ติดตาม
ตอน
แชร์
หน้าปกนวนิยาย คลั่งรักยัยแว่นข้างห้อง

คลั่งรักยัยแว่นข้างห้อง

อิทธิพล สถาปนิกหนุ่มเจ้าเสน่ห์ผู้มีนิสัยขี้เล่นและสายเปย์ เริ่มต้นความสัมพันธ์ที่ดูเหมือนจะไปได้ดีกับมัทนา นักศึกษาสาวขี้อายผู้ไม่เคยเปิดใจให้ใครมาก่อน ทว่าความรักที่กำลังเบ่งบานกลับต้องพบอุปสรรคครั้งใหญ่ เมื่อความจริงปรากฏว่าเขามีเจ้าของหัวใจตัวจริงอยู่แล้ว มัทนาที่เคยยอมแพ้ต่อความดีของอิทจะทำอย่างไร เมื่อสถานะของเธอไม่ได้เป็นหนึ่งเดียวอย่างที่คิดในเรื่องราวโรมานซ์ฟีลกู๊ดที่เต็มไปด้วยความซับซ้อนของหัวใจ
ตอน
แชร์

ตอน 2

ตอนที่ 2 คู่หมั้น

เช้าวันรุ่งขึ้น

เช้านี้มัทนาตื่นสายเธอจึงรีบสุดตัว รีบอาบน้ำแต่งตัวแล้วรีบออกจากห้อง กึ่งเดินกึ่งวิ่งท่าทางรีบร้อน เดินมาหยุดอยู่ที่หน้าลิฟต์

ซึ่งตอนนี้มีผู้คนจำนวนมากกำลังยืนรอเข้าลิฟต์ตัวเดียวกัน หนึ่งในนั้นมีผู้ชายคนเดิมเมื่อวานยืนอยู่ด้วย วันนี้เขายังคงแต่งตัวดีเหมือนเดิม มัทนาแอบมองเขาด้วยหางตานิดหน่อย แล้วถอยหลังสองก้าว ไม่อยากอยู่ใกล้

รอไม่นานประตูลิฟต์ก็ได้เปิดออก ทุกคนที่ยืนรออยู่เดินเข้าไปด้านในลิฟต์ มัทนาพยายามยืนก้มหน้านิ่ง เนื่องจากเธอเป็นคนขี้กลัวอยู่แล้ว ด้านในก็ค่อนข้างแออัดผู้คนเบียดเสียด ลิฟต์ตัวที่เธอขึ้นมาก็ยังต้องจอดรับชั้นระหว่างทางผ่านอีกด้วย

“ขอไปด้วยคนนะคะ” เสียงผู้หญิงคนหนึ่งร้องขอ คนด้านในจึงช่วยขยับให้ จังหวะนี้ทำให้เธอโดนเบียดจนเซไปทางด้านหลัง เผลอไปพิงอยู่กับหน้าอกของผู้ชายคนหนึ่งเข้า แต่ที่มากกว่านั้นคือฝ่ามือของเขาดันมาประคองอยู่ที่เอวของเธอซะอย่างนั้น

'เขาอาจจะไม่ได้ตั้งใจ!'

“อุ๊ย! ขอโทษค่ะ” หันไปมองหน้าเขา แล้วรีบก้มหน้าหลบตาทันที เพราะเขาคือผู้ชายคนเมื่อวาน เธอกำลังจะขยับออกห่างแต่ด้วยความแออัดเธอจึงทำได้แค่ยืนนิ่งๆอยู่ที่เดิม

ความสูงของเขาทำให้สายตาของเธอมองอยู่ได้แค่ในระดับหน้าอกของเขาเท่านั้น เธอมองอยู่แค่ตรงนั้น ไม่กล้าขยับสายตาขึ้นไปมองใบหน้าของเขา โดยที่เธอไม่รู้เลยว่าสายตาคู่นี้แอบมองเธออยู่ตลอดเวลา

ลิฟต์ตัวเดิมจอดสนิทที่ชั้นล่าง ทุกคนทยอยออกจากลิฟต์ แล้วแยกย้ายกันออกไป อิทธิพลกับมัทนาก็เช่นกัน

“ไอ้แว่น...เป็นอะไร ทำหน้าแปลกๆ” เสียงน้ำเพื่อนของเธอเอ่ยถามขึ้น

“กูเจอไอ้โรคจิตว่ะ”

