
วังวนรัก... เพลิงฐานิน
ตอน 3
โรงแรมเพลิงการ์เด้น สาขาใหญ่
ในห้องประชุมชั้นบนสุดของโรงแรมชื่อดังของตึกสูงที่อยู่ใจกลางเมือง มีท่านประธานพร้อมกับคณะผู้บริหาร มาประชุมกันเกี่ยวกับเรื่องการเปิดโครงการโรงแรมสาขาใหม่ที่ภูเก็ตในปีหน้าอย่างเคร่งเครียด
“สถานที่ที่จัดแสดงโครงการที่ภูเก็ตจะจัดขึ้นที่ห้องโถงใหญ่ชั้นสองของโรงแรมเราครับ และ...” ฝ่ายทีมที่รับผิดชอบเรื่องสถานที่บอกรายละเอียดการจัดงานที่จะมีขึ้นในอีกหนึ่งอาทิตย์ที่จะมาถึงกับประธานอย่าง เพลิงฐานิน สุทธิตระกูล และคณะผู้บริหาร เพื่อถามความคิดเห็นในการจัดและบอกความคืบหน้าของงาน
“รายละเอียดก็มีแค่นี้ครับ ท่านประธานว่าไงครับ?”
เพลิงฐานินที่นั่งมองสไลด์ก็ตอบกลับด้วยน้ำเสียงพึงพอใจในรายละเอียดงาน
“อืม... ตามนั้นแหละ จัดการให้เรียบร้อยด้วย อย่าให้มีอะไรผิดพลาดเด็ดขาด จบการประชุมเพียงเท่านี้” เพลิงฐานินตอบกลับพนักงานด้วยน้ำเสียงที่เคร่งขรึม ก่อนจะกลับปิดการประชุมและลุกขึ้นจัดสูทราคาแพงของตนให้เข้าที่ แล้วเดินออกไปจากห้องประชุม
“ขอบคุณครับท่านประธาน” ทุกคนโค้งคำนับ ก่อนจะทยอยออกจากห้องประชุมตามท่านประธานไป เพื่อกลับไปทำงานที่ค้างกันต่อ
“แม็กซ์...” ระหว่างที่เดินกลับห้องทำงาน เพลิงฐานินได้หันมาเรียกเลขาของตนเองและสั่งอะไรเล็กน้อยก่อนจะเดินต่อ
“บอกกันยาว่าเตรียมอะไรเย็นๆให้ฉันดื่มที”
“ครับท่านประธาน” เมธาวินเอ่ยคำตอบรับของเจ้านายและเดินตามหลังไปติดๆ แต่ก่อนที่เพลิงฐานินจะเข้าห้องทำงานก็หันมาพูดกับเมธาวิน
“แล้วก็เลิกเรียกฉันว่าท่านประธานเสียที ให้เรียกว่าเพลิงไง”
“แต่...”
“ไม่มีแต่” พอเพลิงฐานินเห็นเมธาวินจะขัดก็รีบพูดขึ้นมาดักเสียก่อน
“ครับๆ คุณเพลิง” แม็กซ์ หรือ เมธาวิน เลขาส่วนตัวที่มีสถานะเป็นเพื่อนสนิทสมัยเรียนของเพลิงฐานินตอบรับและต่อสายไปหาผู้ช่วยเลขาที่ชื่อกันยาให้เตรียมเครื่องดื่มตามที่เพลิงฐานินสั่ง
หลังจากนั้นทั้งสองก็แยกย้ายไปทำงานที่โต๊ะทำงานของตน เพลิงฐานินถอนหายใจอย่างเหนื่อยล้า ก่อนจะพึมพำออกมา
“เฮ้อ...เหนื่อยเป็นบ้า” เพลิงฐานินนั่งลงบนเก้าอี้ทำงานของตนแล้วเอามือขึ้นมาคลายเนคไทของตนเล็กน้อย สักพักผู้ช่วยเลขาก็มาเคาะประตูห้องทำงานเพื่อนำสิ่งที่เขาสั่งมาให้
ก๊อกๆ ก๊อกๆ
“ขออนุญาตค่ะท่าน”
“นี่ค่ะ น้ำมะนาวเย็นๆ ชื่นใจค่ะ ส่วนนี่แฟ้มเอกสารจากฝ่ายการเงินค่ะ”
“อืม ขอบใจมาก” กันยาโค้งเล็กน้อยก่อนจะเดินออกไปจากห้อง พอดีกับเม็กที่สวนเข้ามา
“คุณเพลิงครับ ตอนเที่ยงคุณมีนัดทานอาหารกับคุณบดินท์และลูกสาวครับ”
“อืม” เมธาวินโค้งเล็กน้อยและขอตัวไปทำงานที่ค้างไว้ต่อ โดยไม่ลืมบอกผู้ช่วยเลขาให้เตรียมช่อดอกไม้เพื่อให้ลูกสาวของหุ้นส่วนใหญ่ของบริษัท
“คุณกันยา”
“คะ?”
