ติดตาม
ตอน
แชร์
หน้าปกนวนิยาย คลั่งรักยัยแว่นข้างห้อง

คลั่งรักยัยแว่นข้างห้อง

อิทธิพล สถาปนิกหนุ่มเจ้าเสน่ห์ผู้มีนิสัยขี้เล่นและสายเปย์ เริ่มต้นความสัมพันธ์ที่ดูเหมือนจะไปได้ดีกับมัทนา นักศึกษาสาวขี้อายผู้ไม่เคยเปิดใจให้ใครมาก่อน ทว่าความรักที่กำลังเบ่งบานกลับต้องพบอุปสรรคครั้งใหญ่ เมื่อความจริงปรากฏว่าเขามีเจ้าของหัวใจตัวจริงอยู่แล้ว มัทนาที่เคยยอมแพ้ต่อความดีของอิทจะทำอย่างไร เมื่อสถานะของเธอไม่ได้เป็นหนึ่งเดียวอย่างที่คิดในเรื่องราวโรมานซ์ฟีลกู๊ดที่เต็มไปด้วยความซับซ้อนของหัวใจ
ตอน
แชร์

ตอน 2

ตอนที่ 2 คู่หมั้น

เช้าวันรุ่งขึ้น

เช้านี้มัทนาตื่นสายเธอจึงรีบสุดตัว รีบอาบน้ำแต่งตัวแล้วรีบออกจากห้อง กึ่งเดินกึ่งวิ่งท่าทางรีบร้อน เดินมาหยุดอยู่ที่หน้าลิฟต์

ซึ่งตอนนี้มีผู้คนจำนวนมากกำลังยืนรอเข้าลิฟต์ตัวเดียวกัน หนึ่งในนั้นมีผู้ชายคนเดิมเมื่อวานยืนอยู่ด้วย วันนี้เขายังคงแต่งตัวดีเหมือนเดิม มัทนาแอบมองเขาด้วยหางตานิดหน่อย แล้วถอยหลังสองก้าว ไม่อยากอยู่ใกล้

รอไม่นานประตูลิฟต์ก็ได้เปิดออก ทุกคนที่ยืนรออยู่เดินเข้าไปด้านในลิฟต์ มัทนาพยายามยืนก้มหน้านิ่ง เนื่องจากเธอเป็นคนขี้กลัวอยู่แล้ว ด้านในก็ค่อนข้างแออัดผู้คนเบียดเสียด ลิฟต์ตัวที่เธอขึ้นมาก็ยังต้องจอดรับชั้นระหว่างทางผ่านอีกด้วย

“ขอไปด้วยคนนะคะ” เสียงผู้หญิงคนหนึ่งร้องขอ คนด้านในจึงช่วยขยับให้ จังหวะนี้ทำให้เธอโดนเบียดจนเซไปทางด้านหลัง เผลอไปพิงอยู่กับหน้าอกของผู้ชายคนหนึ่งเข้า แต่ที่มากกว่านั้นคือฝ่ามือของเขาดันมาประคองอยู่ที่เอวของเธอซะอย่างนั้น

'เขาอาจจะไม่ได้ตั้งใจ!'

“อุ๊ย! ขอโทษค่ะ” หันไปมองหน้าเขา แล้วรีบก้มหน้าหลบตาทันที เพราะเขาคือผู้ชายคนเมื่อวาน เธอกำลังจะขยับออกห่างแต่ด้วยความแออัดเธอจึงทำได้แค่ยืนนิ่งๆอยู่ที่เดิม

ความสูงของเขาทำให้สายตาของเธอมองอยู่ได้แค่ในระดับหน้าอกของเขาเท่านั้น เธอมองอยู่แค่ตรงนั้น ไม่กล้าขยับสายตาขึ้นไปมองใบหน้าของเขา โดยที่เธอไม่รู้เลยว่าสายตาคู่นี้แอบมองเธออยู่ตลอดเวลา

ลิฟต์ตัวเดิมจอดสนิทที่ชั้นล่าง ทุกคนทยอยออกจากลิฟต์ แล้วแยกย้ายกันออกไป อิทธิพลกับมัทนาก็เช่นกัน

“ไอ้แว่น...เป็นอะไร ทำหน้าแปลกๆ” เสียงน้ำเพื่อนของเธอเอ่ยถามขึ้น

“กูเจอไอ้โรคจิตว่ะ”