“หล่อมั้ย” เบะปากให้เพื่อนหนึ่งทีก่อนที่จะตอบความจริงกลับไป

“หล่อ...แต่น่ากลัว” คำว่าน่ากลัวของมัทนาเป็นเรื่องรอง เพื่อนๆทั้งสามคนของเธอสนใจที่สุดก็ตรงที่มัทนาบอกว่าหล่อนี่แหละ เพราะปกติแล้วมัทนาไม่ค่อยชมผู้ชายคนไหนบ่อยนัก

“งั้นเล่ามา เจอที่ไหน เมื่อไหร่ แล้วอะไรทำให้มึงคิดว่าเขาเป็นโรคจิตวะ” มดรีบถามขึ้น ทุกคนเห็นด้วยและกำลังรอฟังสิ่งที่มัทนากำลังจะเล่าอย่างตั้งอกตั้งใจ

“เมื่อวานกับเมื่อเช้า” มัทนาเริ่มเล่าถึงเรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อวานและเช้าวันนี้...

“โรคจิตตรงไหนวะ มึงคิดไปเองหรือเปล่า” ฟ้าเริ่มออกความคิดเห็น

"แต่เขากอดเอวกูเลยนะมึง"

“กูว่ามึงคิดเยอะไปแล้วเพื่อน เมื่อกี้มึงเป็นคนพูดเอง ว่ามึงเป็นคนเซไปหาเขาเอง” น้ำขอแสดงความคิดเห็นบ้าง

“มีแฟนหรือยังวะ” มด

“กูจะไปรู้ได้ยังไง มึงก็ถามบ้าๆ”

“ก็ถ้าเขาอยู่คนเดียวก็แสดงว่ายังไม่มีไง” มด

“ไอ้แว่น...จีบมั้ย” ฟ้าถามด้วยใบหน้าอมยิ้ม

“ไม่เอา! กูกลัว แล้วกูก็ไม่ชอบแก่ๆ แบบนั้นด้วย” ประโยคนี้ถ้าเจ้าตัวมาได้ยินเข้าคงนึกเคียงเธออยู่ไม่น้อย

“มึงจะขี้กลัวอะไรนักหนา ระวังเถอะ คนโบราณเขาว่าเกลียดอะไรมักจะได้อย่างนั้น” น้ำพูดยิ้มๆ แกล้งเพื่อน!

“อายุประมาณเท่าไหร่วะ กูอยากเห็นหน้าว่ะ” สีหน้าของทุกคนดูมีความสุขมาก ที่ได้เอ่ยถึงผู้ชายหล่อ ยกเว้นมัทนา

“น่าจะมากกว่าพวกเราหลายปีแหละ ก็เขาทำงานแล้วนี่”

“ไปๆ ได้เวลาเรียนแล้ว” ยกนาฬิกาที่ข้อมือขึ้นมาดูแล้วรีบลุกเดินตามกันไป

ทางด้านอิทธิพล

"ฮัดเช้ย!" เขายังคงทำงานอย่างตั้งอกตั้งใจ อยู่ๆก็จามขึ้นมาเหมือนมีคนกำลังคิดถึง

"ใครคิดถึงวะ" ถามตัวเองแล้วนั่งทำงานตรงหน้าต่อ สักครู่มีเสียงเคาะประตูดังขึ้น

“ก๊อก ก๊อก ก๊อก”

“เข้ามา...”

“คุณอิทครับ คุณแม่มาครับ” คิ้วเข้มขยับเข้าหากันเล็กน้อย

“ตอนนี้ท่านอยู่ไหน” ว่าแล้วต้องมีใครสักคนคิดถึง คุณแม่นี่เอง!

“ที่ห้องรับแขกครับ”

“อือ...ขอบใจมาก” พูดกับลูกน้องเสร็จจึงรีบลุกออกจากเก้าอี้แล้วเดินไปยังห้องรับแขกที่คุณแม่ของเขานั่งรออยู่

“คุณแม่สวัสดีครับ”

“นั่งลงก่อนสิ”

“คุณแม่แค่ผ่านมา ก็เลยแวะมาหาผมใช่มั้ยครับ” ถามไปอย่างนั้นแหละ แต่ในใจก็รู้ว่าไม่ใช่

“ตั้งใจมา แล้วก็ไม่ใช่ทางผ่านด้วย แกมีปัญหาอะไรมั้ย” ถามด้วยสีหน้าไม่ค่อยพอใจสักเท่าไหร่ เพราะลูกชายของท่านไม่ยอมกลับบ้านเลย ถ้าไม่โทรตามหรือมาหาแบบนี้ก็คงไม่ได้เจอหน้า

“คุณแม่มีธุระอะไรครับ”

“เรื่องหนูรัน” หนูรันที่คุณแม่พูดถึงก็คือคู่หมั้นในวัยเด็กของเขานั้นเอง

“เฮ้ย...ผมขอตัวไปทำงานต่อก่อนนะครับ” ไม่อยากคุยเรื่องนี้เล๊ย!

