
วังวนรัก... เพลิงฐานิน
ตอน 2
4 ปีผ่านไป...
‘กูกำลังจะแต่งงาน! ที่กูออกไปไหนมาไหนน่ะ กูไปกับคู่หมั้นของกู คนที่ดีกว่ามึงเป็นไหนๆ ยังไงล่ะ’ เพลิงฐานินย่อตัวนั่งลงแล้วค่อยๆ จับปลายคางของพันไมล์ให้เชิดหน้าขึ้นมองหน้าตัวเอง เขามองน้ำตาสีใสที่ไหลอาบแก้มนวลอย่างน่าสมเพช ก่อนจะพูดด้วยน้ำเสียงราวกับว่ารังเกียจอีกฝ่าย
‘หึ...มึงคิดว่าคนอย่างมึงจะมีอะไรดีนอกจากหน้าตาและรูปร่างว่ะ คนจนๆ แบบมึงน่ะก็เป็นได้แค่ที่ระบายความใคร่เท่านั้นแหละไมล์!’
‘อึก! ฮือๆๆ ไม่จริง’
. . .
เฮือก!!!
พันไมล์สะดุ้งตื่นจากฝันในตอนเช้าเพราะแรงเขย่าของลูกชายตัวน้อยของตน ตื่นมาเห็นแม่ของตัวเองที่นอนหลับข้างๆ พูดเสียงดังคล้ายละเมอด้วยใบหน้าชุ่มเหงื่อให้ตื่นจากฝันร้ายในอดีต
“แฮ่กๆ ทะ...ทิศ!” พันไมล์สะดุ้งตื่นขึ้นมามองลูกชายตัวน้อย ก่อนจะเอาดึงตัวลูกชายของตนมากอดไว้แน่น ราวกับว่ากลัวลูกชายสุดที่รักจะหายไปเหมือนกับคนรักในอดีต
ทิศ หรือ เข็มทิศ เด็กชายวัยสามขวบ ที่เกิดจากพันไมล์และเพลิงฐานิน ซึ่งเขารู้ว่าตัวเองท้องหลังจากเลิกกับเพลิงฐานินได้ไม่กี่วัน ตอนนั้นเขาทั้งตกใจและดีใจมากไปพร้อมๆ กัน
แม้จะเจอเรื่องร้ายๆ แต่มันก็ยังมีเรื่องที่ดีแทรกเข้ามาบ้าง พันไมล์ไม่มีญาติที่ไหนอีก พ่อแม่ของเขาเสียชีวิตไปหมดแล้ว เข็มทิศจึงเป็นครอบครัวคนเดียวที่เขามีในตอนนี้
เขาดูแลลูกชายคนเดียวมาโดยตลอด ตัวเขานั้นรักและห่วยใยลูกชายของตนมากที่สุด แถมเข็มทิศยังเปรียบเสมือนสิ่งล้ำค่าที่ฟ้าประทานให้เขาได้ยิ้มและมีความสุขอีกครั้งหลังเจอเรื่องเลวร้ายมา
“มี้ฝันร้าย?” ลูกชายตัวน้อยของพันไมล์เอ่ยถามแม่ของตัวเองด้วยความห่วงใย
พันไมล์ตกใจกลัวกับเหตุการณ์ในฝันเป็นอย่างมาก มันเป็นฝันที่คอยหลอกหลอนยามที่เขาหลับนอนมาตลอด4ปีเต็ม ถึงแม้ว่าเขาอยากจะลืมมันสักเพียงใด แต่เขากลับทำไม่ได้สักที ยังดีที่มีลูกชายตัวน้อยมาช่วยปลุกเขาจากฝันร้ายพวกนั้นทุกครั้งไป
พันไมล์ก้มไปมองใบหน้าเล็กที่ตนเอากอดไว้แน่น เสมือนกับขอบคุณที่ปลุกเขาให้ตื่นจากเหตุการณ์ร้ายในครานั้น
“ครับ มี้ฝันร้าย”
“โอ๋ๆ นะ ไม่ต้องกลัว เดี๋ยวทิศจะไล่ฝันพวกนั้นให้มี้เอง ชิ้วๆ” พันไมล์มองลูกน้อยของตนก็พลันรู้สึกขำกับท่าทีโบกไม้โบกมือของเข็มทิศ ที่พยายามไล่ฝันร้ายให้ออกห่างจากแม่ตัวเอง