“โทรสั่งดอกไม้ด้วยนะ ให้มาส่งก่อนเที่ยง”
“รับทราบค่ะ” กันยารับคำสั่งจากเมธาวิน ก่อนจะทำการโทรหาร้านดอกไม้ที่เธอมักจะใช้บริการร้านนี้อยู่บ่อยๆ
ทางด้านของเพลิงฐานิน เขายกแก้วขึ้นดื่มน้ำมะนาวจนเกือบหมด และหันกลับมาให้ความสนใจแก่แฟ้มงานจนเกือบเที่ยง เมธาวินที่คิดว่าใกล้ถึงเวลานัดเจอหุ้นส่วนจึงเข้าไปรายงานให้เจ้าตัวได้รู้
“คุณเพลิงครับ...ถึงเวลานัดแล้วครับ” เมธาวินบอกเพื่อนที่มีตำแหน่งเป็นเจ้านายของตัวเองด้วยท่าทีนอบน้อม เวลางานเขาจะประพฤติตัวแบบนี้เสมอ ซึ่งเพลิงฐานินก็ชินเสียแล้ว แม้จะบอกบ่อยๆว่าให้เขาทำตัวตามสบายกับตน
“อืม เข้าใจแล้ว” เพลิงฐานินลุกขึ้นจัดเสื้อผ้าและเดินออกจากห้องทำงานไปห้องอาหารของโรงแรมชั้นล่าง โดยที่เมธาวินเดินเลี่ยงออกไป เพื่อไปเอาช่อดอกไม้จากผู้ช่วย
. . .
ณ.ห้องอาหารของโรงแรมเพลิงการ์เด้น
ทั้งสองมาถึงผู้จัดการฝ่ายห้องอาหารก็มารอต้อนรับและพาไปนั่งที่โต๊ะที่เขาจัดเตรียมไว้ให้ทันที
“เชิญครับท่านประธาน” ผู้จัดการเลื่อนเก้าอี้ให้กับเพลิงฐานิน
“ขอบใจ ไปทำงานเถอะ”
“ครับ” ผู้จัดการตอบรับ และไปดูแลลูกค้าท่านอื่นต่อ
รอไม่นานคุณบดินทร์และลูกสาวหุ้นส่วนก็มาถึง เพลิงฐานินรีบลุกขึ้นและกล่าวทักทายทั้งสอง
“สวัสดีครับ คุณบดินทร์”
“สวัสดีเพลิงฐานิน นี่ดารินทร์ลูกสาวฉัน” บดินทร์แนะนำลูกสาวของตนให้เพลิงฐานินได้รู้จัก แล้วหันไปบอกลูกสาวให้ทักทายเพลิงฐานินบ้าง
“ยัยดาไหว้พี่เขาสิลูก”
“ค่ะพ่อ สวัสดีค่ะ ฉันดารินทร์นะคะ เรียกสั้นๆว่าดาก็ได้ค่ะ” ดารินทร์ตอบรับพ่อของเธอ แล้วหันไปทักทายเพลิงฐานิน
“สวัสดีครับคุณดา ผมเพลิงฐานิน เรียกเพลิงก็ได้ครับ” เพลิงฐานินหันไปรับช่อดอกไม้จากเมธาวินแล้วยืนให้กับดารินทร์
“นี่ครับดอกไม้สำหรับคุณดา ถือเป็นของขวัญสำหรับการเจอกันครั้งแรกนะครับ”
