ติดตาม
ตอน
แชร์
หน้าปกนวนิยาย ฟ้าหลงตะวัน

ฟ้าหลงตะวัน

เมื่อพัทธนันท์และต้นน้ำกลับมาพบกันอีกครั้งในฐานะรักครั้งแรก ความทรงจำเก่าก่อนจึงถูกรื้อฟื้นกลายเป็นความโหยหาที่แสนหวานและเร่าร้อน ต้นน้ำไม่อาจหักห้ามใจจากเสน่ห์ที่ตราตรึง เขาจึงรุกรานเธอด้วยจูบที่ลึกซึ้งและสัมผัสที่ทำให้หัวใจสั่นไหว แม้พัทธนันท์จะขัดเขินแต่เธอก็เรียนรู้ที่จะตอบรับอารมณ์ที่พุ่งพล่านนั้น สายตาคมที่จ้องมองมาทำให้เธอหลบเลี่ยงไม่ได้ ก่อให้เกิดความสัมพันธ์ครั้งใหม่ที่เต็มไปด้วยความรัญจวนใจและรสชาติแห่งความรักที่หอมละมุนเกินกว่าจะต้านทานไหว
ตอน
แชร์

ตอน 1

หญิงสาวในชุดทะมัดทะแมง มัดผมยาวเป็นหางม้าไว้ด้านหลัง ทำให้ใบหน้าสวยเด่นชัดยิ่งขึ้น ริมฝีปากอิ่มทา             ลิปกลอสสีอ่อนระเรื่อ ใบหน้าแม้จะไม่แต่งแต้มอะไรมากก็สวยงามแบบธรรมชาติเพราะเป็นคนที่ผิวขาวอมชมพูอยู่แล้ว ถ้านับปีนี้เธอก็อายุย่างเข้ายี่สิบสามปีพอดี เธอใช้มือบางเปิดประตูห้องน้องชายที่อายุห่างจากเธอสามปี พอเห็นน้องชายเธอก็ต้องส่ายหน้า เพราะน้องชายคนเดียวของเธอยังนอนคุดคู้อยู่ใต้ผ้าห่มผืนหนา พัทธนันท์มองน้องชายที่ใบหน้าออกจะคล้ายๆ เธอ แต่ผิวคล้ำกว่าเพราะชอบว่ายน้ำเป็นชีวิตจิตใจ 

“คลื่น...คลื่น...ตื่นสายมากแล้วนะ เดี๋ยวก็ไปทำงานพิเศษไม่ทันหรอก” พัทธนันท์ปลุกน้องชายขี้เซาที่วันนี้เขาต้องไปทำงานพิเศษเป็นเจ้าหน้าที่ lifeguard ของโรงแรมวันแรก แต่ดูท่าทางว่าการทำงานวันแรกของน้องชายเธอ เขาจะไปสายแล้วล่ะมั้งเนี่ย ซึ่งเธอเองก็ต้องออกไปดูแลร้านกาแฟที่เธอรักด้วยเช่นกัน พัทธนันท์เขย่าตัวน้องชายไปมาแล้วก็ดึงผ้าห่มผืนอุ่นออกจากตัวน้องชายด้วย

“อืม...พี่ฟ้าขอเวลาอีกห้านาทีนะฮะ” อนวัฒน์บิดตัวไปมาแล้วเอ่ยต่อรอง พร้อมทั้งใช้แขนยาวๆ ควานหาผ้าห่ม เมื่อไม่พบก็นอนขดตัวอยู่แบบนั้น เพราะกว่าเขาจะได้เข้านอนก็ปาเข้าไปเกือบตีสอง 

“ไม่ได้...วันนี้เราต้องไปทำงานพิเศษเป็นวันแรกนะ ปิดเทอมทั้งทีหัดทำอะไรให้มันดีๆ หน่อยได้มั้ย อีกอย่างไปเช้าๆ จะได้แวะไปส่งพี่ที่ร้านด้วย ตื่นเดี๋ยวนี้นะคลื่น!” พัทธนันท์ดึงตัวอนวัฒน์ให้ลุกจากที่นอน แต่กว่าจะดึงตัวอนวัฒน์ให้ลุกได้พี่สาวอย่างเธอก็ต้องปาดเหงื่อเพราะเจ้าน้องชายของเธอตัวหนักยังกะอะไร ความสูงก็มากกว่าเธอด้วยซ้ำ 