“ฮ่าๆๆ พวกมันไปแล้วจริงๆ ด้วย ลูกใครเนี่ย ทำไมเก่งจังเลย?” พันไมล์เอ่ยถามลูกชายของเข าจนได้คำถามที่เขาฟังแล้วรู้สึกชื่นใจขึ้นมาเลยทีเดียว
“ลูกมี้ค้าบ” เด็กน้อยตอบเสียงเจื้อยแจ้วด้วยความมั่นใจ
“ฮ่าๆๆ” ทั้งสองคนก็หัวเราะออกมาอย่างมีความสุข พันไมล์รู้สึกโชคดีมากที่มีเข็มทิศเข้ามาในชีวิต
ร่างบางผละกอดออกจากลูกน้อย แล้วหันไปดูนาฬิกาที่หัวเตียงว่าตอนนี้กี่โมงแล้ว
“หว้า...หกโมงเช้าแล้วนี่ หิวยังครับคนเก่ง?” ปากว่าพลางหันไปถามลูกน้อยในเวลาต่อมา
“หิวๆ” เด็กน้อยตอบแม่ของตนด้วยน้ำเสียงออดอ้อน พลางเอามือลูบท้องปอยๆ เพื่อบอกว่าเขาหิวเต็มทนแล้ว
“งั้นทานไรดีครับ?” พันไมล์เอ่ยขึ้นเชิงถาม ในหัวกำลังคิดว่าวันนี้เขาจะทำอะไรให้ลูกกินในเช้านี้ดี
“โจ๊กพี่หมูค้าบ” เด็กน้อยตอบกลับแม่ของเขาด้วยน้ำเสียงที่ร่าเริง เลือกเมนูที่เขาโปรดปรานที่สุดและมักให้แม่ของตนทำให้กินในตอนเช้าเกือบทุกวัน
“งั้นเดี๋ยวเราไปอาบน้ำกันก่อนเนอะ” พอตกลงกันว่าในเช้านี้จะกินอะไรกันดี ทั้งสองคนก็รีบเข้าห้องน้ำอาบน้ำชำระร่างกายของตัวเอง แล้วลงไปช่วยกันทำอาหารและทานอาหารเช้าพร้อมหน้ากัน
“มาแล้วครับ โจ๊กพี่หมูของน้องเข็มทิศ” พันไมล์ถือถ้วยโจ๊กสองชามเดินมาหาลูกชายของตนที่นั่งรออยู่ที่โต๊ะอาหารอย่างใจจดใจจ่อ พอผู้เป็นแม่วางชามโจ๊กลงตรงหน้า เด็กชายตัวน้อยเห็นก็ร้องว้าวออกมาด้วยความน่ารับประทาน จนพันไมล์เผลอยิ้มให้กับความน่ารักของเข็มทิศ
“ว้าว~ โจ๊กพี่หมูน่ากินจังเลยค้าบมี้” เด็กน้อยที่เห็นอาหารตรงหน้าก็หันไปยิ้มให้แม่ของตนด้วยท่าทางดี้ด้า
“งั้นก็ทานให้หมดนะครับจะได้โตไวๆ พอกินเสร็จแล้วเราจะได้ไปเปิดร้านกันไง”
ทั้งสองลงมือทานอาหารเช้า เสร็จแล้วก็เก็บทำความสะอาดทั้งจานและโต๊ะกินข้าว ก่อนจะไปเปิดร้านที่อยู่ส่วนหน้าของตัวบ้าน
ร้านที่ว่าของพันไมล์คือร้านดอกไม้ ซึ่งเขาเช่าซื้อตึกสองชั้นแห่งนี้ไว้ตั้งแต่สามปีก่อน ก่อนจะตั้งใจลงทุนเปิดร้านดอกไม้ไว้สำหรับทำมาหากิน
ชั้นบนพันไมล์ใช้เป็นที่พักของเขาและลูกชาย ชั้นล่างจะมีสองส่วน ส่วนหลังจะใช้เป็นห้องครัวและห้องเก็บของ ส่วนหน้าใช้สำหรับเปิดร้านดอกไม้ ซึ่งร้านของเขาเปิดมาสองปีกว่าแล้วหลังจากคลอดเข็มทิศ
ร้านของเขาอยู่ในย่านเมืองหลวง และจะเปิดตอนสิบโมงถึงทุ่มครึ่ง และปิดทุกๆ วันจันทร์ ทุกๆ แปดโมงเช้าจะมีคนนำดอกไม้มาส่งที่หน้าร้าน
กริ๊งๆ!!
