ติดตาม
ตอน
แชร์
หน้าปกนวนิยาย ทะลุมิติมาปลูกผักพร้อมของวิเศษ

ทะลุมิติมาปลูกผักพร้อมของวิเศษ

จากชีวิตที่แสนสุขสบาย หญิงสาวกลับต้องเผชิญโชคชะตาเล่นตลกเมื่อประสบอุบัติเหตุจนหลุดมาอยู่ในยุคโบราณ ทว่าสถานการณ์กลับเลวร้ายยิ่งกว่าเดิม เมื่อเธอต้องมาอยู่ในร่างของเด็กหญิงตัวน้อยท่ามกลางครอบครัวที่ยากลำบาก ทั้งมารดาที่ล้มป่วยและบิดาที่พิการไร้ความสามารถในการทำงาน มีเพียงเธอคนเดียวเท่านั้นที่เป็นที่พึ่งสุดท้ายในการออกไปหาอาหารเพื่อประทังชีวิตทุกคนให้รอดพ้นจากความอดอยากในโลกใบใหม่ที่เต็มไปด้วยความท้าทายนี้
ตอน
แชร์

ตอน 2

ดวงตาของหญิงสาวที่เคยมีประกายอยู่บ้าง บัดนี้ว่างเปล่าดุจภาพสะท้อนของก้นมหาสมุทร ทั้งลึก มืด และหนาวเหน็บ

"ฉันกลับไปไม่ได้แล้วใช่ไหมคะ" เธอถามเสียงสะอื้น

ความจริงรู้อยู่แก่ใจ ชัดเจนอยู่ตรงนี้ตลอดมาตั้งแต่เธอรู้สึกตัว รอบกายนี้มีแต่ความว่างเปล่าที่ไม่อาจสัมผัส ใต้เท้าที่เหยียบอยู่ก็ไม่มีพื้น เห็นแต่ดวงดาวนับสิบเคลื่อนโคจรไปตามวัฏจักรที่ควรเป็น ดวงตาของนางเป็นของผู้มีคำตอบให้ตัวเอง บุรุษตรงหน้าจึงไม่ได้ตอบคำถามนั้น

ต้าเหนิงเงยหน้ามองคู่สนทนาเพียงหนึ่งเดียวช้าๆ รอบตัวของคนคนนี้ให้ความรู้สึกประหลาด มีทั้งความพิศวงและน่าเลื่อมใสปนๆ กัน รวมถึงรัศมีที่แผ่ออกมาทำให้เธอไม่กล้ามองหน้าเขาตรงๆ ได้นาน

"ถ้าดื่มมัน ฉันจะไปที่ไหน" น้ำแกงในถ้วยยังอุ่น สองมือประคองไว้ด้วยใจลังเล

"ก่อนจะไป ข้าจะให้บางอย่างอย่างกับเจ้า ถือเป็นของปลอบใจที่พามาโดยไม่ทันตั้งตัวก็แล้วกัน"

นี่ถือเป็นการเลี่ยงการตอบคำถามอย่างเนียนๆ หรือจริงๆ เขาเองก็ไม่รู้กันแน่ ต้าเหนิงคร้านจะเดาใจ เพราะทำไปก็เท่านั้น เธอรับเรื่องน่าเหลือเชื่อมากไปกว่านี้ยังไม่ไหวแล้ว

"สิ่งที่เจ้าจะได้ติดตัวไปมีเพียงสิทธิ์ในการขอพรได้ห้าครั้ง และถุงเฉียนคุนหนึ่งใบ จงเลือกใช้ให้ดี" พูดจบผู้ที่ดูเหมือนเป็นเทพเซียนคนนั้นก็เริ่มหายไปจากสายตาของเธอ

ชายชุดกลายเป็นผีเสื้อตัวเล็กๆ บินออกมาเหมือนฝุ่นธุลีต้องลม

"เดี๋ยวสิ เดี๋ยวก่อน!" เธอยังมีเรื่องอยากถามอีกหลายอย่าง แต่ก็ไม่มีสิ่งใดตอบรับมา พริบตาเดียวเบื้องหน้าก็ว่างเปล่า เหลือต้าเหนิงเพียงลำพังที่ยืนอยู่ตรงนี้กับน้ำแงอุ่นๆ หนึ่งถ้วย

ทางเลือกของเธอไม่มีมาตั้งแต่แรกแล้ว ในสถานการณ์แบบนี้มีแต่ต้องดื่มมันเท่านั้น หญิงสาวหลับตาปี๋กลั้นจำดื่มไปรวดเดียว ถ้วยกระเบื้องร่วงหลุดจากมือ แล้วสติสัมปชัญญะของเธอก็หลุดลอยไปพร้อมกัน