“หยุดเดี๋ยวนี้เลยนะตาอิท! แกจะผลัดไปจนถึงเมื่อไหร่” การหมั้นหมายเป็นแค่เพียงคำหมั้นสัญญาของผู้ใหญ่เมื่อนานมาแล้วเท่านั้น แต่คุณฉัตร คุณแม่ของอิทธิพลท่านเพียงแต่เห็นว่าทั้งสองยังไม่มีใคร แล้วท่านเองก็เหงา อยากได้หลานไว้เลี้ยง ก็เลยอยากให้ทั้งสองคนลงเอยกัน ส่วนผู้ใหญ่ทางฝ่ายโน้นก็ยังคงติดต่อไปมาหาสู้กันตลอด

“คุณแม่ไปถามเธอก่อนมั้ยครับว่าอยากแต่งงานกับผมหรือเปล่า”

“อยากหรือไม่อยากก็ต้องแต่ง เราสองคนหมั้นหมายกันไว้ตั้งแต่เด็ก” คุณฉัตรกลัวว่าตัวเองจะเสียผู้ใหญ่ด้วย รับปากไว้กลัวเพื่อนจะว่าเอาได้

“ใครหมั้นก็ไปแต่งกันเอาเองเถอะครับ ผมไม่แต่ง” ทุกครั้งที่ได้พูดคุยถึงเรื่องนี้ อิทธิพลก็มักจะพูดแบบนี้เสมอ โดยที่เรื่องราวจริงๆมันมีมากกว่านี้ แต่เขารอให้อีกฝ่ายพูดเอง อีกอย่างคือทางผู้หญิงได้ขอร้องไว้ สาเหตุก็ไม่ได้มีอะไรมาก แค่รอพร้อมเท่านั้น

“แกต้องแต่ง แม่ได้ข่าวว่าอีกเดือนกว่าๆหนูรันก็จะกลับมาจากต่างประเทศแล้ว แกเตรียมตัวให้พร้อมด้วยล่ะ”

“คุณแม่ไปถามเธอก่อนดีกว่ามั้ยครับ ว่าอยากจะแต่งกับผมมั้ย” ถามย้ำเป็นครั้งที่สอง!

“แกก็หัดทำอะไรหน่อยสิ โทรไปหาน้องบ้างหรือเปล่า” เฮ่อ...คุณแม่ยังไม่ยอมหยุด

“ผมไม่ว่าง...แก้ผ้าเล่นน้ำมาด้วยกันตั้งแต่เด็ก จะให้ผมแต่งงานกับเธอ ผมไม่เอาด้วยหรอก” สีหน้าคุณแม่เริ่มไม่พอใจลูกชายอย่างเห็นได้ชัด

“คุณแม่กลับไปก่อนเถอะนะครับ เอาไว้ว่างๆผมจะไปหาที่บ้าน”

“รอแกว่าง...ฮึ! ชาตินี้หรือชาติหน้าล่ะ”

“ชาตินี้แหละคร๊าบ...”

“กลับก็ได้” ท่านลุกยืนขึ้น แล้วเดินออกไป โดยมีอิทธิพลเดินตามไปส่งคุณแม่ที่หน้าบริษัทด้วย

“ขับรถกลับบ้านดีๆนะครับ ผมเป็นห่วง” เมื่อรถยนต์ที่คุณแม่ขับมาจอด ค่อยๆเคลื่อนออกไป อิทธิพลก็รีบหยิบมือถือขึ้นมาแล้วต่อสายหาโจทย์ทันที

“ไอ้รัน!” น้ำเสียงค่อนข้างเข้มกรอกลงไปในสาย

“โทรมาก็เสียงดังเลยนะพี่อิท มีอะไรคะ” อิทธิพลกับรันมีความรู้สึกต่อกันแค่พี่น้องเท่านั้น ระหว่างเขากับเธอไม่เคยมีความรู้สึกอื่น