“หล่อมั้ย” เบะปากให้เพื่อนหนึ่งทีก่อนที่จะตอบความจริงกลับไป

“หล่อ...แต่น่ากลัว” คำว่าน่ากลัวของมัทนาเป็นเรื่องรอง เพื่อนๆทั้งสามคนของเธอสนใจที่สุดก็ตรงที่มัทนาบอกว่าหล่อนี่แหละ เพราะปกติแล้วมัทนาไม่ค่อยชมผู้ชายคนไหนบ่อยนัก

“งั้นเล่ามา เจอที่ไหน เมื่อไหร่ แล้วอะไรทำให้มึงคิดว่าเขาเป็นโรคจิตวะ” มดรีบถามขึ้น ทุกคนเห็นด้วยและกำลังรอฟังสิ่งที่มัทนากำลังจะเล่าอย่างตั้งอกตั้งใจ

“เมื่อวานกับเมื่อเช้า” มัทนาเริ่มเล่าถึงเรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อวานและเช้าวันนี้...

“โรคจิตตรงไหนวะ มึงคิดไปเองหรือเปล่า” ฟ้าเริ่มออกความคิดเห็น

"แต่เขากอดเอวกูเลยนะมึง"

“กูว่ามึงคิดเยอะไปแล้วเพื่อน เมื่อกี้มึงเป็นคนพูดเอง ว่ามึงเป็นคนเซไปหาเขาเอง” น้ำขอแสดงความคิดเห็นบ้าง

“มีแฟนหรือยังวะ” มด

“กูจะไปรู้ได้ยังไง มึงก็ถามบ้าๆ”

“ก็ถ้าเขาอยู่คนเดียวก็แสดงว่ายังไม่มีไง” มด

“ไอ้แว่น...จีบมั้ย” ฟ้าถามด้วยใบหน้าอมยิ้ม

“ไม่เอา! กูกลัว แล้วกูก็ไม่ชอบแก่ๆ แบบนั้นด้วย” ประโยคนี้ถ้าเจ้าตัวมาได้ยินเข้าคงนึกเคียงเธออยู่ไม่น้อย

“มึงจะขี้กลัวอะไรนักหนา ระวังเถอะ คนโบราณเขาว่าเกลียดอะไรมักจะได้อย่างนั้น” น้ำพูดยิ้มๆ แกล้งเพื่อน!

“อายุประมาณเท่าไหร่วะ กูอยากเห็นหน้าว่ะ” สีหน้าของทุกคนดูมีความสุขมาก ที่ได้เอ่ยถึงผู้ชายหล่อ ยกเว้นมัทนา

“น่าจะมากกว่าพวกเราหลายปีแหละ ก็เขาทำงานแล้วนี่”

“ไปๆ ได้เวลาเรียนแล้ว” ยกนาฬิกาที่ข้อมือขึ้นมาดูแล้วรีบลุกเดินตามกันไป

ทางด้านอิทธิพล

"ฮัดเช้ย!" เขายังคงทำงานอย่างตั้งอกตั้งใจ อยู่ๆก็จามขึ้นมาเหมือนมีคนกำลังคิดถึง

"ใครคิดถึงวะ" ถามตัวเองแล้วนั่งทำงานตรงหน้าต่อ สักครู่มีเสียงเคาะประตูดังขึ้น

“ก๊อก ก๊อก ก๊อก”

“เข้ามา...”

“คุณอิทครับ คุณแม่มาครับ” คิ้วเข้มขยับเข้าหากันเล็กน้อย

“ตอนนี้ท่านอยู่ไหน” ว่าแล้วต้องมีใครสักคนคิดถึง คุณแม่นี่เอง!