และแล้วเธอก็ลืมตาตื่นอีกครั้งในร่างเด็กน้อยผอมแห้งที่นอนอยู่ก้นแม่น้ำ ตะเกียกตะกายแทบตายเพื่อไม่ให้ชีวิตที่สองจบลงในพริบตาแรก มองลงไปที่เอวก็พบถุงเฉียนคุนห้อยอยู่จริงๆ

"ไร้สาระน่า มันจะเป็นไปได้อย่างไรเล่า"

นางโยนถุงผ้าปักลายทิ้งไป ลุกขึ้นแล้วเดินกลับพลางจัดระเบียบความทรงจำที่สะเปะสะปะให้เข้าที่ เดินมาได้ไม่กี่เก้าเด็กหญิงวัยเจ็ดขวบก็หยุดชะงักแล้วหมุนตัวกลับไปเอาของที่ตัวเองพึ่งโยนทิ้งกลับคืนมา

ท่ามกลางความมืดที่เพียงแสงจันทร์ส่องทาง เด็กหญิงนามเป่าเป้ยเดินคลำทางกลับบ้านด้วยสัญชาตญาณ ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้นในอนาคตนางก็ต้องยอมรับว่าตอนนี้ตนคือเด็กหญิงวัยเจ็ดขวบที่ชื่อเป่าเป้ย ไม่ใช่ต้าเหนิงอีกแล้ว เด็กหญิงตัวเท่านี้ต้องออกมาจับปลาจากแม่น้ำกลับไปทุกวัน แต่วันนี้โชคร้ายพลัดตกน้ำและจมลงไป ทำให้นางไม่อาจหวนกลับมาได้อีก

ในเวลาที่นางโผล่พ้นน้ำขึ้นมาดวงตะวันพึ่งลับฟ้าไปไม่นานจึงพอมีแสงสีเรืองๆ อยู่ทางตะวันตก ทว่าหลังจากนางเดินมาได้ไม่นานนักรอบข้างก็มืดสนิทและเหลือแต่เพียงแสงจันทร์ส่องทางจริงๆ

อากาศยามค่ำวันนี้หนาวเหน็บ บวกกับเสื้อผ้าที่เปียกน้ำจนชุ่มทำให้เด็กหญิงหนาวสั่นเหมือนจะจับไข้ได้เร็วๆ นี้ นางสาวเท้าก้าวให้เร็วขึ้นเพื่อกลับไปยังกระท่อมเล็กบนเนินเขา บ้านหลังเล็กมีแสงตะเกียงลอดออกมาริบหรี่ นางผลักประตูไม้เก่าๆ เข้าไป เสียงเอี๊ยดอ๊าดบ่งบอกถึงความผืดเคืองของวัสดุที่ใช้เชื่อมมัน เพียงก้าวเข้ามาดวงตาก็เหลือบไปเห็นเด็กเล็กรูปร่างอ้วนท้วนคลานมาหา นางรูปอุ้มเด็กน้อยขึ้นมาแนบอกเพราะกลัวว่าผิวอ่อนๆ นั่นถลอกเอา

พอสัมผัสกับความชื้นที่ไม่สบายตัวเด็กชายในอ้อมกอดก็ดิ้นขลุกขลักพร้อมกับร้องโยเยขึ้นมา เป่าเป้ยอุ้มเขาให้ออกห่างไปกว่าเดิมเล็กน้อยจนน้องชายหยุดงอแง พอสบายผิวขึ้นมาก็เริ่มเรียกร้องเป็นอย่างอื่น

"หม่ำๆ"

ปากเล็กๆ นั่นส่งเสียงอ้อแอ้ออกมา มือขยุ้มเสื้อของนางไว้แน่น ดวงตากลมโตจ้องมาเหมือนคาดหวังอะไรบางอย่าง เด็กหญิงครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งจึงเข้าใจว่าเจ้าตัวเล็กคงหิวแล้ว

ต้าเหนิงในร่างเด็กหญิงเจ็ดขวบยังไม่เข้าไปในส่วนที่เป็นห้องพักแต่เข้าไปในครัวก่อน นางก่อไฟในเตาให้ความสว่างแล้วจุดตะเกียงเพิ่มหลังจากวางน้องไว้บนตั่งไม้เก่าๆ ด้านหลัง แม้เรื่องฟืนไฟควรมีผู้ใหญ่ดูแล แต่สถานการณ์ในครอบครัวไม่เอื้อให้เป่าเป้ยได้เติบโตสมวัยมากนัก