“ขอบคุณค่ะคุณเพลิง” เธอเอ่ยขอบคุณและยิ้มหวานให้กับคนตรงหน้า เช่นเดียวกันกับเพลิงฐานินที่ยิ้มตอบกลับเล็กน้อย และหันไปเชิญให้บดินทร์นั่งแทน
“เชิญนั่งดีกว่าครับ”
ทุกคนนั่งลงที่โต๊ะอาหาร ยกเว้นแต่เมธาวินที่ยืนข้างหลังของเจ้านายตัวเอง เพลิงฐานินเลยบอกให้มานั่งด้วยกัน แต่พอเมธาวินทำท่าปฏิเสธก็โดนสายตาดุของเพลิงฐานิน ก่อนจะจำใจนั่งข้างๆ พอทุกคนนั่งที่เรียบร้อยแล้วก็เริ่มสั่งอาหารกัน สักพักอาหารก็มาเสิร์ฟ ก่อนที่เพลิงฐานินจะเริ่มบทสนทนาขึ้นมา
“คุณบดินทร์ครับ ถ้าไม่รังเกียจขอเชิญมางานเปิดตัวโครงการใหม่ของเราด้วยนะครับ” เขาหันไปขอบัตรเชิญร่วมงานจากเมธาวินแล้วยื่นให้ชายสูงวัยคนเดียวในโต๊ะ
“นี่ครับบัตรเชิญ” บดินทร์รับบัตรเชิญก่อนจะพูดขำๆออกมา
“ทำไมพูดแบบนั้นล่ะ รังกงรังเกียจอะไร ฮ่าๆๆ ถึงฉันจะไม่ได้เป็นหุ้นส่วนในโครงการนั้นแต่ฉันก็อยากจะเห็นโครงการใหม่เหมือนกันนะ”
“ครับ”
“งานจัดวันไหนล่ะ?”
“อีกหนึ่งอาทิตย์ที่จะถึงครับ”
“งั้นเหรอ วันนั้นฉันไม่ว่างด้วยสิ งั้นฉันให้ยัยดาไปแทนแล้วกันนะ ไม่มีปัญหาใช่ไหมเพลิงฐานิน?” พูดและก็หันไปมองลูกสาว
“ไม่ครับ”
“งั้นฉันฝากยัยดาด้วยนะ”
“ครับคุณบดินทร์” เพลิงฐานินตอบรับชายสูงวัยตามมารยาท ส่วนดารินทร์ เจ้าหล่อนแอบยิ้มเขิน ดีใจที่เพลิงฐานินจะคอยดูแลเธอในงานวันนั้น
ทั้งที่ลึกๆแล้วเพลิงฐานินเบื่อกับท่าทีที่ดีใจจนออกนอกหน้าของหล่อนเป็นอย่างมาก
พอทุกคนทานเสร็จ บดินทร์กับเพลิงฐานินก็พูดคุยเกี่ยวกับโรงแรมที่บดินทร์เป็นหุ้นส่วนเล็กน้อยก่อนที่จะกลับ แต่ก่อนจะกลับเพลิงฐานินอาสาไปส่งที่รถหน้าโรงแรมด้วยตัวเอง
“เดินทางปลอดภัยนะครับ”
“ขอบใจนะเพลิงฐานิน” บดินทร์ก็ขึ้นรถไป
“ไปก่อนนะคะคุณเพลิง”
“ครับ” เพลิงฐานินตอบรับ ก่อนที่เจ้าหล่อนจะขึ้นรถตามพ่อของเธอไป
รถของบดินทร์และลูกสาวเคลื่อนตัวออกไปแล้ว เพลิงฐานินก็กลับเข้าไปในตัวโรงแรมและขึ้นห้องทำงานเช่นเดิม
. . .