“คร๊าบบ แม่คร๊าบบ ตื่นแล้วครับ อาเจ๊ใจร้ายขอนอนอีกหน่อยก็ไม่ได้” อนวัฒน์แซวพี่สาวตัวเอง เพราะรู้ดีว่าพัทธนันท์ไม่มีทางโกรธเขาที่เรียกพี่ว่าแม่บ้าง อาเจ๊บ้าง อนวัฒน์กับพี่สาวนั้นอยู่ด้วยกันตั้งแต่พ่อเสียชีวิตไป ส่วนแม่เขาก็หายไปตั้งแต่พ่อเสียชีวิตและไม่เคยติดต่อกลับมาเลย เขาจึงรักพี่เหมือนกับแม่คนหนึ่ง เพราะพัทธนันท์ดูแลเขาทุกอย่างที่พี่สาวคนหนึ่งควรจะทำ แถมทำมากกว่าที่เขาต้องการด้วย 

“คลื่น อาบน้ำเร็วๆ ล่ะ จะได้ลงมาทานข้าวเช้าก่อนออกไปทำงาน” พัทธนันท์บอกอนวัฒน์ ขณะที่เดินออกจากห้องก่อนจะลงมายังครัวที่อยู่ชั้นล่างของตัวบ้านเพื่อเตรียมอาหารเช้า 

“ครับ คร๊าบบ” อนวัฒน์รับปากเสียงดังออกมาจกห้องน้ำ เจ้าตัวใช้เวลาไม่ถึงสิบห้านาทีก็อาบน้ำแต่งตัวเสร็จเรียบร้อย ลงมาจากชั้นบนของบ้านก็ทำจมูกฟุตฟิตดมกลิ่นอาหารเช้าที่พี่สาวทำให้ พัทธนันท์มองใบหน้าน้องชายยิ้มๆ เธอตักข้าวต้มให้อนวัฒน์ถ้วยโต หลังจากทานอาหารเช้าเสร็จ อนวัฒน์ขับรถไปส่งพัทธนันท์ที่ร้านกาแฟก่อนที่จะตรงไปโรงแรม 

พัทธนันท์มาถึงร้านกาแฟ ที่เธอสร้างขึ้นมาด้วยน้ำพักน้ำแรงของเธอเอง ร้านกาแฟของเธอเป็นแบบน่ารัก มีมุมให้นั่งทานกาแฟทั้งในตัวร้านและด้านนอกที่มีวิวของทะเลแสนสวยเป็นฉากหลังให้มอง มีอาหารแสนอร่อยที่เจ้าของร้านอย่างเธอจะโชว์ฝีมือให้ลูกค้าทานบ้างเป็นครั้งคราว เรียกได้ว่าเป็นเมนูพิเศษที่เจ้าของร้านภูมิใจเสนอ มีทั้งไอศกรีมและขนมหน้าตาน่าทานที่เธอสั่งมาจากร้านประจำ ซึ่งก็ไม่ใช่ใครที่ไหนคือร้านของขวัญข้าว เพื่อนตั้งแต่สมัยเรียนของเธอนั่นเอง และกว่าที่ พัทธนันท์จะได้ร้านนี้มาเธอก็ทุ่มทุนสร้าง ทุกสิ่งทุกอย่างในร้านเป็นความคิดของเธอบวกกับผู้เป็นลุง ซึ่งสิ่งที่ได้มามันก็ทำให้เธอมีความสุขมาก และวันนี้ก็เป็นอีกหนึ่งวันที่เธอจะทำงานอย่างมีความสุข 