“แม่พี่มาเร่งเรื่องแต่งงานอีกแล้ว เมื่อไหร่จะเคลียร์ตัวเองเสร็จสักที”

“เสร็จแล้ว...เดือนหน้ารันกลับไปจะไปบอกกับทุกคนเอง พี่อิทสบายใจได้”

“พูดแบบนี้มานานแล้วนะ แล้วไอ้รุจเพื่อนพี่ล่ะ มันสบายดีมั้ย” รุจก็คือเพื่อนรักของเขานั่นเอง และยังเป็นคนรักของรันอีกด้วย

“สบายดีค่ะ” พูดยังไม่ทันจบดี มือถือที่รันกำลังคุยอยู่ก็ได้ถูกคนข้างๆแย่งมาคุยแทน

“โทรมาหาเมียชาวบ้าน ต้องขออนุญาตผัวเขาก่อนเข้าใจมั้ย” เสียงนี้ดังขึ้น อิทธิพลเริ่มยิ้มขึ้นมาได้หน่อย

“ทำเป็นปากดีไปเถอะมึง แม่กูมาเร่งให้กูรีบแต่งงานกับเมียมึงอีกแล้วเนี่ย พวกมึงรีบๆพากันกลับมาได้แล้ว มาถึงแล้วก็ช่วยประกาศให้โลกรู้ด้วยว่ากูไม่เกี่ยว” ตอนนี้ทั้งสองคนถูกบริษัทที่กำลังทำงานอยู่ ส่งตัวไปเรียนงานที่ต่างประเทศ พอกลับมาตำแหน่งขึ้นเงินเดือนก็ขึ้นตามไปด้วย

“คร๊าบเพื่อน ว่าแต่อยู่ทางโน้น เจอสาวถูกใจหรือยังล่ะ” รุจถามขึ้นด้วยน้ำเสียงขบขันเป็นกันเอง

“ยัง” ตอบคำถามเพื่อนเสร็จ แต่ในใจกลับมีภาพหญิงสาวสวมชุดนักศึกษารัดรูปใส่แว่น หน้าตาจิ้มลิ้มเข้ามาในหัว

“มึงไม่ทันกูแล้ว ตอนนี้รันท้องแล้วเว้ย” น้ำเสียงตื่นเต้นของคนที่กำลังจะได้เป็นพ่อคนเอ่ยบอก นั่นจึงทำให้อิทธิพลนึกหมั่นไส้

“ปี้กันทุกวัน ไม่ท้องก็คงแปลก กูดีใจกับพวกมึงสองคนด้วย”

“ขอบใจเว้ย...ถามจริงๆเถอะ ไม่มีสาวคนไหนถูกใจมึงเลยเหรอ”

“ก็มีบ้าง แต่กูยังไม่แน่ใจ”

“แม่มึงก็แค่เหงา ท่านคงอยากเลี้ยงหลาน รีบๆหาเข้าล่ะเมียน่ะ”