เสียงกระดิ่งที่ดังจากการเปิดประตูร้าน ทำให้ร่างบางที่ดูบัญชีของร้านอยู่มองไปทางประตู
“สวัสดีครับคุณไมล์ ผมเอาดอกไม้ที่สั่งมาส่งครับ” คนส่งดอกไม้เอ่ยทักทายพันไมล์ที่เป็นลูกค้าประจำฟาร์มของเขา
“สวัสดีครับพี่แสง วางตรงนี้ได้เลยครับ เดี๋ยวไมล์จัดใส่แปลงเอง” พอเอาดอกไม้ที่ลูกค้าสั่งมาลงจนครบ คนส่งก็ขอกลับทันที พันไมล์เลยเดินมาส่งหน้าร้าน
“นี่ครับเงิน” คนส่งดอกไม้โค้งรับและขึ้นรถไป พันไมล์ก็เดินกลับมาเข้าร้านเพื่อจัดของเตรียมเปิดร้านต่อ
“มี้ค้าบ ทิศช่วย” เด็กน้อยที่เห็นแม่ตัวเองเดินกลับเข้ามาในร้าน ก็รีบวิ่งจากหลังร้านมาหาแม่ของตนเพื่อมาช่วย แต่ดูท่าทางของเจ้าตัวน้อยแล้วเหมือนจะมาป่วนมากกว่า ถึงกระนั้นก็สร้างความสุขให้กับพันไมล์ได้ไม่ยาก
“ครับๆ เบามือด้วยนะครับ เดี๋ยวดอกไม้จะช้ำเอา” พันไมล์เอ่ยเตือนลูกชายตัวเองไปพลางๆ พร้อมกับนำดอกไม้ช่ออื่นๆ ไปจัดเรียงในแปลงดอกไม้ที่ใส่ไว้สำหรับโชว์ขาย
“ครับ” เด็กน้อยตกปากรับคำ และขะมักเขม้นช่วยแม่ของตนจัดร้าน
พันไมล์ลูบหัวเข็มทิศ ลูกน้อยของเขาเบาๆ ก่อนที่ทั้งสองจะช่วยกันจัดร้านจนเสร็จทันเวลาเปิด
บรรยากาศภายในร้านก็เป็นดังเช่นทุกวัน เนื่องจากร้านดอกไม้ของพันไมล์อยู่ใจกลางเมืองหลวง เลยมีผู้คนแวะเวียนเข้ามาสั่งซื้อดอกไม้ของร้านเขาเป็นจำนวนมาก
จนถึงช่วงบ่ายของวัน พันไมล์และลูกน้อยก็ทำการปิดร้านชั่วคราว เพื่อเป็นการพักเบรกทานข้าว
“มี้ค้าบ วันนี้มีไรกินหย่อ?” เด็กน้อยเอ่ยถามผู้เป็นแม่ ก่อนจะขึ้นมานั่งบนเก้าอี้ตัวประจำของตน โดยมีพันไมล์ค่อยๆ ช่วยเพื่อกันไม่ให้เข็มทิศตกเก้าอี้
“วันนี้มี้ทำข้าวผัดพี่หมูใส่แครอทครับ” พันไมล์พูดกับลูกน้อย ก่อนจะเดินเข้าไปหยิบชามข้าวผัด ที่ตนเองทำเป็นมื้อกลางวันให้กับลูกและตนเอง ก่อนจะนำมันมาวางลงที่โต๊ะอาหาร