“ที่ห้องรับแขกครับ”

“อือ...ขอบใจมาก” พูดกับลูกน้องเสร็จจึงรีบลุกออกจากเก้าอี้แล้วเดินไปยังห้องรับแขกที่คุณแม่ของเขานั่งรออยู่

“คุณแม่สวัสดีครับ”

“นั่งลงก่อนสิ”

“คุณแม่แค่ผ่านมา ก็เลยแวะมาหาผมใช่มั้ยครับ” ถามไปอย่างนั้นแหละ แต่ในใจก็รู้ว่าไม่ใช่

“ตั้งใจมา แล้วก็ไม่ใช่ทางผ่านด้วย แกมีปัญหาอะไรมั้ย” ถามด้วยสีหน้าไม่ค่อยพอใจสักเท่าไหร่ เพราะลูกชายของท่านไม่ยอมกลับบ้านเลย ถ้าไม่โทรตามหรือมาหาแบบนี้ก็คงไม่ได้เจอหน้า

“คุณแม่มีธุระอะไรครับ”

“เรื่องหนูรัน” หนูรันที่คุณแม่พูดถึงก็คือคู่หมั้นในวัยเด็กของเขานั้นเอง

“เฮ้ย...ผมขอตัวไปทำงานต่อก่อนนะครับ” ไม่อยากคุยเรื่องนี้เล๊ย!

“หยุดเดี๋ยวนี้เลยนะตาอิท! แกจะผลัดไปจนถึงเมื่อไหร่” การหมั้นหมายเป็นแค่เพียงคำหมั้นสัญญาของผู้ใหญ่เมื่อนานมาแล้วเท่านั้น แต่คุณฉัตร คุณแม่ของอิทธิพลท่านเพียงแต่เห็นว่าทั้งสองยังไม่มีใคร แล้วท่านเองก็เหงา อยากได้หลานไว้เลี้ยง ก็เลยอยากให้ทั้งสองคนลงเอยกัน ส่วนผู้ใหญ่ทางฝ่ายโน้นก็ยังคงติดต่อไปมาหาสู้กันตลอด

“คุณแม่ไปถามเธอก่อนมั้ยครับว่าอยากแต่งงานกับผมหรือเปล่า”

“อยากหรือไม่อยากก็ต้องแต่ง เราสองคนหมั้นหมายกันไว้ตั้งแต่เด็ก” คุณฉัตรกลัวว่าตัวเองจะเสียผู้ใหญ่ด้วย รับปากไว้กลัวเพื่อนจะว่าเอาได้

“ใครหมั้นก็ไปแต่งกันเอาเองเถอะครับ ผมไม่แต่ง” ทุกครั้งที่ได้พูดคุยถึงเรื่องนี้ อิทธิพลก็มักจะพูดแบบนี้เสมอ โดยที่เรื่องราวจริงๆมันมีมากกว่านี้ แต่เขารอให้อีกฝ่ายพูดเอง อีกอย่างคือทางผู้หญิงได้ขอร้องไว้ สาเหตุก็ไม่ได้มีอะไรมาก แค่รอพร้อมเท่านั้น

“แกต้องแต่ง แม่ได้ข่าวว่าอีกเดือนกว่าๆหนูรันก็จะกลับมาจากต่างประเทศแล้ว แกเตรียมตัวให้พร้อมด้วยล่ะ”

“คุณแม่ไปถามเธอก่อนดีกว่ามั้ยครับ ว่าอยากจะแต่งกับผมมั้ย” ถามย้ำเป็นครั้งที่สอง!

“แกก็หัดทำอะไรหน่อยสิ โทรไปหาน้องบ้างหรือเปล่า” เฮ่อ...คุณแม่ยังไม่ยอมหยุด

“ผมไม่ว่าง...แก้ผ้าเล่นน้ำมาด้วยกันตั้งแต่เด็ก จะให้ผมแต่งงานกับเธอ ผมไม่เอาด้วยหรอก” สีหน้าคุณแม่เริ่มไม่พอใจลูกชายอย่างเห็นได้ชัด

“คุณแม่กลับไปก่อนเถอะนะครับ เอาไว้ว่างๆผมจะไปหาที่บ้าน”

“รอแกว่าง...ฮึ! ชาตินี้หรือชาติหน้าล่ะ”

“ชาตินี้แหละคร๊าบ...”