ทางด้านอนวัฒน์เมื่อส่งพี่สาวก็แวะมารับต้นน้ำเพื่อนสนิทตั้งแต่ ม.2 ที่บ้านพักซึ่งเป็นแบบโฮมสเตย์ อนวัฒน์กับต้นน้ำนั้นติดต่อกันมาตลอด ถึงแม้ต้นน้ำจะย้ายโรงเรียนมาตอน ม.3 พอเข้ามหาวิทยาลัยทั้งสองคนก็สอบได้ที่เดียวกัน ทำให้สนิทกันมากขึ้น และงานพิเศษครั้งนี้ต้นน้ำเองก็เป็นคนคิดว่าเขาอยากทำเอง ซึ่งอนวัฒน์ก็ไม่ขัดข้อง เพราะอย่างน้อยตอนปิดเทอมเขาก็กลับมาที่บ้านอยู่แล้ว แต่ไม่เคยทำงานนอกเหนือจากคอยช่วยพี่สาวที่ร้านกาแฟเท่านั้น แต่ก็อดแปลกใจไม่ได้ว่าทำไมเพื่อนของเขาจึงเจาะจงมาทำงานพิเศษที่นี่ แทนที่จะทำงานที่บ้านของตัวเอง เพราะครอบครัวของต้นน้ำเองก็มีบริษัทที่ใหญ่โตในกรุงเทพฯ 

หลังจากทั้งสองคนได้ฟังขั้นตอนการทำงานคร่าวๆ จากผู้จัดการว่าหน้าที่ lifeguard ต้องทำอะไรบ้าง ผู้จัดการก็พา  ต้นน้ำกับอนวัฒน์ไปแนะนำตัวกับ ศักดิ์ หัวหน้าฝ่ายรักษาความปลอดภัย เพื่อให้ช่วยสอนงานต่อ 

“พี่ศักดิ์ ทำงานที่นี่นานหรือยังครับ แล้ว lifeguard ที่ทำประจำที่นี่ไปไหนเหรอครับ ถึงได้รับพวกผมสองคนเข้ามา”    ต้นน้ำเอ่ยถามขึ้น 

“พี่ทำงานที่นี่มาได้ห้าหกปีแล้วล่ะ lifeguard ที่นี่จะมีสี่คน ช่วงเวลาปรกติก็มีนักท่องเที่ยวไม่มากหรอกนะ แต่ตอนนี้มันเป็นช่วงปิดเทอมยาว ทำให้คนที่มาเที่ยวที่นี่เพิ่มขึ้น ทางเจ้าของโรงแรมจึงต้องการ lifeguard เพื่อมาช่วยดูแลความปลอดภัยของลูกค้าเพิ่มขึ้นน่ะ เพราะที่นี่ค่อนข้างเป็นที่นิยม มีนักท่องเที่ยวทั้งคนไทยและต่างชาติเลยล่ะ ว่าแต่นายสองคน คงทำไหวนะ” ศักดิ์เล่าข้อมูลส่วนตัวคร่าวๆ ให้ต้นน้ำกับ อนวัฒน์ฟัง แต่ก็อดเป็นห่วงไม่ได้ว่าทั้งสองคนจะทำงานนี้ไหวหรือเปล่า 

“ครับ” ทั้งต้นน้ำและอนวัฒน์ตอบรับพร้อมกัน

“งั้นเดี๋ยวพี่จะพาไปดูที่ทำงานของนายสองคนแล้วกัน” ขณะที่เดินไปศักดิ์ก็อธิบายแผนผังของโรงแรมให้ต้นน้ำและอนวัฒน์ฟัง เนื่องจากจะเป็นข้อมูลสำหรับแนะนำให้นักท่องเที่ยวและลูกค้าที่มาพักได้ ทั้งสองคนจึงตั้งใจฟังอย่างดี เมื่อถึงบริเวณหน้าหาดสีขาวซึ่งทอดยาวไปหลายกิโลเมตร ศักดิ์จึงแบ่งหน้าที่ให้ต้นน้ำและอนวัฒน์ดูแลกันคนละจุด 

“ต้น พี่จะให้เราดูแลบริเวณปีกซ้ายของชายหาดนะ” ศักดิ์ชี้มือไปทางชายหาดด้านซ้ายของโรงแรม 

“ครับพี่ศักดิ์” ต้นน้ำตอบรับ

“ส่วนคลื่นดูถัดไปจากต้นร้อยห้าสิบเมตรแล้วกัน”  

