ์มีชู้

คอลเลกชันเรื่องสั้นที่ตีแผ่เบื้องลึกของความสัมพันธ์ต้องห้ามและการนอกใจคนรัก นำเสนอผ่านเรื่องราวหลากหลายรูปแบบที่เต็มไปด้วยความเร่าร้อนและความรู้สึกผิดชอบชั่วดีที่ถูกสั่นคลอน ทุกตอนเน้นการถ่ายทอดฉากรักที่ลึกซึ้งและเข้มข้นทางอารมณ์ บทพิสูจน์ของความปรารถนาที่ยากจะต้านทานท่ามกลางความผิดบาปที่ต้องแอบซ่อนไว้ในโลกปัจจุบัน มาร่วมสัมผัสประสบการณ์ความรักสีเทาที่ท้าทายศีลธรรมและเต็มไปด้วยเหตุการณ์เกินคาดเดาในทุกบทเรียนรักที่ถูกเรียบเรียงมาอย่างดุเดือด
ตอน
แชร์

ตอน 1

หนูนาในวัยสามสิบสองปี เป็นที่จับตาของผู้คนเสมอ ด้วยรูปร่างระหงสมส่วน ผิวขาวเนียนละเอียดราวกับกลีบซากุระยามต้องแสงอาทิตย์ เรือนผมสีดำขลับยาวสลวยถูกเกล้าขึ้นอย่างเรียบร้อย เผยให้เห็นลำคอระหงและใบหน้าเรียวสวยได้รูป ดวงตากลมโตสีน้ำตาลอ่อนคู่นั้นฉายแววฉลาดเฉลียวและอ่อนโยน จมูกโด่งเล็กรับกับริมฝีปากอิ่มสีชมพูระเรื่อ ยามเมื่อเธอแย้มยิ้ม จะปรากฏรอยบุ๋มเล็กๆ ที่แก้มทั้งสองข้าง สร้างเสน่ห์เย้ายวนใจอย่างเป็นธรรมชาติ

วันนี้หนูนาสวมชุดสูทกระโปรงสีเทาอ่อน เนื้อผ้าเรียบลื่นเข้ารูปพอดีตัว เสื้อเชิ้ตผ้าไหมสีขาวสะอาดตาถูกสอดไว้ด้านในอย่างประณีต กระโปรงทรงดินสอผ่าด้านหลังเล็กน้อย เผยให้เห็นเรียวขาสวยเมื่อยามก้าวเดิน รองเท้าส้นสูงสีดำขลับช่วยเสริมให้รูปร่างของเธอสง่างามยิ่งขึ้น เครื่องประดับมีเพียงต่างหูมุกเม็ดเล็กๆ และนาฬิกาข้อมือเรือนบางสีเงิน ดูเรียบง่ายแต่ก็บ่งบอกถึงรสนิยมที่ดี

ชีวิตภายนอกของหนูนากับภัทร สามีนักธุรกิจหนุ่มที่ประสบความสำเร็จ ดูราวกับภาพวาดที่สมบูรณ์แบบ คอนโดมิเนียมหรูใจกลางเมือง รถยนต์ราคาแพง และการเข้าสังคมในวงแคบๆ ที่ดูดี แต่ภายในห้องสี่เหลี่ยมที่พวกเขาใช้ชีวิตร่วมกัน ความเงียบงันกลับเริ่มก่อตัวขึ้นอย่างน่าอึดอัด ภัทรทุ่มเทเวลาให้กับธุรกิจจนแทบไม่มีเวลาให้หนูนา ความเอาใจใส่และความเสน่หาที่เคยมีในช่วงแรก กลับกลายเป็นความเคยชินและหน้าที่ ความโหยหาความรักและความเร่าร้อนในหัวใจของหนูนาจึงค่อยๆ ก่อตัวขึ้นอย่างเงียบเชียบ เหมือนเมล็ดพันธุ์ที่รอวันผลิบาน