“กลับก็ได้” ท่านลุกยืนขึ้น แล้วเดินออกไป โดยมีอิทธิพลเดินตามไปส่งคุณแม่ที่หน้าบริษัทด้วย

“ขับรถกลับบ้านดีๆนะครับ ผมเป็นห่วง” เมื่อรถยนต์ที่คุณแม่ขับมาจอด ค่อยๆเคลื่อนออกไป อิทธิพลก็รีบหยิบมือถือขึ้นมาแล้วต่อสายหาโจทย์ทันที

“ไอ้รัน!” น้ำเสียงค่อนข้างเข้มกรอกลงไปในสาย

“โทรมาก็เสียงดังเลยนะพี่อิท มีอะไรคะ” อิทธิพลกับรันมีความรู้สึกต่อกันแค่พี่น้องเท่านั้น ระหว่างเขากับเธอไม่เคยมีความรู้สึกอื่น

“แม่พี่มาเร่งเรื่องแต่งงานอีกแล้ว เมื่อไหร่จะเคลียร์ตัวเองเสร็จสักที”

“เสร็จแล้ว...เดือนหน้ารันกลับไปจะไปบอกกับทุกคนเอง พี่อิทสบายใจได้”

“พูดแบบนี้มานานแล้วนะ แล้วไอ้รุจเพื่อนพี่ล่ะ มันสบายดีมั้ย” รุจก็คือเพื่อนรักของเขานั่นเอง และยังเป็นคนรักของรันอีกด้วย

“สบายดีค่ะ” พูดยังไม่ทันจบดี มือถือที่รันกำลังคุยอยู่ก็ได้ถูกคนข้างๆแย่งมาคุยแทน

“โทรมาหาเมียชาวบ้าน ต้องขออนุญาตผัวเขาก่อนเข้าใจมั้ย” เสียงนี้ดังขึ้น อิทธิพลเริ่มยิ้มขึ้นมาได้หน่อย

“ทำเป็นปากดีไปเถอะมึง แม่กูมาเร่งให้กูรีบแต่งงานกับเมียมึงอีกแล้วเนี่ย พวกมึงรีบๆพากันกลับมาได้แล้ว มาถึงแล้วก็ช่วยประกาศให้โลกรู้ด้วยว่ากูไม่เกี่ยว” ตอนนี้ทั้งสองคนถูกบริษัทที่กำลังทำงานอยู่ ส่งตัวไปเรียนงานที่ต่างประเทศ พอกลับมาตำแหน่งขึ้นเงินเดือนก็ขึ้นตามไปด้วย

“คร๊าบเพื่อน ว่าแต่อยู่ทางโน้น เจอสาวถูกใจหรือยังล่ะ” รุจถามขึ้นด้วยน้ำเสียงขบขันเป็นกันเอง

“ยัง” ตอบคำถามเพื่อนเสร็จ แต่ในใจกลับมีภาพหญิงสาวสวมชุดนักศึกษารัดรูปใส่แว่น หน้าตาจิ้มลิ้มเข้ามาในหัว

“มึงไม่ทันกูแล้ว ตอนนี้รันท้องแล้วเว้ย” น้ำเสียงตื่นเต้นของคนที่กำลังจะได้เป็นพ่อคนเอ่ยบอก นั่นจึงทำให้อิทธิพลนึกหมั่นไส้

“ปี้กันทุกวัน ไม่ท้องก็คงแปลก กูดีใจกับพวกมึงสองคนด้วย”

“ขอบใจเว้ย...ถามจริงๆเถอะ ไม่มีสาวคนไหนถูกใจมึงเลยเหรอ”

“ก็มีบ้าง แต่กูยังไม่แน่ใจ”

“แม่มึงก็แค่เหงา ท่านคงอยากเลี้ยงหลาน รีบๆหาเข้าล่ะเมียน่ะ”