ก่อนวันงานเปิดตัวโครงการหนึ่งวัน เพลิงฐานินมาตรวจเช็กความเรียบร้อยก่อนวันงานในพรุ่งนี้ โดยมีเมธาวินที่เป็นเลขาส่วนตัวและกันยาผู้ช่วยเลขาของเขาตามมาด้วย
เขาเช็คดูความพร้อมทุกอย่างว่าไม่เกิดปัญหาอะไรด้วยตาตัวเอง แต่แล้วใครจะรู้เมื่อเกิดปัญหาขึ้นจนได้ ร้านดอกไม้ที่จะเอามาตกแต่งภายในงานกลับไม่ยอมมาส่งตามที่ตกลงกันเอาไว้ จึงทำให้ฝ่ายที่รับผิดชอบวิ่งวุ่นกันหาร้านที่จะเอาดอกไม้มาส่งให้ทันภายในวันนี้ พอเพลิงฐานินเห็นความผิดปกติเลยให้กันยาไปตามหัวหน้าฝ่ายที่รับผิดชอบมาหา
“พี่พลอยค่ะ ท่านประธานถามหาค่ะ”
. . .
“สวัสดีค่ะท่านประธาน ไม่ทราบว่ามีอะไรเหรอคะ?”
“เกิดอะไรขึ้นถึงได้วุ่นวายกันเชียว?”
“เอ่อ...ร้านที่สั่งดอกไม้ไว้สำหรับตกแต่งงานไม่ยอมมาส่งน่ะสิคะ เราเลยวิ่งวุ่นกันหาร้านที่จะมาส่งให้ทันวันนี้นะคะ แต่มันก็ไม่มีเลย” พอได้ยินแบบนั้นเพลิงฐานินก็เลยตำหนิที่ทำงานผิดพลาด
“ทำไม ไม่รอบคอบห๊ะ!!”
“ขอโทษจริงๆค่ะท่าน ทีมเราไม่คิดว่าจะเกิดเรื่องแบบนี้ขึ้น เดี๋ยวทีมเราจะรีบหาร้านมาส่งให้ทันค่ะ” ฝ่ายที่รับผิดชอบในการจัดงานรีบก้มหัวขอโทษเพลิงฐานินกันยกใหญ่
“งานมันเริ่มพรุ่งนี้นะ รีบหามา!!”
“ขอโทษค่ะท่านประธาน พอดีดิฉันรู้จักร้านดอกไม้ร้านหนึ่งอยู่ไม่ไกลจากโรงแรม น่าจะมีดอกไม้เหลือพอที่จะตกแต่งได้นะคะ เดี๋ยวดิฉันจะโทรไปถามดูค่ะ” ดั่งสวรรค์ทรงโปรดที่กันยาพูดแทรกขึ้นมาว่าเธอรู้จักร้านดอกไม้ร้านหนึ่งที่ขายส่งดอกไม้ เธอเลยอาสาเป็นคนโทรไปหาทางร้านให้
กริ๊งๆ กริ๊งๆ
‘ร้านดอกไม้พันไมล์สวัสดีครับ’
“คุณไมล์คะ ฉันกันยาเองนะคะ จากโรงแรมเพลิงการ์เด้นค่ะ ไม่ทราบว่าที่ร้านขายดอกไม้หมดหรือยังค่ะ?”
‘อืม ยังมีนะครับ วันนี้ลูกค้าน้อยเลยมีดอกไม้เยอะพอสมควรเลยนะครับ’
“ดีเลยค่ะ ทางเราขอเหมาทั้งร้านเลยนะคะ”
‘ครับ? จริงเหรอครับ งั้นอีกไม่เกินชั่วโมงจะเอาไปส่งให้นะครับ’
“ค่ะ ขอบคุณนะคะ”
ติ๊ด!!!
พอกันยาวางสายก็รีบไปอจ้งเพลิงฐานินเจ้านายของตนทันที
“ท่านประธานค่ะ ได้ดอกไม้แล้วนะคะ ร้านจะมาส่งให้ไม่เกินชั่วโมงค่ะ”
“งั้นเหรอ ดีมาก” เพลิงฐานินตอบกลับกันยา ก่อนที่จะหันไปพูดกับหัวหน้าฝ่ายที่รับผิดชอบ
“ที่หลังอย่าให้เกิดปัญหาแบบนี้อีกละ”
“ค่ะ ท่านประธาน”
“อีกครึ่งชั่วโมงผมจะกลับมาดูอีกทีละกัน” พูดจบเพลิงฐานินก็ขึ้นไปพักผ่อนที่ห้องทำงานของตน
. . .