ธนาคารสาขาที่หนูนาทำงานตั้งอยู่ในอาคารสูงใจกลางเมือง แสงแดดยามเช้าสาดส่องผ่านกระจกบานใหญ่เข้ามาในห้องโถง ทำให้บรรยากาศดูสว่างและพลุกพล่าน พนักงานต่างทำงานกันอย่างขะมักเขม้น เสียงพูดคุยโทรศัพท์ เสียงพิมพ์เอกสาร และเสียงประกาศต่างๆ ดังคลอเคลียอยู่ตลอดเวลา รัฐ พนักงานรักษาความปลอดภัยหนุ่มในชุดเครื่องแบบสีกรมท่าเข้ม ยืนตระหง่านอยู่บริเวณประตูทางเข้า รูปร่างสูงโปร่งของเขาอยู่ในชุดที่รีดเรียบ ใบหน้าคมสันดูเคร่งขรึม แต่แววตาที่ทอดมองผู้คนที่เดินเข้าออกกลับดูสุภาพและระมัดระวัง

รัฐมีอายุย่างเข้าสามสิบปี ผิวสีน้ำผึ้งเนียนละเอียดรับกับโครงหน้าคมสัน ดวงตาเรียวคมสีดำสนิทมักจะซ่อนความรู้สึกบางอย่างไว้ภายใต้รอยยิ้มบางๆ ที่นานๆ ครั้งจะปรากฏให้เห็น ไหล่กว้างและแผ่นหลังตรงของเขาบ่งบอกถึงความแข็งแรงและน่าเชื่อถือ หนูนาสังเกตว่ารัฐมักจะยืนประจำการอยู่บริเวณใกล้เคาน์เตอร์ประชาสัมพันธ์ ซึ่งเป็นจุดที่เธอต้องเดินผ่านอยู่เสมอ

ในวันที่วุ่นวาย หนูนาจะสังเกตเห็นรัฐคอยอำนวยความสะดวกให้กับลูกค้าและพนักงานด้วยความเต็มใจ ไม่ว่าจะเป็นการเปิดประตู การให้ข้อมูล หรือแม้แต่การช่วยเหลือยกของหนัก แววตาที่เขามองมายังเธอในบางครั้ง มันมีความแตกต่างจากสายตาของเพื่อนร่วมงานคนอื่นๆ มันแฝงไปด้วยความชื่นชมอย่างเงียบๆ และความใส่ใจที่ทำให้หัวใจของหนูนาเต้นผิดจังหวะเล็กน้อย

บ่ายวันหนึ่ง ฝนตกหนักตั้งแต่ช่วงกลางวัน ทำให้ลูกค้าในธนาคารบางตา หนูนาต้องอยู่เคลียร์เอกสารสำคัญที่โต๊ะทำงานของเธอจนเย็นย่ำ แสงอาทิตย์ลับขอบฟ้าไปแล้ว เหลือเพียงแสงไฟจากหลอดฟลูออเรสเซนต์สีขาวสว่างจ้าในห้องทำงาน รัฐเป็นยามที่เข้าเวรดึกในคืนนั้น เดินตรวจตราความเรียบร้อยของธนาคารเป็นระยะ เสียงฝีเท้าหนักแน่นของเขาดังแว่วมาในความเงียบ

เมื่อรัฐเดินผ่านโต๊ะทำงานของหนูนา เขาลดความเร็วในการเดินลงเล็กน้อย หันมาสบตาเธอด้วยรอยยิ้มบางๆ ที่มุมปาก

"เลิกงานดึกนะครับคุณหนูนา ให้ผมอยู่เป็นเพื่อนไหมครับ?" น้ำเสียงทุ้มนุ่มของเขากระซิบแผ่วเบา ท่าทางสุภาพและเป็นห่วงเป็นใยนั้น ทำให้ความรู้สึกเหงาในใจของหนูนาจางหายไปเล็กน้อย

"ค่ะ ใกล้เสร็จแล้วค่ะคุณรัฐ ขอบคุณมากนะคะที่ยังอยู่" หนูนาตอบกลับไปด้วยรอยยิ้มหวาน ดวงตาของเธอสบกับดวงตาคมเข้มของรัฐนานกว่าปกติ ราวกับมีกระแสไฟฟ้าอ่อนๆ แล่นผ่านระหว่างกัน