“เออๆ แค่นี้ก่อนนะ กูต้องไปทำงานแล้ว” คุยกันเสร็จก็วางสายไป

คุณอาจจะชอบ

หน้าปกนวนิยาย THE BOY พ่อตามขา
8.5
เมื่อความสัมพันธ์ถูกพันธนาการด้วยความเคียดแค้นและการจองเวร ไม่ว่านายจะเลือกทำตัวร้ายกาจหรือเลวทรามเพียงใด จงปลดปล่อยความโหดร้ายนั้นออกมาให้ถึงที่สุดตามที่ใจต้องการ แต่อย่าลืมความจริงที่ว่าต่อจากนี้ไปชีวิตของเราทั้งคู่จะต้องผูกติดกันอย่างไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ ฉันพร้อมจะเผชิญหน้าและเป็นคู่เวรคู่กรรมเคียงข้างนายไปจนกว่าความตายจะมาพรากเราจากกัน เตรียมใจไว้เถอะว่านายจะไม่มีวันสลัดฉันพ้นไปจากวงจรชีวิตอันแสนบิดเบี้ยวนี้ได้เลย
หน้าปกนวนิยาย คู่แค้นแสนชัง
8.5
กัมปนาทจมอยู่กับเพลิงแค้นหลังนายอิทธิพลฟ้องร้องจนพ่อของเขาต้องจบชีวิตลงด้วยความล้มละลาย เขาจึงวางแผนลักพาตัวกุหลาบแก้ว ทนายความสาวผู้มีส่วนทำลายครอบครัวเขามาจองจำเพื่อชำระแค้น แม้จะตราหน้าว่าเธอเป็นเพียงขยะสกปรกที่ต้องชดใช้ด้วยชีวิต แต่ความใกล้ชิดท่ามกลางความขัดแย้งกลับสั่นคลอนหัวใจที่เคยแข็งกร้าว ปมพยาบาทจะคลี่คลายกลายเป็นความรักได้หรือไม่ เมื่อความเกลียดชังปะทะกับความปรารถนาที่เขาไม่เคยคาดคิด ในเรื่องราวภาคแรกของซีรีส์ศัตรูที่รัก
หน้าปกนวนิยาย พันธะรัก สัญญาลวง (เดม่อน-ซินญอริต้า)
8.3
จากแผลใจในอดีตที่ถูกทำร้ายซ้ำๆ ทำให้ชายหนุ่มเลือกปิดตายหัวใจและปฏิเสธความรักทุกรูปแบบ ทว่าโชคชะตากลับนำพาเธอมหวนคืนสู่ชีวิตเขาอีกครั้งอย่างไม่คาดฝัน เมื่อเธอยื่นข้อเสนอที่ยากจะปฏิเสธ เขาจึงตัดสินใจรับเธอกลับเข้ามาเคียงข้าง โดยหารู้ไม่ว่าการตัดสินใจในครั้งนี้กำลังจะเปลี่ยนเข็มทิศชีวิตของเขาให้ต่างไปจากเดิมอย่างสิ้นเชิง ความสัมพันธ์ที่เริ่มต้นด้วยพันธะลวงจะนำพาทั้งคู่ไปสู่บทสรุปที่ไม่มีใครสามารถคาดเดาได้อีกต่อไป
หน้าปกนวนิยาย ฉากรักในคืนฝนโปรย
8.2
เธอ…คือแม่หม้ายป้ายแดง ส่วนเขา…คือหนุ่มหล่อผู้หลงรักแม่หม้าย เธอใจแข็งเป็นหิน ส่วนเขาก็ตื้อเท่านั้นที่จะครองโลก -------------------------------------- ณาณีมเปิดและส่งรูปของราฮีมที่เธอแอบถ่ายชายหนุ่มไว้ไปให้ทั้งสองได้ดูผ่านไลน์ ณิการ์และธัญมณกรี๊ดกร๊าดเป็นการใหญ่ เพราะราฮีมหล่อและดูดีกว่าที่คิดไว้มาก “แกจะปิดกั้นตัวเองทำไมยะ ในเมื่อมีผู้ชายดีๆ เดินเข้ามา แกก็รับเขาไว้พิจารณาสิ” ณิการ์ที่ได้ฟังเรื่องราวทุกอย่างเอ่ยขึ้น “แต่ฉันไม่อยากวนกลับไปใช้ชีวิตแต่งงานอีกนี่แก” แม้จะอยากเปิดใจให้ราฮีม