ทางด้านพันไมล์ หลังจากวางสายจากลูกค้าประจำก็เดินไปหน้าร้านเพื่อปิดร้าน เพราะวันนี้มีคนมาเหมาดอกไม้ร้านเขาหมดแล้ว
“ดีจัง วันนี้มีคนเหมาหมดเลย” พันไมล์ดีใจที่ได้ปิดร้านเร็วเลยคิดว่าจะพาเข็มทิศ เจ้าลูกชายของเขาไปเที่ยวห้างสักหน่อย
“น้องทิศครับ...”
“ครับมี้?” เข็มทิศที่เห็นว่าหม่ามี้ของตนเราเรียกเลยเดินเข้ามาหา
“วันนี้มีคนมาเหมาดอกไม้ที่ร้านเราหมดเลยนะ พอไปส่งดอกไม้เสร็จแล้วเราไปเดินห้างกันดีไหมครับ?”
“เย้ๆ น้องทิศอยากกินไอติม”
“ครับๆ งั้นเดี๋ยวน้องทิศไปเตรียมกระเป๋าเป้บนห้องนะครับ มี้จะได้ห่อดอกไม้เอาขึ้นรถไปส่งลูกค้า”
“ค้าบมี้”
หลังจากนั้นพันไมล์ก็รีบห่อดอกไม้และนำขึ้นรถจนเสร็จ ก่อนจะจูงมือเข็มทิศที่มารอขึ้นรถและขับออกไป
พอมาถึงพันไมล์ก็จูงมือลูกชายไปทางจุดประชาสัมพันธ์ของโรงแรม
“ขอโทษครับ ผมมาส่งดอกไม้ที่คุณกันยาสั่งไว้ครับ”
“อ้อ สักครู่นะคะ” พนักงานต้อนรับตอบรับพันไมล์และต่อสายไปหากันยา สักพักก็วางสายไป
“เดี๋ยวดิฉันจะไปเรียกพนักงานให้ไปขนดอกไม้ที่มาส่งนะคะ” พนักงานต้อนรับตอบก่อนจะเดินไปตามคนมาช่วย สักพักก็กลับมาพร้อมพนักงานชายสามสี่คน ก่อนจะให้ตามไปที่รถเพื่อขนดอกไม้
“นำทางไปเลยครับ”
“ทางนี้ครับ” ร่างบางของพันไมล์เดินนำไปที่รถของเขา พอถึงพนักงานก็จัดการยกดอกไม้ใส่รถเข็นที่นำมาก่อนจะเดินนำหน้าพันไมล์ไปที่ห้องจัดงาน
พอถึงห้องจัดงานหัวหน้าที่รับผิดชอบก็เดินมาหาร่างบางเพื่อจ่ายค่าดอกไม้
“คุณไมล์จากร้านดอกไม้ใช่ไหมคะ?”
“ใช่ครับ”
“ฉันพลอยค่ะ ถ้าไม่ได้คุณไมล์เราคงแย่แน่ๆเลย ฮ่าๆๆ”
“ครับ เช็คดอกไม้ก่อนไหมครับ เผื่อมีปัญหา”
“อ้อ ได้ค่ะ” พลอยตรวจดูสักพักและก็กลับมาพูดกับพันไมล์ต่อ
“ไม่มีปัญหาค่ะ แล้วดอกไม้พวกนี้ทั้งหมดเท่าไรคะ?”