"ยินดีเสมอครับ ถ้าต้องการอะไรเรียกผมได้เลยนะครับ" รัฐพูดจบก็เดินจากไป ทิ้งให้หนูนาอยู่กับความเงียบสงัดอีกครั้ง แต่ความรู้สึกอบอุ่นที่เขาเพิ่งมอบให้ยังคงอบอวลอยู่รอบตัวเธอ หนูนาเหม่อมองไปยังแผ่นหลังกว้างของรัฐที่เดินห่างออกไป แสงไฟสีขาวสว่างจ้าสะท้อนกับเครื่องแบบสีกรมท่าของเขาเป็นเงาเข้มยาวบนพื้น ความรู้สึกบางอย่างที่ซ่อนลึกอยู่ในใจของหนูนาเริ่มก่อตัวชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ... ความรู้สึกที่อันตรายและเย้ายวนใจ

แสงไฟสีขาวนวลจากหลอดฟลูออเรสเซนต์ยังคงส่องสว่างจ้าในห้องทำงานของหนูนา นิ้วเรียวยาวของเธอยังคงพิมพ์เอกสารบนหน้าจอคอมพิวเตอร์อย่างคล่องแคล่ว แต่ความคิดกลับล่องลอยไปยังร่างสูงสง่าของยามหนุ่มที่เดินตรวจตราอยู่ด้านนอก ความรู้สึกอบอุ่นและปลอดภัยที่รัฐมอบให้เมื่อครู่ยังคงอบอวลอยู่ในความทรงจำ ราวกับสัมผัสที่แผ่วเบาแต่กลับลึกซึ้ง

เวลาล่วงเลยไปอย่างเชื่องช้า จนกระทั่งเอกสารกองสุดท้ายถูกจัดเก็บเข้าแฟ้ม หนูนาถอนหายใจออกมาด้วยความโล่งอก มองนาฬิกาข้อมือเรือนบาง บอกเวลาเกือบห้าทุ่มแล้ว เธอเก็บของบนโต๊ะอย่างเรียบร้อย สะพายกระเป๋าถือหนังสีดำ ก่อนจะเดินออกจากห้องทำงาน

ห้องโถงธนาคารในยามดึกสงัดวังเวงกว่าที่คิด แสงไฟถูกหรี่ลงจนเหลือเพียงแสงสลัวตามทางเดินและบริเวณเคาน์เตอร์ประชาสัมพันธ์ เสียงฝีเท้าของหนูนาดังสะท้อนก้องกังวานในความเงียบ ร่างสูงของรัฐยืนอยู่บริเวณประตูทางออกด้านหน้า มองตรงไปยังความมืดมิดภายนอก

เมื่อเห็นหนูนาเดินออกมา รัฐหันกลับมายิ้มให้เธออีกครั้ง รอยยิ้มที่ทำให้ดวงตาคมของเขาดูอ่อนโยนลงอย่างน่าประหลาด

"เสร็จแล้วเหรอครับคุณหนูนา ให้ผมไปส่งที่รถไหมครับ?" รัฐเอ่ยถามด้วยความเป็นห่วงเป็นใย

"ขอบคุณมากค่ะคุณรัฐ แต่รถจอดอยู่ในที่จอดรถของธนาคาร ไม่ไกลเท่าไหร่ค่ะ" หนูนาตอบกลับไป แต่ในใจกลับรู้สึกเสียดายที่ช่วงเวลาที่ได้อยู่ใกล้เขาใกล้จะสิ้นสุดลง

"ถ้าอย่างนั้น... เดินทางปลอดภัยนะครับ" รัฐกล่าวลา

"ขอบคุณค่ะ คุณรัฐก็ดูแลความปลอดภัยด้วยนะคะ" หนูนาตอบกลับไป ก่อนจะหันหลังเดินไปยังประตูทางออก แต่แล้วเธอก็ชะงักเท้า หันกลับมาหารัฐอีกครั้ง