“ทานดีๆ นะครับ มันยังร้อนอยู่ อย่าลืมเป่าล่ะ” พันไมล์เอ่ยเตือนลูกน้อย ก่อนจะหันมาทานข้าวผัดในจานของตนเงียบๆ โดยไม่ลืมมองดูลูกชายเป็นระยะๆ
เข็มทิศเป็นเด็กที่ฉลาดและชอบทำอะไรๆ ด้วยตัวเอง เขาไม่ชอบให้ใครช่วย ถ้าทำไม่ได้จริงๆ ก็จะเอ่ยปากบอก อย่างเช่นเรื่องทานข้าว ถ้าเป็นเด็กคนอื่นก็จะงอแงให้พ่อแม่ป้อนให้ แต่เข็มทิศจะต่างออกไป เขาจะชอบทานเองเสียมากกว่าให้คนอื่นคอยป้อน
ในระหว่างที่ทานข้าวกันไปสักพัก เข็มทิศก็พูดขึ้นมาตัดความเงียบ
“มี้ค้าบ...”
“ครับ ว่าไงครับ?” ร่างบางชะงักช้อนในมือลง แล้วหันไปสนใจลูกชายตัวน้อย
“ปะป๋าของน้องทิศอยู่ไหนหย่อ?” เข็มทิศถามด้วยความสงสัย ต่างจากพันไมล์ที่ตกใจกับคำถามของลูกชาย
“ทำไมถึงถามขึ้นมาละครับ หื้มมมม?”
“ก็น้องทิศเห็นในการ์ตูนว่าครอบครัวต้องมีพ่อแม่ลูก แต่ทำไมเราถึงมีกันแค่สองคนละค้าบ ปะป๋าไปไหน?” พอพันไมล์ได้ยินแบบนั้นก็รู้สึกผิดขึ้นมา ที่ไม่สามารถทำให้ปะป๋าของลูกรักอยู่กับพวกเขาได้
“ตอนนี้ปะป๋าไม่ว่างน่ะครับ ต้องทำงานที่อื่นซึ่งไกลมากๆ เขาเลยอยู่กับพวกเราไม่ได้ครับ ตอนนี้น้องทิศอยู่กับหม่ามี้สองคนไปก่อนเนอะ หรือว่าน้องทิศไม่อยากอยู่กับหม่ามี้?” พันไมล์พยายามอธิบายให้ลูกชายฟังเพื่อให้คลายข้อสงสัย ทั้งที่จริงแล้วเขากับเพลิงฐานินนั้นได้เลิกรากันไป ก่อนที่เข็มทิศจะคลอดเสียอีก
“อยากอยู่สิฮะ น้องทิศจะอยู่กับมี้ตลอดไป ไม่ทิ้งไปไหนหรอกฮะ รักมี้นะค้าบ” เข็มทิศตอบคำถามที่พันไมล์ถาม พร้อมกับส่งยิ้มกว้างจนเห็นฟัน
พันไมล์ที่ได้ยินคำตอบจากปากน้อยๆ ของลูกชายก็ยิ้มตาม คิดในใจถึงแม้ว่าเขาจะต้องลำบากขนาดไหน ก็จะมีลูกชายตัวน้อยๆ ของเขาค่อยอยู่เคียงข้างอยู่เสมอ และเขาก็สัญญากับตัวเองว่า ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นก็ไม่มีสิ่งใดที่สามารถพรากรอยยิ้มสดใสนี้ไปจากตนได้โดยเด็ดขาด
. . .
คุณอาจจะชอบ