“ครับ” อนวัฒน์ก็ตอบรับเสียงหนักแน่นเช่นกัน 

 “ระยะห่างของทั้งสองจุด คือร้อยห้าสิบเมตรนะ พี่ยังไม่อยากให้เราดูแลในระยะที่มากกว่านี้เดี๋ยวจะดูแลไม่ทั่วถึงเข้าใจกันนะ และในเวลาทำงานต้องตั้งใจให้มาก เพราะชีวิตของคนอีกหลายคนฝากไว้ที่ต้นกับคลื่น ดังนั้นดูแลจุดที่ตัวเองรับผิดชอบให้ดี ส่วนเวลาพักคือเที่ยงถึงบ่ายโมง ช่วงที่พักจะมีเจ้าหน้าที่คนอื่นมาเปลี่ยนเวรดูแลอยู่แล้ว ไม่ต้องเป็นห่วง” เมื่อศักดิ์อธิบายภาระงานให้ต้นน้ำและอนวัฒน์เข้าใจแล้ว เขาก็ขอตัวไปทำงานต่อ

“ต้น...ตอนเที่ยงไปทานข้าวที่ร้านพี่ข้านะ แล้วเจอกัน” อนวัฒน์ตะโกนบอกต้นน้ำ ก่อนแยกย้ายไปทำงานประจำจุดที่ตนได้รับมอบหมาย วันนี้เขาต้องทำหน้าที่ lifeguard ให้ดีที่สุด เพราะเหมือนกับที่พี่ศักดิ์บอกไว้ ชีวิตคนอีกมากที่ฝากไว้กับ lifeguard อย่างเขา