เมื่อพอมองเห็นโดยรอบแล้วก็หาอะไรที่พอจะเป็นอาหารได้ นางพบแผ่นแป้งบางๆ กองหนึ่งที่สภาพไม่น่ากิน เผลอๆ กินหมดทั้งห้าหกแผ่นที่วางอยู่ก็คงไม่ช่วยให้อิ่มท้องแม้แต่คนเดียว เด็กหญิงถอนหายใจออกมาด้วยความเหนื่อยใจ เป่าเป้ยยังไม่ละความพยายาม นางยังหาของที่พอกินได้ในห้องครัวต่อไปกระทั่งพบหม้อใบหนึ่ง เปิดฝาออกดูก็เห็นมีเมล็ดข้าอยู่ข้างในไม่กี่หยิบมือ

นี่มันเรียกว่าสถานการณ์วิกฤตสุดๆ ได้หรือยัง ครอบครัวนี้น่าสงสารเกินไปแล้ว! ไม่สิ มันน่าจะรู้ว่าวิกฤตตั้งแต่ให้เด็กเจ็ดขวบไปหาปลาแล้วต่างหาก!

เป่าเป้ยตัดสินใจนำข้าวหนึ่งหยิบมือนั้นไปตั้งไฟต้มจนนิ่ม ระหว่างรอมันเดือดนางก็อุ้มน้องวัยสิบเดือนเศษไปที่ห้องนอนด้านใน นักพฤษศาสตร์ในคราบเด็กเจ็ดขวบอุ้มน้องเข้าห้องเพื่อมาผลัดเสื้อ ทั้งของตัวเองและของน้องชายที่เปียกไปหย่อมหนึ่งด้วย

เพราะมีเสียงรบกวนเกิดขึ้น คนที่กำลังพักผ่อนอยู่จึงรู้สึกตัวขึ้นมา เสียงไอแหบๆ ดังขึ้นทำลายความเงียบ

"เป่าเป้ย นั่นลูกหรือ" เสียงแหบแห้งนั้นเอ่ยถาม เป่าเป้ยจึงได้เพ่งมองไปยังมุมห้อง บนนั้นมีสตรีร่างกาบซูบผอมผู้หนึ่งนอนอยู่ แค่จะยันตัวเองขึ้นมายังไม่มีแรง เสียงขอนางเหมือนมีคนเอาทรายกรอกคอ ฟังแล้วระคายแทนยิ่งนั่ง