“เออๆ แค่นี้ก่อนนะ กูต้องไปทำงานแล้ว” คุยกันเสร็จก็วางสายไป

คุณอาจจะชอบ

หน้าปกนวนิยาย อุ้มรักเพราะเธอคือหัวใจ
9.3
เมื่อเพลิงมหาเศรษฐีหนุ่มต้องสูญเสียน้องชายไปจากการฆ่าตัวตาย โดยทิ้งจดหมายระบุว่าถูกหญิงสาวปอกลอกจนหมดตัว เขาจึงออกตามล่าและจับตัวเขมจิรามากักขังเพื่อแก้แค้นอย่างทารุณ ทั้งย่ำยีร่างกายและตราหน้าว่าเธอคือนางบำเรอไร้ค่า แม้หญิงสาวจะยืนยันว่าไม่รู้จักเขากับน้องชาย แต่เพลิงกลับเมินเฉยและใช้ความรุนแรงเข้าตัดสิน ทว่าท่ามกลางเพลิงแค้นที่แผดเผา ความจริงกลับปรากฏในคืนที่เขาพยายามทำลายเธอว่าเธอคือผู้บริสุทธิ์ที่รับเคราะห์แทนคนผิดอย่างโหดร้าย
หน้าปกนวนิยาย กู๊ดบาย นายสุดที่รัก
9.0
หลังฟื้นจากอุบัติเหตุ เจียงหว่านฉือต้องใจสลายเมื่อสามีที่ใช้ชีวิตคู่ร่วมกันมาสามปีกลับเมินเฉยต่อเธอ เพื่อไปดูแลหญิงอื่นในห้องข้างๆ แถมเขายังข่มขู่จะส่งเธอเข้าคุกเพื่อปกป้องผู้หญิงคนนั้น เธอจึงตัดสินใจยุติความสัมพันธ์ที่แสนอดทนนี้ด้วยการขอหย่า พร้อมเรียกค่าเสียหายก้อนโตเป็นบทเรียนสุดท้าย เจียงหว่านฉือเลือกทิ้งอดีตที่โง่เขลาเพื่อกลับไปรับช่วงต่อมรดกมหาศาลของตระกูลตนเอง และเริ่มต้นชีวิตใหม่ในฐานะทายาทเศรษฐีผู้มั่งคั่งอย่างสง่างาม
หน้าปกนวนิยาย น้ำผึ้งไร้ปีก
8.7
เมื่อความบอบช้ำจากรักครั้งแรกบีบให้ชายหนุ่มผู้เพียบพร้อมต้องทิ้งชีวิตหรูหรามาเยียวยาใจในเมืองไทย จนได้พบกับหญิงสาวชาวป่าผู้หนีอดีตอันขมขื่นมาเริ่มต้นชีวิตใหม่ที่เชียงใหม่ ท่ามกลางสายฝนโปรยปรายที่นำพาทั้งคู่มาพบกัน สองหัวใจที่เต็มไปด้วยบาดแผลเน่าเฟะต่างผลัดกันเป็นหมอวิเศษและแสงตะเกียงส่องทาง ก้าวข้ามความต่างทางชนชั้นเพื่อสร้างครอบครัวที่อบอุ่นด้วยความเข้าใจ กลายเป็นยาสมานแผลใจให้กันและกันอย่างสมบูรณ์แบบในท้ายที่สุด
หน้าปกนวนิยาย ละทิ้งทรยศมรณะ  โอบรับชีวิตใหม่
7.9
หลังครองรักมาสิบปี ฉันกลับถูกคู่หมั้นทิ้งกลางงานแต่งเพื่อไปหาหญิงอื่นที่อ้างว่าป่วยหนัก เขาบีบคั้นให้ฉันบริจาคเลือด สั่งฆ่าแมวฉัน และปล่อยให้ฉันจมน้ำตายอย่างเลือดเย็น ท้ายที่สุดเขายังทิ้งฉันที่กำลังจะขาดใจตายเพราะอาการแพ้ถั่วเพื่อพาเธอไปโรงพยาบาล ความเจ็บปวดนี้ทำให้ฉันตาสว่างว่าเขาพร้อมฆ่าฉันได้ทุกเมื่อ เมื่อพ่อเสนอให้ฉันแต่งงานใหม่กับอคิน CEO ผู้ทรงอิทธิพลเพื่อแก้ปัญหา ฉันจึงตอบตกลงทันทีโดยไม่ลังเล เพราะหัวใจที่แตกสลายนี้ไม่เหลือที่ว่างให้ความรักลวงโลกอีกต่อไป
หน้าปกนวนิยาย ขอให้คุณรักใคร่
7.1
อดีตอันเจ็บปวดผลักดันให้เขาสร้างกำแพงความเย็นชาและใช้คำพูดร้ายกาจเพื่อลงทัณฑ์เธอ ไม่ว่าเธอต้องเผชิญวิกฤตเฉียดความตาย เขากลับเมินเฉยและยืนกรานว่าชะตากรรมของเธอไม่ใช่เรื่องที่เขาต้องใส่ใจ ความเกลียดชังหยั่งรากลึกเพราะเขาฝังใจว่าเธอคือฆาตกรผู้มีตราบาปซึ่งไม่มีวันลบล้างได้ ความสัมพันธ์ที่เต็มไปด้วยความพยาบาทและหัวใจที่ปิดตายไร้ความปรานีนี้ นำไปสู่ความขัดแย้งแสนสาหัส ท่ามกลางรอยร้าวที่ยากจะเยียวยา เส้นทางแห่งความแค้นนี้จะนำพาพวกเขาไปสู่จุดจบเช่นไร