"เอ่อ... คุณรัฐคะ คือว่าลิฟต์มันปิดให้บริการแล้วหรือเปล่าคะ?" หนูนาถามด้วยน้ำเสียงที่แสร้งทำเป็นไม่แน่ใจ

รัฐขมวดคิ้วเล็กน้อย ก่อนจะตอบด้วยความสุภาพ "ครับคุณหนูนา ลิฟต์ปิดให้บริการหลังสี่ทุ่มครับ ถ้าอย่างนั้นคุณหนูนาต้องใช้บันไดหนีไฟ..." เขาผายมือไปยังประตูสีเขียวทึบที่อยู่สุดทางเดิน

"อ๋อ... ค่ะ" หนูนาตอบรับเบาๆ แต่ในใจกลับเต้นระรัวอย่างควบคุมไม่ได้ เธอเดินไปยังประตูบันไดหนีไฟ เปิดออกแล้วก้าวเข้าไปด้านใน ความมืดและกลิ่นอับชื้นปะทะเข้ามาเล็กน้อย แสงไฟสีส้มจากหลอดไฟฉุกเฉินส่องสว่างเป็นระยะตามขั้นบันได

หนูนาค่อยๆ ก้าวเท้าลงบันไดทีละขั้น เสียงส้นสูงสีดำกระทบกับพื้นปูนดังเป็นจังหวะเงียบๆ ความเงียบและความเปลี่ยวทำให้เธอรู้สึกใจหวิวอย่างประหลาด

ขณะที่เธอกำลังจะเดินลงไปถึงชั้นล่าง เสียงฝีเท้าหนักแน่นดังขึ้นมาจากด้านหลัง หนูนาหันกลับไปด้วยความสงสัย แสงไฟสลัวๆ ทำให้เธอเห็นร่างสูงของรัฐกำลังก้าวลงบันไดตามมา

"คุณรัฐคะ มีอะไรรึเปล่าคะ?" หนูนาถามด้วยความแปลกใจ

รัฐเดินลงมาจนถึงขั้นเดียวกับเธอ ยืนประจันหน้ากันในแสงไฟสลัวๆ ดวงตาคมของเขาจ้องมองมาที่ดวงตาของหนูนาอย่างลึกซึ้ง แววตาคู่นั้นเต็มไปด้วยความรู้สึกบางอย่างที่ทำให้หัวใจของหนูนาเต้นแรงจนแทบจะทะลุออกมานอกอก

"ผม... ผมเป็นห่วงคุณหนูนาครับ บันไดหนีไฟมันค่อนข้างเปลี่ยว" รัฐกระซิบเสียงแหบพร่า น้ำเสียงของเขาเปลี่ยนไปจากความสุภาพตามปกติเล็กน้อย

ความเงียบปกคลุมระหว่างคนทั้งสอง มีเพียงเสียงลมหายใจถี่กระชั้นของพวกเขาที่ดังแข่งกัน หนูนาสัมผัสได้ถึงแรงดึงดูดที่รุนแรงระหว่างเธอกับรัฐ มันเป็นความรู้สึกที่อันตราย แต่ก็หอมหวานและเย้ายวนใจจนเธอไม่อาจปฏิเสธได้

รัฐค่อยๆ เอื้อมมือมาสัมผัสแก้มเนียนของหนูนาอย่างแผ่วเบา สัมผัสนั้นนุ่มนวลและอบอุ่น ราวกับลูบไล้ความปรารถนาที่ซ่อนลึกอยู่ในใจของเธอให้ตื่นขึ้น

"คุณหนูนา..." รัฐเรียกชื่อเธอด้วยน้ำเสียงที่สั่นเล็กน้อย ก่อนจะโน้มใบหน้าลงมาใกล้ริมฝีปากอิ่มสีชมพูระเรื่อของเธอ