“ทั้งหมด12000บาทครับ”
“ถูกกว่าที่คิดอีกนะคะ” เธอพูดยิ้มๆ แล้วหันไปสั่งลูกน้องของเธอ
“เกตุ ไปบอกฝ่ายบัญชีว่าขอเบิกเงินค่าดอกไม้หน่อย นี่ใบเสร็จ” เธอยื่นใบเสร็จให้ลูกน้อง แล้วลูกน้องก็รีบจ้ำอ้าวออกไป
“อ้าว...นั้นลูกเหรอคะ” พลอยมองมาที่เข็มทิศที่ถือกระต่ายตัวน้อยขนฟูไว้ในอ้อมแขน
“ใช่ครับ ลูกชายผมเอง ชื่อน้องเข็มทิศ”
“ผู้ชายเหรอคะ ดูแบบนี้นึกว่าเป็นเด็กผู้หญิงซะอีก”
“ฮ่าๆๆ น้องทิศเป็นเด็กหน้าหวานน่ะครับ คนทักแบบนี้หลายคนแล้ว เอ่อ...คือห้องน้ำอยู่ไหนเหรอครับ ผมจะขอเข้าหน่อย”
“ห้องน้ำเหรอคะ เดินออกไปเลี้ยวซ้ายจนสุดทางค่ะ งั้นเดี๋ยวพลอยดูน้องทิศให้นะคะ”
“ขอบคุณครับ รบกวนด้วยนะครับ” แล้วหันไปพูดกับเข็มทิศ
“น้องทิศครับ อยู่กับคุณน้าก่อนนะครับ มี้ขอไปเข้าห้องน้ำก่อน”
“คร้าบ”
“ฝากด้วยนะครับ” พันไมล์หันไปพูดกับพลอยก่อนที่เดินออกไป
“พี่พลอยค่ะ นี่เงินค่าดอกไม้ค่ะ และก็ช่วยไปดูทางนั้นหน่อยค่ะ” พลอยหันไปตามเสียงเรียกและหันกลับมาหาเข็มทิศที่ยืนอยู่
“น้องทิศครับ รอน้าอยู่ตรงนี้แป๊บนึงนะครับ เดี๋ยวน้ามา”
“ค้าบ” เข็มทิศรับคำ แต่ด้วยความซนจามวัยจึงวิ่งเล่นจนชนใครบางคนเข้า
.
พันไมล์ที่กลับจากห้องน้ำ แต่กลับไม่เห็นลูกชายของตน ซึ่งขณะนั้นเองคนที่ตัวเองฝากลูกไว้ก็เดินมาพอดี
“คุณพลอยครับ น้องทิศล่ะครับ?”
“น้องทิศก็อยู่นี่ไง เอ๊ะ!! หายไปไหนแล้วล่ะ?”
“สงสัยจะไปเล่นซนแถวนี้แน่เลย”
“งั้นเดี๋ยวพลอยช่วยหาก็แล้วกันนะคะ น้องทิศคงไม่ไปไกลหรอก คงอยู่ในห้องโถงนี่แหละค่ะ” และทั้งสองก็แยกกันหาเข็มทิศ
. . .
กลับมาหางด้านเพลิงฐานิน พอครบเวลาเขาก็ลงไปตรวจงานอีกครั้ง พอถึงที่จัดงานก็เจอฝ่ายที่รับผิดชอบเลยถามความคืบหน้าทันที
“เป็นไงบ้าง ดอกไม้มาส่งรึยัง?”
“เพิ่งมาถึงเมื่อกี้เองค่ะ ดิฉันให้พนักงานของเราไปขนขึ้นมาแล้วค่ะ”
“อืม” พอได้คำตอบเขาก็เดินไปตรวจทางอื่นแทน
เพลิงฐานินเดินตรวจความเรียบร้อยไปเรื่อยๆจนมาถึงหน้าเวที และก็มีอะไรบางอย่างมาชนเขาเข้าเต็มๆ พอก้มดูก็เจอก้อนเนื้อตัวเล็กที่ล้มอยู่
“นี่มันอันตรายรู้ไหม มาวิ่งเล่นในนี้ได้ยังไง ถ้าทำข้าวของเสียหายจะทำไงหื้ม?” เพลิงฐานินถามออกไป ก่อนที่จะลงไปนั่งยองๆตรงหน้าเด็กน้อยที่เขาคิดว่าเป็นเด็กผู้หญิง ก่อนจะจับให้เจ้าก้อนยืนขึ้น
“ว่าไงล่ะ?”