คุณอาจจะชอบ

หน้าปกนวนิยาย โหยหิวรัก
8.0
จากคำสัญญาในวัยเยาว์ระหว่างคเชนทร์และแก้วกัลยาที่เริ่มต้นด้วยความไร้เดียงสาในฐานะคู่หมั้น กลับกลายเป็นความปรารถนาอันรุ่มร้อนเมื่อทั้งคู่เติบโตขึ้น ในค่ำคืนที่พายุฝนโหมกระหน่ำ แก้วกัลยาผู้อ่อนไหวตั้งคำถามถึงความสัมพันธ์ที่ห่างเหินในอดีต ขณะที่พี่หมอหนุ่มเจ้าของแววตาอ่อนโยนไม่อาจต้านทานความต้องการที่มีต่อเธอได้อีกต่อไป ท่ามกลางสัมผัสอันวาบหวามและการปลดเปลื้องพันธนาการทางร่างกาย เธอต้องเลือกว่าจะยอมรับไฟรักที่แสนเร่าร้อนจากคู่หมั้นที่เธอเคยเมินเฉยคนนี้หรือไม่
หน้าปกนวนิยาย ล่าหัวใจมาเฟีย
9.6
วินซ์ เอเมอร์ตัน มาเฟียผู้ทรงอิทธิพลจากรัสเซียจมอยู่กับความแค้นหลังสูญเสียน้องชาย เขาจึงวางแผนทำลายศัตรูจนหมดตัวและบีบให้ ขวัญชีวา ซีร์ยานอฟ ต้องกลายเป็นสิ่งของขัดดอกเพื่อชดใช้หนี้ วินซ์มองว่าเธอเป็นเพียงเครื่องบำบัดความใคร่ที่ไร้ค่าและพร้อมจะเขี่ยทิ้งทุกเมื่อ แม้ขวัญชีวาจะเกลียดชังความร้ายกาจของเขา แต่เธอกลับพ่ายแพ้ต่อเสน่ห์จนยอมมอบกายถวายชีวิต ทว่าความเย็นชาของเขากลับเหยียบย่ำศักดิ์ศรีและพรหมจารีของเธอจนแหลกสลาย ทำให้เธอตระหนักว่าหัวใจของมาเฟียผู้นี้คือสิ่งต้องห้ามที่เธอไม่มีวันเอื้อมถึง
หน้าปกนวนิยาย ชาติภพนี้ขอไม่เป็นเมียจำยอม
7.9
หลังปลิดชีพตนเองเพื่อหนีจากความทุกข์ทรมาน หญิงสาวกลับตื่นขึ้นมาในห้องนอนเดิมอีกครั้งพร้อมความทรงจำจากชาติก่อน เธอได้พบกับศรัณย์พร สามีผู้เย็นชาในวัยยี่สิบเจ็ดปีอีกครั้ง สายตาที่เขามองมามีเพียงความเกลียดชังเพราะถูกบังคับให้แต่งงานกับคนที่ไม่ได้รัก แม้เขาจะหล่อเหลาและเปี่ยมไปด้วยความทะเยอทะยาน แต่คำพูดร้ายกาจกลับกรีดแทงใจเธอไม่ต่างจากเดิม ในชาตินี้เธอจึงตัดสินใจว่าจะไม่ยอมจมปลักอยู่กับความเจ็บปวดและสถานะภรรยาที่เขาไม่ต้องการอีกต่อไป
หน้าปกนวนิยาย THE ILLUSION OF LOVE มารยายั่วรัก
8.4
ชายหนุ่มผู้ปิดตายหัวใจหลังสูญเสียคนรักไปอย่างกะทันหันก่อนวันวิวาห์ กลับต้องมาเผชิญบททดสอบความรู้สึกเมื่อคุณย่าของเขาพยายามวางแผนจับคู่ให้ โดยส่งหญิงสาวพราวเสน่ห์เข้ามาปั่นป่วนหัวใจที่เคยด้านชา ทว่าเรื่องราวกลับซับซ้อนขึ้นไปอีก เมื่อมีผู้หญิงอีกคนที่มีหน้าตาเหมือนอดีตคนรักที่ล่วงลับปรากฏตัวขึ้นตรงหน้า เขาจึงต้องตัดสินใจเลือกอย่างยากลำบากระหว่างการก้าวไปสู่รักครั้งใหม่ที่กำลังก่อตัว หรือจะหวนกลับไปยึดติดกับเงาในอดีตที่โหยหามานาน
หน้าปกนวนิยาย วุ่นรักเพื่อนไม่สนิท
8.1
ธามปลดปล่อยอารมณ์ดิบเถื่อนใส่หญิงสาวใต้ร่างอย่างบ้าคลั่ง เขากระแทกกระทั้นแรงกายเข้าหาพร้อมบีบเค้นเอวบางไว้แน่นจนเกิดเสียงเนื้อกระทบกันดังก้องไปทั่วห้อง ท่ามกลางความเร่าร้อนที่ดำเนินไปตามแรงตัณหา เขากลับจินตนาการว่าร่างที่กำลังสั่นสะท้านและส่งเสียงครางระงมอยู่นั้นคือรินรดา ชายหนุ่มพร่ำเพ้อชื่อเธอออกมาด้วยความเสียวซ่านก่อนที่ร่างกายจะกระตุกเกร็งและปลดปล่อยความต้องการทั้งหมดออกมาในที่สุด
หน้าปกนวนิยาย ในวันแต่งงาน ฉันยิ้มมองนักเรียนที่ได้รับทุนสวมชุดแต่งงาน
7.8
อาถรรพ์รักเจ็ดปีพังทลายลงเมื่อเสิ่นยวี้แอบปันใจให้นักเรียนทุนที่เขาเคยอุปถัมภ์ แม้เขาจะเลือกกลับมาหมั้นกับเจียงเหยาตามเดิม แต่ในวันสำคัญกลับมีข่าวลือว่าเด็กสาวคนนั้นตกน้ำ เสิ่นยวี้ตกใจจนเสียสติและพยายามจะทิ้งงานไปหาเธอ แม้เจียงเหยาจะยื่นคำขาดว่าหากเขาเดินออกไปความสัมพันธ์จะจบสิ้นลงทันที แต่เขากลับทิ้งคำพูดที่บดขยี้หัวใจว่าการเสียคนรักไปก็เหมือนตาย พร้อมสะบัดมือเธอทิ้งอย่างไม่ใยดี ท่ามกลางชุดแต่งงานที่ไร้ความหมาย เธอจึงตัดสินใจที่จะไม่รอเขาอีกต่อไป