หนูนาหลับตาลง ปล่อยให้ความรู้สึกปรารถนาที่ท่วมท้นนำทางเธอ ริมฝีปากของรัฐแตะลงบนริมฝีปากของเธออย่างแผ่วเบา ก่อนจะค่อยๆ เพิ่มความหนักหน่วงและดูดดื่มขึ้นเรื่อยๆ มันเป็นจูบที่เต็มไปด้วยความโหยหาและความปรารถนาที่เก็บกดไว้เนิ่นนาน

มือเรียวของหนูนาค่อยๆ ยกขึ้นโอบรอบคอของรัฐอย่างแนบแน่น ตอบรับจูบนั้นอย่างเต็มใจ ปล่อยให้ความรู้สึกผิดชอบชั่วดีจางหายไปในความมืดสลัวของบันไดหนีไฟ

ร่างของทั้งสองแนบชิดกันมากขึ้น ความรู้สึกร้อนรุ่มแผ่ซ่านไปทั่วร่างกายของหนูนา เธอไม่เคยรู้สึกถึงความปรารถนาที่รุนแรงเช่นนี้มาก่อน มันเป็นความตื่นเต้น หวาดเสียว และความต้องการที่ถาโถมเข้ามาอย่างที่ไม่เคยมีใครมอบให้เธอ

มือที่แข็งแรงของรัฐเริ่มซุกซน ลูบไล้ไปตามแผ่นหลังของหนูนาภายใต้เสื้อสูทเนื้อดี ก่อนจะเลื่อนลงมาสัมผัสสะโพกกลมกลึงของเธออย่างแผ่วเบา หนูนาครางออกมาเบาๆ ในลำคอ ปล่อยให้ความรู้สึกเสียวซ่านครอบงำทุกสิ่ง