"เจ้าได้ปลามาหรือเปล่า" เมื่อบุตรสาวไม่ตอบ นางจึงถามต่อ

คุณอาจจะชอบ

หน้าปกนวนิยาย บุตรเช่นข้า หาได้ต้องการบิดาเช่นท่าน
9.4
หลินตงหยาง โปรแกรมเมอร์ผู้จบชีวิตลงเพราะตรากตรำทำงานหนัก กลับตื่นขึ้นมาในร่างเด็กชายวัย 10 ขวบที่มีชื่อเดียวกันในโลกย้อนยุค เขาพบว่าเจ้าของร่างเดิมเสียชีวิตจากการถูกย่าแท้ๆ ทำร้ายเพื่อแย่งชิงอาหาร ทั้งที่ครอบครัวฝ่ายพ่อเคยทอดทิ้งพวกเขาไปอย่างไม่ใยดีเพื่อแสวงหาความร่ำรวยในเมืองหลวง ทิ้งให้แม่และลูกๆ ต้องเผชิญความลำบากเพียงลำพัง เมื่อได้รับโอกาสมีชีวิตใหม่พร้อมความทรงจำเดิม เขาจึงกำหมัดแน่นด้วยความแค้นและสาบานว่าจะปกป้องแม่กับน้องสาวจากคนสารเลวเหล่านั้นให้จงได้
หน้าปกนวนิยาย ย้อนเวลามายุค80พร้อมระบบทำฟาร์มแสนห่วย เล่ม 1
9.8
อลิส เจนี่ ร็อกส์ ได้มาเกิดใหม่ในร่างของหลิวตาน เด็กสาวสู้ชีวิตยุค 80 ท่ามกลางครอบครัวปู่ย่าที่กดขี่บ้านรองราวกับข้ารับใช้ เมื่อได้รับโอกาสใหม่เธอจึงมุ่งมั่นพาแม่และพี่น้องก้าวสู่ความมั่งคั่งด้วยพลังธาตุเร่งโตและระบบทำฟาร์มสุดประหลาดที่มักมอบรางวัลชวนกุมขมับอย่างเมล็ดผักกาดหลังทำงานหนัก แม้ระบบจะดูพึ่งพาไม่ค่อยได้และเต็มไปด้วยความห่วยแตก แต่หลิวตานก็ไม่ย่อท้อที่จะใช้ทุกวิถีทางเพื่อเปลี่ยนโชคชะตาและสร้างความร่ำรวยให้ครอบครัวที่เธอรักให้สำเร็จ
หน้าปกนวนิยาย เล่ห์รักในรอยทราย
9.1
มินทราภาต้องเผชิญกับจุดเปลี่ยนครั้งใหญ่เมื่อถูกชายปริศนาบุกรุกเข้าหาถึงในห้องพักโรงแรม แม้เธอจะพยายามป้องกันตัวแต่กลับพบว่าเขาคือแขกคนสำคัญ ความเข้าใจผิดนำไปสู่ความสัมพันธ์อันซับซ้อน เมื่อจอมโอหังอย่างเจ้าชายคริสตินเริ่มมีใจให้สาวงามที่เขาเคยสบประมาท เขาจึงวางแผนพาเธอไปยังดินแดนของตนเพื่อพิสูจน์รักแท้ ทว่ามินทราภากลับถูกลักพาตัวไปหมายเอาชีวิตท่ามกลางทะเลทรายอันกว้างใหญ่ ทั้งคู่ต้องร่วมกันฟันฝ่าอันตรายเพื่อรักษาชีวิตและความรักที่เพิ่งก่อตัวขึ้น
หน้าปกนวนิยาย อุบายรักแม่ทัพหน้านิ่ง
8.9
เมื่อองค์หญิงผู้สูงศักดิ์ตกหลุมรักแม่ทัพหนุ่มผู้เย็นชา นางจึงตัดสินใจละทิ้งฐานันดรและปลอมตัวเป็นทหารเพื่อแฝงตัวเข้าไปอยู่ในกองทัพ หวังเพียงจะได้ใกล้ชิดชายในดวงใจ ทว่าแผนการครั้งนี้กลับเผชิญอุปสรรคใหญ่หลวง เมื่อแม่ทัพหนุ่มปักใจเชื่อสนิทว่านางคือบุรุษเพศที่เป็นผู้ใต้บังคับบัญชา ท่ามกลางสมรภูมิและการผจญภัยที่เต็มไปด้วยอันตราย นางจะสามารถเปิดเผยตัวตนและคว้าหัวใจของเขามาครองได้อย่างไรในสถานการณ์ที่ผิดฝาผิดตัวเช่นนี้
หน้าปกนวนิยาย ระบบห้ามฆ่าตัวตายบังคับให้เป็นอาจารย์ของตัวร้าย
9.5
หลังสูญเสียน้องสาวเพียงคนเดียว ฟางเซียนพยายามจบชีวิตตัวเองหลายสิบครั้งทว่าล้มเหลวทุกครา จนกระทั่งระบบห้ามฆ่าตัวตายปรากฏตัวขึ้นพร้อมบังคับผูกมัดวิญญาณเธอไว้ โดยสั่งห้ามตายจนกว่าจะครบหนึ่งหมื่นปีเนื่องจากสวรรค์เต็ม เธอถูกส่งไปยังโลกยุทธภพเพื่อทำภารกิจขัดเกลาตัวร้ายสูงสุดในฐานะอาจารย์ แม้จะถูกล่อลวงด้วยเงินทองหรือพลังอมตะเพื่อให้เป็นจอมมาร เธอกลับโหยหาเพียงความตายและพยายามทุกวิถีทางเพื่อหนีจากระบบเฮงซวยที่คอยขัดขวางการจากไปของเธอในโลกใบใหม่นี้
หน้าปกนวนิยาย สามี ข้าจะเลี้ยงดูท่านเอง
8.2
หวังฉีหลิน ผู้เชี่ยวชาญการเกษตรวัย 25 ปี จบชีวิตลงพร้อมความฝันที่ยังไม่เป็นจริง แต่เธอกลับตื่นขึ้นในร่างหญิงชาวนาชื่อเดียวกันที่มีภาระหนักอึ้ง ทั้งสามีป่วยติดเตียงและลูกแฝดวัยซน ครอบครัวของเธอถูกบ้านหลักกดขี่และขับไสส่งหลังสามีบาดเจ็บ อีกทั้งร่างเดิมยังตายเพราะถูกทำร้ายขณะแย่งชิงโสมล้ำค่า ด้วยความรู้ด้านสมุนไพรและหินสีรุ้งลึกลับ เธอจึงต้องลุกขึ้นสู้เพื่อปกป้องครอบครัวใหม่และสร้างชีวิตที่เคยฝันไว้ในโลกใบนี้ให้สำเร็จ