แต่สิ่งที่ณาณีมกลัวคือการแต่งงาน การต้องใช้ชีวิตด้วยกันทั้งวันทั้งคืน “ก็อยู่กันไปแบบนี้ ไม่ต้องแต่ง” “ก็คิดว่าจะไม่แต่ง แต่ฉันกับเขาก็ต้องมีเซ็กซ์กัน ฉันจะทำได้เหรอ ในเมื่อสิบสามปีที่ผ่านมาของฉัน มีแค่พี่แดนคนเดียว” นี่คืออีกเรื่องที่ณาณีมกังวล “ของใหม่ๆ คนใหม่ มันอาจทำให้อารมณ์แกซู่ซ่าก็ได้ ชีวิตเป็นของแก แล้วตอนนี้แกก็โสดแล้ว” ธัญมณเอ่ยขึ้นบ้าง นั่นทำเอาณิการ์ที่ปกติลุคจะแรงที่สุดของกลุ่มถึงกับอุทานออกมา “หืม…” “แกเป็นเจ้าของจิ๊มิแต่เพียงผู้เดียวยัยณา แกจะใช้กับใครมันก็สิทธิ์อันชอบธรรมของแก เพราะแกโตแล้ว...เข้าใจ๋” ประโยคนี้ยังเป็นของธัญมณ แต่ดูเหมือนณาณีมจะเข้าใจอะไรยาก “ไม่เข้าใจ” “โอ๊ย! ยัยณา ชีวิตนี้แกจะเจอดุ้นแค่อันเดียวเหรอยะ เลิกกับพี่แดนแล้วแกจะเอาปูนมาโบกจิ๊มิ ไม่ยอมให้ดุ้นอันอื่นผ่านเลยก็ใช่เรื่อง แก่จนอายุจะสามสิบห้า แถมยังมาเป็นหม้ายเอาตอนนี้อีก มดลูกก็ฝ่อลงไปทุกวัน มีของดีติดอยู่กับตัวเอง ทำไมไม่ใช้ กลัวอะไร” ณิการ์เริ่มตามธัญมณทัน และยุณาณีมมันเสียเลย “กลัวสารพัดสิ่งอ่ะ กลัวจนไม่กล้าไปหมด” “งั้นวันไหนที่คุณราฮีมกลับมาเมืองไทย ให้ฉันไปทดสอบความฟิตและความอึดให้เอาไหม งานนี้ฟรี ไม่คิดค่าเสียหาย” “ยัยปุ้ยบ้า เดี๋ยวผัวแกก็เอาปืนมายิงแสกหน้าคุณราฮีมกันพอดี” ณาณีมแหวใส่ความคิดบ้าๆ ของเพื่อน “เท่าที่แกเล่ามา ดูเหมือนยัยพราวก็ทำท่าจะชอบคุณราฮีมอยู่ไม่น้อย วันดีคืนดีพราวคาบไปกิน จะมานั่งเสียใจไม่ได้แล้วนะยะ” “โอ๊ย!...นั่นยิ่งไม่ได้ใหญ่” คนมาปรึกษาเริ่มหัวเสีย ส่วนคนให้คำปรึกษาก็ชักจะสนุก ที่สามารถแหย่จนณาณีมเผยความรู้สึกของตัวเองออกมาแบบนี้ “นั่นก็ไม่ได้ นี่ก็ไม่ได้ ยอมรับมาเถอะ ว่าแกเองก็ชอบคุณราฮีมอยู่” “แกว่าถ้าฉันจะรักใครใหม่ มันไม่เร็วไปเหรอ ทั้งๆ ที่ฉันเพิ่งหย่า” นี่คือสิ่งที่ณาณีมกังวลอยู่เหมือนกัน เธออยากเป็นโสดให้นานกว่านี้ สองสามปี หรือมากกว่านี้ก็ได้ “ไม่เร็ว ช้าไปด้วยซ้ำ เพราะชีวิตมันต้องเดินไปข้างหน้า ไม่ใช่จมปลัก เอาอดีตมาเป็นกำแพง” ----------------------------------------- “ผมรู้สึกแปลกๆ อยากให้คุณช่วย” เสียงอู้อี้ของราฮีมเอ่ยตอบ เพราะยังคงเอามือปิดปากไว้อยู่ “ช่วยอะไรคะ?” สีหน้าของณาณีมเต็มไปด้วยเครื่องหมายคำถาม นั่นเพราะยังไม่เข้าใจว่าราฮีมเป็นอะไร และเขาอยากให้เธอช่วยอะไร “ช่วยถอนพิษให้ผมหน่อย” “ถอนพิษ พิษอะไร” ตอนนี้สีหน้าของณาณีมยิ่งงงเข้าไปใหญ่ “ก็พิษจากลิปสติกสีแดงๆ ของคุณพราวที่มันติดอยู่บนปากของผมตอนนี้ไง” “คุณราฮีม…อื้อ…” พอฟังจบณาณีมก็ทำท่าจะขยับหนี แต่ราฮีมกลับไวกว่ามาก ชายหนุ่มใช้มือที่ปิดปากตัวเองไว้เมื่อครู่ เอื้อมมารวบตัวณาณีมเข้าไปกอด จากนั้นก็โน้มใบหน้าลงมาจูบเธออย่างรวดเร็ว และนี่คือวิธีถอนพิษที่เขาเอ่ย ณาณีมอึ้ง ทำตัวไม่ถูก สมองสั่งงานให้ผลักราฮีมออกห่าง แต่ร่างกายกลับตรงกันข้าม เพราะมันไม่ทำตามที่เธอสั่งเลย ตั้งแต่เกิดมาเธอเคยจูบกับผู้ชายแค่คนเดียวนั่นคือดาวิน เธอจำไม่ได้ว่าจูบครั้งล่าสุดกับดาวินเมื่อไหร่ และเพราะจำไม่ได้ จึงลืมเลือนรสจูบของอดีตสามีไปจากความรู้สึกเช่นกัน เวลานี้หัวใจของณาณีมเต้นแรงมาก รู้สึกวาบหวามกับจูบที่ราฮีมมอบให้จนควบคุมตัวเองไม่ได้ จูบที่ทำให้เธอขนลุกซู่ ร่างกายไหวระริกเหมือนเด็กสาว และนั่นก็ทำให้ณาณีมเผลอจูบชายหนุ่มกลับไปเช่นกัน ถ้าไม่ติดว่านี่มันริมถนน ราฮีมคงอุ้มณาณีมไปบนเตียงแล้วก็ทำตามที่ใจเขาเรียกร้องแล้ว “คุณจูบเก่งกว่าที่ผมคิดไว้เสียอีก” เขาจำเป็นต้องถอนจูบออก และรู้สึกว่าตอนนี้ ฝนกำลังโปรยปรายลงมาจากท้องฟ้า “ก็ฉันผ่านเรื่องพวกนี้มาแล้วนิ” “แล้วทำไมใจต้องเต้นแรงแบบนี้ด้วย ลมหายใจคุณก็ร้อน” เพราะความใกล้ชิด ทำให้ราฮีมได้ยินเสียงเต้นของหัวใจณาณีมชัดมาก มิหนำซ้ำเวลานี้ตัวเธอก็ร้อนผ่าวเหมือนคนมีไข้
หน้าปกนวนิยาย แสนชัง
7.9
ความสัมพันธ์ที่เริ่มต้นจากความเอ็นดูในวัยเยาว์กลับกลายเป็นความเบื่อหน่าย เมื่อลูกสาวของเพื่อนสนิทบิดายังคงตามตื้อเขาไม่เลิกราจากเด็กน้อยผู้น่ารักในวันวานเติบโตเป็นหญิงสาวที่มีพฤติกรรมก้าวร้าวและเอาแต่ใจจนน่ารำคาญใจ สำหรับเขาแล้วการต้องครองคู่กับสตรีที่มีนิสัยร้ายกาจเช่นนี้ถือเป็นคราวเคราะห์ครั้งใหญ่ที่ไม่มีใครอยากพบเจอ เขาจึงพยายามทำทุกวิถีทางเพื่อหลีกหนีจากพันธนาการที่น่ารังเกียจและแสนชังนี้ให้จงได้
หน้าปกนวนิยาย จากเงารัก สู่การเป็นตัวของตัวเอง
7.9
ตลอดระยะเวลากว่าห้าปีที่ฉันต้องยอมใช้ชีวิตอยู่ในเงามืดฐานะคนรักลับๆ ของเขา เพียงเพื่อรักษาคำมั่นสัญญาที่เคยให้ไว้กับพี่ชายผู้ล่วงลับของเขาซึ่งเป็นคู่หมั้นตัวจริงของฉัน แต่เมื่อพันธะแห่งคำสัญญานั้นจบสิ้นลง เขากลับทำลายความรู้สึกกันอย่างเลือดเย็นด้วยการสั่งให้ฉันเป็นคนจัดการเตรียมงานหมั้นของเขากับผู้หญิงคนอื่นด้วยตัวเอง เรื่องราวความรักที่เต็มไปด้วยความเจ็บปวดและการพยายามกลับมาเป็นตัวของตัวเองจึงได้เริ่มต้นขึ้น