คุณอาจจะชอบ

หน้าปกนวนิยาย หนี้รักซาตาน
8.8
อนวัฒน์ไม่เคยลืมความแค้นที่มีต่อพ่อของธัญญาธร แม้เวลาจะผ่านไปนานเพียงใด เขายังคงปฏิเสธคำขอโทษและเลือกที่จะลงทัณฑ์เธอด้วยความรุนแรง ชายหนุ่มกระชากตัวเธอเข้ามารับจูบที่เต็มไปด้วยความโกรธแค้นและโหยหา แม้ธัญญาธรจะพยายามขัดขืนแต่ก็ไม่อาจต้านทานพละกำลังของเขาได้ สัมผัสที่ดุดันแปรเปลี่ยนเป็นความสับสนในหัวใจของหญิงสาว เมื่อเขาถอนจูบออกเธอกลับมองเขาด้วยสายตาเย็นชาที่แฝงความเจ็บปวดลึกซึ้ง แต่อนวัฒน์ยังคงยืนยันที่จะทำลายความรู้สึกของเธอให้ย่อยยับเพื่อชดใช้ความแค้นในอดีต
หน้าปกนวนิยาย เมียลับมหาเศรษฐี
9.6
เมื่อความสัมพันธ์ลับสิ้นสุดลงเพราะเขาต้องไปแต่งงานกับหญิงอื่น เธอจึงจำใจหอบลูกในครรภ์หนีไปพร้อมหัวใจที่แตกสลาย ทว่าโชคชะตากลับเล่นตลกให้เธอต้องวนมาพบกับภูมิระพีอีกครั้ง ความหวาดหวั่นเริ่มกัดกินใจเมื่อเผลอเผชิญหน้ากับอดีตคนรัก เธอพยายามปกปิดความลับเรื่องลูกชายสุดที่รักเอาไว้ เพราะเกรงว่ามหาเศรษฐีหนุ่มจะพรากแก้วตาดวงใจไปจากเธอ ท่ามกลางความเจ็บปวดที่ยังคงฝังรากลึก เธอจะรับมือกับสถานการณ์ที่บีบคั้นนี้อย่างไรเพื่อปกป้องลูกน้อยจากเงื้อมมือของเขา
หน้าปกนวนิยาย สามีสุดสวาท
9.4
พฤกษ์มอบความรักที่มั่นคงให้นิ่มอนงค์เสมอมา เขายอมเจ็บตัวเป็นที่ระบายอารมณ์เพื่อความสบายใจของภรรยาและลูกในครรภ์ แม้จะถูกทำร้ายจนเลือดออกแต่เขากลับห่วงใยเพียงความปลอดภัยของเธอ นิ่มอนงค์ที่เพิ่งตระหนักถึงความรักอันมหาศาลนี้ในวันที่เกือบจะเสียเขาไป จึงตั้งมั่นที่จะเหนี่ยวรั้งเขาไว้สุดกำลัง ความสัมพันธ์ที่เคยตึงเครียดแปรเปลี่ยนเป็นความเร่าร้อนและหยอกเย้า เมื่อเธอตัดสินใจใช้ทุกวิถีทางรวมถึงการมีลูกเพื่อผูกมัดหัวใจผู้ชายที่แสนดีคนนี้ไว้กับเธอตลอดกาล
หน้าปกนวนิยาย บุพเพลงทัณฑ์
9.7
เมื่อถูกบีบให้แต่งงานกับชายแก่รูปร่างอ้วนท้วนเพื่อชดใช้หนี้สินมหาศาล หญิงสาวรู้ดีว่าชีวิตจริงไม่มีเจ้าชายมาช่วยกอบกู้สถานการณ์เลวร้ายนี้ได้ ในเมื่อต้องเผชิญกับอนาคตที่เหมือนตกนรก เธอจึงตัดสินใจใช้ชีวิตที่เหลือให้สุดเหวี่ยงเพื่อประชดโชคชะตา ด้วยความเสียดายความบริสุทธิ์ที่รักษามานานและไม่อยากให้สูญเสียไปกับว่าที่สามีสุดอัปลักษณ์ ในคืนสุดท้ายก่อนเข้าพิธีวิวาห์ เธอจึงมุ่งมั่นที่จะมอบค่ำคืนอันแสนล้ำค่าให้กับโฮสต์หนุ่มรูปหล่อแทนการถูกบังคับ
หน้าปกนวนิยาย หนาวปรารถนา [SixteeNature]
9.7
ภีมวัจน์ ชายวัยสามสิบสองจากเชียงใหม่เกือบจะล้มเลิกการเจรจาซื้อโรงแรมในกรุงเทพฯ หากแต่การจากไปอย่างกะทันหันของเจ้าของเดิมทิ้งให้ลูกสาววัยสิบหกปีต้องเผชิญโลกเพียงลำพัง ด้วยความสงสารเขาจึงรับเป็นผู้ปกครองเพื่อส่งเสียให้เธอถึงฝั่งฝันโดยตั้งใจจะรักษาความบริสุทธิ์ของเด็กสาวไว้ ทว่าช่องว่างระหว่างวัยสิบหกปีกลับไม่อาจกั้นความรู้สึกที่ก่อตัวขึ้น เมื่อความปรารถนาเริ่มเหนือการควบคุมจนกลายเป็นความทรมานใจ เขาจะเลือกเดินหน้าต่อหรือหันหลังให้ความสัมพันธ์นี้
หน้าปกนวนิยาย เสี่ยงรักมาเฟียร้าย
9.5
หญิงสาวผู้ยอมสละสิ้นทุกศักดิ์ศรีและร่างกายเพื่อหาเงินมารักษาพี่ชายเพียงคนเดียว เธอตกปากรับข้อเสนออันแสนอันตรายเพื่อกลายเป็นของเล่นในมือมาเฟียหนุ่มผู้ไร้ความปรานี แม้จุดเริ่มต้นของความสัมพันธ์จะวางอยู่บนพื้นฐานของผลประโยชน์ แต่ความใกล้ชิดกลับแปรเปลี่ยนของสะสมชิ้นโปรดให้กลายเป็นผู้หญิงที่เขาหวงแหนเกินกว่าจะปล่อยมือ ทว่าในวันที่ความผูกพันกำลังเบ่งบานเป็นความรักที่แสนหวาน เรื่องราวกลับต้องเผชิญกับจุดพลิกผันที่ทำให้ทุกอย่างพังทลายลง