“อึกๆ” เข็มทิศที่คิดว่าตัวเองจะโดนดุก็ทำท่าจะร้องไห้ เพลิงฐานินที่เห็นว่าทีท่าไม่ดีเลยพูดขึ้น
“เอ้าๆ จะร้องสะงั้นสาวน้อย เฮ้อ...ฉันไม่ได้จะดุสักหน่อย”
“อึกๆ ขอโทษค้าบ” แต่กลับได้คำตอบที่ทำให้เขาอึ้งกลับคำลงท้าย
“อ้าว...เด็กผู้ชายหรอกเหรอ แล้วชื่อไรครับหื้ม?”
“เข็มทิศครับ”
“อ้อ” เพลิงฐานินสังเกตเห็นตุ๊กตาจึงหยิบขึ้นมาแล้วส่งให้เจ้าก้อน
“นี่...ตุ๊กตาตัวนี้ของหนูเหรอ?”
“ค้าบ”
“น่ารักจริงๆเลยนะ แล้วนี่พ่อแม่ไปไหนครับ ถึงได้ปล่อยมาอยู่คนเดียวแบบนี้?” เขาว่าพลางลูบหัวเด็กชายเบาๆอย่างเอ็นดู เหมือนกับว่าอบอุ่นใจขึ้นมาแปลกๆอย่างบอกไม่ถูก
“มี้ไปห้องน้ำ”
“งั้นเดี๋ยวฉันพาไปรอแม่ของหนูที่ทางออกห้องโถงนี้ก็แล้วกันเนอะ”
ร่างสูงก็อุ้มเข็มทิศขึ้นมาแล้วเดินไปยังทางออกห้องโถง แต่แล้วฝ่ายที่รับผิดชอบที่ชื่อพลอยก็มาเห็นเข็มทิศที่ถูกเพลิงฐานินอุ้มอยู่ เลยโล่งอกที่เจอเข็มทิศและรีบเดินไปหาทั้งสอง
“น้องทิศครับ อยู่นี่เอง รู้ไหมว่าคุณแม่เขาเป็นห่วง?”
“โทษค้าบ” เข็มทิศตอบกลับพลอยด้วยน้ำเสียงเศร้าๆ ก่อนที่เธอจะหันไปขอโทษท่านประธานที่ปล่อยให้เด็กเข้ามาเดินวุ่นวาย
“ขออภัยค่ะท่านประธาน ที่ปล่อยให้น้องเดินไปมาในนี้ งั้นดิฉันขอพาน้องไปหาคุณแม่ของเขาก่อนนะคะ”
“อืม” แล้วร่างสูงก็ส่งเด็กชายให้กับพนักงานของตน พร้อมกับบอกลาเจ้าก้อน
“บ๊ายบายนะเจ้าหนู” แล้วร่างสูงก็ลูบหัวอย่างทะนุถนอม
“บ้ะบายค้าบ” เข็มทิศก็โบกมือลาเพลิงฐานิน แล้วเดินตามหัวหน้าฝ่ายจัดงานออกไป
ในขณะที่เข็มทิศเดินจากไป ความรู้สึกหวิวๆที่หัวใจก็เกิดขึ้นมา ร่างสูงคอยมองตามหลังเล็กๆของเจ้าก้อนจนกระทั่งเข็มทิศเจอแม่ของเขา
“มี้ค้าบ...”
เข็มทิศเรียกพันไมล์เสียงดังแล้ววิ่งเข้าไปหา เพลิงฐานินที่ยืนมองอยู่เห็นหน้าแม่ของเจ้าก้อนก็ถึงกับอึ้งในสิ่งที่เห็น เพราะแม่ของเข็มทิศเป็นผู้ชาย และพอมองดีๆแม่ของเข็มทิศดันเหมือนคนรักเก่าซึ่งเขาจำใบหน้านั้นได้ดี ใบหน้าของคนนั้นที่เขาเลิกราไปเมื่อสี่ปีก่อน!!
“ไมล์งั้นเหรอ?!!!”
. . .
คุณอาจจะชอบ





